
จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 2 : แล้วยังจะสร้างเรื่องไว้อีก
โดย : สีหมอก ดอกรัก
![]()
เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

ก็เพราะตัวเลขที่เห็นว่ามันผิดปกติไปนี่แหละ อะไรกัน แค่ปล่อยให้ธาดาทำเอง ทำไมถึงเละตุ้มเป๊ะขนาดนี้ มันน่าโมโหเสียจริง คิดแล้วหญิงสูงวัยก็ก้าวยาวๆ จากชั้นบนอันเป็นที่ตั้งของ ‘กองบัญชาการ’ ลงไปที่สโตร์ที่อยู่ด้านล่างทันที โดยมีหลานสาวตามลงไปติดๆ
“บิ๋ม บิ๋มเอ้ย” ป้าบงกชร้องเรียกเสียงดังก่อนที่ตัวจะเดินไปถึงเสียอีก
“มาแล้วค่ะ คุณบงกช” เจ้าบิ๋ม ผู้คุมสโตร์วิ่งออกมาจากโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ภายในส่วนเก็บสินค้า
“สต๊อกยาขมเราเหลือเยอะเลยเหรอ เกิดอะไรขึ้น” ป้าบงกชถามอย่างรวดเร็ว
“เดือนที่ผ่านมาเราไม่ได้ส่งให้ลูกค้าเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่เห็นมีคำสั่งให้ลดการผลิตนะคะ ยังผลิตเท่าเดิม ของก็เลยกองเต็มสโตร์…นี่บิ๋มยังว่าจะไปถามคุณธาดาว่าจะมีส่งของอีกเมื่อไหร่ เพราะจวนจะไม่มีที่เก็บแล้ว” ป้าบงกชมองไปที่กล่องสินค้าที่วางซ้อนกันเต็มไปหมด
ระหว่างนั้น ธัญญาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว จนป้าบงกชหันมาพยักหน้าเหมือนจะให้เดินตามไป หญิงสูงวัยยืนนับกล่องสินค้า เทียบกับรายงานที่ถือติดลงมาพร้อมกับกดเครื่องคิดเลข หญิงสาวเดินตามต้อยๆ แล้วพยายามสังเกตวิธีการทำงานของป้าบงกชที่เจนตาเจนใจมาตั้งแต่เล็กจนโต จนเมื่อกลับขึ้นไปถึงกองบัญชาการแล้วนั่นแหละ ป้าบงกชจึงลองกดโทรศัพท์หาลูกค้าสองสามราย
“อ้าว…เราไม่ได้ไปส่งยาให้เหรอคะเฮีย ใช่ค่ะ เห็นแล้วว่าเปิดใบสั่งซื้อมาแล้วค่ะ ทางเราผิดเองต้องขอโทษด้วยค่ะ เดี๋ยวจะรีบจัดการให้” ป้าบงกชวางโทรศัพท์ลงด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ
“ธาดามันทิ้งงาน! มันไม่ขายของ ลูกค้าเปิดใบสั่งซื้อมาแล้ว แต่ไม่ส่งของไป ของกองเต็มสโตร์ไปหมดเลย” ป้าบงกชหันมาบอกหญิงสาว พลางถามเพื่อหยั่งเชิง
“เอ้า ไหนแทนบอกป้าซิ เหตุการณ์แบบนี้ แทนจะต้องแก้ปัญหายังไง”
ถึงตอนนี้ธัญญาเข้าใจสถานการณ์แล้ว ที่ป้าบงกชเห็นรายงานแล้วเกิดเอะใจ จึงลงไปเช็กสต๊อกยา แล้วก็เห็นว่ามีกล่องบรรจุสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ววางอยู่เต็มไปหมด เพื่อรอส่งให้ลูกค้า แต่ในขณะที่เดือนที่ผ่านมา กลับไม่มียอดขายเข้ามาเลย สินค้าจึงกองอยู่เต็ม…ซึ่งแน่ละ รายได้ก็ไม่เข้ามาเลยทั้งเดือน จึงตอบคำถาม พร้อมกับพูดให้ป้าบงกชสบายใจว่า
“เดี๋ยวแทนโทรไปขอโทษลูกค้าทุกคนเองค่ะป้า แล้วแทนจะไปส่งของให้ลูกค้าด้วยตัวเองให้ครบ คงต้องให้ของแถมไปด้วย แทนคำขอโทษ เพราะลูกค้าก็เสียหาย”
“ก็คงต้องอย่างนั้น…คิดเสียว่าไปเยี่ยมเยียนลูกค้าก็แล้วกัน” ในเมื่อปัญหามันเกิดมาแล้ว จะโวยวายไปก็เท่านั้น สู้ลงมือแก้ปัญหาเสียยังจะดีกว่า
