
มรดกมนตรา บทที่ 32 : แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกลืน
โดย : วัชรนริศ
![]()
มรดกมนตรา ผลงานของ วัชรนริศ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์ทาง anowl.co กับเรื่องราวของนักวิจัยสาวผู้ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับที่ได้รับคฤหาสน์โบราณกลางป่ากาญจนบุรีเป็นมรดกจากญาติที่ไม่เคยรู้จัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้กลับซ่อนคำสาป วิญญาณ และอดีตอันมืดมนที่รอการปลุกตื่น พร้อมการฟื้นคืนของ “อัคนีนาฏเทวี” อสูรสาวในตำนาน
ในเวลากลางดึก ความมืดและความเงียบได้เข้าครอบคลุมคฤหาสน์วารีมรกต ไอ้เสือเผ่นและลูกน้องที่อยู่ในชุดไอ้โม่งดำกำลังปีนรั้วของคฤหาสน์เข้ามาภายในสวน ทั้งสองคนเดินย่องเข้ามาโดยใช้ความมืดเป็นตัวกำบัง เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าตึกคฤหาสน์ ไอ้เสือเผ่นได้ใช้วิชาสะเดาะกลอน เป่าให้กลอนภายในเคลื่อนตัวออกเพื่อเปิดทางให้กับพวกมัน
เสือเผ่นและลูกน้องของมันเดินย่องเข้าไปภายในบ้าน จนขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง พวกมันเดินไปตามทางเดินที่นำทางไปสู่ห้องนอนของทิพย์ธิดา เมื่อพวกมันไปถึงหน้าประตูห้อง ไอ้เสือเผ่นได้ใช้วิชาสะเดาะกลอนประตูอีกครั้ง มันได้ท่องมนตร์และเป่าลงไปที่ประตูเบาๆ กลอนภายในก็เคลื่อนตัวหลุดออก
หญิงสาวกำลังนอนหลับอยู่โดยมีแสงจากโคมไฟสองข้างเตียงที่ถูกเปิดทิ้งไว้ จึงทำให้ไอ้เสือเผ่นและลูกน้องของมันพอจะมองเห็นใบหน้าของเธอ ไอ้เสือเผ่นเดินย่องเข้าไปเตรียมที่จะใช้ผ้าปิดปากเธอ
ระหว่างนั้นหญิงสาวที่หลับอยู่กลับได้ยินเสียงของหม่อมเจ้าอดิศร อุทานชื่อของเธอเพื่อต้องการปลุกให้เธอตื่น
“ทิพย์ธิดาตื่น!” เสียงของหม่อมเจ้าอดิศรดังและก้องอยู่ในหัวของเธอ จนทำให้หญิงสาวตกใจตื่น
ทันใดนั้นเธอมองเห็นไอ้เสือเผ่นและลูกน้องของมัน เธอรีบลุกขึ้นจากเตียงทันที หล่อนตะโกนให้คนช่วย “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
ไอ้เสือเผ่นพยายามเข้าไปใกล้ตัวเธอ โดยให้ลูกน้องล็อกตัวเธอไว้ พวกมันพยายามใช้ผ้าปิดปากเธอ แต่เธอพยายามต่อสู้ ไอ้เสือเผ่นเดินเข้ามาใกล้และใช้มือลูบไปที่หน้าของเธอเล็กน้อย
“ข้าว่าเอ็งก็สวยไม่เบานะ ไม่น่าจะต้องมาตายเลย” มันพูดและมองด้วยสายตาลวนลาม
“พวกแกเป็นใคร แล้วใครเป็นคนจ้างพวกแกมา” ทิพย์ธิดาพูดด้วยความโกรธ
“เดี๋ยวเอ็งก็จะตายอยู่แล้ว จะไปรู้ทำไม ว่าแต่สร้อยที่เอ็งใส่อยู่ข้าขอนะ” ไอ้เสือเผ่นพูดและใช้มือกระตุกสร้อยพระขรรค์ของเธอจนขาด
ทิพย์ธิดาใช้ขาตัวเองถีบยันไปที่ร่างของไอ้เสือเผ่นจนกระเด็น ไอ้เสือเผ่นกระเด็นลงไปล้มและอุทานด้วยความโกรธ “นางนี่แรงเยอะนักนะ”
ทันใดนั้นรวีที่นอนอยู่ได้ยินเสียงของเธอก็รีบลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เขารีบวิ่งไปเปิดลิ้นชักและหยิบปืนมุ่งไปที่ห้องของหญิงสาว เขาเปิดไฟภายในห้องและพบเข้ากับไอ้เสือเผ่นและลูกน้องของมัน
