
มรดกมนตรา บทที่ 41 : ใต้ปีกนางพญา
โดย : วัชรนริศ
![]()
มรดกมนตรา ผลงานของ วัชรนริศ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์ทาง anowl.co กับเรื่องราวของนักวิจัยสาวผู้ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับที่ได้รับคฤหาสน์โบราณกลางป่ากาญจนบุรีเป็นมรดกจากญาติที่ไม่เคยรู้จัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้กลับซ่อนคำสาป วิญญาณ และอดีตอันมืดมนที่รอการปลุกตื่น พร้อมการฟื้นคืนของ “อัคนีนาฏเทวี” อสูรสาวในตำนาน
เมื่อถึงเวลายามเย็น รวีขับรถพาทั้งสี่คนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของอสูรสาว พวกเขาเดินลงจากรถโดยที่รวีเดินเข้าไปกดกริ่งหน้าบ้าน อัคนีนาฏเทวีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หินของเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าศัตรูของเธอได้มาถึงอย่างพร้อมหน้ากันแล้ว เธอจำแลงกายเป็นอัคคีรัตน์ สาวสวยลึกลับในชุดเดรสสีดำลูกไม้เดินออกไปรอต้อนรับทั้งสี่คนที่สนามหญ้าหน้าบ้าน สมิงดงเดินออกไปเปิดประตูรับแขก
“สวัสดีครับ พวกเรามาขอพบคุณอัคคีรัตน์ครับ” รวีกล่าวอย่างสุภาพ
บ่าวผู้รับใช้ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เดินมาเปิดประตูและเดินกลับเข้าไปราวกับรับรู้ล่วงหน้าว่าทั้งสี่คนจะมาที่นี่ เมื่อทั้งสี่คนเดินเข้ามาภายในบ้าน บรรยากาศวันนี้ดูแตกต่างกว่าทุกวัน หมอกหนาจัดลอยฟุ้งอยู่ทั่วสนามหญ้าหน้าบ้านทั้งที่เป็นเวลายามเย็น พวกเขารับรู้ได้ถึงบรรยากาศความผิดปกติของบ้าน เมื่อทั้งหมดเดินเข้าใกล้ตัวบ้าน อัคคีรัตน์ก็ค่อยๆ เดินออกมาจากม่านหมอกอย่างช้าๆ
“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ตั้งใจมาพร้อมหน้ากันเลยนะคะ” อัคคีรัตน์พูดปนยิ้มที่มุมปาก
ทิพย์ธิดากล่าวทักทาย “สวัสดีค่ะคุณอัคคีรัตน์”
รวียิ้มทักทาย “สวัสดีครับคุณอัคคีรัตน์” อมรและสหรัฐยกมือสวัสดีเล็กน้อย
“ทั้งสี่ท่านวันนี้มาหาฉันถึงที่นี่ ดิฉันรู้สึกดีใจมากเลยนะคะวันก่อนคุณสหรัฐก็เพิ่งมาเอง” อัคคีรัตน์พูดปนยิ้มและสบตากับทั้งสี่คน
“วันนี้พวกเราตั้งใจจะมาเยี่ยมคุณอัคคีรัตน์นะคะ” ทิพย์ธิดากล่าว
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าอย่างนั้นเชิญเข้าไปนั่งในบ้านดีกว่าค่ะ” อัคคีรัตน์พูดและเดินนำทางไปห้องรับแขก
ทั้งสี่คนเดินตามเข้ามาและนั่งลงที่เก้าอี้ “ดีเลยนะคะ พวกคุณมาทันมื้อเย็นพอดีเลย จะได้ทานอาหารเย็นร่วมกันไปเลย” อัคคีรัตน์กล่าว
“บ้านคุณอัคคีรัตน์สวยมากเลยนะครับ” รวีพูดและมองไปรอบๆ
“ขอบคุณค่ะ จริงๆ ถ้าไม่นับคนรับใช้ ฉันก็อยู่ที่นี่คนเดียวนะคะ”
รวีพยายามออกอุบายเพื่อที่จะรั้งเธอไว้ “จะเป็นอะไรไหมครับ ถ้าพวกเราขอเดินชมรอบๆ บ้าน”
“ได้สิคะ เดี๋ยวดิฉันพาพวกคุณเดินชมค่ะ” อัคคีรัตน์มองหน้ารวีด้วยความอ่อนโยน “เว้นแต่คุณสหรัฐคงไม่อยากเดินชมแล้วมั้งคะ เพราะเหมือนวันก่อนก็ได้เดินตรวจตรารอบบ้านดิฉันไปแล้ว” เธอพูดและหันไปมองตำรวจหนุ่มเล็กน้อย
