จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 3 : ผู้ช่วยคนสำคัญ

จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา บทที่ 3 : ผู้ช่วยคนสำคัญ

โดย : สีหมอก ดอกรัก

Loading

เมื่อพี่ชายตัวดีหนีไปมีสามี! จิตรกรสาวจึงต้องจำใจบริหารโรงงานยาไทยมรดกของคุณปู่แทน แต่ท่ามกลางอุปสรรคที่ไม่ถนัด เธอจะพบว่าความสัมพันธ์ที่งดงามจากเหล่าคนชราในโรงยาแห่งนี้ คือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาหัวใจได้ดีที่สุด พบกับเรื่องราววุ่นๆ นี้ ใน “จิตรกร ยาขม และชมรมคนชรา” โดย สีหมอก ดอกรัก

 

รุ่งเช้า หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ผ่านด้านหลังของโรงยา เดินต่อไปตามทางเล็กๆ แล้วเปิดประตูไม้กั้นระหว่างรั้วของสองบ้าน ก่อนจะผ่านเข้าไปที่ ‘สวนป้าชม’

บ้านป้าชมเป็นเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้ มีระเบียงกว้าง ในวัยเด็กที่ระเบียงแห่งนี้ ป้าชมจันทร์จะคอยชี้ชวนให้คีรี ลูกชายคนเดียวของป้า และธัญญาเด็กหญิงข้างบ้านนั่งดูดาวตกด้วยกัน และกางมุ้งนอนบนระเบียงกว้าง ท่ามกลางแสงดาว

หญิงสาวที่วันนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนและกางเกงสแล็ก ซึ่งเรียบร้อยกว่าทุกวัน เดินผ่านระเบียงบ้านป้าชมเหมือนคนที่ใช้เส้นทางนี้ทุกวัน แล้วทะลุห้องนั่งเล่นไปถึงครัวที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะหยิบถ้วยกาแฟของตัวเองที่มาทิ้งไว้ที่บ้านป้าชม แล้วเทกาแฟจากเหยือกใส่จนเต็ม พลางเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบแยมส้มที่ป้าชมกวนเองติดมือไปที่โต๊ะกินข้าว

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนส่งขนมปังให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาเปิดโน่นหยิบนี่เหมือนเป็นสมาชิกของบ้าน หญิงสาวรับขนมปังมาถือไว้ มองหน้าคนให้ขนมปังนิ่งๆ แล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า

“พี่คี” หญิงสาวมองชายหนุ่มรุ่นพี่ที่อายุห่างกันเจ็ดปี แต่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก พร้อมกับพูดต่อ “เมื่อคืนแทนคิดแล้ว…แทนอยากให้พี่คีช่วยแทนหน่อย แล้วแทนก็ขออนุญาตสองป้าเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนมานี่แล้ว” ที่จริง หญิงสาวได้โทรศัพท์ไปบอกป้าบงกชและป้าจงกลตั้งแต่เมื่อวานด้วยซ้ำ

“ช่วยอะไร” ชายหนุ่มถามอย่างมืดแปดด้าน

“ว่าจะมาขอตัวพี่คีมาช่วยโรงยา” หญิงสาวพูดทันควัน

“คืองี้ สองวันมานี่แทนก็มัวแต่ยุ่ง ไม่ได้แวะมานี่เลย ก็เลยไม่ได้เล่าให้ฟังค่ะ พี่ธาดาเขาทะเลาะกับที่บ้าน ก็เลยออกจากบ้านไปอยู่กับพ่อยอดขมองอิ่ม ชื่อว่าเอริค”

หญิงสาวเล่าถึงเรื่องที่ต้องเข้าไปทำงานแทนพี่ชายที่โรงยา แต่ความที่ไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน ซ้ำป้าทั้งสองก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากนัก ถ้าตะลุยคนเดียวไม่น่าจะรอด คีรีนี่แหละที่เหมาะที่สุด ไม่ใช่แค่ความไว้วางใจได้ แต่เพราะความสามารถของชายหนุ่มเองด้วย

“ก็เลยจะให้พี่ไปช่วยโรงยาเหรอ…เดี๋ยวก่อน นี่คิดดีแล้วเหรอ” ชายหนุ่มถึงกับตกใจ ที่อยู่ๆ ก็มีเรื่องมาหาไม่รู้ตัว

“แทนว่าพี่คีทำได้ แหม…อย่ามาถ่อมตัว พี่คีทำงานมาตั้งเจ็ดปี แล้วพี่คีก็มาเล่นที่โรงยาตั้งแต่เด็กกับแทน ก็น่าจะทำความสนิทสนมกับโรงยาได้ไม่ยากหรอก ไหนจะคิดอะไรเป็นระบบซึ่งแทนไม่มีคุณสมบัตินี้เลย แล้วไหนจะดีกรีวิศวกรอีก คนแบบนี้แหละ ที่แทนต้องการ”

