แผนร้ายเกี่ยวรัก บทที่ 5 : วีไอพีลงเรือ

แผนร้ายเกี่ยวรัก บทที่ 5 : วีไอพีลงเรือ

โดย : กิ่งฉัตร

แผนร้ายเกี่ยวรัก เรื่องราวของพริมา หญิงสาวที่รักการทำอาหารและรักงานเชฟในเรือยอร์ชขนาดเล็กที่รับรองแต่แขกวีไอพี แต่การลงเรือคราวนี้กลับป่วนหนัก แถมยังมีการตายของแขกคนสำคัญในเรือ งานนี้อย่าว่าแต่เชฟเลย  แมวยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้เหมือนกัน!  “แผนร้ายเกี่ยวรัก” โดย กิ่งฉัตร  นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-5-

 

พริมาตื่นเช้าจนเป็นนิสัย  ยิ่งช่วงลงเรือหล่อนยิ่งรีบตื่นเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศสงบสุขที่หาได้ยากในเมืองหลวง  ดังนั้นพอตีห้าปุ๊บหล่อนก็ตื่นปั๊บ  เนื่องจากต้องตื่นก่อนเชฟสาวจึงได้เตียงล่างเพื่อจะได้ลุกเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องรบกวนมาเรีย

อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเชฟสาวค่อย ๆ ย่องออกจากห้องพัก  เปิดประตูออกมาแล้วต้องแปลกใจที่เห็นแมวสามสีตัวใหญ่นั่งอยู่ตรงหน้าห้องพักฝั่งตรงกันข้าม

“แบลงเก็ตทำไมอยู่ตรงนี้ล่ะ  หรือว่าติดใจนายช่างคนใหม่”

แม่ย่านางเรือหันมามองเหมือนค้อน  ปากโค้งเล็กน้อยคงเหมือนคนที่เบ้ปากอย่างระอา  แต่สุดท้ายมันยอมหลบ  เดินกลับไปนอนยังเบาะนุ่มหนาที่วางไว้ในห้องพักผ่อนของลูกเรือ

เชฟสาวเข้าครัว  เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ลูกเรือก่อน  ตามปกติอาหารเช้าบนเรือจะเป็นอเมริกันเบรคฟาสต์อย่างง่าย  มีขนมปังปิ้ง  ไข่ดาว  แฮม  ไส้กรอก กินกับกาแฟ  นมหรือน้ำผลไม้คั้นสด  มีซีเรียลเตรียมไว้สำหรับแขกที่ไม่ชอบกินอะไรหนัก ๆ ตอนเช้า  ของหวานมีเพียงผลไม้

ลูกเรือเองก็กินเหมือน ๆ กับแขก  แต่วันแรกที่แขกยังไม่ลงเรือ  พริมามักทำอาหารง่าย ๆ พวกข้าวต้มหมูสับ  ข้าวต้มทะเลให้ลูกเรือ  ส่วนโจนั้นบางวันก็กินข้าวต้มเหมือนคนอื่น ๆ บางวันเขาก็ขอแค่กาแฟกับขนมปังกระโหลกปิ้งทาเนยโรยน้ำตาลแบบไทย ๆ

บางวันกัปตันนึกครึ้มยังให้นีโรขี่รถไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมากินกันก็มี  ทำให้บรรดาลูกเรือพากันแซวว่าเขาอยู่เมืองไทย  มีแฟนคนไทยและกลายเป็นคนไทยจริง ๆ ไปแล้ว

แต่วันนี้ทุกคนต้องกินข้าวต้มกุ้ง  ระหว่างลงมือเตรียมของนวัตก็ออกจากห้องมาในชุดวอร์ม  เขาแปลกใจที่เห็นหล่อนในครัว  เลยหยุดทักว่า

“มีอะไรให้ช่วยไหม”

“ตามสบายค่ะ  อาหารเช้าตั้งโต๊ะตอนเจ็ดโมง”

ชายหนุ่มโบกมือรับรู้  ก่อนเดินเร็ว ๆ ขึ้นไปด้านบน  แบลงเก็ตมองตามร่างสูงตลอดแต่ไม่ได้ขยับตัว  แค่มองตามเท่านั้น

