
บุปผาตีตรา บทที่ 26 : ผมมันคนซื่อ
โดย : สีน้ำฟ้า
![]()
บุปผาตีตรา โดย สีน้ำฟ้า นวนิยายสะท้อนอคติและพลังคำพูด ผ่านชีวิต “นวลปราง” ที่ใช้การศึกษาโต้กลับคำครหา และ “อุรา” ผู้หลงทางจนกลายเป็นเมียเช่า เรื่องราวในอีสานยุคสงครามเวียดนาม ถ่ายทอดมิตรภาพ ความรัก และบาดแผลจากการถูกตีตรา ชี้ให้เห็นว่าคำพูดบางคำอาจผลักดันหรือทำลายชีวิตคนได้ อ่านออนไลน์ได้แล้วบนเว็บไซต์อ่านเอา anowl.co
นวลพยักหน้า แต่ไม่มีใครกินอะไรได้ลง เขี่ยๆ ตักเข้าปากไม่กี่คำก็คิดเงินแล้วเดินออกจากร้าน อากาศยังเย็นสบาย หมอกสลายยังคงลอยแต่เบาบางลง แสงอาทิตย์ส่องลอดมารำไร
นวลกับเจสันไปนั่งริมน้ำ โล่งปลอดคน
“อะ ทีนี้ไม่มีคนแล้ว ให้ผมกอดได้หรือยัง”
นวลหัวเราะ ทุบต้นแขนบึกบึนของทหารหนุ่ม
“คุณก็น่ารักดีนะคะ ขอบคุณสำหรับการเคารพความเป็นส่วนตัวของนวล”
“ใช่ ผมเห็นเพื่อนผมเปลี่ยนแฟนไปแล้วหลายคนแล้ว มีแต่ผมนี่แหละ ที่ติดแหง็กอยู่ตรงนี้”
นวลยิ้ม เจสันยิ้มตอบ สายตาของชายหนุ่มล้อเลียน
“แมวน้อยขี้แยตัวนั้นไปไหนแล้ว”
“มะเหงกแน่ะ”
สาวน้อยพูดภาษาไทย แถมโชว์มะเหงกให้ดูด้วย เจสันไม่ต้องถามคำแปล เขาหัวเราะ
“ผมไปคุยกับหลวงพ่อและผู้ชายคนแก่ที่วัด เขาเรียกอะไรนะ ผู้ช่วยหลวงพ่ออะ”
“มัคนายก”
“อื้ม อะไรยกๆ นั่นแหละ เขาสอนผมมากมาย เรื่องผู้หญิงไทย การคบผู้หญิง การแต่งงาน”
“เดี๋ยวๆ คุณไปวัดตอนไหน ไปคุยตอนไหน ทำไมนวลไม่รู้เรื่อง”
“เอ้า ผมก็ไปของผมบ้างสิ บางทีอ้ายอุระก็พาไป”
เขาพูดชื่อคำว่า อ้ายอุระ ออกเสียงได้ชัดมาก เหมือนเรียกขานกับประจำ
“ห๊ะ นี่สนิทสนมกับอ้ายอุระด้วย”
“ใช่ เขาบอกว่า เขารักนวล”
“เออ เอาเข้าไป” นวลพูดภาษาไทย แต่เจสันไม่ได้ใส่ใจคำแปลแล้ว
“ใช่ จริงๆ เขาสารภาพกับผม แต่เขาบอกว่านวลชอบผม เขายกนวลให้ผม”
นวลตาโต นี่พวกผู้ชายเขาคุยอะไรกัน ‘ยกฮ่ง ยกให้’ นวลไปเป็นของใคร ต้องยกให้ใคร ตั้งแต่เมื่อไหร่ นวลเม้มปากในใจคาดโทษอ้ายอุระ
“อย่าไปดุเขานะ แม่เสือสาว ผู้หญิงเปลี่ยนจากแมวเป็นเสือได้ อ้ายอุระสอนผม”
“อื้ม”
นวลหัวเราะ…สอนกันมาดีจริงๆ
“เขายกนวลให้คุณแล้วไงต่อคะ”
นวลคาดคั้น เจสันไม่เข้าใจจริตหญิง เลยตอบไม่ถูก
“…”
“อะ ไม่ตอบอีก”
“ผมต้องตอบอย่างไร”
“เอ้า อ้ายอุระไม่ได้สอนต่อหรือคะ”
เจสันเกาท้ายทอย
“เขาคงสอนแต่ผมลืม” ยิ้มเจื่อนแบบไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ
นวลหัวเราะเบาๆ ส่ายหัวก่อนจะพยักหน้า ไม่รู้จะเอาเรื่องเอาราวผู้ชายพวกนี้ไปทำไม คนหนึ่งก็พี่ชาย อีกคนก็ทำตัวเป็นผู้ชายที่ทำท่าจะฝากชีวิตไว้ให้เธอเลี้ยง
“เอาแบบนี้นะเจสัน ชีวิตคนเราไม่แน่นอน เราจะไม่ผูกมัดซึ่งกันและกัน พรุ่งนี้ มะรืนนี้คุณต้องกลับบ้าน ซึ่งไกลออกไป ไกลจนฉันไม่อาจตะโกนเรียกคุณได้ ดังนั้นชีวิตที่เป็นของเราทั้งสองคน ปล่อยมันไปตามความเป็นไปได้ ถ้าคุณยืนยันมั่นใจคุณก็กลับมา”
“ผมสัญญา”
