ยาใจด้วยรัก บทที่ 41 : เธอคือเดอะเบสต์ (จบบริบูรณ์)

ยาใจด้วยรัก บทที่ 41 : เธอคือเดอะเบสต์ (จบบริบูรณ์)

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

เวลาผ่านไป 9 เดือนนับจากเหตุการณ์วันนั้น เบสต์หางานได้ตามที่เธอหวังในบริษัทที่ใหญ่และตำแหน่งงานที่ท้าทายขึ้นกว่าเดิม ถึงกระนั้นการที่เธอได้ก้าวข้ามปมในใจ การรับประทานยาต่อเนื่อง และการเข้าปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้จิตใจของเธอมั่นคงและดีขึ้นตามลำดับ ภพยังคงอยู่เคียงข้างเธอและคอยชี้ให้หญิงสาวเห็นความสุขจากสิ่งเล็กๆ ในทุกๆ วัน เขาและเธอค่อยๆ เก็บสะสมมันไปทีละเล็กทีละน้อย จนในวันนี้เธอสามารถโอบกอดความสุขนั้นเอาไว้ได้อย่างเต็มอ้อมแขน

หญิงสาวผมสีดำสนิทเดินทางมายังห้องสีขาวของโรงพยาบาลเพื่อพบจิตแพทย์คนเดิม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือตอนนี้ใบหน้าของเธอมีสีสันมากขึ้นไม่ซีดเซียวเหมือนแต่ก่อน มีรอยยิ้มง่ายขึ้น หัวเราะมากขึ้น หญิงสาวเล่าถึงพัฒนาการของตัวเองที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นให้กับหมอฟัง สิ่งที่เธอได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือ การยอมรับ เข้าใจ ให้อภัยตัวเอง และที่สำคัญคือการใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง

เพราะไม่สมบูรณ์แบบมนุษย์จึงงดงาม

อรรถกรเห็นดังนั้นเขาก็รู้สึกภูมิใจในฝีมือการรักษาของตนอยู่ไม่น้อย

“เป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ แล้วตอนนี้ยังมีอารมณ์สวิงขึ้นลงอยู่ไหม” เขาซักอาการตามแผนการรักษา

“คิดว่าอยู่ในระดับปกตินะคะ ที่คนทั่วไปเขาจะรู้สึกกัน”

แพทย์หนุ่มจดบันทึกคำตอบลงในสมุดก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“อยากลองลดยาดูไหม” เขากล่าวเมื่อประเมินแล้วว่าอารมณ์ของหญิงสาวค่อนข้างคงที่

“ได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีตื่นเต้น เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอใคร่ครวญมาสักพัก เนื่องจากค่ายาและค่ารักษานั้นไม่ใช่ถูกๆ เลย

“อืม… ยาเป็นตัวช่วยปรับสารเคมีในสมอง แต่ถ้ามันอยู่ในระดับที่สมดุลแล้วก็สามารถหยุดได้ แต่เธอก็ต้องช่วยหมอด้วย ลองออกกำลังกายดูนะ ไม่ต้องหนักแต่แค่ให้ร่างกายได้ขยับตัว ที่สำคัญคือการนอน พยายามเข้านอนให้เป็นเวลา นอนให้หลับ ไม่อดนอน เธออยากจะลองดูไหมล่ะ”

“ลองค่ะ เบสต์จะพยายาม”

“งั้นหมอจะให้งดตัวนึงก่อนนะ เป็นตัวช่วยเรื่องการนอนหลับ ช่วงอาทิตย์แรกอาจจะกระสับกระส่ายหน่อย หลังจากนั้นถ้าสามารถนอนหลับเองได้ก็หยุดยาวไปเลย แต่ถ้าไม่ไหวยังไงรีบมาหาหมอนะ” นายแพทย์กล่าวพร้อมกับคีย์ข้อมูลลงระบบคอมพิวเตอร์

“มีคำถามไหม” เขาหันมายิ้มให้คนไข้พร้อมจรดมือลงที่กริ่งหมดเวลา

“ไม่มีค่ะ ขอบคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ถ้าไม่มีหมอเบสต์อาจจะอยู่ไม่ถึงวันนี้ก็ได้” หญิงสาวกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง รอยยิ้มที่มุมปากของจิตแพทย์ยกขึ้นบางเบาบ่งบอกถึงความพึงพอใจ

“ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”

กิ๊งก่อง

เสียงสัญญาณบ่งบอกสิ้นสุดการรักษา ร่างของหญิงสาวก้าวออกมาจากห้องสีขาวด้วยรอยยิ้ม สบตาเข้ากับเด็กหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม เมื่อเห็นเบสต์ ภพส่งยิ้มทักทายและลุกขึ้นเดินไปจับมือของเธออย่างเชื่องช้า

