กานต์ปรียา บทที่ 20 : เจ้าตุ๊กตาแสนดี เจ้าตุ๊กตาแสนหวาน

กานต์ปรียา บทที่ 20 : เจ้าตุ๊กตาแสนดี เจ้าตุ๊กตาแสนหวาน

โดย : ดารัช

Loading

กานต์ปรียา นิยายสืบสวนดราม่า โดย ดารัช กับเรื่องราวที่ว่าด้วยเส้นบางๆ ระหว่างความรัก ความหลงใหล และการล้ำเส้นสู่ Cyberstalking ที่อาจบานปลายเป็นอาชญากรรม เรื่องราวของความสัมพันธ์ซ่อนเร้น การหายตัวไปอย่างปริศนา และเบาะแสที่อาจเปิดเผยความจริงอันมืดดำในโลกออนไลน์ อ่านได้แล้วที่ อ่านเอา www.anowl.co

“แม่คะ” มาริษาเรียก

เธอพยายามทำความเข้าใจคำพูดของนางมรกต แม่บอกว่ากานต์น่ากลัว และบอกให้เธอหนีไปงั้นหรือ…มาริษานึกถึงกานต์ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่รู้จักกันเพราะเขาเป็นเพื่อนเก่าของพี่ครรชิต ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่บริษัทของมาริษา เขาช่วยเธอจับสตอล์กเกอร์อย่างนายทรงภพที่มาแอบตาม แถมยังคอยให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ ถ้ามาริษามีพี่ชาย เธอก็อยากมีพี่ชายแบบกานต์ แม้ว่าระยะหลังเขาจะดูพยายามเข้ามามีส่วนร่วมกับครอบครัวของเธอมากเกินไป จนมาริษารู้สึกอยากเว้นระยะห่างก็ตาม

“แม่คะ แม่หมายความว่ายังไง พี่กานต์ทำไมเหรอคะ”

“เมอร์รี่ นี่พ่อนะลูก” คราวนี้คนที่คุยกับเธอเปลี่ยนเป็นนายจรัสผู้เป็นพ่อ “หนูไม่ได้อยู่กับกานต์จริงๆ ใช่ไหมลูก”

“ค่ะพ่อ” เธอยืนยัน รู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย

“งั้นหนูฟังพ่อดีๆ นะ พอรู้เรื่องที่หนูโดนสตอล์กเกอร์ไล่ตาม พ่อก็นึกขึ้นได้ว่าพ่อเคยติดกล้องไว้หน้ารถคันเก่า เลยเอามาเช็กดู แค่เผื่อไว้ให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาด้อมๆ มองๆ ที่บ้านเรา…”

“ป้าแก่น่ะเหรอคะ”

มาริษานึกถึง ‘ป้าแก่’ รถยนต์ที่บ้าน กระบะสีเหลืองอายุราวสามสิบปีวางจอดนิ่งสนิท มันเสียมาสักพัก ราคาซ่อมโหดยิ่งกว่าซื้อใหม่ แต่นายจรัสโละมันเป็นเศษเหล็กไม่ลง คงเพราะใช้งานมานาน สุดท้ายกระบะสีเหลืองก็จอดอยู่แบบนั้น โดยที่ทั้งนางมรกตและมาริษาได้แต่ขัดตาเวลามองเห็น

“ป้าแก่คันนั้นแหละ” พ่อตอบ “ก่อนหน้านี้พ่อพยายามเอารถไปซ่อม ตอนนั้นพ่อติดกล้องหน้ารถไว้ เพราะกะว่าซ่อมรอบนี้น่าจะใช้ขับได้ แต่กลับใช้ได้แค่ไม่กี่วัน รถก็พังเหมือนเดิม แม่ของลูกยังบ่นพ่อเสียยกใหญ่ ป้าแก่เลยจอดฝุ่นเขรอะอยู่แบบนั้น พ่อลืมไปด้วยซ้ำว่าติดกล้องไว้”