“ฉันไม่รับสัญญาใดๆ อาจเป็นไปได้ว่าในอนาคตถ้าคุณกลับมา คุณอาจเจอฉันแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว”
เจสันมองหน้านวลนิ่งๆ สายตาของเขาบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจมากมาย
“ที่ผ่านมาคุณรักผมไหม”
“ฉันตอบไม่ได้ เวลาไม่มากพอที่จะบอกอะไรฉันว่าฉันรักคุณไหม”
“คุณใจร้าย”
ชายหนุ่มตัดพ้อ
“ฉันว่าคุณก็ไม่ได้รักฉัน เพียงแค่ฉันเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยตรงกับความต้องการของคุณเท่านั้นเอง”
“ความต้องการของผมเป็นแบบไหน”
“คุณอยากมีครอบครัว มีลูก มีคนดูแลคุณ แล้วคุณถามฉันหรือยังว่าฉันต้องการทำอะไร”
เขานิ่งไปอีก ผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าเขา สาวน้อยคนนี้อายุสิบแปดจริงๆ หรือ เจสันชักสงสัย ความคิดความอ่านไม่เหมือนสาวน้อยช่างฝันทั่วไป ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เขาเฝ้าคอยจริงๆ ด้วย คุยกับเธอ คบหากันมา เธออ่านเขาทะลุปรุโปร่งปานนี้เชียวหรือนี่
“ฮันนี่ คุณเกิดมาเพื่อผมจริงๆ นะ”
นวลหัวเราะน้อยๆ
“บอกแล้วฉันไม่ใช่ฮันนี่ ฉันคือนวลปราง”
“ถ้าผมกลับบ้าน กว่าจะเดินทางมาได้อีกอย่างน้อยก็ครึ่งปี แล้วคุณจะทำอะไร”
“ก็ทำงานสิคะ และอาจจะเรียนเพิ่ม ฉันเรียนเพียงแค่ชั้นประถมเพราะครอบครัวไม่มีเงิน ตอนนี้พวกเราพอมีเงินเก็บบ้าง แม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็ดีขึ้น”
“ผมได้ยินว่า พ่อกับแม่เปิดร้านขายของ”
“ใช่ แดงเป็นคนเข้ามาซื้อของในเมือง ซื้อไปทีละเยอะๆ พวกเราขายไม่แพง ก็เลยขายดีมาก”
“นวลเก่งมาก”
“เปล่าค่ะ ทุกคนต่างหาก พวกเราพ่อ แม่ ลูก และอ้ายอุระ อุรา เพราะเรารักใคร่กลมเกลียวกัน ทำให้พวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
“ผมคิดว่าสักวันผมจะได้เป็นคนในครอบครัวของคุณ”
นวลมองเขานิ่งๆ สบตากันนิ่งและนาน เหมือนเกมดวลสายตา แล้วนวลก็แพ้
“ก็ไม่ได้รังเกียจนะ แต่ต้องการเวลา”
“นานแค่ไหน กอดมัดจำ จูบมัดจำได้ไหม”
เจสันพูดยิ้มๆ นวลยกมะเหงกให้
“ไปมัดจำที่อื่นเถอะค่ะ ไม่ใช่กับนวล ไม่ได้หวงแต่กลัวช้ำ ถ้าคุณเปลี่ยนใจ ฉันจะมองหน้าสามีในอนาคตได้ยังไง”
“ก็ผมนี่แหละ สามีในอนาคต”
“โอ๊ย จะกลับบ้านแล้วเจสัน จะเอาอะไรมาการันตีให้ฉัน”
“จูบ”
“ฮ่าๆ บ้าบอน่า”
“นิดนึง…”
“สายมากแล้ว ฉันต้องกลับไปทำงาน”
“ผมไปช่วย”
เขากุลีกุจอลุกขึ้น ไม่มีท่าทีเกียจคร้าน นวลยิ้ม คิดในใจว่าจะเป็นแบบนี้ได้สักกี่น้ำ
“โธ่ ผมรักจริงหวังแต่ง”
“ค่ะ จะพยายามเชื่อ”
“อะ เดี๋ยว ผมเล่าอะไรให้คุณฟังก่อนที่จะได้ยินจากปากคนอื่นนะ”
“ว่าไงคะ”
“อุราเคยมาจีบผม”
นวลหยุดเดินเบิกตากว้าง ‘ทำไมเขาเป็นคนเถรตรงขนาดนี้เนี่ย’ เธอได้แต่คิดในใจ
“จริงๆ ตอนที่ทำบาร์ ผมตอบว่าผมชอบนวล แต่นวลจะชอบผมไหม ผมก็ไม่รู้ แล้วเธอก็ไม่เคยมาคุยกับผมเชิงชู้สาวอีกเลย” ท่าทางเขาขึงขัง
“คุณว่าฉันแย่งคุณมาจากอุราไหม ถ้าไม่มีฉัน คุณอาจชอบอุราก็ได้” นวลเสียงอ่อย