“หมอว่าไงบ้าง” เขาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้

“เดาสิ” หญิงสาวเย้าแหย่ แต่ด้วยสีหน้าแจ่มใสทำให้เด็กหนุ่มอนุมานได้ไม่ยาก

“อะไรไม่รู้ละ แต่ต้องเป็นเรื่องดีมากแน่ๆ” เขากล่าวพร้อมกระชับจับมือหญิงสาวแน่น ก่อนที่ทั้งสองคนจะก้าวออกจากโรงพยาบาลสู่แสงแดดเจิดจ้าที่รอพวกเขาอยู่

 

ในช่วงเวลายามเย็นที่ท้องฟ้าถูกฉาบไปด้วยสีส้มของดวงอาทิตย์ซึ่งกำลังจะลับขอบฟ้า ณ ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่คับคั่งไปด้วยผู้คน ภพขึ้นไปร้องเพลงพร้อมกับกีตาร์โปร่งคู่ใจตัวเดิม ความมีเสน่ห์ของเขายังคงสามารถสะกดสายตาของเธอให้จับจ้องเหมือนดั่งวันแรกที่เธอได้เห็นเขาบนเวที

เบสต์ คิณณ์ และอลิซ นั่งชมรับลมเย็นพร้อมอาหารเต็มโต๊ะ

“ขอบคุณที่ยอมให้พี่มาด้วยในวันนี้นะ” เบสต์เอ่ยขอบคุณตัวแทนเจ้าของร้าน

“โอ๊ย ไม่เป็นไรเลยพี่ พี่ไม่สาปส่งฉันนี่ก็ดีมากเท่าไหร่แล้ว” หญิงสาวอายุน้อยกว่าที่บัดนี้ตัดผมซอยสั้นจนเหมือนผู้ชายให้ลุคแปลกตาแต่ก็ดูดีในแบบฉบับของเธอ ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเขาทั้งสามคนจะกลายเป็นเพื่อนกันได้อีกครั้ง อาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ทุกอย่างมันเริ่มชัดเจนขึ้นแล้วก็ได้ เบสต์คิดพลางหันหน้าไปมองภพอย่างไม่ละสายตา รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของหญิงสาว เมื่อนึกทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเจอเรื่องร้ายหนักหนาสาหัส แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกขอบคุณ…

ขอบคุณจิตแพทย์ที่ช่วยรักษาเธออย่างเต็มที่

ขอบคุณคะนิ้งและชัยที่ช่วยให้เธอได้มองเห็นมิตรภาพที่แท้จริงของเกรซ

ของคุณพี่บอสที่คอยเป็นห่วงอย่างห่างๆ

ขอบคุณพ่อและแม่ที่รักและเลี้ยงดูเธอมา

ที่สำคัญ…ขอบคุณเด็กหนุ่มตรงหน้า ที่ช่วยให้เธอมองเห็นสิ่งล้ำค่าที่เธอมีอยู่แต่ไม่เคยรู้ตัว

ผู้ชายที่ชื่อว่าภพ คือคนที่เธออยากขอบคุณมากที่สุด

 

เมื่อดนตรีจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้อง เบสต์เองก็ยกมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาปรบแสดงความยินดีร่วมกับฝูงชนเช่นกัน ทว่าถึงการแสดงจะจบลงแล้วชายหนุ่มก็ยังไม่ลงจากเวที เขากระแอมในลำคอเล็กน้อย ก่อนกล่าวอะไรบางอย่าง

“ในวันนี้ เพลงที่ผมแต่งมาเกือบปีได้เขียนจบแล้ว ผมอยากให้ทุกคนในที่นี่ได้ฟัง พอจะให้โอกาสผมได้ไหมครับ” เขากล่าวอย่างประหม่าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ได้!” เสียงตะโกนและเสียงเชียร์จากโต๊ะลูกค้าดังขึ้นพร้อมเพรียงให้กำลังใจ

“ชื่อเพลง เธอคือเดอะเบสต์”

เมื่อได้ยินชื่อเพลง หญิงสาวเจ้าของชื่อเดียวกันสะดุ้งเฮือก คิณณ์และอลิซหันมามองเป็นตาเดียวจนเจ้าตัวรู้สึกอาย

ชายหนุ่มหลับตาลงทำสมาธิ เคาะกีตาร์โปร่งเป็นจังหวะ 3 ที ก่อนเริ่มกรีดนิ้วเรียวไปตามสาย และใช้มืออีกข้างหนึ่งกดคอร์ดให้ได้ท่วงทำนองที่แตกต่างกัน มีช่วงจังหวะที่ช้าและเร็วสลับกันไปแต่ไม่รู้สึกกระชาก ในทางกลับกันดนตรีกลับสอดประสานกันเป็นอย่างดี