“ครับ ผมเองก็ต้องขอบคุณที่มีโอกาสได้เดินชมรอบๆ บ้าน ยังไงพวกคุณเดินชมกันก่อนได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมนั่งรออยู่ที่นี่ละ” นายตำรวจหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ดอกเตอร์อมรรีบพูดเสริม “ช่วงนี้ขาผมไม่ค่อยดี ยังไงผมอยู่นั่งเป็นเพื่อนกับคุณสหรัฐที่นี่ดีกว่าครับ พวกคุณเดินกันตามสบายกันก่อนเลยนะครับ”
เมื่ออมรพูดจบ อัคคีรัตน์ก็ลุกขึ้นและเดินนำทางทิพย์ธิดาและรวีไปชมรอบบ้านของเธอ “ถ้าอย่างนั้นเชิญพวกคุณทั้งสองตามมาทางนี้ดีกว่าค่ะ ดิฉันจะพาไปชมห้องสะสมของดิฉันนะคะ”
ไม่นาน ระหว่างที่อัคคีรัตน์เดินพาทั้งสองไปชมห้องอื่นๆ สหรัฐรีบพาอมรเดินลงบันไดไปอย่างห้องใต้ดิน เมื่อไปถึงทั้งสองมองหาทางเข้าห้องลับ สหรัฐพยายามเดินไปแตะรอบๆ บริเวณผนังห้องเพื่อหากลไกเปิดประตูห้องลับ แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติ ราวกับห้องทั้งห้องถูกบดบังสายตาจากพลังมนตราบางอย่าง
อมรจึงรวบรวมสมาธิและพนมมือท่องคาถาบางอย่าง ไม่นานผนังของห้องก็กลับกลายเป็นประตูลับบางอย่างปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความหวาดหวั่น สหรัฐค่อยๆ เดินเข้าไปผลักประตู สิ่งที่อยู่หลังประตูนั้นกลายเป็นบันไดที่ต้องเดินลงไปอีก ทั้งสองเดินลงบันไดไปเรื่อยๆ จนไปถึงชั้นล่างสุด จึงพบว่ารอบๆ ห้องด้านล่างเป็นคุกใต้ดินโบราณขนาดใหญ่ บรรยากาศมืดสลัว และฝุ่นสกปรกเกาะคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ มีเพียงคบไฟโบราณที่ถูกจุดตั้งอยู่เป็นระยะๆ
โฉมสุรางค์ที่ถูกขังอยู่ ได้ยินเสียงของคนที่เดินเข้ามา เธอจึงส่งเสียงร้องเรียกให้คนมาช่วย หญิงสาวเดินมาเกาะที่ลูกกรงและส่งเสียง
“ใครอยู่ตรงนั้น ช่วยฉันด้วยใครก็ได้”
อมรและสหรัฐรู้ทันทีว่าเสียงนี้คือโฉมสุรางค์ พวกเขาทั้งสองรีบเดินตรงเข้าไปที่ห้องขังนั้น และได้พบกับหญิงสาวในที่สุด
“คุณโฉม!” ดอกเตอร์อมรอุทาน
“พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” โฉมสุรางค์ถามด้วยความดีใจปนสงสัย
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย เอาเป็นว่าพวกเราจะช่วยคุณออกมาก่อนนะครับ” นายตำรวจหนุ่มพูดและรีบคว้าปืนออกมายิงใส่กุญแจประตูลูกกรง เขายิงไปสองนัดแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าประตูลูกกรงจะเปิดออกได้เลย อมรเห็นท่าไม่ดี เพราะใช้เวลาอยู่ตรงนี้นานและเขารู้ทันทีว่าห้องขังนี้ไม่น่าจะใช้ห้องขังธรรมดา อาจจะถูกลงอาคมอะไรเอาไว้
“คุณสหรัฐถอยออกมาก่อน” อมรพูดและผายมือออก เกิดแสงสีทองเจิดจรัสขึ้นบนฝ่ามือของเขา ตรีศูลสุริยะพิโรธปรากฏขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มจับด้ามของตรีศูลนั้นฟันเข้าไปที่กุญแจของห้องขังทันที
พลังของตรีศูลได้ทำลายอาถรรพณ์ลง ประตูห้องขังถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย โฉมสุรางค์รีบเดินออกมาจากห้องขังทันทีด้วยท่าทีตื่นกลัว
“พวกเราไปจากตรงนี้กันก่อนดีกว่าครับ ผมว่าพวกมันน่าจะรู้แล้วว่าเรามาช่วยคุณโฉม” สหรัฐหันไปพูดกับทุกคน ทั้งสามที่กำลังเดินกลับขึ้นไปก็ต้องผงะด้วยความตกใจ เพราะอัคคีรัตน์กำลังค่อยๆ เดินลงมาราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีคนมาช่วยหญิงสาว