ประมาณหกโมงอาหารเช้าก็พร้อมเหลือเพียงแค่ขั้นตอนประกอบ  พริมาล้างมือถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วประคองถาดกาแฟขึ้นไปบริเวณท้ายเรือ  หล่อนกางโต๊ะและเก้าอี้เล็กสองตัวเก้าอี้สูงเล็กตัวหนึ่ง  จากนั้นก็เริ่มหาความสำราญส่วนตัวด้วยการนั่งรับแดดและลมทะเลยามเช้า  จิบกาแฟและอ่านหนังสือนวนิยายจากนักเขียนคนโปรด

แบลงเก็ตตามขึ้นมานั่งด้วยเช่นเคย  เก้าอี้สูงมีไว้สำหรับเจ้าหล่อน  บนโต๊ะมีจานนมวางอยู่  ระหว่างที่เชฟจิบกาแฟแม่ย่านางเรือก็ละเลียดนม  ถือเป็นการเริ่มวันใหม่ที่ไม่เลวเลยทีเดียวหญิงสาวได้แต่หวังว่าทั้งวันและทั้งทริปจะสุขสงบเหมือนยามเช้าไปตลอด

นวัตกลับขึ้นแพนโดร่าหลังจากวิ่งออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมง  สิ่งแรกที่เขาเห็นคือหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเล่มใหญ่ในมือกับแมวสามสีตัวใหญ่ที่นั่งบนเก้าอี้สูงจ้องไปยังเหยือกนมบนโต๊ะราวถูกสะกด

พอเขาก้าวขึ้นเรือหนึ่งคนหนึ่งแมวก็เงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นตาเดียว  ฝ่ายแรกยิ้มให้ฝ่ายหลังเหมือนนิ่วหน้าแบบแมว ๆ ใส่  แสงแดดยามเช้าสะท้อนส่องขนฟู ๆ ของแบลงเก็ตจนเกิดประกายทอง  แต่นั่นยังไม่น่ามองเท่าผิวของพริมา  นวัตเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าเชฟของแพนโดร่านั้นมีผิวขาวใส  ขาวมากและเนียนมาก  ผิวเนื้อนั้นเหมือนกระดาษชั้นดีที่พอถูกแดดส่องก็เหมือนจะทะลุลงไปเห็นเส้นเลือดจาง ๆ ผิวขาว  แก้มตึงเปล่งปลั่ง  ตาดำสนิท  ปากนิดจมูกหน่อย  ผมตัดสั้นที่ถูกลมทะเลจนสะบัดพริ้วและรอยยิ้มกว้าง…มองแล้วเพลินตาไม่น้อย  อีกทั้งก่อให้เกิดความรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะลองสัมผัสดูว่ามันนุ่มลื่นแค่ไหน…

“กาแฟสักถ้วยไหมคะ”  หญิงสาวถาม

“หือ”

“กาแฟค่ะ  หรือว่าวิ่งมาเหนื่อยจะดื่มนมสดแทนกาแฟ”

“แค่น้ำเปล่าดีกว่าครับ” นวัตบอกก่อนวิ่งลงไปท้องเรือ  หยิบน้ำเปล่าไม่เย็นที่เตรียมไว้ในส่วนพักผ่อนของลูกเรือขึ้นมาขวดหนึ่งก่อนกลับขึ้นมาสมทบกับหนึ่งเชฟหนึ่งแมวด้านบน

เชฟอ่านหนังสือต่อแล้ว  ส่วนแมวมองเขาราวกับสะกด  ชายหนุ่มเห็นว่ามีนมสดเหลือในโถค่อนข้างมาก  เขาไม่ดื่มกาแฟก่อนอาหาร  พริมาก็เหมือนจะจัดการกาแฟส่วนของหล่อนเรียบร้อยแล้ว  นมน่าจะเหลือ  เขาจึงรินใส่ชามที่ว่างเปล่าให้แบลงเก็ตนิดหนึ่ง

“ฉลาดมาก  คุณรู้จักเซ่นแม่ย่านางเรือแล้ว”  พริมาแซวทั้ง ๆ ที่ใบหน้ายังจมอยู่กับหนังสือ

“ผมเสิร์ชในกูเกิ้ลเมื่อคืน  เขาว่าแมวเป็นสัตว์ที่คิดจะครองโลก  คุณไม่ควรเอาใจมันมาก ๆ ไม่ควรขัดใจมัน”

