ยาใจด้วยรัก บทที่ 35 : ผู้ชายที่ดุเหมือนหมา

ยาใจด้วยรัก บทที่ 35 : ผู้ชายที่ดุเหมือนหมา

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

ในตอนเย็นช่วงเวลาหลังเลิกงาน นฤเบศร์อ่อนล้ากลับมาบ้านหลังจากการประชุมอันยาวนานตั้งแต่เช้า ถึงแม้อายุอานามของเขาจะถึงวัยเกษียณแล้ว แต่เจ้าตัวยังคงมีใจรักในการทำงาน และเป็นโชคดีที่บริษัทก็ยังไม่ปลดคนแก่ๆ อย่างเขาออก

นฤเบศร์ค่อยๆ ถอดรองเท้าเก็บอย่างเป็นระเบียบ เดินตรงไปยังห้องรับแขกหวังพักผ่อน เขาไม่คิดว่าจะเจอเซอร์ไพรส์…

ไอ้เด็กเปรตนั่นกำลังลวนลามลูกสาวของเขา

คนที่โดนเด็กอายุน้อยกว่ามาเหยียบจมูกถึงที่ มีสีหน้าบึ้งตึงบ่งบอกอารมณ์โกรธอย่างชัดเจน  จนภพต้องรีบถอยตัวออกจากลูกสาวเจ้าของบ้านด้วยความหวาดหวั่น

“เบสต์ เดี๋ยวนี้แกกล้าพาผู้ชายเข้าบ้านเรอะ” ผู้เป็นพ่อกล่าวตำหนิ

“เปล่านะคะ เขามาเองค่ะ” หญิงสาวตอบตามความเป็นจริง ซึ่งยิ่งทำให้คนฟังมีน้ำโหมากขึ้นไปอีก

“ห้ะ ไอ้เด็กเวรนี่ ไม่มีใครเชิญแล้วกล้าเข้ามาบ้านคนอื่นได้ยังไง” เขาหันเป้าหมายไปยังเด็กหนุ่ม คนซึ่งเขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่เห็นที่กรุงเทพฯ แล้ว

“ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นแขกของคุณป้า…” ภพแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“หา? นี่แกหลอกแม้กระทั่งเมียฉันอย่างงั้นเรอะ”

นฤเบศร์ทิ้งสัมภาระทั้งหมดลงบนพื้น ถอดเสื้อสูทและถกแขนเสื้อขึ้นอย่างเอาเรื่อง เด็กหนุ่มเห็นท่าไม่ดีเลยรีบออกตัววิ่งไปหลบหลังโซฟาอย่างระแวดระวัง เมื่อสบโอกาส ภพรีบวิ่งหนีออกไปทางประตูหน้าทันที ประจวบเหมาะกับที่อารีย์เดินลงมาจากชั้น 2 และบอสที่เพิ่งจอดรถเสร็จ เดินเข้ามายืนงงรวมกันเป็นหมู่คณะที่ห้องรับแขกกลางบ้าน

“ฝากกีตาร์ไว้ก่อน พรุ่งนี้ผมมารับนะ” เขาตะโกนพร้อมวิ่งจู๊ดหนีไป

“ไม่ต้องมา ไปให้พ้น!” หัวหน้าครอบครัวตะโกนด่าไล่หลัง แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไปไกลจนไม่ได้ยินแล้ว จังหวะเดียวกันนั้นบอสเข้ามาประคองพ่อที่ทำท่าเหมือนจะเป็นลมให้ลดตัวลงนั่งที่โซฟา

“เบสต์ ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้แกเจอกับไอ้เด็กเวรนั่นอีกนะ” ผู้เป็นพ่อออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด

“ค่ะ…” เบสต์รับคำ แต่รู้ดีว่าคำสั่งของบิดาที่เคยอาญาสิทธิ์มาตลอดอาจจะใช้ไม่ได้ผลในคราวนี้

เหตุการณ์วุ่นวายและเสียงดังอึกทึกครึกโครมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในบ้านเจ้าระเบียบหลังนี้สงบลง แต่ก็สร้างบรรยากาศแปลกใหม่หลงเหลือไว้ให้สมาชิกในครอบครัว

 

วันรุ่งขึ้นเด็กหนุ่มมาตามนัดแต่เช้า วันนี้ภพสวมใส่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเชิ้ตสีดำแขน 7 ส่วน เข้ากับกางเกงขาสั้นสีดำและรองเท้าผ้าใบดูลำลองสบายๆ เตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เขากดกริ่งประตูโดยหวังว่าอารีย์จะออกมาต้อนรับด้วยไมตรีจิตแบบเมื่อวาน แต่วันนี้สถานการณ์กลับตรงกันข้าม…ไม่มีใครตอบรับ บ้านปิดสนิทเงียบสงัดเหมือนไม่มีคนอยู่ ภพเดาได้ในทันทีว่านี่คงเป็นคำสั่งของนฤเบศร์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.ออกขอความช่วยเหลือ

 

เบสต์นั่งมองภพอยู่ไกลๆ ผ่านหน้าต่างจากโซฟารับแขกแล้วได้แต่ถอนหายใจ ถึงแม้เธอจะแต่งตัวและวางแผนเตรียมพาเด็กหนุ่มออกไปสำรวจบ้านเกิดอย่างเต็มที่ แต่ติดที่พี่ชายมาดดุนั่งไขว่ห้างเฝ้าเธอไว้อย่างกับสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ตามคำสั่งของบิดา