“เฮ้ย พวกแกเป็นใคร แล้วเข้ามาในนี้ได้ยังไง ปล่อยคุณทิพย์เดี๋ยวนี้”
ไอ้เสือเผ่นรีบหยิบมีดขนาดเล็กขึ้นมาและเขวี้ยงใส่ไปที่ร่างของรวี แต่โชคดีที่เขาหลบมันได้ทัน ไอ้เสือเผ่นพุ่งกระโจนเข้าไปกอดรัดและต่อยเข้าที่หน้าของชายหนุ่มด้วยความเร็ว ทำให้ปืนที่อยู่ในมือของรวีหลุดมือและกระเด็นออกไป ลูกน้องของมันล็อกคอของทิพย์ธิดาไว้และพยายามดึงตัวของเธอให้เดินตามลงไปชั้นล่างของคฤหาสน์
เหล่าบรรดาคนรับใช้ที่อยู่ในเรือนของตัวเองสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงโวยวายต่อสู้กันมาจากตึกใหญ่ จึงรีบวิ่งตามมาช่วย บุษบาที่อยู่ภายในเรือนหลังเล็กเปิดประตูออกมาและรู้ว่าเหตุการณ์นี้ต้องมาจากแผนการของโฉมสุรางค์
ในเวลานี้รวีที่กำลังต่อสู้อยู่กับไอ้เสือเผ่นและกำลังฉุดกระชากเพื่อแย่งปืนที่ตกอยู่ อยู่ๆ ก็มีเสียงรถยนต์ที่ขับมาจอดด้วยความเร็ว คนที่ลงมาจากรถนั้นคืออมรและสหรัฐ พวกเขารีบวิ่งเขาไปภายในตึกและเห็นทิพย์ธิดาที่กำลังถูกล็อกตัวโดยลูกน้องของไอ้เสือเผ่น
“เฮ้ย! ปล่อยตัวคุณทิพย์เดี๋ยวนี้นะ” สหรัฐพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังและชี้ปืนชี้ไปที่ลูกน้องของไอ้เสือเผ่น
ทันใดนั้นทิพย์ธิดาได้จังหวะหล่อนรีบกัดเข้าไปที่แขนของลูกน้องของไอ้เสือเผ่นที่ล็อกคอเธอไว้
ลูกน้องไอ้เสือเผ่นทนเจ็บไม่ไหว สะบัดตัวหญิงสาวออกมา นายตำรวจหนุ่มใช้จังหวะนี้ยิงปืนสองนัดไปที่ร่างของลูกน้องไอ้เสือเผ่น ทำให้ลูกน้องของมันล้มกระเด็นลงไปนอนและตายในที่สุด
โฉมสุรางค์ที่อยู่ในห้องของเธอได้ยินเสียงทั้งหมด และรู้ว่ามีคนมาช่วยทิพย์ธิดาเธอจึงทำทีรีบวิ่งลงมาดูและแสร้งทำเป็นตกใจ “ตายแล้ว ตายแล้ว มีคนตายในบ้านมันเกิดอะไรขึ้นคะ” โฉมสุรางค์แสร้งทำท่าตกใจ
อมรหันไปพูดสวน “คุณอย่าเพิ่งถามอะไรมากเลย” เขารีบวิ่งขึ้นไปช่วยรวี สหรัฐและทิพย์ธิดาก็วิ่งตามหลังขึ้นไป เมื่อไปถึง สหรัฐชี้ไปทางไอ้เสือเผ่น ในขณะที่รวีและไอ้เสือเผ่นกำลังล้มลงไปฉุดกระชากกันอยู่ ทำให้สหรัฐหาจังหวะที่จะเหนี่ยวไกปืนไม่ได้ จนในที่สุดไอ้เสือเผ่นก็ยันตัวรวีลงไปที่พื้นอีกครั้งคร่อมร่างของชายหนุ่ม มันหยิบมีดขึ้นมาพร้อมที่จะแทงลงไปบนตัวของรวี สหรัฐเหนี่ยวไกปืนไปที่มือของมัน ทำให้มีดกระเด็นหลุดออกจากมือ ไอ้เสือเผ่นผงะด้วยความเจ็บปวด
“เฮ้ย หยุดเดี๋ยวนี้ ชูมือขึ้นและลุกขึ้นยืนช้าๆ” นายตำรวจหนุ่มพูดเสียงดังและชี้ปืนไปที่ไอ้เสือเผ่น
ไอ้เสือเผ่นชูมือทั้งสองข้างขึ้นและลุกขึ้นยืนช้าๆ มันพยายามเดินถอยหลังเพื่อไปใกล้หน้าต่าง และคิดจะหาจังหวะกระโดดหนีลงไป
เหล่าบรรดาคนใช้วิ่งมาหยุดดูบริเวณหน้าห้องในขณะที่เกิดเหตุการณ์ ทิพย์ธิดาวิ่งเข้าไปช่วยพยุงตัวรวีทันที ไม่นานหลังจากนั้น ไอ้เสือเผ่นก็พูดขึ้น “ไอ้พวกโง่ พวกเอ็งไม่มีทางจับข้าได้หรอก ข้าไอ้เสือเผ่นไม่เคยกลัวใคร” เมื่อพูดจบ มันก็หาจังหวะกระโดดลงไปทางหน้าต่าง โชคดีของไอ้เสือเผ่นที่ด้านล่างเป็นพุ่มไม้หนา เลยทำให้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สหรัฐอุทาน “เฮ้ย!” และรีบตามวิ่งลงไปที่ด้านนอกของคฤหาสน์เพื่อตามจับไอ้เสือเผ่น แต่ไอ้เสือเผ่นได้ใช้ความมืดและความว่องไวหลบหนีออกไปจากคฤหาสน์พร้อมด้วยสร้อยพระขรรค์