มาริษาจำตอนแม่ดุพ่อครั้งใหญ่ได้ เหตุการณ์เกิดก่อนจับตัวนายทรงภพได้ราวหนึ่งเดือน จากนั้นพ่อก็นำรถคันเก่าไปจอดห่างจากโรงจอดรถอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เยื้องไปทางหลังบ้านด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านี้ พ่อแม่เช็กภาพจากกล้องหน้าในรถทุกคันที่ใช้งาน แต่ไม่เจออะไร นายทรงภพเองคงระวังตัวพอสมควรทีเดียว แต่ถ้าเป็นรถเก่าบุโรทั่ง นายทรงภพคงไม่คาดคิดว่าจะมีกล้องหน้าติดอยู่ ซึ่งก็น่าลุ้นว่าจะเจออะไรในนั้นบ้าง

ใจหนึ่ง มาริษาก็อยากรู้ว่าภาพในกล้องจะถ่ายติดอะไรบ้าง แต่อีกใจ หญิงสาวไม่อยากให้พ่อแม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วนายทรงภพถึงกับลอบเข้ามาในห้องนอนของเธอด้วยซ้ำ เธอกลัวว่าพวกท่านจะกังวลและหวาดกลัวเกินไป

“พ่อเจอคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนที่บ้านเรา…คนแรกคือไอ้สตอล์กเกอร์ที่สะกดรอยตามหนูแล้วโดนจับ”

มาริษาถอนหายใจ “ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะคะ เมอร์รี่ไม่อยากให้พ่อกับแม่กลัว อีกอย่าง นายทรงภพก็โดนจับไปแล้ว…” เธอชะงัก “พ่อบอกว่าคนแรก…”

“มีอีกคนที่มาสะกดรอยบ้านเรา แอบเข้าบ้านตอนพวกเราไม่อยู่ แถมยังทำแบบนั้นมาหลายอาทิตย์ก่อนที่หนูจะพาคนคนนั้นมาบ้านด้วยลูก” นายจรัสกล่าวเสียงเครียด

มาริษาไม่เข้าใจ “พ่อว่ายังไงนะคะ”

“อีกคนที่มาคอยซุ่มดูพวกเราก็คือกานต์!”

คำพูดของพ่อราวกับเป็นอีกภาษาหนึ่งที่หญิงสาวไม่อาจเข้าใจ

“พี่กานต์เหรอคะ” มาริษาทวนคำ “ทำไมพี่กานต์ต้องมาแอบซุ่มดูพวกเรา…” หญิงสาวชะงัก “พ่อบอกว่าเขาเข้าบ้านเราด้วยเหรอคะ”

นายทรงภพยอมรับกับตำรวจเรื่องที่ตามสะกดรอยและขโมยของใช้ส่วนตัวของมาริษา แต่ปฏิเสธหนักแน่นเรื่องเมมโมรีกล้องถ่ายรูปและ External Harddisk

หรือว่าเขาพูดความจริง ถ้าเป็นแบบนั้น ใครเป็นคนขโมยของพวกนั้นไปกันแน่

“ขอโทษนะครับ เมื่อกี้คุณบอกว่าใครมาแอบซุ่มดูคุณนะครับ” พีรพลที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นโพล่งขึ้นมา

มาริษามองเขางงๆ “คุณรู้จักพี่กานต์เหรอคะ”

 

ทุกอย่างช่างลงตัวราวกับภาพจิกซอว์

มาริษาครุ่นคิดขณะที่นั่งบนรถทรงสปอร์ตของณัฐนนท์ เขาจอดรถหน้าร้าน ICARUS ร้านอาหารมินิมอลโทนสีขาว ที่มาริษาเจอกานต์เป็นครั้งแรก