ท่าทางเอาจริงเอาจังของเขาทำให้เชฟสาวหัวเราะ  หล่อนว่า

“คุณต้องเผลอเข้าไปในเพจทาสแมวแน่เลย  แมวไม่ได้คิดจะครองโลกหรอกค่ะ  มันแค่เป็นตัวของตัวเองสูงเท่านั้น  จริงไหมแบลงเก็ต”

แบลงเก็ตไม่ตอบ

สองหนุ่มสาวและหนึ่งแมวนั่งอยู่ร่วมกันอย่างเงียบ ๆ  พริมายังไม่ออกจากโลกตัวอักษร  ส่วนนวัตเปิดโทรศัพท์มือถือเปิดอ่านเมล์และข้อความในไลน์  ศิวกรถามเข้ามาในกลุ่มโรนินสยามว่า

‘ไอ้บึ้ง  ถูกแดดเผาตายหรือยังวะ’

ชายหนุ่มเหลือบตามองผู้ที่รับแดดยามเช้าอย่างไม่หวั่นเกรงสิ่งใดแล้วนิ้วมือเขาขยับพิมพ์ตอบไปโดยอัตโนมัติว่า

‘แดดที่นี่สวย’

กดส่งไปแล้วเขาไม่สนใจตามต่อ  ปิดไลน์แล้วเปิดข่าวสารรายงานเกี่ยวกับการวิจัยต่าง ๆ ในเพจต่างประเทศขึ้นเลือกหาหัวข้อที่น่าสนใจเพื่อกดอ่านแทน

ก่อนเจ็ดโมงเช้าเล็กน้อยพริมาก็ลุกลงไปเตรียมอาหารเช้าให้ลูกเรือ  นวัตช่วยพับเก็บโต๊ะเก้าอี้  ลงไปอาบน้ำแล้วเริ่มงานวันแรกในแพนโดร่าด้วยข้าวต้มกุ้งที่น้ำซุปกลมกล่อม  ข้าวยังเป็นตัวแต่ไม่แข็งเกิน

ที่สำคัญตัวกุ้งนั้นหญิงสาวไม่ได้ต้มในข้าว  แต่เลือกที่นำไปผัดกับกระเทียมรากผักชี

พริกไทยให้สุกหอมก่อนวางลงบนหน้าข้าวต้ม  นำน้ำมันเจียวราดนิดหนึ่งโรยผักชีต้นหอมซอย  ตามด้วยพริกไทยดำเผ็ดร้อน

มื้อเช้าที่หอมจัดรสจัดแบบนี้แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอแล้ว  แม้โจและลูกเรือชาวฟิลิปปินส์ทั้งสองจะเป็นต่างชาติ  แต่ก็ชื่นชอบอาหารเช้าแบบไทย ๆ อย่างนี้มาก  ขนาดว่าเป็นธรรมเนียมของมื้อแรกก่อนแขกลงเรือที่เชฟจะต้องทำข้าวต้มกุ้งหรือข้าวต้มเครื่องวัตถุดิบอื่น ๆ เป็นการเปิดวันทำงาน

และเอ็นจิเนียร์คนใหม่คิดว่าถ้าเชฟทำอาหารได้แบบนี้ทุกมื้อเขาคงต้องวิ่งหรือว่ายน้ำเพิ่มขึ้นอีกวันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

หลังอาหารเช้าแพนโดร่าได้รับเช็ดถูใหม่อย่างดีจากนีโรที่ขยันขันแข็ง  มาเรียตรวจดูห้องพักของแขกทุกห้องอย่างละเอียด  ตบหมอนทุกใบทั้งที่ดาดฟ้า ท้ายเรือ และในซาลอนห้องโถงกว้างกลางเรือให้ฟูฟ่องน่าพิงน่ากอดโจตรวจสอบเส้นทางการเดินเรือ  พริมาเตรียมอาหารกลางวันให้ลูกเรือและอาหารเย็นสำหรับแขก

นวัตตรวจดูห้องเครื่อง  เช็คสภาพเครื่องปรับอากาศรวมถึงเครื่องปั๊มน้ำ  จากนั้นก็ไปสาวถุงตาข่ายดึงล็อบสเตอร์ที่อยู่ครบถ้วนมาใส่ลังไว้