อสูรสาวในร่างของอัคคีรัตน์เดินลงมาอย่างช้าๆ พร้อมกับผู้รับใช้ของเธอทั้งสองคนที่เดินตามหลังมาด้วย “สวัสดีอีกครั้งนะคะดอกเตอร์ คุณสหรัฐ แหม ดิฉันเผลอนิดเดียวก็รีบลงมาหาคุณโฉมสุรางค์เลยหรือคะ” เธอพูดและยิ้มเย้ยเล็กๆ
“นางแม่มด ทำไมแกไม่ปล่อยพวกเราไปเสียที แกต้องการอะไรกันแน่” โฉมสุรางค์พูดสวนด้วยความโกรธ
“ดิฉันบอกแล้วยังไงล่ะคะ ว่าคุณน่ะยังมีประโยชน์กับดิฉัน ถ้าดิฉันไม่พาคุณมาที่นี่ มีหรือศัตรูทั้งสี่คนจะได้มาปรากฏตัวพร้อมกันแบบนี้”
“คุณหมายถึงอะไรคุณอัคคีรัตน์” นายตำรวจหนุ่มพูด
“ก็หมายความว่า ดิฉันต้องการที่จะจัดการกับพวกคุณทีเดียวไงล่ะ” อสูรสาวพูดและยิ้มที่มุมปาก
“ไม่มีใครกลัวพวกแกหรอก พวกแกมันก็แค่อมนุษย์” โฉมสุรางค์พูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“แน่ใจหรือคะ” เมื่ออัคคีรัตน์พูดจบควันสีดำก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ หญิงสาวคืนร่างกลับมาเป็นอัคนีนาฏเทวีอีกครั้ง อมรและสหรัฐที่เห็นพลังของเธอต่างก็หยุดมองด้วยความตกตะลึง
“ปักษาดำ สมิงดง จับตัวพวกมันเอาไว้” หญิงสาวออกคำสั่ง
“พวกคุณถอยออกไป” อมรพูดและเดินก้าวขึ้นมาข้างหน้า ชายหนุ่มพนมมือขึ้นอีกครั้งและสวดร่ายคาถาเพื่อเรียกตรีศูลออกมา แต่ยังไม่ทันจะได้สวดจบ ปักษาดำก็พุ่งตัวเข้ามาบีบคออมรด้วยความเร็ว สหรัฐที่ยืนอยู่ด้านหลังชี้ปืนไปทางปักษาดำ
“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยดอกเตอร์” นายตำรวจหนุ่มพูดตะคอกเสียงดัง
อมรที่กำลังถูกบีบคอจนเท้าที่ยืนอยู่ลอยไม่ติดพื้น เขาพยายามกลั้นใจสวดอีกครั้ง จนตรีศูลปรากฏลอยเหนืออยู่ข้างตัวเขา ชายหนุ่มรีบคว้าอาวุธและฟาดพลังของตรีศูลใส่ปักษาดำจนกระเด็นออกไป
สหรัฐกับโฉมสุรางค์รีบเข้ามาประคองหลังอมรไว้และพยายามวิ่งหนี โดยมีสมิงดงและปักษาดำที่กำลังไล่ตามหลังมาติดๆ สหรัฐยิงปืนใส่ไปที่พวกมันหลายนัด แต่กลับไม่ระคายผิวพวกมันเลย
เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ทิพย์ธิดาและรวีที่กำลังทำท่าทียืนชมของสะสมอยู่นั้นต้องสะดุ้งตกใจ และรู้ทันทีว่าอมรและสหรัฐกำลังตกอยู่ในอันตราย
“เสียงปืนนี่คะคุณอัคคีรัตน์!” ทิพย์ธิดาพูดด้วยท่าทีตกใจ
“ใช่ครับ ผมขอออกไปดูข้างนอกก่อนนะครับ” รวีพูดเสริมและเดินออกไป แต่อัคคีรัตน์คว้าแขนของชายหนุ่มไว้ และใช้พลังสะกดจิตของเธอทำให้เขาหยุดนิ่งอยู่กับที่
“คุณรวีจะไปไหนคะ”
ชายหนุ่มถูกสะกดจิตให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ทิพย์ธิดาเมื่อเห็นดังนั้นก็พยายามรีบเดินเข้าไปใกล้รวี
“คุณรวีคะ คุณรวี” เธอเดินไปจับมือเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกตัวยืนนิ่งเฉยราวกับถูกสะกดไว้
“คุณทำอะไรกับคุณรวี” ทิพย์ธิดาหันไปถามอัคคีรัตน์ด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ และมองเธอด้วยความท้าทาย