เมื่อเขาเปล่งเสียงออกมา เนื้อร้องนั้นเกี่ยวกับข้อเสียมากมายของผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งเจ้าอารมณ์ อ่อนไหว เอาแต่ใจ ฟังดูก็รู้ว่าหมายถึงใครกัน หญิงสาวรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อยที่เหมือนถูกหลอกด่าแต่ทำอะไรไม่ได้ เธอนั่งฟังด้วยท่าทางบูดบึ้ง แต่เมื่อถึงท่อนถัดไป ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะร้องท่อนฮุคด้วยพลังเสียงทั้งหมดที่เขามี

“ถึงอย่างนั้นในโลกนี้ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เหมือนเธอ

เธอที่ยิ้มแล้วทำให้ใจหวั่นไหว เธอที่พยายามยิ่งกว่าผู้ใด

ไม่ต้องเพอร์เฟกต์เหมือนใคร ขอแค่เธอเป็นเธอฉันก็สุขหัวใจ”

เมื่อฟังจบ ใบหน้าของหญิงสาวร้อนวูบผะผ่าวขึ้นมาทันที มันมีสีแดงก่ำเหมือนคนเป็นไข้จนเพื่อนร่วมโต๊ะอย่างอลิซถึงกับมองด้วยความอิจฉาทำให้คิณณ์เห็นแล้วไม่สบอารมณ์

“น้ำเน่าออก ชอบแบบนี้อ่อ” เจ้าของผมเกรียนกล่าวขึ้นขัดมู้ดโรแมนติกของผู้หญิง ทำเอาหญิงสาวที่กำลังเขินตามไปด้วยหันมามองค้อน

“ก็ใช่น่ะสิ อย่างนายน่ะมีปัญญารึเปล่า”

เสียงแว้ดๆ หาเรื่องของอลิซ ช่วยให้เบสต์พอสงบใจได้บ้าง คิณณ์ได้ยินดังนั้นเขาแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา

“หึ…ฉันทำได้มากกว่านั้นอีก” ชายหนุ่มว่าพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้กับหญิงสาวที่เขาตามจีบอย่างเปิดเผยมาสักพัก ใบหน้าใกล้กันจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของอีกฝ่าย

เพียะ!

เสียงตบดังขึ้นเมื่อฝ่ามือเล็กสัมผัสกับแก้มของคู่กรณีจนหน้าหัน อลิซเขินจนมือสั่น หน้าแดงไปจนถึงใบหู เธอรีบลุกออกไปจากที่เกิดเหตุทันที คิณณ์เห็นดังนั้นเขาทำได้เพียงจับแก้มของตัวเองพร้อมยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี

“เอ่อ…ไม่เป็นไรใช่ไหม” เบสต์เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ค่อนข้างเหวอกับภาพที่เห็นเมื่อกี้พอสมควร

“แค่แกล้งแรงไปหน่อย แต่เดี๋ยวก็หายงอนเองแหละครับ” คิณณ์พูดพร้อมยิ้มกว้าง เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้เห็นสีหน้าอื่นนอกจากเรียบเฉยของเด็กหนุ่ม เธอสัมผัสได้ถึงความรักที่เขามีให้กับเด็กสาวจริงๆ

“ว่าแต่พี่มัวแต่มาคุยกับผมจะดีเหรอ ไม่ตั้งใจฟัง คนร้องมันมองตาเขียวปั้ดแล้วนั่น” เขาปรับสีหน้ากลับมาปกติอีกครั้ง ก่อนชี้ไปทางเพื่อนที่กำลังร้องเพลงแต่จ้องเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อมาทางนี้ หญิงสาวรู้สึกเขินที่ดูเหมือนภพจะขี้หึงมากกว่าที่เธอคิดไว้

หลังการแสดงจบลง ภพได้รับเสียงปรบมือดังกระหึ่มจากคนทั้งร้าน เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อผลตอบรับเป็นไปในทางที่ดี

“ขอบคุณมากครับ จริงๆ เพลงนี้ผมแต่งมาจากเรื่องของผู้หญิงคนนึง” เบสต์เมื่อรู้ว่าภพเริ่มพูดอะไรแปลกๆ เธออยากจะลุกหนีไปแต่คิณณ์จับแขนของเธอไว้ด้วยเขาอยากให้เธอตั้งใจฟังจนจบ

“ผมถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดของผมผ่านเพลงนี้แล้ว ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าพี่เขาชอบผมบ้างรึเปล่า หวังว่าวันนี้พี่จะให้คำตอบผมได้สักทีนะครับ” เขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มสดใสดั่งแสงอาทิตย์เช่นทุกที หากแต่ตอนนี้ใบหน้านั้นมีสีติดอมแดงด้วยความเขินอายอยู่ไม่ใช่น้อย