อมรรีบเข้าไปช่วยทิพย์ธิดาพยุงตัวชายหนุ่มลงมาที่ชั้นล่างของคฤหาสน์ “คุณไหวไหม คุณอย่าเป็นอะไรนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ทั้งสองพยุงตัวรวีให้มานั่งที่โซฟา โดยบรรดาคนรับใช้ รวมถึงโฉมสุรางค์เดินตามลงมา
ทิพย์ธิดาหันไปบอกกับบัว “เธอช่วยไปเอาชุดทำแผลกับผ้าชุบน้ำอุ่นมาให้ฉันทีนะ” บัวพยักหน้ารับและรีบออกไป รวีที่อยู่ในท่าทางที่เหนื่อยหอบและมีแผลฟกช้ำที่บริเวณหน้าเล็กน้อย หันมามองทิพย์ธิดาที่นั่งห่วงเขาอยู่ใกล้ๆ
“คุณเป็นอะไรไหมครับ ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”
“ดิฉันไม่เป็นอะไรค่ะ ดิฉันขอบคุณมากนะคะ” เธอพูดและมองชายหนุ่มด้วยสายตาเป็นห่วง
“ไอ้พวกโจรมันต้องการอะไรกัน ถึงได้กล้าบุกเข้ามาถึงที่นี่” อมรพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รู้เพียงแต่ว่าพวกมันพยายามจะเข้ามาทำร้ายดิฉัน แต่โชคดีที่คุณรวีมาช่วยดิฉันไว้ได้ทัน ถ้าดิฉันไม่มีคุณรวีดิฉันน่าจะแย่กว่านี้ค่ะ และก็ขอบคุณพวกคุณทั้งสองด้วยนะคะ” เธอพูดด้วยความขอบคุณ
รวีหันไปถามดอกเตอร์อมร ในขนาดที่บัวสาวใช้เดินเข้ามาพร้อมด้วยชุดทำแผลและผ้าชุบน้ำอุ่น “แล้วดอกเตอร์กับคุณสหรัฐรู้ได้ยังไงครับว่าพวกโจรมันบุกเข้ามาที่นี่”
“วิญญาณของท่านชายอดิศร ท่านไปหาผมครับ” เขาพูดด้วยเสียงจริงจัง ในขณะที่ทุกคนภายในห้องต่างมองเข้าด้วยความตกใจ มีเพียงบุษบาที่ยังคงยืนนิ่งอย่างเย็นชา
โฉมสุรางค์อุทานเสียงดัง “อะไรนะคะ วิญญาณของท่านชายอดิศรไปหาดอกเตอร์”
“ใช่ครับ ปกติผมก็ไม่เคยพบกับท่านมาก่อน แต่วันนี้มันแปลกเพราะในตอนที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือก็มีแสงสว่างสีขาวพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างและผมมองเห็นเป็นร่างของหม่อมเจ้าอดิศร ท่านมาบอกกับผมว่าคุณทิพย์ธิดากำลังตกอยู่ในอันตราย ผมเลยรีบโทรหาคุณสหรัฐและก็มาที่นี่ครับ”
นายจอมพูดขึ้น “โชคดีนะครับที่พวกคุณทั้งสองคนมาช่วยไว้ได้ทัน ไม่งั้นคุณรวีกับคุณทิพย์อาจจะแย่กว่านี้”
เขาพูดด้วยท่าทางจริงจัง ทิพย์ธิดาขมวดคิ้วและพูดเสริม “แต่ว่าใครกันที่เป็นคนส่งพวกนั้นมา ดิฉันว่าพวกมันตั้งใจวางแผนที่จะเข้ามาที่นี่ เพื่อจะทำร้ายดิฉัน” เมื่อเธอพูดจบเธอก็หยุดคิดไปสักครู่และเอามือไปแตะที่บริเวณช่วงต้นคอ
เธออุทานด้วยความตกใจ “สร้อยพระขรรค์หายไป! ดอกเตอร์คะ สร้อยพระขรรค์”
อมรพูดด้วยท่าทีสงสัยยิ่งขึ้น “แปลว่าพวกมันไม่ได้แค่ต้องการจะมาทำร้ายคุณเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องการสร้อยพระขรรค์ด้วย ต้องมีใครสักคนที่ส่งพวกมันมาแน่นอน” ในขณะที่เขาพูดโฉมสุรางค์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็มีท่าทีลุกลี้ลุกลน
เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “หรือว่าพวกมันรู้ข่าวว่าที่นี่เคยจัดงานโชว์เครื่องเพชรคะ พวกมันเลยตั้งใจจะเข้ามาที่นี่”
สหรัฐที่วิ่งออกไปตามหาไอ้เสือเผ่นบริเวณนอกตึก ก็วิ่งมาหยุดบริเวณพุ่มไม้ที่ไอ้เสือเผ่นกระโดดลงมาแต่ก็ไม่พบร่างของมันแล้ว เขามองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่มีวี่แววในขณะที่ไอ้เสือเผ่นหลบอยู่ในความมืดของต้นไม้ มันก็เดินกะเผลกออกไปทางด้านหลังคฤหาสน์
สหรัฐลองวิ่งไปทางด้านหลังของคฤหาสน์ จนเขามองเห็นหลังของไอ้เสือเผ่นเขารีบชูปืนขึ้นฟ้าและยิงขึ้นไปหนึ่งนัด
ปั้ง! ไอ้เสือเผ่นที่กำลังวิ่งอย่างกะเผลกก็ต้องหยุดชะงักและหันหลังกลับมามอง
“เอ็งจะหนีไปไหนไอ้เสือเผ่น” สหรัฐพูดและชี้ปืนไปที่ร่างของเสือเผ่น ในเวลาเดียวกันก็เกิดหมอกควันหนาขึ้นทันตาผิดปกติราวกับมีอะไรบางอย่างมาช่วยมันไว้ จนทำให้สหรัฐไม่สามารถมองเห็นร่างของไอ้เสือเผ่น มันเลยใช้เวลานั้นหลบหนีออกไปอีกครั้ง
สหรัฐรู้สึกตกใจและสงสัยว่าทำไมถึงเกิดหมอกหนาสีขาวขึ้นมาได้ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เขาอุทานและชี้ปืนไปรอบๆ เมื่อหมอกสลายไปเขาก็ไม่พบร่างไอ้เสือเผ่นแล้ว สหรัฐตัดสินใจวิ่งกลับมาที่คฤหาสน์และเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นในขณะที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่
ทุกคนหันไปมองสหรัฐ “คุณสหรัฐคะเป็นยังไงบ้าง ตามจับตัวไอ้เสือเผ่นได้ไหมคะ” ทิพย์ธิดาถามขึ้น ในขณะที่โฉมสุรางค์กำลังนั่งอยู่ด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล เพราะห่วงว่าหากไอ้เสือเผ่นถูกจับได้อาจจะถูกสาวมาถึงตนเอง
นายตำรวจหนุ่มก้มหน้าและค่อยๆ ส่ายหน้าเล็กน้อย “ผมไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องแปลกอะไรขึ้นอีก ผมวิ่งตามมันไปจนถึงสวนด้านหลังคฤหาสน์ แต่อยู่ๆ ก็มีหมอกสีขาวหนามาจากไหนไม่รู้เหมือนกับมีอะไรบางอย่างมาช่วยมันไว้”
อมรพูดเสริม “อาจจะเป็นเพราะมีใครบางคนบงการให้ไอ้เสือเผ่นมาขโมยสร้อยพระขรรค์ของคุณทิพย์ไป และไอ้พวกที่บงการก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสร้อยพระขรรค์นี้ด้วย” ทิพย์ธิดาเริ่มรู้สึกมีลางสังหรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ในเวลานี้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับอัคนีนาฏเทวี
“ดอกเตอร์ค่ะ หรือว่าอัคนีนาฏเทวีเป็นคนส่งไอ้เสือเผ่นมาคะ เพราะเท่าที่ดิฉันรู้มา ด้วยลำพังพลังอำนาจของเธอก็ไม่อาจเข้าใกล้สร้อยพระขรรค์นี้ได้ เลยคิดจะส่งคนพวกนี้มา” รวีมองหน้าเธอด้วยความเป็นห่วง
อมรหยุดนิ่งไปและหันไปมองเธอด้วยความเป็นห่วง “ถ้าเป็นอย่างที่คุณทิพย์ธิดาพูดงั้นก็แปลว่าคุณอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายนะครับ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นคุณทิพย์อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับจอมอสูรโดยตรง แต่ผมเชื่อว่า อีกไม่นานมันจะหาทางกำจัดคนทุกคนที่เกี่ยวข้องให้หมดไป”