อัคคีรัตน์ยิ้มเล็กน้อย “ดิฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ ก็แค่…สะกดเขาไว้เท่านั้น” เธอถอนหายใจและพูดต่อ “พวกคุณคิดว่าดิฉันไม่รู้หรือคะ ว่าการที่พวกคุณมาหาดิฉันพร้อมกันถึงที่นี่ คงไม่ได้แค่ต้องการมาหาดิฉันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการจะมาช่วยโฉมสุรางค์”
ทิพย์ธิดาจ้องหน้าอัคคีรัตน์ด้วยความโกรธ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็หมายความว่า คุณโฉมสุรางค์ถูกจับอยู่ที่นี่จริงๆ”
อัคคีรัตน์ที่กำลังจ้องมองหญิงสาว ค่อยๆ เยื้องย่างเดินผ่านเธอไปที่ด้านหลัง “ก็ใช่น่ะสิคะ ที่ดิฉันนำตัวเธอมาไว้ที่นี่ก็เพราะต้องการให้เธอมาเป็นเหยื่อล่อให้พวกคุณมาหาฉันที่นี่ยังไงล่ะ”
ทิพย์ธิดาหันหลังกลับไปมองอัคคีรัตน์แต่ก็ไม่เห็นร่างของเธอ ได้ยินเพียงเสียงพูดของเธอที่ดังลอยไปมาอยู่ใกล้ๆ รวีที่ยืนนิ่งก็เริ่มขยับตัวและเดินออกไปราวกับถูกสะกดจิต
“คุณรวี คุณจะไปไหนคะ ทิพย์ธิดาพูดและรีบคว้าแขนของชายหนุ่มไว้ รวีสะบัดแขนออกด้วยความแรงแต่เธอก็ยังคงพยายามรั้งเขาไว้
“คุณจะไปไหน ตอนนี้ไปไม่ได้นะมันอันตราย” หญิงสาวพยายามรั้งตัวเขาไว้ แต่ด้วยพลังจากมนตร์สะกดทำให้ชายหนุ่มออกแรงสลัดหญิงสาวจนล้มลงไปนั่ง
ทิพย์ธิดาพยายามวิ่งตามเขาไป ตอนนี้รวีเดินมาด้วยท่าทีของคนละเมอมาหยุดอยู่ที่ห้องเทวาลัย ภายในห้องมีไฟที่ถูกจุดอยู่โดยรอบสว่างไสวเสมือนกับเป็นการต้อนรับทุกคนที่มาในวันนี้
ทิพย์ธิดาที่เดินตามชายหนุ่มเข้ามาก็ต้องรู้สึกตกใจเมื่อมองไปรอบห้อง “ที่นี่มันคือห้องอะไรกัน” เมื่อหญิงสาวพูดจบ เปลวไฟที่ถูกจุดอยู่รอบเทวาลัยก็พวยพุ่งลุกโชนอีกครั้งจนทำให้เธอต้องตกใจ
ในเวลานี้เบื้องหน้าของเธอและรวีคือบัลลังก์หินโบราณที่ยิ่งใหญ่ มีสตรีในชุดโบราณที่นั่งอยู่อย่างน่าเกรงขาม
“ขอต้อนรับสู่เทวาลัยของข้านะทิพย์ธิดา” อัคนีนาฏเทวีกล่าวด้วยเสียงที่ทรงอำนาจ
“เธอ! อัคคีรัตน์” ทิพย์ธิดาอุทานชื่อขึ้น
“จะเรียกข้าว่าอัคคีรัตน์ หรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งของข้าว่าอัคนีนาฏเทวีก็ได้นะ” เธอพูดด้วยเสียงที่ดุดันและท้าทาย
“เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันก็เพราะท่านใช่ไหม การที่คุณราตรีต้องมาตาย หรือแม้แต่คนอื่นๆ ก็เป็นฝีมือท่านใช่ไหม” หญิงสาวพูดและยืนมองหน้าอสูรสาว
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูก เพราะพวกมันแส่หาเรื่องกันเอง ข้าก็เลยมอบชีวิตใหม่ให้กับพวกมันไงล่ะ” อัคนีนาฏเทวีหัวเราะด้วยความสนุกใจ
“แล้วตอนนี้ดอกเตอร์อมร คุณสหรัฐ และคุณโฉมอยู่ที่ไหน ท่านเอาพวกเขาไปขังไว้ที่ไหน”
ดอกเตอร์อมร สหรัฐ และโฉมสุรางค์กำลังวิ่งหนีปักษาดำและสมิงดง โดยที่สหรัฐพยายามหันหลังกลับมายิงปืนใส่ แต่ลูกกระสุนกลับทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย พวกเขาวิ่งหนีจนมาสุดทางเดินของบ้านโดยที่เบื้องหลังเป็นกำแพง
“เราจะทำยังไงกันดีคะดอกเตอร์” โฉมสุรางค์พูดด้วยท่าทางร้อนใจ หญิงสาวพูดและเดินถอยหลังมาประชิดกำแพง แต่เธอรู้สึกได้ว่ากำแพงด้านหลังของเธอคล้ายกับมีกลไกอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ หญิงสาวรู้สึกได้ว่ากำแพงขยับเล็กน้อย