“วิธีดูข้อมูลต่างๆ นะเจ้าแทน ทำแบบนี้” ผู้สูงวัยค่อยๆ สอนให้หญิงสาวเรียกดูรายงานต่างๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงสอนให้เห็นความเชื่อมโยงจากแต่ละจุดของรายงาน เพื่อให้เห็นภาพรวม หญิงสาวจดใส่สมุด บางส่วนป้าบงกชก็ให้หลานบันทึกวิดีโอเอาไว้อีกด้วย เพื่อเป็นการทบทวนในภายหลัง ซึ่งมันก็ยากทีเดียว ผสมสียังจะง่ายซะกว่า
“มันอาจจะยากสำหรับศิลปินอย่างเรานะแทน เพราะมันมีแต่ตัวเลขเต็มไปหมด แต่ไม่เกินความสามารถของแทนหรอก อย่างน้อย แทนก็ยังโตมากับโรงยา ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ซะทีเดียว ศัพท์แสงอะไรในโรงยาก็ยังได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ถ้าสงสัยอะไรก็ถามป้าได้ตลอด ทั้งสองป้าน่ะแหละ” ป้าบงกชให้กำลังใจหลานสาว หลังจากสอนกันมาตั้งแต่เช้าจนนี่ก็จะบ่ายอยู่แล้ว
“มันก็ยากจริงๆ แหละค่ะคุณป้า ถึงแทนจะรู้จักยา เคยช่วยแปะฉลาก เคยติดรถไปหาลูกค้ากับคุณป้าก็จริง แต่มันก็ฉาบฉวยไง เอกสารพวกนี้ก็แค่ผ่านตา แต่ไม่เคยมาดูจริงจัง” หญิงสาวทำหน้ายุ่งยากใจ ก่อนจะอมยิ้มแล้วพูดต่อ
“แต่ไอ้แทนมันเป็นหลานป้า ทำไม่ได้ก็แค่เผ่น” ผู้เป็นป้าได้แต่ลูบหัวหลานสาวแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“เออ! อย่าเผ่นไปหาผัวซะอีกคนก็แล้วกัน ทางนี้อกจะแตกตายซะก่อน”
“ประหลาดแบบแทน ไม่มีผู้ชายที่ไหนเอาหรอกน่า เขาคงกลัวตาย ไอ้แทนหลานป้ามันยาพิษ” ผู้สูงวัยถึงกับหัวเราะลั่น
“เออ เห็นจะจริง ไอ้นี่มันร้าย…เดี๋ยวป้าไปดูคุณปู่ก่อน ป้าจงคนเดียวไม่ไหว ยัยหมายก็ต้องเตรียมกับข้าว” ป้าบงกชหมายถึงแม่บ้านที่คอยดูแลอาหารการกินของทั้งบ้านใหญ่และเรือนคุณปู่
“ฝากทีนะเจ้าแทน มาวันแรกก็ได้เรื่องเลย…เอ้า…นี่เป็นบรรดาเอกสารต่างๆ แทนน่าจะคุ้นเคยอยู่” ป้าบงกชเลื่อนกองแฟ้มมาให้
“อย่าลืมล่ะ ถ้าแทนสงสัยอะไรก็ถามป้า หรือถามใครๆ ในนี้ก็ได้ แล้วอย่าลืมกินข้าวด้วยนะ” หญิงสาวถอนใจยาว ก่อนจะยิ้มให้ป้าบงกช
“สบ๊าย…ป้าไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยววันนี้แทนจะไล่อ่านไล่ดูเอกสารทั้งหมดนี่ก่อน ไปดูคุณปู่เถอะค่ะ” หญิงสาวรู้ดีว่างานดูแลคุณปู่ที่แม้จะยังไม่ถึงกับติดเตียง แต่ก็ต้องการการดูแลที่มากกว่าปกติ
ผู้สูงวัยลูบหัวหลานสาว ชั่งใจเล็กน้อย ปัญหาที่เกิดมันไม่ได้มากมายอะไรหรอก แทนมันทำได้อยู่แล้ว และถ้าไม่ไหวก็จะมาหาป้าเอง ถ้าไม่ลงมือทำจะรู้ได้อย่างไรว่าทำได้หรือไม่ได้ ป้าบงกชถอนใจยาวอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกไปที่เรือนไม้ด้านหลัง
