ขุนเขาแมกไม้ บทที่ 6 : ตำราล้ำค่า

ขุนเขาแมกไม้ บทที่ 6 : ตำราล้ำค่า

โดย :

Loading

“ขุนเขาแมกไม้” นวนิยายเรื่องเยี่ยมในชุดโหราศาสตร์ ผลงานเรื่องล่าสุดของ ’กฤษณา อโศกสิน‘ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ประจำปีพุทธศักราช 2531 กับเรื่องราวของเดินดงและอิทธิพลของดาวเสาร์ที่มีต่อชีวิตของเขาได้ในอ่านเอา

เดินดงจึงสบตากับนายจังก่อนผู้ใด หากใบหน้าท่าทางของหญิงที่เขาไม่รู้จักว่าอายุสักเท่าไรผู้ยืนก๋าวางท่าคล้ายลูกน้องของพ่อและพี่ชาย ก็แสนจะไม่สบายใจอย่างที่สุด…แทนหล่อน

ทั้งไม่สบายและเสียดายที่สาวสวยเข้าขั้นเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของสาวที่ว่าสวยทั้งหลาย ไม่มีกิริยามารยาทดังที่เขาเคยพบ ทั้งที่เป็นเพื่อนกินเพื่อนคุยและเพื่อนนอนทุกนาง

เสียดายสถานภาพสายเลือดของนักเลงใหญ่ดังที่นายนวมนินทา จะนักเลงจริงหรือแค่ ‘เจ้าพ่อ’ ประจำถิ่น ไม่ถึงกับเป็น ‘มาเฟีย’ ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ…ชายหนุ่มได้แต่นึก…โดยไม่รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด

เนื่องจากตั้งใจไว้แล้วว่า…ถ้าอยู่ได้ ก็อยู่

อยู่ไม่ได้ก็กลับ

จะกระไรซะนักหนา

“ดีใจนะคุณดง” แต่นายจังเอื้อนเอ่ยถ้อยคำไพเราะออกมา โดยที่เขาไม่คาดหวัง ดังนั้นจึงต้องรีบยิ้มแย้มแจ่มใสตั้งใจฟัง “มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาเลยฮะ ผมช่วยได้ทุกอย่าง…เห็นท่านพระครูว่า ที่ทั้งหมดห้าสิบสองไร่นี่ จะลงพวกเมล็ดพันธุ์ที่นัยว่าคุณอัมพวาอยากให้ลงไว้เป็นกลุ่มๆ เลยใช่ไหม…มีอะไรบ้าง ให้ผมดูก็ได้ อ้อ…นึกออกแล้ว ดูเหมือนจะให้ลงแค่ยี่สิบห้าไร่ไปก่อน…นิดเดียวเอง ผมให้คนงานผมทำให้…ค่าแรงไม่แพง…อ้อ…ว่าแต่ว่า…”

คราวนี้เจ้าถิ่นหยุดเจรจา พลางหันไปทางนายนวม ถามว่า

“แต่คงต้องไปกราบท่านพระครูก่อนใช่ไหม”

“ใช่ครับ…”

“งั้นเราไปกันทั้งหมดนี่ดีกว่า”

ดังนั้น เพียงครู่ต่อมา ทุกคนก็ขี่พาหนะส่วนตัวตนมาถึงวัดประจำอำเภอที่เจ้าคณะสนิทสนมกับพระครูสุนทรเป็นพิเศษ จนถึงกับพระครูกรุงเทพฯ ส่ง ‘ดวง’ ของเขามาให้พระครูที่นี่หาฤกษ์พานาทีเพื่อเดินทางมากรุยทางตั้งตัวเป็นชาวไร่…เริ่มอาชีพใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จไม่สำเร็จเพียงไร…ก็มาก่อนละกัน…

มาลองลงมือทำ ลองบุกเบิก…ลอง…ลอง…ลอง

จึงในยามนี้ เป็นยามที่ชีวิตเขากำลังอยู่ในขั้น ‘ทดลอง’

ที่ดินก็ของตนเอง…เมล็ดพันธุ์ก็ของมารดา

มีเพียง ‘อุตสาหะ’ เท่านั้นที่เขาสุดแสนไม่แน่ใจ

หากในนาทีนี้ ก็ได้เพิ่มมิตรไมตรีขึ้นมาอีกหนึ่ง หรือสอง หรือสาม…ซึ่งก็น่าจะสำคัญ

เนื่องด้วยงานนี้ แม้มิใช่งานใหญ่สำหรับชาวไร่อื่นๆ แต่สำหรับเขา นับว่าค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว

ในที่สุดก็ถึงวัด

นับเป็นวัดใหญ่ ประจำอำเภอ

นายนวมเดินนำพาคนทั้งหมดขึ้นไปบนกุฎิที่ท่านพระครูพิชิตนั่งรออยู่ก่อนแล้ว มีพระลูกวัดรูปเดียวนั่งถัดไปบนยกพื้นด้านหลัง

“มาแล้วครับท่าน คุณเดินดง ลูกชายคุณเดชคุณอัมพวา กับ…คนนี้…ชื่อเก่งครับ” นายนวมแนะนำ

ท่านเจ้าคณะค่อนข้างท้วม ท่าทางใจดีขณะที่ยิ้มต้อนรับพร้อมพยักหน้า

“รู้จักจากไลน์ตั้งแต่ตัวจริงยังไม่มา” เจ้าคณะบอกกล่าวเรื่อยๆ พลางหันไปทักทายนายจังนายจัดและใบจัน “อ้อ…วันนี้เลยมากันครบ…เร็วดี…รู้จักมักคุ้นกันแล้วหรือจัด”

“เพิ่งเจอกันเมื่อคืนเองครับท่าน…เพราะเห็นคุณดงก็อยากเข้ามาช่วย…ที่ก็แค่ยี่สิบห้าไร่เอง…”

“จะปลูกอะไร ลืมถาม”

เดินดงได้แต่อึดอัดเพราะยังไม่มีโอกาสรื้อลังที่แม่จัดสรรเมล็ดพันธุ์ตามตำรา ซึ่งเขียนโดยศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งผู้โด่งดังเป็นที่เคารพนับถือยิ่งของผู้คนในวงการและนอกวงการมายาวนาน อาจเรียกขานว่า ‘ปราชญ์’ ก็มิขัด หากก็เพิ่งวายชนม์ไปเมื่อไม่นาน

“ยังไม่ได้รื้อลังที่ใส่เมล็ดพันธุ์พืชเลยครับท่าน” ชายหนุ่มจึงตอบยิ้มๆ “ของมากครับ แม่เตรียมมาครบเลยยังจัดไม่ค่อยจะเสร็จ”

“ไม่เป็นไร” พระครูพยักหน้า “เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

“ไม่ทราบว่ากระผมจะทำสำเร็จไหมครับ” เจ้าของโครงการที่ไม่ได้เตรียมเองปริปาก

“คุณดงคงอยากให้ท่านดูดวง” นายนวมหาทางเข้าสู่จุดประสงค์

“ดูแล้ว” ท่านว่าเรื่อยๆ หากก็ไม่มีสีหน้าวิตกอกสั่นแต่อย่างใด

“เป็นยังไงมั่งครับ” คราวนี้นายจังเอ่ยบ้าง “ดวงผมกะดวงคุณเดินดงสมพงศ์กันดีไหมท่าน”

“ยังไม่ได้เทียบ” ท่านเจ้าคณะปฏิเสธทันใด

คนพูดก็เลยหน้าม่อยลงไปทันควัน

แต่นายนวมนึกในใจ

เธ่อ…เล่นกับใครไม่เล่น…เล่นกับท่าน’

ท่านพระครูยึดหลักธรรมในการดูดวงบุคคลอย่างเคร่งครัด

นั่นก็คือไม่นำออกมาเปิดเผยให้ผู้ใดได้ล่วงรู้ เพราะมิใช่เรื่องของผู้นั้น

 

กลับจากวัดแล้ว นายจังจึงเอ่ยถึงความประสงค์ของตนเองว่าอยากเห็นตำราเมล็ดพันธุ์พืชที่ว่านั่น จะได้เตรียมการถูกต้องว่าควรทำอย่างไรต่อไป

“ผมคิดว่า คงไม่ยุ่งยากอะไรมาก ดินที่นี่แค่เพิ่มปุ๋ยออร์แกนิกที่คุณว่าคุณเตรียมมา ก็คงติดลมบนปานๆ ว่าวนั่นละมังฮะ”

ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้านตอนบ่ายสอง เก่งก็เลยต้องขนลังที่ยังคงวางเรียงกันอยู่บนรถโดยรอบ ลงวางรวมกันไว้บนลานดินหน้ากระท่อม

“เอ้า…เก่ง…ถ้างั้นแกก็ช่วยเปิดให้คุณจังดูสักลังก่อนดีกว่า…เปิดลังที่มีหนังสือว่าด้วยพรรณไม้ของอาจารย์นะ จะได้ให้คุณจังช่วยอ่าน” ชายหนุ่มออกจะกระดากกระเดื่องอยู่บ้างที่ตนเองผู้จะมาตั้งเนื้อตั้งตัวที่นี่เอง กลับไม่เคยสนใจไยดีในความรู้ที่พ่อแม่เพียรสรรหามาให้…ขณะที่สายตาบังเอิญตวัดไปพบนัยน์ตาคู่นั้นที่กำลังมองมาด้วยรอยยิ้มนิดๆ ที่เขาคิดว่าช่างแอบแฝงความขบขันหยันเยาะจนแลเห็นชัดกระไรเช่นนี้