ถึงอย่างนั้นมาตรวัดความหน้าบางก็ช่างต่างกันกับหญิงสาวอายุมากกว่าราวฟ้ากับเหว เธอรู้สึกอายที่คนทั้งร้านหันมามองกันเป็นตาเดียว อายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี หญิงสาวลุกพรวดขึ้นยืนนิ่ง ก้มหน้างุด มือสั่นเทา สร้างความตกใจให้กับคิณณ์ที่นั่งอยู่ใกล้ เบสต์เดินฉับๆ ตรงไปหาภพจนอีกฝ่ายรู้สึกหวาดหวั่นในท่าทีฉุนเฉียว? ของเธอ หญิงสาววาดมือขวาออกเต็มวงแขน คิณณ์เห็นดังนั้นเขานั่งไม่ติดเก้าอี้ ชายหนุ่มไม่คิดว่าเบสต์จะนิยมใช้ความรุนแรงแบบอลิซ มือเล็กคว้ากระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มขึ้นมา ภพเห็นดังนั้นเขาหลับตาปี๋…

ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มของริมฝีปากอิ่มที่แก้มซ้าย

หญิงสาวค่อยๆ ปล่อยมือที่กระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มลงอย่างแผ่วเบา ก้มซ่อนใบหน้าแดงก่ำใต้ผมยาวสลวยของเธอ ถึงกระนั้นก็ไม่อาจปิดความเขินอายที่แผ่ขยายไปจนถึงใบหูได้มิด ดวงตาของภพเบิกกว้าง เขานำมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับแก้มที่เพิ่งถูกประทับรอยจูบ เพื่อยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เมื่อยืนยันสัมผัสที่ชัดเจนเสร็จ ใบหน้าของเด็กหนุ่มร้อนขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เลือดในร่างกายสูบฉีด หัวใจเต้นรัวด้วยความปีติ

“นี่พี่ตกลงคบกับผมแล้วใช่ปะ” ภพเอ่ยถามเพื่อยืนยันคำตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ยิ่งทำให้เบสต์รู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก

“แค่นี้ยังไม่ชัดอีกเหรอ” หญิงสาวกล่าวเสียงอุบอิบในลำคอ ตามองต่ำด้วยตอนนี้รู้สึกชาไปทั่วใบหน้าจนไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว

“ผมจะไปรู้ได้ไงถ้าพี่ไม่บอกอะ” เขาพยายามอ้อนให้หญิงสาวพูดคำบอกรัก แต่เธอกลับเลือกที่จะเดินหนีไปด้วยไม่อาจทนต่อสถานการณ์น่าอายนี่อีกต่อไปแล้ว ภพเห็นดังนั้นเขารีบร้อนวางกีตาร์ลงกับพื้น กระวีกระวาดวิ่งตามหญิงสาวไป ชายหนุ่มเอื้อมหมายจะคว้ามือบอบบางของหญิงสาวเอาไว้ แต่ทันใดนั้น เธอหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว เบสต์โอบแขนทั้งสองข้างรอบลำคอของเขา โน้มศีรษะของชายหนุ่มลงมา เขย่งตัวเอื้อมใบหน้ากระซิบคำบางคำอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูของเขา

ภพยกมือขึ้นจับใบหูที่ถูกลมซ่อนคำหวานเป่าจนรู้สึกจั๊กจี้ ถึงตอนนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจว่ามีความสุขจนตัวลอยเป็นเช่นไร

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ส่งรอยยิ้มหวานกว้างด้วยท่าทีทะเล้น เอาคืนชายหนุ่มที่มักจะหยอกล้อเธอบ่อยๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งเขินอาย หวาดหวั่น และความสุขที่รื้นอยู่น้อยๆ ในดวงตาทั้งสองข้าง ภพเอื้อมมือไปเกาะกุมสอดประสานนิ้วของเขาเข้ากับมือเล็กบอบบาง จากนั้นชายหนุ่มค่อยๆ ลดใบหน้าลงประทับรอยจูบ ลิ้มรสริมฝีปากอิ่มที่เขาโหยหามานาน ความหวานจากสัมผัสอ่อนโยนทำให้หัวใจของคนทั้งสองเต็มตื้นและอิ่มเอม…ภพตั้งมั่นว่าจะอยู่เคียงข้างและดูแลเบสต์ไปตลอดชีวิต

 

โดยไม่รู้ตัวเรามักมองเห็นแต่ความขาดพร่อง

จนหลงลืมสิ่งสมบูรณ์พร้อมที่มีอยู่

อยากให้เธอหันมามองความสุขเล็กๆ ในชีวิตไปด้วยกัน

 

– จบบริบูรณ์ –

 



Don`t copy text!