
ดารัช กับผลงานเรื่อง กานต์ปรียา เมื่อความรักกลายเป็นการล้ำเส้น และเงามืดของโลกออนไลน์ที่เราอาจมองไม่เห็น
โดย : กิ่งสุรางค์ อนุภาษ
![]()
ท่ามกลางโลกที่ทุกการคลิก ทุกรอยยิ้ม และทุกสเตตัสอาจถูกบันทึกไว้ในพื้นที่สาธารณะ นิยายเรื่อง กานต์ปรียา ของ ‘ดารัช’ ได้ชวนคุณผู้อ่านตั้งคำถามกับเส้นบางๆ ระหว่างความรัก ความหลงใหล และการคุกคาม ผ่านประเด็น Cyberstalking ที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
บทสนทนานี้จะพาไปสำรวจเบื้องหลังความคิด วิธีทำงาน และพัฒนาการของนักเขียนที่กล้าหยิบ ‘ตัวร้าย’ มาเป็นตัวเอก พร้อมตั้งคำถามกับโลกออนไลน์ที่เราใช้ทุกวันโดยไม่ทันระวังค่ะ

แรงบันดาลใจจากคำถามเล็กๆ ในโลกออนไลน์
จุดเริ่มต้นของ กานต์ปรียา ไม่ได้เกิดจากคดีสะเทือนขวัญใดๆ หากแต่มาจากพฤติกรรมธรรมดาในยุคโซเชียล การ ‘ตามส่อง’ ใครสักคน ซึ่งดารัชเล่าว่า “สนใจประเด็นเกี่ยวกับการโพสต์สิ่งต่างๆ ในโลกออนไลน์ ที่เราอาจเผลอบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเองโดยไม่ตั้งใจค่ะ คนที่ตามส่องอาจปะติดปะต่อข้อมูลของเราได้ โดยในเรื่อง ตั้งใจเน้นประเด็น Cyberstalking ที่มีสาเหตุจากความรัก/ความหลงใหลในตัวอีกฝ่าย จนตัวเอกคือ ‘กานต์’ เผลอก้าวข้ามเส้น จากการติดตาม ‘ปรียา’ ด้วยความชื่นชอบ ไปสู่การ stalking”
ดังนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ใครทำผิด แต่คือ เราล้ำเส้นไปตั้งแต่เมื่อไร เพราะในความเป็นจริง หลายคนอาจเคยตามดูชีวิตใครบางคนผ่านหน้าจอ และเผลอรู้สึกว่าเรารู้จักเขาดี ทั้งที่แท้จริงแล้ว ความรู้เหล่านั้นคือเศษเสี้ยวที่อีกฝ่ายเลือกให้เห็นเท่านั้น
เมื่อให้เล่าเรื่องนี้แบบสั้นที่สุด ดารัชนิยามให้ฟังว่า “เรื่องนี้เป็นนิยายสืบสวนค่ะ ประเด็นหลักคือเรื่องของการตามสตอล์กเกอร์ในโลกออนไลน์ เพื่อทำความรู้จักคนที่สนใจ จนเผลอก้าวข้ามเส้นแบ่ง และคุกคามอีกฝ่ายดังนั้นกานต์จึงไม่ใช่อาชญากรแบบชัดเจนตั้งแต่ต้น เขาคือคนธรรมดาที่สนใจใครคนหนึ่งอย่างจริงจัง จนกระทั่งความสนใจนั้นค่อยๆ กลายสภาพเป็นการเฝ้ามองอย่างควบคุมไม่ได้” ซึ่งดารัชเองยอมรับว่าเส้นบางๆ ระหว่างความรักและการครอบครองเป็นประเด็นที่ตั้งใจชวนผู้อ่านตั้งคำถามตั้งแต่แรก
“แนวคิดนี้มาจากตัวเองเลยค่ะ เวลาเราสนใจ อยากรู้เรื่องของใครสักคน เราจะพยายามตามส่องเขาในโลกออนไลน์ จนวันหนึ่งเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาว่า แล้วถ้ามีใครคนหนึ่งก้าวข้ามเส้นแบ่งจากแค่แอบส่องล่ะ? …ในโลกที่ข้อมูลทุกอย่างเสิร์ชได้จากอินเตอร์เน็ต การล้ำเส้นก็ทำได้ง่ายขึ้นด้วย”
นี่คืออีกหนึ่งเรื่องที่ดารัชมองว่าคือชีวิตจริงของคนยุคปัจจุบัน “ทุกวันนี้ข้อมูลต่างๆ ของคนๆ หนึ่ง สามารถค้นได้จากอินเตอร์เน็ต สิ่งที่เราแชร์ ความคิด ความชอบ และเรื่องอื่นๆ คนที่รับสารมีทั้งผู้ประสงค์ดี ประสงค์ร้าย เราไม่รู้เลยว่าใครบ้างที่มาอ่านสิ่งที่เราแชร์ นิยายเล่มนี้จึงอยากจะชวนตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในมุมบุคคล ภาครัฐ สังคม เราจะปกป้องข้อมูลของเราได้อย่างไร?”