กานต์เป็นเพื่อนกับครรชิต รุ่นพี่ที่ทำงาน แถมยังช่วยเธอจากสตอล์กเกอร์โรคจิตอย่างทรงภพ พาเธอไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ มาริษาอุ่นใจราวมีพี่ชายมาคอยปกป้อง แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายแค่ปั่นหัวเธอเล่น เชิดเธอตามใจเหมือนมาริษาเป็นตุ๊กตาโง่ๆ ตัวหนึ่ง กานต์แอบซุ่มดูครอบครัวของมาริษามานานแล้ว ถึงกับเคยลอบเข้าไปในบ้านตอนไม่มีใครอยู่ บางทีคนที่ขโมยเมมกล้องของเธอไปอาจเป็นกานต์ก็ได้

แต่ทำไมกันล่ะ มีอะไรในเมมกล้อง ที่ทำให้กานต์อยากได้นักหนา จนหาทางเข้ามาพัวพันกับมาริษา

พีรพล ชายร่างท้วมที่มาริษาเจอเป็นคนให้คำตอบ…

กานต์คบกับปรียา ผู้หญิงชุดขาวท่าทางตื่นกลัวที่วิ่งมาชนเธอที่ร้านเรือนดอกบัว ปรียาเคยเป็นคนรักเก่าของสายฟ้า เหยื่อคดีฆาตกรรมฆ่าหั่นศพบนภูเขา

แฟนใหม่ของปรียาอยากได้เมมกล้องของมาริษา ที่เป็นผู้พบศพคนแรกไปทำไมกันนะ

เขากลัวว่ามีอะไรในเมมกล้องกันแน่ เธอบังเอิญถ่ายหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าหั่นศพบนภูเขาหรือเปล่า

“คุณปรียาอาจกำลังตกอยู่ในอันตราย” มาริษาพูด

ณัฐนนท์นั่งประจำตำแหน่งคนขับมองหน้าเธอ มือของเขากำพวงมาลัยแน่นด้วยความกังวล

“เมอร์รี่ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องนี้นะ หรือถ้าจะทำ อย่างน้อยก็ให้พี่อยู่คุยกับนายกานต์อะไรนั่นด้วย”

มาริษามองเขา ส่งยิ้มให้ “เมอร์รี่โทรหาพี่กานต์ บอกเขาว่ามีเรื่องด่วนมากๆ ที่อยากปรึกษา เมอร์รี่ก็ต้องมีเรื่องด่วนไปคุยกับเขาสิคะ”

“ก็ให้พี่ไปด้วย”

“พี่กานต์เคยบอกเมอร์รี่ว่าอย่าไว้ใจพี่นนท์” เธอสบตาคนข้างตัวตรงๆ รู้สึกได้ว่าเครื่องปรับอากาศในรถเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเคย มาริษาไม่อยากถามเลย ไม่ว่าณัฐนนท์จะปิดบังอะไรไว้ เธอก็อยากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และอยู่ข้างเขาต่อไป

สำหรับมาริษา ณัฐนนท์เป็นเหมือนหัวหอมที่ยิ่งปอกก็ยิ่งเจอมุมใหม่ๆ รุ่นพี่ที่ขี้อาย ชอบทานแต่กาแฟหวานๆ ไม่ชอบออกหน้ากล้องแต่ก็ยอมอัดวิดีโอทำคลิปลงเพจกับเธอ หญิงสาวกลัวว่าถ้าปอกหัวหอมไปจนถึงที่สุด จะมีเพียงน้ำตา เธออยากหยุดปอกเปลือก กลัวว่าถ้าก้าวเข้าไปใกล้ บางอย่างจะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีก

หญิงสาวมองหน้าณัฐนนท์ นึกถึงปรียาที่ดูหวาดกลัวแล้วถอนหายใจ ไม่ว่ายังไง เธอก็จำเป็นต้องปอกเปลือกหัวหอมให้ถึงที่สุด

“พี่กานต์ให้เมอร์รี่ถามพี่นนท์เรื่องผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์ลภัส” เธอบอกเขา “เมอร์รี่เลยจะปรึกษาเขาเรื่องนี้ ล่อให้พี่กานต์อยู่กับเมอร์รี่ ในระหว่างที่คุณพีทพยายามติดต่อให้แน่ใจว่าคุณปรียาปลอดภัยดี เมอร์รี่บอกให้พ่อแม่แจ้งตำรวจเรื่องพี่กานต์แล้วด้วย”