วันนั้นทั้งวัน หญิงสาวขลุกอยู่ในกองบัญชาการโรงยา เปิดหาข้อมูลการขาย การจัดส่งต่างๆ ราคาวัตถุดิบ รวมไปถึงกำไรที่ผ่านมา แล้วจดประเด็นต่างๆ ที่ต้องติดตามเป็นข้อๆ ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยต้องทำอะไรเป็นระบบระเบียบอย่างนี้เลย กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ค่ำแล้ว ทุกคนในโรงยากลับบ้านกันไปหมดแล้ว ธัญญาจึงปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ พลางนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เช้า มีแค่กาแฟกับขนมกรุบกรอบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของสองป้าที่ตกถึงท้อง มิน่าล่ะ เสียงกระเพาะถึงดังลั่น หญิงสาวจึงคว้ากระเป๋าย่ามใบโปรดแล้วล็อกประตูให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินลัดเลาะตามแนวต้นไม้กลับไปที่บ้านใหญ่
บ้านยังคงเงียบสงัด พ่อและแม่ของหล่อนคงยังไม่กลับจากที่ทำงาน แต่พี่หมาย แม่บ้านที่ดูแลอาหารทั้งที่เรือนคุณปู่และบ้านใหญ่ คงเอาอาหารมาเตรียมไว้ให้ในห้องครัวแล้ว เพียงแค่หยิบจากตู้เย็นมาอุ่นไม่กี่นาทีก็เรียบร้อย ระหว่างที่รอสมาชิกในบ้าน หญิงสาวจึงไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แล้วเดินกลับมาเปิดเพลงเบาๆ นั่งพิงเบาะในห้องนั่งเล่นแล้วหลับตา คลายความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ก็จะไม่เหนื่อยได้อย่างไรล่ะ งานตัวเลข งานเอกสาร เกิดมาก็ไม่เคยรู้เรื่อง ปวดหัวหนึบไปหมด
จนเสียงรถวิ่งเข้ามาจอดแล้วนั่นแหละ หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมามองเพดานอยู่พักใหญ่ กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว จึงหันไปมองตามเสียง ในขณะที่หัวยังพิงพนักเพราะลุกไม่ขึ้น
“อ้าว แทน หน้าตาเหนื่อยเชียวลูก เป็นไงมั่งล่ะ” คุณธาริณีทักหญิงสาวโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ตนเองก็ขอบตาดำคล้ำเหมือนอดนอนมาทั้งคืน หญิงสาวมองด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยปากทักทาย
“พ่อกับแม่เหนื่อยมั้ย ไปล้างหน้าล้างตากันก่อน เมื่อเช้าแทนตื่นสาย เลยไม่เจอกัน…เดี๋ยวแทนอุ่นข้าวให้ค่ะ วันนี้พี่หมายทำกับข้าวน่ากินมากเลย มีแกงเขียวหวานของพ่อ แล้วก็ผัดผักรวมมิตรของแม่ด้วย” หญิงสาวแจกแจง พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติ
พ่อและแม่ยิ้มรับ ก่อนจะเดินไปล้างมือแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร
“เป็นไงมั่งล่ะเรา เห็นป้าบงกชโทรมาเล่าให้ฟังว่าวันนี้แทนไปทำงานโรงยาแทนธาดามันแล้วน่ะ” ผู้เป็นพ่อไม่ได้เล่าว่าโดนพี่สาวเอ็ดยกใหญ่
‘…ไอ้โกมล ไอ้น้องเวร โตจนแก่แล้วยังต้องให้ด่า นึกจะส่งหลานคนโตมา ก็ไม่เคยถามว่ามันอยากทำมั้ย พอหลานคนโตไม่ได้เรื่อง ก็ส่งหลานคนเล็กมา แล้วก็ไม่ถามซักคำ ไม่ถามทั้งพี่ ไม่ถามทั้งหลานว่ามันเต็มใจมามั้ย ไอ้นิสัยเอาแต่ใจเนี่ยเมื่อไหร่จะเลิก แกจะทำตัวเป็นลูกคนเล็กไปจนแก่เลยไม่ได้นะ’
พ่อของหญิงสาวนึกถึงตรงนี้ก็ถึงกับเหงื่อแตก นี่ถ้าลูกสาวทำงานไม่ได้เรื่อง เมื่อถึงวันเกษียณ ตนเองต้องไปนั่งทำงานในโรงยาแทนลูกๆ แน่นอน
หญิงสาวที่กำลังอุ่นอาหารอยู่ในครัวย่นจมูก พร้อมถอนหายใจยาวเหยียด