สิ่งที่ กานต์ปรียา ทำจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรู้สึกส่วนตัว แต่เป็นภาพสะท้อนโครงสร้างสังคมที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สิน และการเข้าถึงใครสักคนทำได้ง่ายกว่าที่เคย

การเติบโตผ่าน ‘อ่านเอาก้าวแรก’
แม้ดารัชจะมีผลงานก่อนหน้าแล้ว แต่เธอยังคงกลับเข้าร่วมโครงการนี้อีก เพราะมองว่านี่ไม่ใช่แค่คลาสเรียนเขียนนิยาย
“โครงการอ่านเอาก้าวแรกในแต่ละปี มีหัวข้อที่แตกต่างหลากหลาย พี่ๆ วิทยากรมักพูดว่า การมาร่วมคลาสอ่านเอา เหมือนการที่เราได้มานั่งฟังเรื่องบางเรื่องที่พี่ๆ ต้องใช้ประสบการณ์นับสิบปีเพื่อเรียนรู้ ซึ่งไม่ได้มีแค่วิธีเขียนนิยาย แต่เป็นชีวิตและเรื่องราวของนักเขียน ซึ่งคำพูดที่จำได้เสมอคือ ‘เราไม่รู้ว่างานชิ้นไหนจะปัง เพราะตลาดเปลี่ยนไปตลอดเวลา สิ่งที่เราทำได้คือเขียนในแบบของตัวเอง เขียนงานแบบที่อยากเขียน แบบที่มีแค่เราที่เขียนได้ เพราะนิยายเลือกคนอ่าน และคนอ่านจะตามหางานของเราเจอเอง’”
แนวคิดนี้สะท้อนชัดอยู่ในนิยายเรื่อง กานต์ปรียา เรื่องที่เธอเลือกเขียนจากมุมมองที่ตัวเองตั้งคำถาม และตั้งใจท้าทายขอบเขตการเล่าเรื่อง
“เราเลือกวางโครงเรื่องนี้จากแนวงานที่ตัวเองชอบคือออกแนวสืบสวนหน่อยๆ ค่ะ รวมทั้งท้าทายตัวเองว่าอยากเขียนให้ตัวเอกไม่ใช่คนดี แต่จะทำยังไงให้คนๆ นี้แบกเรื่องไปจนจบ ให้คนอ่านได้ลุ้นว่าตัวละครตัวนี้จะไปสุดที่ตรงไหน”
เมื่อมองย้อนผลงานก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น อาณาจักรที่แสงอาทิตย์ไม่เคยส่องถึง, ลำนำจ้าวสังเวียน และ อาคันตุกะ ล้วนหล่อหลอมแนวคิดเรื่อง ความเชื่อ การครอบครอง และ ตัวตนหลายชั้น อย่างใน อาณาจักรที่แสงอาทิตย์ไม่เคยส่องถึง พูดถึงการตัดสินกันของผู้คนในชุมชนคืออาวุธที่ร้ายแรง ใน ลำนำจ้าวสังเวียน เล่าถึงความรักนำไปสู่ความเป็นเจ้าของ ใน อาคันตุกะ เล่าถึงตัวตนที่มองเห็นไม่ใช่ทั้งหมดของความจริง เหล่านี้ดารัชได้สรุปพัฒนาการของงานล่าสุดว่า “กานต์ปรียา เป็นพัฒนาการจากผู้ถูกตัดสิน มาเป็นผู้ตัดสิน เล่าเรื่องของคนที่คิดว่าตัวเองรัก แต่จริงๆ แล้วกำลังทำลาย”

นอกจากประเด็นความซับซ้อนของมนุษย์แล้ว ในผลงานเรื่องล่าสุดเธอยังตั้งใจใส่มิติของทางรอดสำหรับเหยื่ออีกด้วย
