
มรดกมนตรา บทที่ 29 : รอยยิ้มของคนที่ไม่ควรไว้ใจ
โดย : วัชรนริศ
![]()
มรดกมนตรา ผลงานของ วัชรนริศ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์ทาง anowl.co กับเรื่องราวของนักวิจัยสาวผู้ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับที่ได้รับคฤหาสน์โบราณกลางป่ากาญจนบุรีเป็นมรดกจากญาติที่ไม่เคยรู้จัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้กลับซ่อนคำสาป วิญญาณ และอดีตอันมืดมนที่รอการปลุกตื่น พร้อมการฟื้นคืนของ “อัคนีนาฏเทวี” อสูรสาวในตำนาน

หลายวันผ่านไป รุ่งเช้าภายในของคฤหาสน์วารีมรกต ทิพย์ธิดาเธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องนั่งเล่น รวีเดินลงมาจากบันไดและตั้งใจจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เขามองเห็นหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เลยหยุดยืนแอบมองเธออยู่บริเวณหน้าทางเข้าห้องนั่งเล่น เพราะชายหนุ่มเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในตัวของทิพย์ธิดาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทันใดนั้น โฉมสุรางค์ที่เดินตามหลังลงมาเห็นเขาจึงแวะเข้ามาทักทายเขา
“คุณรวีทำอะไรอยู่คะ มายืนอยู่ตรงนี้ทำไม” โฉมสุรางค์พูดเสียงดังและเดินเข้ามาจับมือเขา
ทิพย์ธิดาที่ได้ยินเสียงของเธอจึงหันออกมามอง และแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขาทั้งสองคน เธอทำท่าอ่านหนังสือต่อ
“คุณรวีคะ วันนี้เราไปพระนครกันเถอะค่ะ โฉมเบื่อจะแย่อยู่แล้วอยากจะออกไปช็อปปิง ทำผมทำเล็บนะคะ คุณไปกับโฉมหน่อยนะคะ” เธอพูดอย่างเล่นหูเล่นตา
“คุณโฉมครับ ผมว่าวันนี้ผมไม่อยากออกไปไหนครับ ถ้าคุณเบื่อผมจะให้ลุงวินัยไปส่งคุณนะครับ ผมขอตัว” เขาพูดจบแล้วก็รีบเดินกลับขึ้นห้องไปด้วยความหงุดหงิด
โฉมสุรางค์ถอนหายใจและทำท่าทางไม่พอใจ เธอเหลือบมองทิพย์ธิดาด้วยสายตาที่ค้อนเล็กน้อยและเดินสะบัดออกไปด้านนอก ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสือ เธอก็รู้ว่าในวันงานที่ผ่านมาเธอถูกโฉมสุรางค์ใส่ร้ายเธอ เพื่อให้เธอกลายเป็นจำเลยในสายตาของใครต่อใคร เธอกำลังคิดว่าเธอควรจะอยู่ให้ห่างจากโฉมสุรางค์คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
ที่โต๊ะทำงานของนายตำรวจหนุ่มสหรัฐ เขากำลังนั่งดูรูปถ่ายของวันงานเครื่องเพชรเพื่อการกุศล และหยิบภาพถ่ายของอัคคีรัตน์ขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างในตัวของเธอ
“คุณเป็นใครกันแน่นะคุณอัคคีรัตน์” เขาพูดพึมพำกับตัวเอง เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้นชายหนุ่มยกหูรับสาย “สวัสดีครับ”
“สวัสดีครับ คุณสหรัฐ ผมอมรนะ วันนี้จะเข้าไปที่คฤหาสน์วารีมรกต เลยตั้งใจจะชวนคุณเข้าไปด้วยกัน สนใจไหมครับ”
“ยินดีครับดอกเตอร์ ผมเองก็ตั้งใจอยากจะไปพูดคุยกับคุณรวีและคุณทิพย์ธิดาอยู่พอดี ผมคิดว่าพวกเขาก็รู้จักคุณอัคคีรัตน์น่ะครับ ผมเลยอยากลองพูดคุยกับทั้งสองด้วยเลย อาจจะมีข้อมูลใหม่อะไรบ้าง”
เสียงรถยนต์หยุดจอดหน้าคฤหาสน์ สหรัฐกับอมรเดินลงจากรถและเข้าไปด้านใน โดยมีนายจอมออกมาต้อนรับ
“สวัสดีครับ วันนี้มาพบคุณรวีหรือครับ เชิญทางนี้ครับ” นายจอมกล่าวและเดินนำพวกเขาไปในห้องทำงาน รวีที่กำลังนั่งดูภาพถ่ายวันงานประมูลเครื่องเพชรการกุศลอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง
“สวัสดีครับดอกเตอร์ สวัสดีครับคุณสหรัฐ วันนี้มาพบผมมีเรื่องอะไรหรือครับ”