“พิมพ์ลภัสงั้นเหรอ” ณัฐนนท์มีสีหน้าตกใจ

“มีอะไรที่เมอร์รี่ต้องรู้ไหมคะ”

ณัฐนนท์ยังคงช็อก “แต่เขารู้ได้ยังไง เรื่องนี้มันจบลงไปตั้งนานแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มขื่น “เขาคงหาช่องทางสืบเรื่องพี่ผ่านทางออนไลน์สินะ ถึงเรื่องจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ทุกวันนี้โลกเชื่อมโยงกันแค่ปลายนิ้วคลิก เขาคงหาช่องทางออนไลน์สืบข่าวจนรู้เรื่องพิมพ์ลภัสเข้า”

มาริษาลอบมองเสี้ยวหน้าเจ็บปวดของเขา แค่เห็นก็รู้สึกทรมานไปด้วย

ณัฐนนท์ถอนหายใจ “เรายังพอมีเวลาก่อนที่กานต์จะมาตามนัดใช่ไหม” เขาถาม “พี่อยากให้เรื่องทั้งหมดออกมาจากปากพี่ แทนที่จะเป็นคนอื่น”

หญิงสาวจับมือเขา

“เรื่องของพิมพ์ลภัส ทำให้พี่นนท์ไม่กล้าเปิดใจให้เมอร์รี่ใช่ไหมคะ” เธอพูด “พี่นนท์น่าจะรู้ว่าเมอร์รี่ไม่ได้มองพี่เป็นรุ่นพี่ที่สนิทกัน และเมอร์รี่ก็รู้ว่าพี่เองก็รู้สึกพิเศษกับเมอร์รี่ เมอร์รี่ควรรู้เหตุผลว่าทำไมความรู้สึกของตัวเองไม่เคยไปถึงพี่เสียที”

ณัฐนนท์สบตาเธอ “พี่ไป Cyberstalker พิมพ์ลภัส จนทำให้เขาตาย”

 

มาริษาเดินเข้ามาในร้านอาหาร สีหน้าเหม่อลอย

ในที่สุดเธอก็เข้าใจช่องว่างขนาดใหญ่ที่ณัฐนนท์พยายามเว้นที่ระหว่างเธอกับเขา เหตุผลที่บางครั้งเขาเข้ามาใกล้ แต่พอรู้ตัวก็ถอยห่างไปแสนไกล

พิมพ์ลภัสเป็นช่างภาพ

ณัฐนนท์ติดตามผลงานของหญิงสาวตั้งแต่เห็นครั้งแรกในเพจเฟซบุ๊ก จากนั้นก็ไม่ใช่แค่การติดตามผลงาน แต่ลามไปถึงการติดตามตากล้อง จนรู้ว่าพิมพ์ลภัสเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ จากที่คอยติดตามในเพจ นำไปสู่การขอแอดเพื่อนในเฟซบุ๊ก กระทั่งสะกดรอยตาม

ข่าวนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์กระโดดตึกเพราะหวาดกลัวสตอล์กเกอร์ที่สะกดรอยตามเป็นข่าวใหญ่พอควรในมหาวิทยาลัย มาริษาเองยังเคยอ่านข่าวและวิจารณ์เรื่องความน่ากลัวของคนร้ายกับเพื่อนในกลุ่ม สุดท้ายคนร้ายไม่โดนจับเพราะการตายของพิมพ์ลภัสเป็นการฆ่าตัวตาย อีกอย่างเรื่องที่มีคนคอยตามหญิงสาวก็เป็นข่าวลือในกลุ่มเพื่อน แล้วเรื่องก็เงียบไป