“ตั้งใจใส่เรื่องของหนทางในการรับมือว่าถ้าเราคือคนที่โดน cyberstalking เราจะทำอย่างไร มีวิธีตรวจสอบอย่างไรค่ะ”
ในผลงานเรื่องนี้ดารัชบอกว่าตัวละครที่เธอใช้พลังใจในการเขียนมากที่สุดคือ ‘กานต์’
“กานต์ก็เป็นตัวละครที่ซับซ้อน ฉลาด ช่างวางแผน ระวังตัวตลอดเวลาเพื่อให้ภาพลักษณ์ดูดี การเล่าเรื่องผ่านกานต์จึงต้องใช้พลังใจมากๆ ค่ะ…เรียกว่าทั้งรู้จัก เห็นใจ ไม่ชอบ และกลัวคนๆ นี้เลย” และความยากอีกจุดคือฉากที่กานต์พยายามเข้าหา ‘เมอร์รี่’ เพื่อตรวจสอบหลักฐานโยงคดี “ตรงนี้ต้องวางพล็อตและใส่ Hint จุดไหน คนที่ช่างวางแผนแบบกานต์จะทำยังไง พอเขียนออกมาได้ก็รู้สึกสนุกและดีใจมากค่ะ”
นอกจากนี้ ในการทำงานเรื่องล่าสุดเธอก็นำคำแนะนำของวิทยากรมาปรับใช้ “นั่นคือเวลาเขียนให้ยึดแก่นเรื่องไว้ให้มั่น รวมทั้งให้เขียนไปให้จบก่อน แล้วค่อยมาไล่ปรับแก้ ซึ่งช่วยในการทำงาน ทั้งได้สื่อสารในสิ่งที่อยากพูดให้ชัดเจน และทำงานได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้นด้วยค่ะ”
อีกทั้งเธอยังบอกว่าในเรื่องงานเขียน ดารัชยังมี ‘ผู้ฟังพล็อต’ ส่วนตัวประจำบ้าน นั่นคือแมวสองตัวของเธอเองที่ทุกครั้งที่เปิดคอมเพื่อเริ่มเขียนนิยาย น้องแมวก็มักจะมานอนทับคีย์บอร์ดเสมอ! แต่ถึงกันนั้นทาสอย่างเธอก็เล่าว่าการเลี้ยงแมวช่วยบาลานซ์ชีวิตอย่างคาดไม่ถึง เรียกว่าแม้ออกจะเป็น toxic relationship ช่วงตีสามที่น้องปลุกให้ตื่นอยู่บ้าง แต่แมวทั้งสองก็เป็นกลุ่มแรกที่ได้ฟังพล็อตนิยาย รวมถึงรับฟังเวลาที่เธอเขียนไม่ออก เรียกว่าเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้นิยายขับเคลื่อนได้อย่างน่ารัก น่าชังเลยละค่ะ

เราไม่รู้เลยว่าใครอยู่หลังหน้าจอ
สิ่งที่ดารัชอยากฝากถึงผู้อ่าน กานต์ปรียา คือ “เราไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอที่อ่านสเตตัสของเรา ดูสตอรี่ของเรา ต่างคิดอะไรอยู่ การตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งอยากให้คนอ่านมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของ cyberstalking ไว้คร่าวๆ เพื่อระวังตัว”
ผลงานเรื่องกานต์ปรียากำลังมีให้อ่านในอ่านเอา อีกทั้งดารัชยังวางแผนที่จะเปิด FB IG TIKTOK และงานใน ReadAWrite อีกด้วย ใครชอบผลงานของนักเขียนสาวคนนี้อย่าลืมติดตามไปให้กำลังใจเธอกันนะคะ







