ยาใจด้วยรัก บทที่ 30 : แก้แค้น

ยาใจด้วยรัก บทที่ 30 : แก้แค้น

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

คะนิ้งควงแขนชัยยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ ไม่รู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไร ขนาดหนีมาเชียงใหม่ก็ยังเจอสัมภเวสีตามมาไม่เลิก เบสต์หันหน้าหลบสายตาอย่างอัตโนมัติ จนเพื่อนร่วมโต๊ะจับสังเกตความผิดปกติได้

“เอ้า ไม่คิดจะทักทายเพื่อนรักหน่อยเหรอ” คะนิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงหากในใจเย้ยหยัน เบสต์ยังคงก้มหน้าก้มตาไม่อยากรับรู้ เกรซจึงออกหน้ารับแทน

“เอ่อ…เพื่อนของเบสต์เหรอคะ” เกรซเอ่ยถามเพื่อให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเป้าสนทนา

“ใช่ค่ะ ตอนทำงานเราสนิทกันมาก ส่วนนี่พี่ชัยเป็นหัวหน้าของเบสต์ค่า” คะนิ้งแนะนำตัวเองและแฟน

“อันที่จริง ถ้าเบสต์ไม่ป่วยจนลาออก หรือ จะให้พูดว่า โดนไล่ออก เราก็คงจะยังทำงานด้วยกันอยู่ค่ะ”

“ไล่ออก หมายความว่ายังไง” เกรซหันไปมองเพื่อนสาว ที่ตอนนี้ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาไม่เถียงสักคำ แล้วที่ว่าป่วย คือเป็นอะไร

“อ้าว นี่ไม่รู้เหรอ คิดว่าเป็นเพื่อนสนิทกันซะอีก” คะนิ้งแขวะต่อเริ่มเก็บสีหน้าสะใจไม่อยู่ เธอมีความสุขที่ได้เหยียบคนอื่นให้ต่ำลงเพื่อให้ตัวเองสูงขึ้น

เกรซรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น แต่เรื่องที่ไม่สบอารมณ์อีกเรื่อง ก็คือการที่เบสต์เอาแต่นิ่งเงียบไม่มีปากมีเสียง เห็นได้ทีชัยจึงรีบพูดเสริมเข้ามาอีก

“พอดีการทำงานของเธอก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่บริษัท ทางทีมเลยลงความเห็นว่าอยากให้เธอได้พักน่ะครับ ใช่ไหมเบสต์”

“กรุณาอย่าเรียกชื่ออย่างสนิทสนมได้ไหมคะ” เบสต์เอ่ยปากขึ้นอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เธอไม่อยากนับว่ารู้จักกับคนพรรค์นี้ด้วยซ้ำ

“แหม บอบบางจัง…ไปเถอะค่ะพี่ชัย นิ้งอยากถ่ายรูปแล้ว” คะนิ้งอ้อนแฟนของเธอให้พาไปนั่งยังโต๊ะข้างๆ สาวผมลอนหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาโพสท่าถ่ายรูปอย่างแอ๊บแบ๊วน่ารัก

“เสียอารมณ์จังเลยค่ะพี่ชัย นึกว่าจะได้มาเดตกันสงบๆ” คะนิ้งจงใจพูดเสียงดังๆ ให้เบสต์ได้ยิน

“อย่าใส่ใจเลยจ้ะ คะนิ้งคนสวยของพี่ คิดซะว่าหมาแมวจรผ่านมา”

“จะว่าไปแล้วก็นึกอิจฉาเหมือนกันนะคะ แค่บอกว่าป่วย คนก็เข้ามาประคบประหงม วันๆ ไม่ต้องทำอะไร งอมืองอเท้าขอความช่วยเหลือจากคนนั้นที คนนี้ที วันหลังนิ้งใช้มุกนี้บ้างดีกว่า จะได้ดูน่าสงสาร”