“ไปทำแล้วค่ะ โคตรจะมึนอะพ่อ มีแต่ตัวเลขยุ่บยั่บ” หญิงสาวยกกับข้าวมาวางที่โต๊ะกินข้าวทีละอย่าง ก่อนจะพูดต่อ “แล้วจะบอกให้นะ พี่ธาดาไม่ได้ขายของไปหนึ่งเดือน ไม่รู้ทำอะไรอยู่ ของกองเต็มสโตร์เลย แล้วสองป้าก็มัวแต่ดูแลคุณปู่ ก็กะว่าปล่อยได้ ไม่ต้องมานั่งคุม ก็เลยเพิ่งจะรู้เรื่องวันนี้นี่แหละ ว่าไม่ได้ขายของ ไม่ได้ส่งของให้ลูกค้า”
เล่าไปเล่ามาเลยชักติดลม จนลืมไปว่าจะทำให้พ่อโมโห “…แล้วตั้งแต่วันพรุ่งนี้ แทนจะต้องออกไปตระเวนขอโทษลูกค้า ไม่รู้เมื่อไหร่จะขอโทษจนหมด” หญิงสาวถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะคดข้าวใส่จานให้พ่อกับแม่แล้วนั่งลงพูดต่อ ลองได้บ่นแล้ว อะไรก็ฉุดไม่อยู่
“แล้วยังมีเรื่องวัตถุดิบอีก…เดี๋ยวแทนค่อยๆ ไล่แก้ไปทีละเรื่อง ตอนนี้เอายอดขายเข้ามาก่อน ปวดกบาลโว้ย!” แล้วหญิงสาวก็ตักข้าวเข้าปากคำโตแล้วเคี้ยวกร้วมๆ ด้วยความแค้น
“มันเป็นอะไรของมันนะไอ้ธาดา มันหลงผัวจนเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ” ผู้เป็นพ่อเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมา จนลืมไปเลยว่าลูกสาวไปทำงานวันเดียว กลับหาประเด็นที่ต้องแก้ไขได้ตั้งมากมาย ควรจะชื่นชมลูกสาว แต่ความโมโหลูกชายจนหูอื้อตาลาย กลบสิ่งที่ควรยินดีไม่มีเหลือ
“แทน เอาเรื่องไม่สบายใจมาคุยที่โต๊ะกินข้าวทำไม แม่สอนแล้วใช่มั้ย” เมื่อเห็นลูกสาวหน้าจ๋อย จึงรู้สึกสงสาร “แต่เอาเถอะ แทนคงเหนื่อยมาก เพราะนี่แค่วันแรก แทนก็จับประเด็นได้ตั้งสองสามเรื่อง” คุณธาริณีเสียอีกที่มองเห็นในสิ่งที่ลูกสาวเล่า “แต่เหนื่อยยังไง ก็อย่าเพิ่งเอาเรื่องไม่สบายใจมาคุยนะลูก รอให้อิ่มท้องกันก่อน เดี๋ยวจะกินไม่ลง” หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ แล้วก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วจนหมด
“คุณก็กินให้หมดก่อน จะได้มีแรงโมโห ความโมโหมันใช้พลังงานเยอะ ก็ต้องกินเยอะๆ นะคุณ” พลางตักแกงเขียวหวานให้สามี แล้วจึงตักให้ตัวเอง อาศัยอาหารเป็นเครื่องดับทุกข์ จนทุกคนเริ่มอิ่มแล้วนั่นแหละ หญิงสาวจึงชวนกินของหวาน เผื่อจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น
“เดี๋ยวแทนไปหยิบทับทิมกรอบมากินกัน เห็นพี่หมายแช่ตู้เย็นไว้ให้…กินอะไรหวานๆ เย็นๆ จะได้อารมณ์เย็นเท่าน้ำแข็งขั้วโลก” หญิงสาวชักชวนเหมือนจะบอกกับตัวเองให้ใจเย็นๆ ด้วยเหมือนกัน
“จะไปเย็นยังไงวะ นี่พ่อยังไม่หายโมโห แต่เล็กจนโต ตามใจมันทุกอย่าง แล้วนี่อะไร หลงผัวจนเสียงาน…แล้วมันติดต่อแทนมามั่งมั้ย” ผู้เป็นพ่อเหมือนจะได้พลังงานเต็มเปี่ยมจากการกิน จึงโมโหต่อได้เต็มที่
“ยังค่ะ รอให้ใจเย็นลงอีกหน่อยก่อนนะพ่อ…แทนว่าเดี๋ยวก็กลับมาเอง เชื่อเถอะ” หญิงสาวพูดอย่างที่รู้นิสัยพี่ชายดี อีกอย่าง เห็นพ่อชักจะเครื่องติด อย่าไปต่อความยาวสาวความยืดจะดีกว่า
