มรดกมนตรา บทที่ 36 : บุตรแห่งคำทำนาย

มรดกมนตรา บทที่ 36 : บุตรแห่งคำทำนาย

โดย : วัชรนริศ

Loading

มรดกมนตรา ผลงานของ วัชรนริศ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์ทาง anowl.co กับเรื่องราวของนักวิจัยสาวผู้ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับที่ได้รับคฤหาสน์โบราณกลางป่ากาญจนบุรีเป็นมรดกจากญาติที่ไม่เคยรู้จัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้กลับซ่อนคำสาป วิญญาณ และอดีตอันมืดมนที่รอการปลุกตื่น พร้อมการฟื้นคืนของ “อัคนีนาฏเทวี” อสูรสาวในตำนาน

ในคืนวันนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นภายในคฤหาสน์วารีมรกต บุษบาเป็นผู้รับสาย

“สวัสดีค่ะ คฤหาสน์วารีมรกตค่ะ”

“ที่นั่นใช่บ้านของท่านชายอดิศรใช่ไหมคะ” เสียงพยาบาลที่อยู่ปลายสายพูดขึ้น

“ใช่ค่ะ” บุษบาตอบ

“ติดต่อมาจากทางโรงพยาบาลนะคะ ในเวลานี้ คุณสร้อยทอง คุณรุจ เสียชีวิตแล้วนะคะ ส่วนลูกของเธอตอนนี้นอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ ขอให้ญาติช่วยมาติดต่อรับตัวเธอที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ”

บุษบาที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับผงะและตกใจ เธอรีบวางสายและเดินไปหาท่านชายอดิศรทันที

เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นอย่างร้อนรน “ท่านชายคะ ท่านชาย” บุษบาเคาะและเรียกชื่อด้วยความรีบร้อน

“มีอะไรกันบุษบา ดึกป่านนี้แล้ว” ท่านชายเปิดประตูออกมา

“ท่านชายคะ ทางโรงพยาบาลติดต่อมาค่ะ ตอนนี้คุณสร้อยทองกับคุณรุจประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วนะคะ ส่วนคุณรวีพักอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”

เมื่อท่านชายได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “เธอรีบไปบอกให้คนรถเตรียมรถทันทีเลยนะ ฉันจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

เมื่อท่านชายอดิศรลงจากรถ เขารีบเดินเข้าไปภายในโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง “สวัสดีครับผมเป็นญาติของสร้อยทองครับ ตอนนี้เธอกับสามีและหลานของผมอยู่ที่ไหนครับ” ท่านชายพูดกับพยาบาลด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เชิญท่านชายทางนี้ค่ะ” พยาบาลได้เดินนำท่านชายไปที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อเขาเดินเข้าไปเห็นเตียงรถเข็นที่มีผ้าคลุมอยู่สองร่างก็ทำให้เขารู้สึกใจหายขึ้นมาทันที พยาบาลเปิดผ้าคลุมทั้งสองออก ทำให้ท่านชายอดิศรมองเห็นใบหน้าของสร้อยทองและรุจ

เขายืนนิ่งไปสักพัก และหันไปถามหาหลานชายกับพยาบาล “แล้วหลานชายผมล่ะ เขาอยู่ที่ไหน”

“เดี๋ยวเชิญท่านชายตามมาทางนี้ค่ะ” พยาบาลตอบและเดินนำไป พยาบาลเดินนำท่านชายเข้าไปภายในห้องพักผู้ป่วย เขาเห็นหลานชายของตนเองที่กำลังนอนพักอยู่บนเตียงผู้ป่วย

ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้และหยุดนั่งอยู่ที่ข้างเตียง เขาพูดและมองหลานชายของเขาด้วยแววตาห่วงใย “ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้วจริงๆ” รวีในวัยเด็กค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของท่านชาย

“คุณลุงครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสะลึมสะลือ

ท่านชายเอามือลูบที่ศีรษะของหลานชาย และพูดต่อไปว่า “ต่อไปนี้เจ้าจะต้องมาอยู่กับลุงแล้วนะ ลุงจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด” เมื่อสิ้นเสียงท่านชาย เด็กน้อยก็หลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนแรง

หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไป รวีได้มาอยู่กับท่านชายอดิศรที่คฤหาสน์วารีมรกต ท่านชายอดิศรดูแลเขาเสมือนกับเป็นลูกชายคนหนึ่ง ภายในห้องพระของคฤหาสน์ ท่านชายอดิศรได้พารวีขึ้นมากราบพระบนห้อง และได้พูดเรื่องสำคัญกับเขาเรื่องหนึ่ง

“ต่อไปนี้เจ้าจะต้องทำตัวเป็นเด็กดีนะรวี ลุงจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด เพราะต่อไปเจ้าจะต้องเป็นคนมาช่วยดูแลทุกสิ่งทุกอย่างแทนลุง ลุงมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะบอกเจ้า เป็นเรื่องสำคัญ เจ้าเห็นกล่องไม้โบราณที่อยู่หน้าหิ้งพระนี้ไหม”

รวีในวัยเด็กพยักหน้ารับ “ไม่ว่ายังไงห้ามเปิดกล่องนี้ออกเป็นอันขาด และเจ้าก็อย่าให้ใครมาเปิดกล่องนี้ออกด้วย” ท่านชายพูดด้วยเสียงจริงจัง

“ทำไมล่ะครับ” เขาถามด้วยความสงสัย

“ภายในกล่องนี้มีสิ่งชั่วร้ายอยู่ภายใน เวลานี้ลุงอธิบายไปเจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อถึงภายภาคหน้าที่เจ้าเติบโตขึ้น เจ้าก็จะเข้าใจมันเอง” ท่านชายพูดและนึกถึงคำสั่งเสียของอกาสูร

รวีพยักหน้าตอบรับ “ครับท่านลุง”

“และเรื่องสุดท้ายที่ลุงจะถามเจ้า เป็นเรื่องที่ลุงเคยคุยกับแม่และพ่อของเจ้าไว้นานแล้ว ถ้าลุงจะส่งเจ้าไปเรียนต่อที่อังกฤษ เจ้าอยากไปไหมรวี”

รวีพยักหน้ารับ “ครับคุณลุง”

“หากวันที่เจ้าเรียนจบกลับมา ลุงจะฝากให้เจ้าช่วยดูแลทุกสิ่งทุกอย่างแทนลุงด้วยนะรู้ไหม” ท่านชายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้น คือการที่ท่านชายอดิศรเป็นห่วงรวี เขาเกรงว่าระหว่างนี้อาจจะมีสิ่งร้ายๆ ที่จ้องจะเล่นงานเขาอีกครั้ง จึงหาทางส่งรวีให้ออกไปอยู่ที่ไกลออกไปจนกว่าจะเติบโตและถึงเวลาของเขา…

ทิพย์ธิดาลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์ โดยมีวิญญาณของท่านชายอดิศรยืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงของเธอ เขามองมาที่หญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยน เธอมองหน้าท่านชายและพูดกับเขา

“ท่านชายคะ ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้วค่ะ แต่ฉันรู้สึกสงสารสายใจเหลือเกิน ถ้าฉันช่วยเธอได้ฉันขอให้วิญญาณของเธอหลุดพ้นจากบาปกรรมทั้งหลาย และมีความสุข”

ท่านชายอดิศรพูดเสริม “ทุกคนย่อมมีกรรมเป็นของตัวเอง ฉันเองก็มีกรรมที่ต้องรอคอยการชดใช้เช่นกัน ฉันขอบใจเธอนะที่เธอเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา”

“เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว ที่ทุกอย่างจะต้องจบลง และก็คงถึงเวลาของฉันเสียที”

“ท่านชายจะไปไหนหรือคะ” เธอถามด้วยความสงสัย

“เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างจบลง ฉันก็จะเดินทางไปสู่อีกภพภูมิหนึ่งที่ไกลออกไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ส่วนพระขรรค์เพลิงพยัคฆ์ที่หายไป อีกไม่นานเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พระขรรค์จะกลับมาปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง ในเวลานี้ขอให้พวกเธออดทนรอและคอยระวังตัวให้ดี” เมื่อท่านชายอดิศรพูดจบเขาก็ค่อยๆ หายไป

หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงของเธอก็มองไปรอบๆ ห้อง “ท่านชายคะ ขอให้ท่านชายช่วยคุ้มครองฉันและทุกคนที่นี่ด้วยนะคะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น ทิพย์ธิดาที่กำลังเดินลงมาจากบันไดเธอมองเห็นรวีที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้าน จึงเดินเข้าไปทักทายเขา “สวัสดียามเช้าค่ะคุณรวี ตื่นเช้าเหมือนกันนะคะ”

“ครับ ผมว่าเช้านี้อากาศดีนะคุณว่าไหม” เขาพูดและมองไปรอบๆ คฤหาสน์

“ค่ะ” เธอพยักหน้ายิ้มรับ

“คุณรวีคะ เมื่อคืนท่านชายอดิศรมาหาฉันค่ะ เขามาเพื่อที่จะบอกเล่าเรื่องราวในอดีตทั้งหมดที่เหลือ และตอนนี้ฉันก็เข้าใจทุกอย่างแล้วค่ะ” หญิงสาวพูดและมองรวีด้วยแววตาห่วงใยและมีแต่ความปรารถนาดีให้กัน

“ตอนเด็กๆ คุณน่ารักมากเลยนะคะ” ทิพย์ธิดาพูดเสริม

“คุณว่ายังไงนะครับ คุณกำลังหมายถึงในฝันคุณก็เห็นผมในตอนนั้นด้วยหรือครับ” เขาพูดและเขินเล็กน้อย

“ใช่ค่ะ แล้วก็ฉันยังเห็นคุณสร้อยทองและคุณรุจด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ของคุณ”

“ท่านทั้งสองเป็นคนดีมากแถมยังรักคุณมากด้วยนะคะ” เธอพูดเสริมและยิ้ม

“คุณรู้ไหมว่าผมคิดถึงพวกท่านมากเลยนะ ตั้งแต่คุณลุงส่งผมไปอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษ ผมก็คิดถึงพวกท่านมากเลย ผมจำได้ว่าพวกท่านทั้งสองรักผมมากแค่ไหน รวมถึงคุณลุงด้วยท่านรับอุปการะผมหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ท่านจากไป คุณลุงก็เป็นคนส่งเสียทุกอย่าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมก็ยังไม่เข้าใจท่านอยู่เรื่องหนึ่ง ว่าทำไมตอนนั้นท่านถึงรีบส่งผมไปเรียนต่อ ทั้งๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ก็เพิ่งจากไปได้ไม่นาน”

ทิพย์ธิดามองหน้าด้วยแววตาห่วงใย และเดินเข้ามายืนใกล้ๆ เขา “และถ้าฉันบอกว่า การที่คุณลุงส่งคุณไปเรียนต่อที่อังกฤษ ไม่ใช่เพราะท่านไม่ได้รักคุณ เพียงแต่ต้องการจะปกป้องคุณล่ะ”

ชายหนุ่มหันมองหน้าเธอและขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง”

หญิงสาวพูดต่อ “คุณจำวิญญาณหญิงสาวในชุดดำที่ทำให้คุณสร้อยทองและคุณรุจต้องประสบอุบัติเหตุได้ไหมคะ ฉันกำลังจะบอกคุณว่า วิญญาณดวงนั้นคือสายใจ บ่าวคนสนิทของท่านหญิงสวาทสุภาย์ เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อขจัดคนที่เข้าใกล้ท่านชายอดิศร และท่านก็เป็นห่วงคุณค่ะ ท่านเกรงว่าจะมีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นอีกกับหลานชายคนเดียวของท่าน ท่านจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ”

รวีค่อยๆ กลับมามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนอีกครั้ง “ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทั้งหมดที่ผ่านมา มันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และคุณลุงก็คอยปกป้องผมมาตลอด ผมขอบคุณนะที่ยอมเล่าทุกอย่างให้ผมเข้าใจ”

เธอหันมามองเขาและยิ้มด้วยความอุ่นใจ “ค่ะคุณรวี ดิฉันเพียงแต่ต้องการให้คุณรับรู้ ถึงความรักที่ท่านลุงมีต่อหลานชายเพียงคนเดียวของท่าน”

 



Don`t copy text!