“แหม ถึงนิ้งไม่ทำแบบนั้น นิ้งก็น่าเอ็นดูอยู่แล้ว ผิดกับอีกคนที่ต้องพยายามเล่นละครมากหน่อย” ทั้งสองหัวเราะกันเสียงดัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังพล่ามต่อไม่หยุดเหมือนผีเจาะปากมาพูด

เบสต์ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าด้วยความที่เธออยากจะออกจากที่นี่ สวนทางกับเกรซที่ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความเร็วที่ต่างกันมาก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แขกคนอื่นภายในร้านที่เดินถือแก้วกาแฟมาด้านหลังถึงกับผงะจนเกือบทำแก้วหล่น เกรซหันไปถือวิสาสะกระชากแก้วกาแฟของคนแปลกหน้ามาไว้ในมือ ก่อนเดินฉับๆ ไปยังเป้าหมาย

หญิงสาวสาดกาแฟรสขมใส่หน้าของยัยตอแหลกับนายปากปีจอ ชโลมเสื้อสีอ่อนให้เลอะคราบสีน้ำตาลซักออกยาก

“ว้าย อะไรเนี่ย!” คะนิ้งแผดเสียงโวยลั่นจนคนทั้งร้านหันมามอง เบสต์รู้จักเพื่อนของเธอดี…โหมดนางมารของเกรซได้ตื่นขึ้นแล้ว

“ดูๆ ก็เหมือนจะครบ 32 นะ” เกรซกล่าวนิ่งๆ ส่วนคะนิ้งกับชัยทำสีหน้างงงวยยังไม่เข้าใจ

“เสียดายขาดสมองไปอันนึง” สาวผมสั้นต่อประโยคสร้างความคับแค้นใจให้กับคู่เดตเป็นอย่างมาก

“หน็อยอะไรของหล่อน นี่หลอกด่าเหรอ” คะนิ้งยืนขึ้นง้างมือเตรียมจะโต้กลับ แต่ก็ต้องเจอเข้ากับกาแฟเย็นๆ พร้อมน้ำแข็งกระแทกหน้า แก้วนี้เป็นของเกรซเอง ถึงเจ้าตัวจะนึกเสียดายที่เพิ่งดื่มไปได้ไม่กี่อึก แต่โทสะนี้ มันยากเกินกว่าจะเก็บเอาไว้อีกแล้ว

“ไม่ได้หลอก แต่ด่าเลย เกิดมาฉันก็เพิ่งจะเคยเจอคนที่นิสัยเหมือนตัวร้ายในละครคุณธรรมเป็นครั้งแรก นี่เล่นนินทาเสียงดังให้ชาวบ้านได้ยิน ทำเพื่อ? คำพูดคำจาพูดแล้วตัวเองสูงขึ้นมั้ยก็ไม่ พูดแล้วคนฟังดีขึ้นมั้ยก็ไม่ พวกแกนี่เหมือนฝุ่น pm2.5 เลย ไร้ค่าแถมยังเป็นพิษอีกต่างหาก!”

คะนิ้งกรี๊ดจนสุดเสียง ระเบิดความไม่พอใจออกมา เธอกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่ก็ถูกกาแฟชืดๆ อีกแก้วสาดใส่จนไม่สามารถลืมตาได้ เสื้อผ้าหน้าผมของเธอเปียกปอนไปหมด

“ยัง ใครอนุญาตให้แกพูด ที่เบสต์เค้านิ่งเฉย เค้าไม่ได้กลัว แต่เค้าไม่อยากลดตัวลงไปสัมผัสกับสิ่งสกปรกอย่างพวกแก งงมากว่านี่คือเล่นละครเก่งแล้วเหรอ ทำไมภาพลักษณ์ในบริษัทถึงยังดีอยู่ได้อะ แอบวางยาผู้บริหารเปล่าเนี่ย” เสียดายที่กาแฟร้อนของเบสต์หลายแก้วบนโต๊ะเย็นหมดแล้ว ไม่งั้นเกรซคงจะรู้สึกพึงพอใจกว่านี้

ชัยพยายามเข้ามาห้ามพร้อมเจรจาด้วยไม่อยากให้เรื่องลามปามใหญ่โต

“เอ่อ คุณครับ ผมว่าใจเย็…”

ซ่า!