นับไปแล้วแพนโดร่าก็เหมือนกับโรงแรมขนาดจิ๋ว  ดังนั้นกำหนดเวลาลงเรือของแขกจึงเป็นสามโมงเย็น  และกลับขึ้นฝั่งก่อนเที่ยงของวันสุดท้าย แม้ทริปนี้หุ้นส่วนใหญ่จนจะเรียกได้ว่าเป็นเจ้าของแพนโดร่าริชาร์ด  โอเวนจะลงเรือด้วยแต่กฎก็ยังเป็นกฎ

ดังนั้นเวลาก่อนสามโมง  ลูกเรือทุกคนของแพนโดร่าในชุดเครื่องแบบเต็มยศก็มายืนรอรับแขกบนสะพานของท่าเรือตรงท้ายเรือทางขึ้น  เครื่องแบบของฝั่งผู้ชายนั้นเป็นเสื้อยืดคอโปโลสีขาว  ปักชื่อแพนโดร่าภาษาอังกฤษสีน้ำเงินเข้มตรงอกซ้าย  กางเกงเป็นกางเกงสามส่วนคลุมเข่าสีน้ำเงินเข้ม  กัปตันโจพิเศษกว่าใครเพราะมีหมวกประจำตำแหน่งปักสมอสีทองนำหน้าชื่อแพนโดร่า  มาเรียสวมเสื้อเหมือนพวกผู้ชายแต่สวมกระโปรงสั้นแทนกางเกง  ส่วนพริมาสวมเสื้อเชฟสีขาวแขนสั้นปักตราที่อกซ้ายหล่อนสวมกางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้มดูเป็นทางการมากกว่าทุกคน

และแน่นอนว่าในฐานะแม่ย่านางประจำเรือ  แบลงเก็ตเองก็ต้องมาต้อนรับแขกลงเรือด้วย  เครื่องแบบของเจ้าหล่อนเป็นผ้าผูกคอแบบกะลาสีสีขาวขลิบน้ำเงิน  ปักชื่อแพนโดร่าตรงมุมซ้าย

ลูกเรือยืนแถวสองมือไขว้หลังต้อนรับมีเพียงแบลงเก็ตนั่งตัวตรงเป็นสง่าบนสตูลสูง

สามโมงกว่าเล็กน้อยรถกอล์ฟสามคันของท่าเทียบเรือก็แล่นตามกันมาตรงสู่แพนโดร่า  สองคันบรรทุกผู้โดยสาร  คันสุดท้ายขนสัมภาระที่ค่อนข้างมากสำหรับคนหกคน

ริชาร์ดนั่งคู่กับคนขับมากับรถคันแรกเขาเป็นชาวอเมริกันวัยไล่เลี่ยกับกัปตันโจ  ผมดำดวงตาสีเขียวที่สวยมากยามหนุ่มริชาร์ดคงเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์  แต่ตอนนี้อาจจะด้วยสุขภาพไม่เอื้ออำนวยทำให้เขาดูไม่แข็งแรงเท่าโจ

ลงจากรถริชาร์ดยิ้มกว้างให้เพื่อนและลูกเรือที่เขาคุ้นเคยดี

ทุกคนที่รออยู่บนสะพานเรือยิ้มตอบ  แม้แต่แบลงเก็ตยังยอมตวัดหางครั้งหนึ่งเลียริมฝีปากอีกครั้งเป็นเชิงทักทายมันชอบเจ้าของแพนโดร่ามากและริชาร์ดก็รักเจ้าแมวร้ายตัวนี้  ทุกครั้งที่มาลงเรือเขามักมีขนมหรือของเล่นแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาฝากมันเสมอ

สำหรับลูกเรือคนอื่น ๆ ทุกคนก็ชอบริชาร์ดเช่นกัน  ริชาร์ดเป็นเจ้านายที่ดี  ไม่จู้จี้  ไม่ก้าวก่ายงานที่ตนไม่ถนัด  ที่สำคัญเขารับฟังความคิดเห็นของลูกน้องและเป็นผู้มีน้ำใจ  ดังนั้นทุกครั้งที่เขาลงเรือลูกเรือจึงกระตือรือล้นด้วยความยินดี  สีหน้าแต่ละคนเบิกบานมีรอยยิ้ม  พริมาเองก็ยิ้มกว้าง…ก่อนเจื่อนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่ก้าวตามริชาร์ดลงจากรถ