“พี่แค่อยากรู้จักพิมพ์ เลยคอยส่องการอัปเดตบัญชีโซเชียลของเขา พิมพ์โพสต์ว่าต้องกลับหอดึก พี่แค่อยากตามพิมพ์ไปส่งที่หอพักนักศึกษา เขาพักอยู่หอนอกมหาวิทยาลัย พี่อยากแน่ใจว่าเขาถึงหอปลอดภัย พิมพ์โพสต์เรื่องขนมที่ชอบ พอพี่รู้ว่าเขาชอบทานอะไรก็เลยแอบซื้อไปแขวนไว้ให้หน้าห้อง ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าทั้งหมดนั้นคือการสะกดรอยตาม และบีบคั้นจนพิมพ์ต้องฆ่าตัวตาย” ณัฐนนท์สารภาพกับเธอด้วยสีหน้าซีดเผือด “พ่อแม่พี่ใช้เส้นสายช่วยปกปิดเรื่องที่พี่ตามสะกดรอยพิมพ์ แต่พี่ไม่เคยเลิกฝันถึงข่าวที่พิมพ์กระโดดตึกเลย”

มาริษานึกถึงตอนที่ตัวเองโดนสะกดรอยตาม คำพูดที่ทรงภพบอกว่าตัวเธอคือคนที่โพสต์ทุกอย่างลงในโซเชียล จนเขาแกะรอยมาถึงบ้านได้ ย้อนกลับมาโบยตีหญิงสาวอีกครั้ง

ตอนนี้หญิงสาวไม่อาจมองหน้าณัฐนนท์ได้ การถูกสะกดรอยตามผ่าน Cyberstalker นอกจากจะสร้างความหวาดกลัวแล้ว ยังมีคำถามวนไปมาในหัวไม่หยุด…หรือว่าเธอคือคนผิด เธอเป็นคนโพสต์บอกที่อยู่และความชอบของตัวเองให้คนร้ายรู้ด้วยมือตัวเอง เธอมีส่วนผิดด้วยใช่ไหม แล้วมีใครอีกบ้างที่คอยเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ สอดส่องเธอ มองเธอด้วยแววตาไม่ประสงค์ดี

มาริษากำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ บอกตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเธอไม่ผิด คนผิดคือคนที่มาสะกดรอยตามเธอต่างหาก มาริษาระวังตัวที่สุดแล้ว และทำดีที่สุดแล้ว

หญิงสาวเอื้อมมือจับสร้อยคอที่มีจี้รูปของขวัญ เส้นที่เธอสวมติดตัวตลอดตามความเคยชิน เป็นนิสัยติดตัวที่มักทำเวลากังวลใจ เธอหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่ณัฐนนท์ยื่นให้ก่อนมาริษาจะลงจากรถ จ้องมองมันนิ่ง ถ้าเป็นตอนที่เธอยังไม่รู้ด้านมืดของณัฐนนท์ มาริษาคงดีใจมากๆ กับของขวัญชิ้นนี้ แต่ตอนนี้เธอไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร

“กล่องใบนี้ พี่ตั้งใจจะให้เราเป็นของขวัญ ช่วงนี้เมอร์รี่ดูห่างเหินกับพี่แปลกๆ พี่ไปเจอกำไลข้อมือที่มีจี้รูปโบว เลยอยากซื้อมาง้อ แต่ไม่รู้ว่าเมอร์รี่ยังอยากได้มันอยู่ไหม”

เธอหยิบเมนูอาหารมาพลิกดูเรื่อยเปื่อยระหว่างรอกานต์ เอาไว้ค่อยคิดเรื่องณัฐนนท์ และความรู้สึกที่เธอมีให้เขาหลังรู้เรื่องพิมพ์ลภัสทีหลัง… ตอนนี้เธอต้องพยายามตั้งสติ มาริษาต้องรั้งกานต์ไว้กับเธอจนกว่าตำรวจมาจะมาถึง

มาริษารับรู้ถึงมีดปลายแหลมจ่อที่เอวทางด้านหลัง ร่างสูงของกานต์ค้อมมาเหมือนจะเลือกเมนูอาหารด้วย ชายหนุ่มกระซิบข้างหู

“เงียบไว้ แล้วตามมา อย่าตุกติกเชียวนะ อีตัวแสบ!”



Don`t copy text!