เสียงน้ำสาดเพิ่มขึ้นเป็นแก้วที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้ เกรซคว้าทุกแก้วที่มีอยู่บนโต๊ะ ทั้งของเธอ ของเบสต์ ของคะนิ้ง ของชัย แม้ของคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินเฉียดเข้ามาใกล้ก็ไม่เว้น

“ไม่เคยได้ยินเหรอว่าผู้หญิงทะเลาะกันห้ามเจ๋อ” ใบหน้าที่ดุอยู่แล้วเกรี้ยวกราดมากขึ้นเป็นทวีคูณ

“ผมพูดกับคุณดีๆ นะ เราไม่ได้รู้จักกันทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ หยุดซะก่อนจะหาว่าผมทำร้ายผู้หญิง” อารมณ์ของชัยเดือดปุดๆ อย่างเหลืออด

“โห จ้า พ่อคนเก่ง นึกว่าเห่าเป็นอย่างเดียว นี่ขู่ด้วย ขู่แล้วจะกัดไหม แต่อย่าเลยเพราะฉันไม่อยากไปจ่ายเงินค่าฉีดพิษสุนัขบ้า”

“นี่แก” ชัยง้างมือหมายจะตบ แต่เจอฝ่าเท้าส้นเข็มถีบเข้าที่หน้าท้องอย่างแรงจนจุก ร่างหนากระเด็นกระแทกเก้าอี้ล้มระเนระนาด

“อยู่ให้หน้ามีรอยตีนกา ดีกว่าให้หน้ามีรอยตีนฉันนะ” หญิงสาวยิ้มเยาะ เธอค่อยๆ เดินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เหยื่อพร้อมแผ่รังสีอำมหิต ไหนๆ ก็จะต้องเสียค่าปรับแล้วก็ขอไปให้สุดแล้วจ่ายเงินทีเดียวเลยแล้วกัน

ในขณะที่เกรซง้างมือหมายจะสั่งสอนคู่กรณีให้สาแก่ใจ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเทาหม่นโผล่พรวดเข้ามา  ล็อกตัวเกรซจากด้านหลัง

“ภพ!” เบสต์ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจอย่างไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง แม้สถานการณ์ตอนนี้มันจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้ดีใจเท่าไร ในขณะที่เกรซผู้โมโหร้ายกำลังดิ้นพราดๆ ทำเสียบรรยากาศซึ้ง

“ปล่อย แกเป็นใคร เป็นพวกมันเหรอ ปล่อยฉัน!”

สาวมั่นศอกเข้าที่ท้องของเด็กหนุ่มจนเขารู้สึกเจ็บ ถึงกระนั้นเธอก็ไม่อาจสู้แรงผู้ชายได้ เหตุการณ์โหวกเหวกโวยวายเริ่มสงบลงเมื่อภพลากเกรซออกจากพื้นที่ เบสต์จัดการเคลียค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางผู้จัดการร้านซึ่งยืนกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนก้มหน้าก้มตาเดินออกจากร้านตามไปอย่างรวดเร็ว

คะนิ้งกับชัยโวยวายพร้อมลั่นวาจาว่าจะแจ้งความและให้เกรซชดใช้อย่างสาสม

แม้เบสต์จะรู้สึกหวาดหวั่นแต่ความสุขก็ผุดขึ้นมาในหัวใจด้วยเช่นกัน สิ่งนี้มันเรียกว่าอะไรกันนะ หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสรุปขึ้นมาได้

‘สะใจ’ คงจะเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุด

 



Don`t copy text!