“ดอกเตอร์คะ คุณสหรัฐ มาช่วยฉันที ฉันว่ากำแพงนี้มันต้องผลักออกไปได้แน่ๆ” หญิงสาวพูดและหันไปดันกำแพง โดยที่สหรัฐกับอมรก็รีบหันไปช่วยเธอ จนในที่สุดกำแพงก็สามารถเปิดออกไปได้ ทั้งสามที่ไม่มีทางเลือกมากนักก็รีบวิ่งไปตามทางเดินด้านหลังของกำแพงจนมาพบกับห้องเทวาลัย ทั้งสามคนมองไปรอบๆ ห้องเทวาลัยด้วยความตกตะลึง
“นี่มันอะไรกัน” โฉมสุรางค์พูดและมองไปรอบๆ
“ที่นี่มันน่าจะเป็นห้องสังเวยเลือดของเจ้าอสูรแน่ๆ” อมรกล่าว
“คุณโฉม ดอกเตอร์ คุณสหรัฐ” ทิพย์ธิดาอุทานที่ได้เห็นพวกเขาทั้งสาม
“คุณทิพย์ธิดา!” โฉมสุรางค์หันกลับมามองเธอ
“พวกคุณปลอดภัยนะคะ” ทิพย์ธิดากล่าวท่าทีตื่นตระหนก
“พวกเราทุกคนปลอดภัยดีครับ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราถึงมารวมกันอยู่ที่ห้องนี้ได้” นายตำรวจหนุ่มรีบพูด
อัคนีนาฏเทวีหัวเราะและพูดขึ้น “พวกเจ้าไม่ต้องแปลกใจไปหรอก! ข้าให้เจ้าสมิงดงและปักษาดำต้อนพวกเจ้ามาที่นี่เอง จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ข้าจะได้จัดการกับพวกเจ้าทีเดียวยังไงล่ะ”
“เจ้า! อัคนีนาฏเทวีหยุดก่อบาปกรรมได้แล้ว ที่ผ่านมาเจ้ายังทำร้ายชีวิตคนอื่นยังไม่มากพออีกหรือ” อมรพูดด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว
โฉมสุรางค์มองไปที่รวี “คุณรวีเป็นอะไรทำไมถึงยืนนิ่งแบบนั้น”
“ทุกคนคะ ช่วยคุณรวีด้วยค่ะ ตอนนี้คุณรวีตกอยู่ภายใต้พลังสะกดจิต” ทิพย์ธิดาพูดและเดินไปจับที่แขนของชายหนุ่ม
“มีทางเดียวที่จะทำลายมนตร์สะกดของพวกมันได้คือ จะต้องทำลายร่างของจอมอสูรซะ” อมรพูด
อสูรสาวยืนขึ้นและหัวเราะ “พวกเจ้าจะมีปัญญาอะไรจัดการกับข้าได้ ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนครั้งไหน วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องถูกสังเวยเลือดให้กับข้า” หญิงสาวก้าวลงจากบัลลังก์และผายมือออกข้างหนึ่ง เกิดเป็นแสงสีดำรวมตัวกันอยู่ในมือ เธอสลัดพลังนั้นใส่ทั้งสามคนที่อยู่เบื้องหน้า ทำให้ทั้งสามต่างกระเด็นไปคนละทาง
“ทุกคน!” ทิพย์ธิดาร้องตกใจ
อมรที่ล้มลงนั่งรีบพูดขึ้นทันที “คุณทิพย์ ถึงเวลาแล้ว”
ทิพย์ธิดาที่ยืนอยู่ก็รู้ทันทีว่าตนเองจะต้องเรียกพระขรรค์เพลิงพยัคฆ์ออกมาเสียที ทันใดนั้นเธอหลับตาและนึกถึงพระขรรค์ ไม่นานเกิดแสงสีทองสว่างขึ้นอยู่เบื้องหน้าเธอ ปรากฏเป็นพระขรรค์อันศักดิ์สิทธิ์
อัคนีนาฏเทวีที่เห็นดังนั้น ก็รีบใช้พลังเหวี่ยงใส่ทิพย์ธิดาโดยทันที

- READ มรดกมนตรา บทที่ 41 : ใต้ปีกนางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 40 : เพราะเธอเคยร้าย...มารจึงเลือกเธอเป็นเหยื่อ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 39 : เสียงลมหายใจก่อนวันเอาคืน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 38 : จิตสุดท้าย...ก่อนสลายบาป