พราวพลอยสวยสดใสในชุดเสื้อสายเดี่ยวลูกไม้สีขาวกับกางเกงขาสามส่วนลายทางสีขาวเทา  มือหนึ่งหล่อนเกาะแขนแฟนหนุ่มไว้  อีกมือถือหมวกสานปีกกว้างที่ใช้แถบลูกไม้รัดเป็นโบว์เข้ากับเสื้อที่สวมอยู่  หญิงสาวยิ้มกว้าง…กว้างมาก  ซึ่งเป็นความผกผันกับรอยยิ้มของญาติสาวที่ยืนรออยู่ที่สะพานเรือ

“บ้าจริง  ซื้อหวยทำไมไม่ถูกแบบนี้บ้างนะ”  พริมายังยิ้ม  แต่อดพึมพำลอดไรฟันไม่ได้

กัปตันโจไม่ได้ยินคำพูดหล่อนเพราะเขาก้าวออกไปจากแถวเพื่อจับมือและทักทายเจ้าของเรือและแขกวีไอพี  เหลือเพียงนวัตที่ยืนอยู่ข้างหล่อนและได้ยินเต็มสองหู  เขาไม่เอ่ยอะไร  แค่ชำเลืองมองหน้าใส ๆ ยิ้มแข็ง ๆ กับสองแก้มที่ตูมขึ้นเล็กน้อยของเชฟสาวอย่างขำ ๆ  รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏบนใบหน้าที่บึ้งตึงเสมอของเขา  แถมยังมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอนั่นอีก

นี่ถ้าพริมาเป็นลูกศิษย์หรือเพื่อนในกลุ่มโรนินสยามของนวัต  หล่อนคงตกใจไปแล้วที่เห็นดร.บึ้งหรือไอ้บึ้งอารมณ์ดีจนหัวเราะได้  แต่นี่เพราะไม่รู้  เชฟสาวจึงจิกตาใส่กลับไปเพราะเชื่อว่าเขาขำหล่อน

เห็นแก้มกลม ๆ ที่พองขึ้นอีกเล็กน้อยอย่างไม่พอใจนวัตยิ่งรู้สึกขำแกมเอ็นดู  อยากสัมผัสด้วยว่าผิวขาวใสนั้นจะให้ความรู้สึกแบบไหน

“คุณมีแฟนหรือยัง”  ชายหนุ่มถามขึ้นลอย ๆ ด้วยคำถามที่ตัวเองยังแปลกใจ

ผู้ถูกถามเองก็หันขวับมามองด้วยความประหลาดใจ  ดวงตาดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนกะพริบปริบ ๆ  แต่ยังไม่ทันเอ่ยอะไรกัปตันโจก็พาแขกมาถึงตัวหล่อนแล้ว  เขาแนะนำว่า

“เพียวคือเชฟประจำแพนโดร่าทริปนี้”

“ยินดีต้อนรับค่ะ”  พริมาเอ่ยโดยอัตโนมัติ  แขกที่มาลงเรือนั้นมีหลายชาติ  ส่วนใหญ่ถ้าเป็นชาวตะวันตกมักจะทักทายพร้อมจับมือ  ถ้าเป็นชาวเอเซียหรือชาติอื่นก็แค่ยกมือไหว้หรือเอ่ยคำทักทายเฉย ๆ แต่มีบ้างที่ธรรมเนียมนั้นสลับกัน วิลเลี่ยมส่งมือมาจับหล่อน  เขย่าเบา ๆ ก่อนปล่อยพร้อมบอก

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณเพียว”

“ฝีมือทำอาหารของเชฟเยี่ยมยอดมาก  คุณต้องติดใจแน่วิล”  ริชาร์ดเอ่ยอย่างภาคภูมิ

“พราวบอกผมแล้วว่าคุณทำอาหารอร่อยมาก”  วิลเลี่ยมพยักหน้า

“เพียวเป็นญาติกับพราวเองค่ะ”  พราวพลอยรีบบอก  ก่อนหันมาทางเชฟสาว  ยิ้มหวานหยดว่า  “โลกกลมจริง ๆ เลยนะเพียว”

พริมายิ้มหวานไม่ตอบแต่ในใจนั้นร้อง

ใช่…กลมดิกยังกะผีจัดให้เลยทีเดียว!