“ไม่นะ คุณรู้จักผมดี คุณก็รู้ว่าสเป็กผมคือคุณ และคุณคนเดียวเท่านั้น ผมไม่เคยแลคนอื่นอีกเลยตั้งแต่เจอคุณวันแรก” เจสันพูดแล้วยิ้มกว้าง
“ขนาดนั้นเชียว” เธอยิ้มออก
“ถ้าไม่ได้แต่งงานกับคุณ ผมจะเป็นโสดตลอดชีวิต ผมไม่แคร์” เขายืนยันทั้งคำพูดและสายตา
“โอ้…มายก็อด ถามจริ้ง…” นวลอุทาน ถามเสียงสูง
“จริงๆ” ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น
“จะพยายามเชื่อนะ” นวลยิ้มให้เขา เชื่อนั่นแหละแต่ไม่อยากยอมรับ
“สามล้อมาตรงนั้น ผมเรียกเขาไปส่งเรานะ”
นวลพยักหน้า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 27 : บุปผาใกล้ใจ
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 26 : ผมมันคนซื่อ
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 25 : เมื่อบุปผาบาน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 24 : บทเรียนชีวิต
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 23 : คืนวันที่ผันผ่าน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 22 : คนทำอาหาร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 21 : หนังกลางแปลง
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 20 : เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 19 : บ้านนอก
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 17 : ดวงฤดี
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 16 : โรงหนังใหญ่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 15 : ฤาจะเป็นโชคชะตา
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 18 : เงินหาง่าย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 14 : สร้างตัวตน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 13 : โลกเป็นโรงละครใหญ่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 12 : ยินดีที่รู้จัก
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 11 : ในเรื่องเล่า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 10 : ขวัญมาเด้อหล่า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 9 : บังเอิญมีจริงไหม ?
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 8 : ชีวิตที่ต้องเรียนรู้
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 7 : น้องเขาเพิ่งมาใหม่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 6 : ทางเลือกและทางรอด
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 5 : เฮ้ย ! นั่นที่นาใคร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 4 : เอื้อยชอบแบบนี้
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 3 : ฝันร้าย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 2 : เด็กเลี้ยงควาย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 1 : โนนบุปผาแดง