- READ มรดกมนตรา บทที่ 37 : การหวนคืนของเพลิงศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 36 : บุตรแห่งคำทำนาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 35 : สายเลือดที่ปลดพันธนาการ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 34 : ปริศนาที่ถูกคลี่คลาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 33 : ชัยชนะของความมืด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 32 : แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกลืน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 31 : เธอ...ผู้ว่าจ้างความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 30 : เกมส์นี้...ข้าคือผู้วางกระดาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 29 : รอยยิ้มของคนที่ไม่ควรไว้ใจ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 28 : มารยาใต้รอยยิ้ม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 27 : ซ่อนวิญญาณ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 26 : เวรกรรมสั่งล้าง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 25 : สิ่งที่ถูกกำหนดไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 24 : เงื่อนงำในรอยเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 23 : ผู้ถูกครอบงำ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 22 : ความลับของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 21 : เลือดบุรุษบนแท่นบูชา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 20 : มนตร์ร้อยเล่ห์เทวีเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 19 : ราคาของความอยากได้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 18 : กลิ่นแห่งความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 17 : รอยยิ้มของซาตาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 16 : ซินแสของเอกภพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 15 : สังเวยรัก…แด่นางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 14 : เสียงกระซิบจากแผลเก่า
- READ มรดกมนตรา บทที่ 13 : การตื่นขึ้นของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 12 : การเผชิญหน้าที่ฟ้าลิขิตไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 11 : นางฟ้าในคราบอสรพิษ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 10 : เงาร้ายในร่างเธอ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 9 : ใต้หน้ากากนางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 8 : ไฟสุมทรวง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 7 : จอมเวทย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 6 : อดีตของวิญญาณร้าย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 5 : นางอสูรคืนชีพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 4 : วิญญาณบาปผู้คร่ำครวญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 3 : ปลดปล่อยเทวีมนตรา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 2 : การพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 1 : การมาถึงของหญิงสาว
- READ มรดกมนตรา : บทนำ