 

 

ริชาร์ดสบตากับกัปตันโจ  ฝ่ายหลังส่ายหน้านิดหนึ่งเหมือนไม่รู้มาก่อนเช่นกัน  ทั้งคู่เข้าใจดีว่าการที่แขกเป็นญาติกับลูกเรืออาจจะสร้างปัญหาได้…

คงจะต้องจับตาอย่างระวัง

พราวพลอยไม่ได้คุยหรือข่มอะไรญาติสาวต่อเพราะวิลเลียมเดินไปทักทายลูกเรือคนอื่นแล้วและแขกที่เหลืออีกสามคนก็ลงจากรถมาสมทบ

ทริปนี้นอกจากริชาร์ด วิลเลี่ยมและพราวพลอยแล้ว  วีไอพีสามคนที่เหลือหนึ่งในสามคือแอนดริว วีลาสโซ  ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับวิลเลียม  เขาเป็นอเมริกันเชื้อสายละติน  หน้าคม  ตาดำพราวพราวท่าทางมีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว  แอนดริวเป็นทั้งเพื่อนและผู้บริหารในบริษัทของวิลเลี่ยม

แขกคนถัดมาเป็นชาวสิงค์โปร์ชื่อเคนเนธ ลิม  ชายหนุ่มร่างเล็กท่าทางคล่องแคล่วรายนี้เป็นนักลงหุ้นในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์  เขารู้จักวิลเลี่ยมมาเกือบสิบปีผ่านเพื่อนคนหนึ่ง  ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องธุรกิจ  เคนเนธแนะนำการลงทุนในตลาดเอเซียให้วิลเลี่ยม  และวิลเลี่ยมช่วยเคนเนธหาซื้ออสังหริมทรัพย์ในอเมริกา  แขกสิงค์โปร์รายนี้ชอบมาเที่ยวเมืองไทยเป็นประจำอยู่แล้ว  ดังนั้นพอวิลเลี่ยมมีทริปเที่ยวเรือสำราญที่ภูเก็ตเขาจึงเชิญเพื่อนชาวสิงค์โปร์คนนี้มาลงเรือด้วย

เคนเนธพา ‘เพื่อนเที่ยว’ มาด้วย  วิเวียนเป็นสาวผมทองตาสีฟ้าชาวยุโรปตะวันออก  หล่อนเป็นสาวร่างนาฬิกาทราย  มีส่วนโค้งส่วนเว้าที่ได้รูปงดงามโดยเฉพาะทรวงอกที่ล้นหลามเป็นพิเศษ  ดังนั้นแม้หล่อนจะสูงกว่าเคนเนธอยู่เกือบสองนิ้ว  แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่รังเกียจเท่าไหร่

ในบรรดาแขกทั้งหมด  วิเวียนเป็นคนเดียวที่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีเท่าไหร่  สำเนียงแปร่งฟังยาก  ท่าทางเหมือนเด็กสาว ๆ ที่ตื่นเต้นดีใจกับสิ่งรอบตัวจนออกนอกหน้า  ไม่มีการสงวนท่าทีแบบพราวพลอย  แต่ใบหน้าของหญิงสาวยิ้มแย้มสดใส  หล่อนทักทายกับลูกเรือทุกคนด้วยไมตรีที่ดีเยี่ยม  ชวนให้คนอื่น ๆ รู้สึกดีกับหล่อนอย่างจริงใจ

นอกจากริชาร์ดแล้ววิเวียนอีกเช่นกันที่แสดงท่าทางชอบอกชอบใจมากเมื่อเห็นแม่ย่านางประจำเรือนั่งหน้าหงิกอยู่ที่แท่นรับแขกส่วนตัว  แถมหล่อนยังฉลาดพอที่จะถามก่อนว่า

“จับได้ไหม”

กัปตันโจมองหล่อนอย่างขออภัยจริง ๆ  เขาบอกตรง ๆ ว่า

“แค่ถ่ายภาพเถอะครับ  แบลงเก็ตหวงตัวและดุมาก  ยังไม่คุ้นเคยกันคุณอาจถูกตะปบได้”

“โอ  ฉันเข้าใจค่ะ  คิตตี้คิตตี้  ไว้ทำความรู้จักกันก่อนนะจ๊ะเหมียวน้อย  แล้วขอฉันกอดเธอหน่อย”