“ผมขออนุญาตคุณทิพย์ใช้โทรศัพท์ที่นี่นิดหนึ่งนะครับ ผมจะโทรให้คนที่สถานีมาช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของที่นี่อีกครั้ง ระหว่างนี้ผมขอให้ทุกคนอยู่รวมกันภายในห้องนี้ก่อนนะครับ” สหรัฐพูดและเดินออกไปโทรศัพท์ โฉมสุรางค์นั่งกอดอกด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ
ไม่นานภายในเวลากลางดึกคืนนั้น รถของสถานีตำรวจและรถของทางโรงพยาบาลเข้ามาช่วยตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อทำแผนคดี และนำศพของลูกน้องไอ้เสือเผ่นออกไปจากคฤหาสน์ เมื่อทุกอย่างจบลง ทิพย์ธิดาพารวีขึ้นไปนอนบนห้องพักของเขา โดยมีนายจอมช่วยพยุงชายหนุ่มขึ้นไปด้วย เธอหันไปบอกกับนายจอม
“จอม ยังไงคืนนี้เธอนอนเฝ้าคุณรวีด้วยนะ และคืนนี้ฉันจะให้บัวไปอยู่เป็นเพื่อนฉันที่ห้องเอง” จอมพยักหน้ารับ
ทิพย์ธิดาที่นั่งอยู่บนเตียงข้างรวี เธอหันไปมองเขาด้วยแววตารู้สึกรักชายหนุ่มที่เพิ่มมากขึ้น “ยังไงคืนนี้ฉันจะให้นายจอมนอนเฝ้าคุณที่ห้องก่อนนะคะคุณรวี” เธอพูดและกำลังจะลุกขยับออกจากเตียง ชายหนุ่มคว้าแขนของเธอไว้และมองหน้าเธอด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
“ผมเป็นห่วงคุณนะครับคุณทิพย์” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอหันไปจับที่มือของรวี “วันนี้ดิฉันขอบคุณพวกคุณมากนะคะ หากไม่มีคุณฉันคงจะแย่แน่” เธอพูดและส่งยิ้มให้กับเขา ทั้งสองมองสบตากันและก็รู้ดีว่ามีความรักให้แก่กันมากมายเหลือเกิน
หญิงสาวพูดจบเดินออกไปจากห้องของรวีเพื่อไปดูความเรียบร้อยที่ด้านล่าง สหรัฐและอมรยังคงนั่งให้ข้อมูลกับทางตำรวจที่มาช่วยตรวจสอบ และเมื่อให้ข้อมูลจบ ทิพย์ธิดาก็เดินมากล่าวขอบคุณทั้งสองอีกครั้ง
“วันนี้ดิฉันและคนที่คฤหาสน์ต้องขอบคุณพวกคุณทั้งสองคนมากเลยนะคะ หากวันนี้ไม่ได้พวกคุณก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง” เธอพูดและมองหน้าทั้งสองด้วยความขอบคุณ
สหรัฐพูดเสริม “ด้วยความยินดีครับคุณทิพย์ แต่ผมยังเป็นห่วงพวกคุณอยู่นะ ยังไงสองสามวันนี้ผมจะส่งสายตรวจให้แวะมาตรวจที่นี่นะครับ” เธอพยักหน้ารับด้วยท่าทีขอบคุณ
อมรพูดต่อ “คุณทิพย์ครับ ต่อไปนี้คุณและคนที่นี่ต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิมนะครับ เพราะตอนนี้ผมเชื่อว่าพวกกลุ่มคนที่ไม่หวังดีได้สร้อยพระขรรค์ไปแล้ว มันอาจจะส่งคนหรืออะไรกลับมาทำร้ายพวกคุณอีก”
ทิพย์ธิดาฟังด้วยความตั้งใจ “ค่ะ ดิฉันจะระวังตัวให้มากขึ้นค่ะดอกเตอร์ และเราจะหาทางตามสร้อยพระขรรค์กลับมาได้ยังไงได้บ้างคะ ในเมื่อตอนนี้ก็ไม่รู้เลยว่าไอ้เสือเผ่นหนีไปอยู่ที่ไหน”
“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วงนะครับ ผมได้ให้ข้อมูลของไอ้เสือเผ่นไปกับทางตำรวจแล้ว อีกไม่นานเขาจะตามจับคนผิดมาให้ได้ครับ”
“ถ้ายังไงคืนนี้พวกเราขอตัวกลับกันก่อนนะครับ หากมีอะไรคุณทิพย์ติดต่อผมมาได้ตลอดเลยนะ” สหรัฐพูด