“ไม่ต้องกลับมา ต้องให้มันเจอกับตัว จะได้รู้ซะมั่งว่าที่เขาเตือนน่ะเพราะเขาตาไม่บอด พ่อแม่รึอุตส่าห์ถนอมเป็นไข่ในหิน แล้วดูมันทำ…” พ่อยังคงฮึดฮัด แต่ก็เบาลงมากแล้ว
“แม่ก็คิดเหมือนพ่อนะ ปล่อยให้เขาเรียนรู้…แม่ว่า…พ่อกับแม่คงจะตามใจเขามากเกินไป นี่ถ้าธาดาเขาซนเป็นลิงเป็นค่างอย่างแทน จนไม่ไหวจะตามใจ แม่จะไม่ห่วงเลย” แม้ว่าแม่พยายามปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายเลย
“แม่หมายความว่า แทนซนเป็นลิงเป็นค่างจนไม่ต้องห่วงใช่มั้ย แทนถือว่าแม่ชมก็แล้วกันนะ” หญิงสาวหัวเราะพลางยักไหล่ ประสาที่ไม่ค่อยถือสาหาความอะไร
“มันยากที่จะยอมรับนะแทน พ่อกับแม่ไม่ได้สบายใจหรอกที่เขาจะออกไปอยู่กับแฟนเขา เมื่อคืนก็นอนไม่หลับกัน ห่วง…ว่าเขาจะอยู่ยังไง…ไอ้ที่เขาโกรธพ่อแม่…คนเป็นพ่อแม่ก็เสียใจ แต่จะตามใจกับเรื่องที่จะให้เอริคเข้านอกออกใน มาอยู่มากินในบ้านเรา แม่ก็ทำใจไม่ได้ อยากให้เขาดูให้ดีๆ ก่อน” แม่พูดพลางลูบหลังมือพ่อ เหมือนเป็นสิ่งที่ทั้งคู่คิดเหมือนกัน
คุณธาริณียังจำได้ดี ถึงเมื่อครั้งที่ธาดาเคยพาเอริคมาเพื่อทำความรู้จักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มดูเอาอกเอาใจดีอยู่หรอก ไม่ว่าจะคอยตักอาหารให้ ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบอยู่บ้าง แต่บทสนทนาหลักๆ ไปอยู่ที่โรงยาใหญ่ขนาดไหน ขายได้เยอะหรือไม่ ดูเหมือนจะสนใจในทรัพย์สมบัติเสียมากกว่าตัวของลูกชาย ทำให้พ่อและแม่ต้องแอบสบตาเหมือนรู้กัน
เมื่อคุณโกมลและคุณธาริณีถามกลับถึงครอบครัวของเอริค ก็กลับดูกำกวมพิกล แม่อยู่ลำพังในจังหวัดห่างไกล ทำงานทำการอะไรก็ไม่แน่ชัด ส่วนพ่อที่อยู่ต่างประเทศก็ไม่รู้ทำอาชีพอะไร รีบเปลี่ยนเรื่อง และเมื่อถามถึงงานที่เอริคทำอยู่ คำตอบจากชายหนุ่มที่ลูกชายรักนักหนา กลับทำให้คนที่ทำงานในองค์กรใหญ่อย่างคุณโกมลดูออกว่าเอริค ‘ไม่ใช่ของจริง’
หลังจากทำความรู้จักกันในวันนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อและแม่ได้แต่ปรับทุกข์กัน หนุ่มลูกครึ่งที่เห็นเพียงรูปร่างหน้าตา ร่างที่สูงใหญ่ คิ้วเข้ม จมูกโด่งตามเผ่าพันธุ์ ซึ่งแน่ละ หน้าตาดีขนาดนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้ใครต่อใครหลงใหลหัวปักหัวปำ แต่เมื่อได้สนทนากันแล้วก็ทำให้อดเป็นห่วงลูกชายไม่ได้จริงๆ
คุณธาริณีมองหน้าตาอิดโรยของลูกสาวแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวที่ยุ่งเหยิงจนนิ้วเข้าไปติดพันอยู่ในเส้นผม หญิงสาวถึงกับหัวเราะแล้วดึงมือของแม่ออกมาจากผมที่ยุ่งเหยิง ไม่ทันสังเกตว่าคุณธาริณีแอบดมมือตัวเองแล้วสะดุ้ง
“เอาเถอะ ไปพักผ่อนดีกว่านะแม่ เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยได้นอนไม่ใช่เหรอ ขอบตาดำปี๋ คืนนี้ก็นอนชดเชย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ แทนมีเรื่องต้องทำที่โรงยาบานตะไทเลย”
“แทนก็นอนพักซะ แล้วสระผมด้วยนะลูก”