แบลงเก็ตมองหน้าอกหน้าใจล้นหลามในชุดลายดอกสดใสแล้วเมินไปทางหนึ่ง

วิลเลี่ยมมองแมวสามสีตัวใหญ่แล้วนิ่วหน้า  ริชาร์ดที่เฝ้าจับตามองแขกคนพิเศษของเขาอย่างไม่วางตาถามขึ้นว่า

“คุณไม่ชอบแมวหรือวิล”

วิลเลี่ยมเหมือนรู้ตัว  เขาส่ายหน้า

“ผมชอบนะ  ชอบทั้งหมาและแมวเลย  แต่หลังผ่าตัดหมอสั่งห้ามไม่ให้ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด”

“ไม่ต้องห่วงนะครับ  แบลงเก็ตไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับคนเท่าไหร่”  กัปตันเจ้าของแมวสามสีรีบบอก  “อีกอย่างผมจะกำชับลูกเรือให้ระวังไม่ปล่อยให้แบลงเก็ตขึ้นไปรบกวนส่วนที่พักของแขก”

“ได้อย่างนั้นก็ดี  ขอบคุณ”  วิลเลี่ยมพยักหน้า

ระหว่างคนเจรจาเออออกัน  แบลงเก็ตหรี่ตาลงน้อยด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เท่าไหร่  คิดจะกำหนดกักบริเวณน่ะ…ถามแมวหรือยัง…

กัปตันโจพาแขกขึ้นเรือ  นีโรกับมาเรียช่วยกันเอาสัมภาระของแขกขึ้นเรือเพื่อนำไปวางในห้องพักที่จัดเตรียมไว้แล้ว  แพรวพลอยเดินคลอวิลเลี่ยมขึ้นเรืออย่างนวยนาด  ปรายตามองความวุ่นวายที่สะพานเรือแล้วนึกเสียดายที่ญาติผู้ดีพร้อมไปทุกอย่างของหล่อนไม่ต้องทำหน้าที่หอบหิ้วสัมภาระของแขก  พริมาแค่รับหน้าที่อุ้มเจ้าแมวอ้วนท่าทางยโสเดินตามขึ้นเรือมาเท่านั้น

แขกวีไอพีขึ้นเรือ  กัปตันโจพาทัวร์สั้น ๆ  แขกส่วนใหญ่มักพอใจกับการดูแค่ส่วนที่พักของตัวเอง  แต่ทริปนี้พิเศษเพราะริชาร์ดต้องการดึงวิลเลี่ยมให้มาลงทุนกับเรือยอช์ตแบบเช่าเหมาลำลำใหม่ของเขา  ดังนั้นจึงมีการนำทัวร์ทุกส่วนทั้งส่วนที่พักของแขกและส่วนของลูกเรือ

พริมาไม่มีเอี่ยวเรื่องการพาทัวร์  หล่อนแค่อุ้มลังกุ้งมังกรมารอท่าที่ส่วนครัว  พอแขกมาหล่อนก็เชิญเคนเนธผู้เรียกร้องล็อปสเตอร์เป็นนาทีสุดท้ายให้มาชมกุ้งมังกรเจ็ดสีตัวอวบใหญ่  เปลือกบาง  หนวดส่ายดุ๊กดิ๊กในลัง

นักลงทุนชาวสิงค์โปร์พอใจมาก  เขาออกตัวว่าเคยมากินกุ้งมังกรที่เมืองไทยแล้วกลับไปป่วยหนัก  จึงอยากจะมั่นใจว่าเมนูนี้บนแพนโดร่าจะสดใหม่จริง ๆ

“ที่นี่เราใช้ของสดใหม่แน่นอนค่ะ”  เชฟสาวยืนยัน

พราวพลอยเหลือบมองกุ้งตัวใหญ่ด้วยท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจราวกับกินอยู่ทุกวัน  หากพอจะก้าวผ่านไปหล่อนก็เปรยเป็นภาษาอังกฤษว่า

“หวังว่ามันคงยังเป็นจนถึงสุดท้ายนะ  ไม่ใช่พอดูเสร็จขี้เกียจเลี้ยงก็เชือดโยนเข้าช่องแช่แข็งไป”

พริมายิ้มตาหยี  รับรองว่าไม่เป็นแบบนั้นแน่  หากในใจนึกสบถ

ซวยชะมัด…ญาติทรยศ…พราวรู้จักหล่อนดี  ดีเกินไปแล้ว!

 

Don`t copy text!