“วันนี้พวกเรามาเรื่องคุณอัคคีรัตน์ครับ” นายตำรวจหนุ่มพูดและยิ้มเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นเชิญพวกคุณนั่งก่อนนะครับ” รวีตอบด้วยความสุภาพ
“วันนี้คุณทิพย์ธิดาไม่อยู่หรือครับ ผมมีเรื่องจะพูดคุยกับเธอด้วย อมรพูดเสริม
“อยู่ครับดอกเตอร์ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้จอมไปตามมาให้นะครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าบอกนายจอมที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“พวกคุณทั้งสองรู้จักกับคุณอัคคีรัตน์นานแล้วหรือยังครับ เพราะวันนี้ผมตั้งใจจะมาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีคนหายครับ” สหรัฐพูดด้วยแววตาจริงจัง
“คดีคนหาย ใครกันหรือครับ” รวีพูดด้วยน้ำเสียงสงสัยและขมวดคิ้ว
“คุณเอกภพครับ ไม่นานมานี้ผมเพิ่งได้รับมอบหมายจากแผนกสืบสวนให้ตามหาเบาะแสของคุณเอกภพ เขาเป็นนักธุรกิจชื่อดังน่ะครับ วันที่เขาหายตัวไปดูเหมือนคุณอัคคีรัตน์จะอยู่กับเขาด้วย” เขาพูดและหยิบรูปถ่ายของเอกภพออกมาวางไว้บนโต๊ะให้ชายหนุ่มดู
ในขณะเดียวกัน ทิพย์ธิดาเดินเข้ามาภายในห้อง “สวัสดีค่ะดอกเตอร์อมร สวัสดีค่ะคุณคือ…” หญิงสาวทักทายและมองไปที่สหรัฐ
ทั้งสามยืนขึ้นเล็กน้อย “สวัสดีครับผมร้อยตำรวจเอกสหรัฐครับ”
เขาพูดและส่งยิ้มหวานให้เธอ “ค่ะ สวัสดีค่ะคุณสหรัฐ” เธอตอบด้วยแววตาเขินและยิ้มเล็กน้อย
รวีมองเห็นท่าทีของทั้งสองและรู้สึกหึงหวง แต่ไม่สามารถแสดงออกอะไรได้ มีเพียงสายตาที่แอบหวงอยู่ลึกๆ
“วันนั้นคุณทิพย์ธิดาสวยมากเลยนะครับ เล่นทำผมกับดอกเตอร์นี่ตะลึงกันไปเลย” สหรัฐพูดเสริม
ทิพย์ธิดาหัวเราะเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า คือก่อนที่คุณจะเดินเข้ามาผมคุยกับคุณรวีคุยเรื่องของคุณเอกภพนะครับ คือวันนี้ผมตั้งใจจะมาสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากคนที่คิดว่าน่าจะรู้จักกับคุณอัคคีรัตน์ เพราะว่าวันที่คุณเอกภพหายตัวไป เธอก็เป็นคนเดียวที่อยู่กับเขาด้วย ผมเลยอยากจะสอบถามพูดคุยเรื่องของเธอน่ะครับ”
ทิพย์ธิดามองด้วยแววตาตั้งใจฟัง “จริงๆ แล้วดิฉันเองก็เพิ่งรู้จักคุณอัคคีรัตน์ได้ไม่นานมานี้ค่ะ น่าจะรู้จักพร้อมๆ กับคุณรวี พวกเราเจอเธอในงานการกุศลงานหนึ่ง รู้แค่เพียงว่าเธอเป็นคนที่ชอบสะสมเครื่องเพชรโบราณและก็เพิ่งจะมาเริ่มออกงานได้ไม่นานมานี้เองค่ะ” เธอพูดอย่างจริงจัง
“และไม่กี่สัปดาห์ก่อน เธอก็เป็นคนมาติดต่อดิฉันกับคุณรวีเพื่อขอใช้คฤหาสน์นี้เป็นสถานที่จัดงานการกุศลของเธอนะคะ เธอขอให้ดิฉันและคุณโฉมสุรางค์เดินใส่เครื่องเพชรของเธอเพื่อเปิดงาน”
“และคุณทั้งสองรู้จักกับคุณเอกภพด้วยไหมครับ” สหรัฐถามต่อ
“คุณเอกภพผมเองก็เจอเขาตามงานอยู่ไม่กี่ครั้งนะครับ รู้แค่ว่าเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ และก็น่าจะรู้จักกับคุณหญิงช่อผกาด้วย แต่ส่วนตัวผมเองก็ไม่เคยคุยกับเขาครับ” รวีตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“และคุณได้ไปสอบถามกับทางคนอื่นๆ หรือคุณหญิงช่อผกามาหรือยังคะคุณสหรัฐ” หญิงสาวมองด้วยความสนใจ
“ผมไปสอบถามทุกคนที่คิดว่าพอจะมีเบาะแสของคุณเอกภพมาแล้วครับ รวมถึงคุณอัคคีรัตน์ด้วย แต่ผมอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน เหมือนว่าผมรู้สึกแปลกๆ กับเธอ” รวี ทิพย์ธิดา และอมรมองหน้ากัน