ก็ได้แต่รู้สึกวูบวาบไม่พอใจ

มันคงนึกว่ามันเก่ง’ เขาอดเขม่นหน่อยๆ มิได้…ขณะที่ช่วยเปิดลังอันมีฝากระดาษแข็งสีน้ำตาลขัดกันไว้

จึงดึงหนังสือสองสามเล่มออกมา

“ไหน…ผมขอดูซักเล่มสิฮะ…ใจความว่ายังไงมั่ง”

เก่งก็เลยส่งหนึ่งเล่มให้อีกฝ่าย

“เอ…น่าสนใจมากนะฮะ…” นายจังครึมครางแต่ก็อย่างเกรงใจนิดๆ “แหม…อยากขอยืมไปอ่านคืนนี้ให้จบ พรุ่งนี้เอามาคืนจัง”

เดินดงก็เลยตัดบท

“ผมว่า ให้ผมตรวจดูทั้งสามเล่มก่อนได้ไหมครับ…คือผมนี่เองที่แย่ แม่ให้อะไรมาไม่เคยสนใจ” ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจจริงๆ เป็นครั้งแรก จึงแบมือ

นายจังไม่กล้าหักหาญ จึงส่งหนังสือให้เจ้าของ

“รับรอง…ผมอ่านจบทั้งสามเล่ม จะให้เก่งไปจัดการถ่ายเอกสารให้คุณชุดนึงแน่นอน”

“แหม…ขอบคุณมาก…ขอบคุณจริงๆ เลยฮะ” คนที่ว่ายิ่งใหญ่ในชัยภูมิแห่งนี้ก็เลยคล้อยตาม “มีร้านถ่ายเอกสารรู้จักกันครับ อยู่เลยวัดไปไม่ไกล…นวมแน่ะ พาไปได้”

“ผมพาไป” นายนวมพยักหน้า “ไอ้เอี้ยงไอ้ไวก็ไปถ่ายให้ได้”

ใครจะไปไว้ใจใครในยามนี้ เดินดงเริ่มตื่นขึ้นจากอาการที่เขาคิดว่า ตนเองน่าจะหลับไปนาน…นานเท่าไร…ยี่สิบกว่าปีงั้นหรือ

ไม่สนใจในงานหรือเรื่องสำคัญใดใดในชีวิตที่ผ่านไปแล้ว และกำลังจะผ่านต่อไป…

ขณะที่แสงวาบไวจากสายตาใครคนหนึ่งยังขึงด้วยม่านยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า

ลูกชายเศรษฐีก็ยังดีกว่าหมอนี่เยอะ

นี่ก็แค่ลูกคนค้าขาย แต่ทำกรีดกรายราวกับเท้าไม่เคยแตะทรายดินหิน

ดูเอา…ดูท่าทางที่กอดหนังสือสามเล่มเข้าไว้ เหมือนเด็กหวงของยังไงยังงั้น

ในที่สุด นายจัง นายจัด กับผู้หญิงหนึ่งเดียวก็ได้เวลาขึ้นนั่งมอเตอร์ไซค์พลางขับขี่เสียงดังลั่นไปทั่วทุ่งโล่งที่บัดนี้ขุนเขาตรงกันข้ามกำลังมลังเมลืองด้วยแดดบ่ายที่ไม่ถึงกับแรงกระไรนัก อาทิตย์ดวงกลมฉายฉานสาดจับท้องทุ่งที่แลเห็นพุ่มพืชเขียวขจี

นายนวมทิ้งนายเอี้ยงและนายไวไว้ให้เหมือนเมื่อวาน ด้วยว่าเขาบอกกล่าว

‘ท่านพระครูให้มาอยู่เป็นเพื่อน เผื่อมีอะไรขึ้นมา จะได้ช่วยกัน…แต่ก็คิดว่าไม่มี’

ดังนั้น หลังจากคนทั้งสี่ลับตาไป เดินดงจึงเริ่มเปิดหนังสือออกดู

โดยพลันก็รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของสิ่งพิมพ์ที่มีค่าราวเงินทองก็มิปาน

“เก่ง…ดูนี่…แกมาดู…โอ้โฮ…แล้วนี่เราจะไม่ปลูกได้ยังไง…ใคร้จะมีเหมือนเรา”

เก่งจึงเดินมาก้มลงอ่าน พลางเงยหน้า ชูหัวแม่มือ

 



Don`t copy text!