“เอ่อ…พี่บอส เบสต์ออกไปเที่ยวกับเพื่อนก่อนนะ” หญิงสาวเอ่ยขอเสียงเบา ทั้งที่เธอก็โตออกป่านนี้ ทำไมต้องขออนุญาตที่บ้านออกไปข้างนอกเหมือนกับเด็กประถมด้วย

บอสที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว ขมวดคิ้วเข้าหากันจ้องมองไฟล์เอกสารภาษาอังกฤษในไอแพดอย่างเคร่งขรึม เขาไม่ได้ตอบอะไรจนหญิงสาวไม่แน่ใจว่านั่นคือคำตอบหรือเขาไม่ได้ยินกันแน่ เมื่อสังเกตเห็นท่าทีโฟกัสกับงานของฝ่ายตรงข้าม หญิงสาวค่อยๆ ตีเนียนย่องลุกออกไป แต่เสียงเรียบกลับเอ่ยขึ้นให้เธอหยุดชะงัก

“นั่งลง” บอสกล่าวสั้น กระชับ และเด็ดขาด บุคคลผู้นี้ดุอย่างกับหมา น่ากลัวพอๆ กับบิดาของเธอจนหญิงสาวต้องถอยกลับมาลดตัวลงนั่งที่เดิมแต่โดยดี

“ป่วยไม่ใช่เหรอ ป่วยก็ต้องอยู่บ้าน พักผ่อน” ชายหนุ่มกระตุกแว่นก่อนกล่าวเสียงเรียบ

“ป่วยกายกับป่วยใจมันไม่เหมือนกันนะ ป่วยกายต้องนอน ป่วยใจต้องเปลี่ยนบรรยากาศ” หญิงสาวพยายามอธิบาย และพี่ชายก็พยักหน้าเข้าใจ แต่พฤติกรรมนั่งเป็นผู้คุมยังคงเหมือนเดิม

ผู้เป็นมารดามองสถานการณ์มาจากในห้องครัวด้วยความเป็นห่วง แน่นอนว่าเธออยากเอาใจช่วยลูกสาว แต่ก็จะออกหน้าออกตาเกินไปไม่ได้ เนื่องด้วยเดี๋ยวจะโดนข้อครหาว่าเป็นปฏิปักษ์กับสามี แค่เมื่อวานก็เกือบมีเรื่องให้ทะเลาะกันวุ่นวายพอแล้ว

เวลาเคลื่อนคล้อยเที่ยงจนแสงแดดร้อนจ้าเกินกว่าใครจะยืนอยู่กลางแจ้งไหว

กิ๊งก่อง

เสียงกดออดดังขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อหญิงสาวชะเง้อหน้าออกไป เธอพบกับผู้มาเยือนหน้าใหม่

เกรซโบกมือทักทายด้วยท่าทีสดใสอยู่ที่นอกรั้ว

“เกรซมาอะพี่บอส เบสต์ไปเปิดประตูนะ” ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเหลือบสายตาเยือกเย็นมองที่หน้าประตู พบว่าเด็กหนุ่มน่ารำคาญไม่ได้อยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มคาดเดาไว้ว่าเขาน่าจะหมดความอดทนจนกลับไปแล้ว บอสจึงพยักหน้าเงียบๆ อนุญาตให้น้องสาวออกไปพบเพื่อนแต่โดยดี

 

ที่หน้าประตู เพื่อนสนิททั้งสองคนโผเข้ากอดกัน “เกรซ แกมาได้ยังไง”

“มีคน SOS มาน่ะสิ” เกรซว่าพลางชี้ให้เห็นภพที่นั่งยองๆ แอบอยู่ตรงโพรงหญ้าเตี้ยใกล้ๆ เบสต์ตาโต เธอพยายามกลั้นขำสภาพของเด็กหนุ่มอย่างสุดความสามารถ

“เอ้า พวกแกรีบๆ ไป เดี๋ยวทางนี้ฉันรับหน้าให้เอง เที่ยวให้สนุกนะ”

ได้ยินเสียงเกรซไล่ ภพจึงลุกขึ้นยืนก่อนใช้มือปัดฝุ่นที่กางเกงพร้อมยื่นมือของเขามาให้เบสต์จับ หญิงสาวยื่นมือเล็กของเธอขึ้นกุมมือของเด็กหนุ่มเอาไว้ ก่อนที่เขาจะชวนเธอออกไปวิ่งไปข้างหน้า

บอสลุกขึ้นพรวดเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มหน้าด้านพาตัวน้องสาวเขาไปแล้ว

ถ้าพ่อรู้มีหวังเป็นเรื่องแน่

เขารีบรุดตัวออกไปตามหากโดนสาวผมบ็อบยืนพิงประตูบ้านขวางไว้

“ฮาย” เธอส่งเสียงทักทายคนคุ้นเคยอย่างเป็นมิตร ชายหนุ่มหัวดีเดาได้ไม่ยากว่าผู้สมรู้ร่วมคิด ต้องการอะไร เขาได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเอามือกระตุกแว่นหนา

“ในเมื่อจัดการมันไม่ได้ก็เล่นเธอแทนแล้วกัน” เสียงเย็นเยียบพร้อมสายตาเชือดเฉือนจ้องมองมายังหญิงสาวทำให้เธอเสียวสันหลังวาบ นี่เธอต้องใช้เวลาวันหยุดอันมีค่ากับก้อนน้ำแข็งเหรอเนี่ย

ยัยเบสต์ คราวนี้เธอติดหนี้ฉัน!



Don`t copy text!