“พวกเราก็คงรู้สึกแบบเดียวกันกับคุณละครับ เพราะว่าเธอดูลึกลับและก็เหมือนมีอะไรบางอย่าง” อมรพูดด้วยท่าทางครุ่นคิด
“ตั้งแต่การปรากฏตัวของเธอ ก็มีเรื่องอะไรแปลกๆ ที่ผมเองก็หาคำอธิบายไม่ได้” สหรัฐพูดเสริมด้วยท่าทีกังวลใจ
“อือ…คุณสหรัฐจำวันที่ผมพบคุณครั้งแรกได้ไหมครับ วันนั้นคุณเองถูกเจ้าอสุรกายพยายามจู่โจมทำร้ายคุณ มันอาจจะมาจากการที่พวกมันรับรู้ว่าคุณกำลังตามสืบเรื่องของคุณเอกภพก็เป็นไปได้”
“ดอกเตอร์กำลังจะบอกผมว่า การที่มันพยายามจะทำร้ายผมเพราะไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหมครับ แต่อาจจะมีใครส่งมันมา” สหรัฐพูดและนึกถึงอัคคีรัตน์
“วันนั้นตอนหัวค่ำผมกำลังจะขับรถออกจากสถานี จู่ๆ ผมก็เจอผู้ชายสองคนมายืนขวางทางรถผมไว้ พอใกล้จะถึงบ้าน ผมก็เจอพวกเขาทั้งสองคนอีกครั้ง แต่อยู่ๆ ชายสองคนนั้นก็กลับกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ และมันพยายามจะทำร้ายผม กระสุนธรรมดาก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ ดีนะครับที่ดอกเตอร์อมรมาเจอผมตอนนั้น ถ้าไม่อย่างนั้นผมเองก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้” เขาพูดและสบตาอมรด้วยสีหน้าขอบคุณ
“วันนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ผมมีลางสังหรณ์แปลกๆ เกรงว่าจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอีก ขณะที่ผมขับรถ ผมบังเอิญเห็นกลุ่มควันสีดำแบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ มันพุ่งลอยห่างจากรถของผมไปไม่ไกล ผมเลยตัดสินใจตามรอยพวกมันไป และก็ไปเจอรถคุณสหรัฐเข้าครับ” อมรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
หญิงสาวอุทาน “กลุ่มควันสีดำหรือคะ” เธอพูดและครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ใช่ครับ เพราะก่อนที่คุณสหรัฐจะพบกับพวกมัน ผมเคยเจอกับพวกมันมาแล้ว และพวกอสูรรับใช้พวกนั้นก็เคยพยายามเล่นงานผมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่โชคดีที่ผมมีกริชอาคมคอยปกป้องเอาไว้เลยทำให้ผมรอดมาได้ และไม่นานมานี้ พวกมันก็กลับมาเล่นงานผมอีกครั้งแต่มาพร้อมกับอัคนีนาฏเทวีนายหญิงของพวกมัน”
สหรัฐพูดด้วยความสนใจ “อัคนีนาฏเทวี เอ๊ะ ผมคุ้นชื่อนี้ครับ ใช่เรื่องที่ดอกเตอร์เคยเล่าให้ผมฟังใช่ไหมครับ ถึงตำนานราชินีผู้ถูกสาป”
อมรยิ้มเล็กน้อย “ใช่ครับ ในเวลานี้เธอได้ฟื้นคืนพลังกลับมาอีกครั้ง และการที่พวกเราทั้งหมดมานั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ มันอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ถูกลิขิตไว้แล้ว”
“และดอกเตอร์คิดว่า เรื่องตำนานคำสาปอะไรนั้น กับการหายตัวไปของคุณเอกภพ คุณอัคคีรัตน์เธอน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันไหมครับ” รวีพูดด้วยความสงสัย
“พวกคุณเชื่อเรื่องชาติภพกันไหมครับ ถ้าหากผมจะบอกว่า คุณทิพย์ธิดา คุณรวี และผม ในอดีตชาติเคยมีส่วนเกี่ยวข้องในการผนึกวิญญาณอมตะของเธอ” อมรพูดและเดินไปที่หน้าต่าง
“ดิฉันเชื่อคุณค่ะดอกเตอร์ เพราะทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น ท่านชายอดิศรเธอเป็นคนพาฉันกลับไปให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ฉันเลยคิดว่า การกลับมาของอัคนีนาฏเทวีในครั้งนี้ เธอคงต้องการที่จะแก้แค้นพวกเราทุกคน รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องด้วย” ทิพย์ธิดาพูดและหันไปมองสหรัฐ
“ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่กันแน่ แต่ผมรู้เพียงแค่ว่าผมต้องจับตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้” สหรัฐพูดด้วยแววตากล้าหาญ
โฉมสุรางค์เดินเข้ามาภายในห้องด้วยท่าทีสนใจ “สวัสดีค่ะทุกคน แหมๆ วันนี้ที่บ้านเราครึกครื้นนะคะมีแขกมาเยี่ยมก็ไม่บอกกันบ้างเลยค่ะ สวัสดีค่ะดอกเตอร์อมร สวัสดีค่ะคุณ…เอ่อ” เธอพูดและมองด้วยแววตาสนใจ
“สวัสดีครับผมร้อยเอกสหรัฐครับ” เขาพูดและยิ้มเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะคุณสหรัฐ ดิฉันโฉมสุรางค์ เป็นคู่หมั้นของคุณรวีค่ะ แหม วันนี้มีตำรวจมาถึงที่นี่คงไม่ใช่เรื่องดีหรอกใช่ไหมคะ มีเรื่องอะไรกันหรือคะ”
รวีพูดเสริม “วันนี้คุณสหรัฐเขามาสืบข้อมูลคนหายเพิ่มเติมน่ะครับคุณโฉม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล
“ใครหายหรือคะ บางทีดิฉันอาจจะรู้จัก” เธอพูดและเดินมานั่งข้างๆ รวี
“คุณเอกภพครับ เขาเป็นนักธุรกิจที่ออกงานสังคมบ่อยๆ เขาหายตัวไปหลายวันแล้ว ไม่ทราบว่าคุณโฉมสุรางค์รู้จักเขาไหมครับ” สหรัฐพูดและยื่นภาพถ่ายให้เธอดู
“เอ๊ะ! โฉมคุ้นๆ หน้าเขาจังเลยค่ะ ขอนึกสักครู่นะคะ” เธอนั่งมองภาพถ่ายและขยับปาก
“นึกออกแล้วค่ะ นี่มันคุณเอกภพที่เป็นนักธุรกิจชื่อดัง โฉมเคยทำธุรกิจร่วมกับเขานะคะ แล้วตอนนี้เขาหายตัวไปหรือคะ ตายละ แล้วคุณสหรัฐไปถามกับคนอื่นๆ มาบ้างหรือยังคะ”
“ผมไปสอบถามข้อมูลจากหลายๆ คนมาแล้วครับ จนมาถึงที่นี่ละครับ” เขาพูดและมองเธออย่างสนใจ
“ค่ะ นี่ก็เย็นมากแล้ว ยังไงดิฉันขอเชิญดอกเตอร์และคุณสหรัฐร่วมทานอาหารกันไปเลยนะคะ อยู่กันหลายๆ คนสนุกดีค่ะ จริงไหมคะรวี” เธอพูดและหันไปจับที่แขนของชายหนุ่ม
“ก็ดีนะคะ นานๆ ทีจะมีแขกมา ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณสหรัฐกับดอกเตอร์นะคะ” ทิพย์ธิดาพูดและลุกขึ้น
“ดีเลยครับ ถือว่าวันนี้มาฝากท้องกับคุณทิพย์ด้วยเลย” เขาพูดและมองเธออย่างดีใจ รวีที่ยืนอยู่รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับท่าทีของสหรัฐที่มีต่อทิพย์ธิดา ดอกเตอร์อมรสังเกตเห็นสายตาที่แอบหึงหวงของรวีต่อทิพย์ธิดา และอมยิ้มเล็กน้อย
เมื่อทั้งห้าคนทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว ทิพย์ธิดา รวี และโฉมสุรางค์เดินมาส่งสหรัฐและอมรกลับขึ้นรถบริเวณหน้าตึก
สหรัฐที่เดินข้างๆ ทิพย์ธิดาเอ่ยขึ้น “วันนี้ผมขอบคุณคุณทิพย์มากเลยนะครับ อาหารวันนี้อร่อยมาก”
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย “ด้วยความยินดีค่ะคุณสหรัฐ”
“เอ่อ…ถ้าไม่รังเกียจครั้งหน้าผมขออนุญาตเชิญคุณไปทานข้าวด้วยกันอีกได้ไหมครับ” สหรัฐพูดเสริมด้วยแววตามีความหวัง
“เอ่อ…” ทิพย์ธิดามีท่าทีเขินอายและลังเล เธอหันไปมองรวีเล็กน้อย เขายืนมองเธอด้วยแววตาที่หึงหวง ในขณะที่โฉมสุรางค์ยืนกอดแขนเขาอยู่
“อย่างนั้นก็ได้ค่ะคุณสหรัฐ ไว้ดิฉันจะไปทานข้าวด้วยกันกับคุณนะคะ” เธอพูดเพราะอยากจะแกล้งรวี
โฉมสุรางค์พูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงสูง “แหม ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยนะคะ คุณทิพย์จะได้ไม่เหงาไงคะ จริงไหมคะรวี” ชายหนุ่มมองทิพย์ธิดาด้วยแววตาไม่ค่อยพอใจและรีบหลบตาเธอ
เขาทำได้เพียงแค่พูดอย่างเย็นชา “ครับ”
ทิพย์ธิดา รวี และโฉมสุรางค์กล่าวสวัสดีและส่งทั้งสองคนขึ้นรถ