“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” ทิพย์ธิดายกมือไหว้ขอบคุณและเดินไปส่งทั้งสองขึ้นรถ

- READ มรดกมนตรา บทที่ 32 : แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกลืน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 31 : เธอ...ผู้ว่าจ้างความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 30 : เกมส์นี้...ข้าคือผู้วางกระดาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 29 : รอยยิ้มของคนที่ไม่ควรไว้ใจ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 28 : มารยาใต้รอยยิ้ม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 27 : ซ่อนวิญญาณ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 26 : เวรกรรมสั่งล้าง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 25 : สิ่งที่ถูกกำหนดไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 24 : เงื่อนงำในรอยเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 23 : ผู้ถูกครอบงำ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 22 : ความลับของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 21 : เลือดบุรุษบนแท่นบูชา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 20 : มนตร์ร้อยเล่ห์เทวีเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 19 : ราคาของความอยากได้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 18 : กลิ่นแห่งความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 17 : รอยยิ้มของซาตาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 16 : ซินแสของเอกภพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 15 : สังเวยรัก…แด่นางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 14 : เสียงกระซิบจากแผลเก่า
- READ มรดกมนตรา บทที่ 13 : การตื่นขึ้นของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 12 : การเผชิญหน้าที่ฟ้าลิขิตไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 11 : นางฟ้าในคราบอสรพิษ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 10 : เงาร้ายในร่างเธอ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 9 : ใต้หน้ากากนางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 8 : ไฟสุมทรวง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 7 : จอมเวทย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 6 : อดีตของวิญญาณร้าย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 5 : นางอสูรคืนชีพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 4 : วิญญาณบาปผู้คร่ำครวญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 3 : ปลดปล่อยเทวีมนตรา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 2 : การพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 1 : การมาถึงของหญิงสาว
- READ มรดกมนตรา : บทนำ