“เขากลับกันไปแล้ว เรากลับเข้าบ้านกันเถอะค่ะรวี อยู่ข้างนอกนานเกรงจะไม่สบาย” โฉมสุรางค์พูดและควงแขนชายหนุ่มเดินเข้าไปภายในบ้าน ชายหนุ่มแอบชำเลืองมองทิพย์ธิดาเล็กน้อย ส่วนเธอก็แอบมองเขาเช่นกันและเดินตามหลังเข้าไปภายในบ้าน
ระหว่างทางสหรัฐกำลังขับรถไปส่งอมร และเขาก็ได้พูดขึ้นถึงทิพย์ธิดาว่า “ดอกเตอร์ครับคุณว่าคุณทิพย์ธิดาเธอเป็นคนยังไงหรือครับ”
“อือ…ผมก็ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยนะครับ และก็ฉลาด กิริยาท่าทางเธอก็เป็นกุลสตรี คุณสหรัฐถามผมทำไมหรือครับ หรือว่าคุณชอบเธอเข้าแล้ว” อมรพูดด้วยน้ำเสียงปนอมยิ้มเล็กน้อย
สหรัฐขับรถไปและอมยิ้ม “ผมคิดว่าผมสนใจเธอนะ” อมรฟังแล้วยิ้มแเต่ไม่กล้าพูดอะไร

- READ มรดกมนตรา บทที่ 31 : เธอ...ผู้ว่าจ้างความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 30 : เกมส์นี้...ข้าคือผู้วางกระดาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 29 : รอยยิ้มของคนที่ไม่ควรไว้ใจ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 28 : มารยาใต้รอยยิ้ม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 27 : ซ่อนวิญญาณ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 26 : เวรกรรมสั่งล้าง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 25 : สิ่งที่ถูกกำหนดไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 24 : เงื่อนงำในรอยเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 23 : ผู้ถูกครอบงำ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 22 : ความลับของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 21 : เลือดบุรุษบนแท่นบูชา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 20 : มนตร์ร้อยเล่ห์เทวีเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 19 : ราคาของความอยากได้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 18 : กลิ่นแห่งความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 17 : รอยยิ้มของซาตาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 16 : ซินแสของเอกภพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 15 : สังเวยรัก…แด่นางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 14 : เสียงกระซิบจากแผลเก่า
- READ มรดกมนตรา บทที่ 13 : การตื่นขึ้นของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 12 : การเผชิญหน้าที่ฟ้าลิขิตไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 11 : นางฟ้าในคราบอสรพิษ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 10 : เงาร้ายในร่างเธอ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 9 : ใต้หน้ากากนางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 8 : ไฟสุมทรวง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 7 : จอมเวทย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 6 : อดีตของวิญญาณร้าย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 5 : นางอสูรคืนชีพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 4 : วิญญาณบาปผู้คร่ำครวญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 3 : ปลดปล่อยเทวีมนตรา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 2 : การพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 1 : การมาถึงของหญิงสาว
- READ มรดกมนตรา : บทนำ