หญิงสาวคงไม่รู้เลยว่าที่พูดประโยคเมื่อกี้ออกไป ทำให้มีคนเขินจนแทบจะเสียอาการ ถึงกับรีบตอบรับข้อเสนอทันที จริงๆ ก็บ้ายอนั่นแหละ

“ได้ดิ พี่…เอ่อ…ว่างอยู่ เดี๋ยวเขียนโน้ตบอกแม่ก่อนละกัน” คีรีตอบตกลงง่ายดายเหมือนโดนยาสั่ง อันที่จริงงานในสวนของแม่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมาก หลังจากที่เขาได้วางระบบให้อย่างเรียบร้อย ทุกอย่างก็ดูจะเข้าที่เข้าทาง สบายและมีเวลาว่างขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ

จะว่าไป คีรีก็เข้านอกออกในบ้านโรงยามาตั้งแต่เล็ก ทั้งสองบ้านก็สนิทสนมกันจนแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกัน แถมช่วงนี้ยังว่างเพราะเพิ่งลาออกจากงานที่เคยอยู่แท่นผลิตก๊าซนอกชายฝั่ง

ชายหนุ่มเคยให้เหตุผลว่าทำงานนอกชายฝั่งมาหลายปี แม้จะค่าแรงดี แต่แม่ที่เริ่มเข้าสู่วัยชรา และต้องอยู่เพียงลำพังในบ้านสวน อีกทั้งงานในสวนป้าชมก็เริ่มจะเกินแรงที่จะดูแลไหว การลาออกมาเพื่อจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่เข้าวัยชรา และมาจัดการงานในสวนให้แม่สบายขึ้น จึงดูจะเป็น ‘ความหมายของชีวิต’ มากกว่าหน้าที่การงานที่อยู่ห่างไกล

“แล้วป้าชมไปไหนอะพี่คี” หญิงสาวชะแง้มองหาคอยาว

“อยู่แล็บ ช่วงนี้มีคนมาขอซื้อต้นกล้วยเยอะ แม่เลยเพาะขาย” ชายหนุ่มหมายถึงห้องแล็บที่ปลูกเป็นอาคารชั้นเดียว ไม่ห่างจากตัวบ้านเท่าไรนัก

ป้าชมเป็นคนชอบเรียนรู้ ป้าเห็นห้องแล็บขนาดเล็กในสารคดีก็เกิดความสนใจ จึงไปสมัครเรียนคอร์สระยะสั้นเพิ่ม แล้วก็มาลงทุนทำเองที่บ้าน ห้องแล็บขนาดเล็กของป้า แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นส่วนที่ตัดเนื้อเยื่อ ซึ่งโต๊ะตัดเนื้อเยื่อนั้น มีพื้นโต๊ะด้านบนเป็นกระจก แล้วป้าจะนั่งตัดเนื้อเยื่อโดยมีกระจกกั้นระหว่างสายตาที่มอง และมือที่ทำงาน จากนั้นจึงนำเนื้อเยื่อที่ได้มาเลี้ยงให้โตในวุ้น แล้วจัดวางในพื้นที่จัดเก็บต้นอ่อน ซึ่งนอกจากจะเลี้ยงในขวดแล้ว เดี๋ยวนี้ยังมีต้นอ่อนที่เพาะในถุงได้อีกด้วย ซึ่งพื้นที่จัดเก็บจะเป็นชั้นวาง โดยแต่ละชั้นจะมีไฟส่องสว่างเปิดและปิดตามเวลาของดวงอาทิตย์ จนเมื่อต้นอ่อนโตได้ระดับหนึ่ง ถึงจะนำไปอนุบาลที่กระถางเพาะชำอีกครั้งแล้วจึงค่อยย้ายที่ปลูกตามขนาดของต้นที่เติบโตขึ้น

ในเมื่อทุกอย่างต้องสะอาดและปลอดเชื้อ ป้าชมจึงไม่ค่อยชอบให้ใครเข้าไปยุ่ง การทำงานใช้สมาธิอย่างนี้ ป้าเคยบอกว่ามันเพลิน เพราะนอกจากเงียบสงบแล้ว ยังได้ฝึกสมองให้ใช้งาน ในขณะที่งานสวนส่วนใหญ่จะเป็นงานออกแรง ป้าบอกว่า มันคือการสร้างสมดุล

“งี้แทนไม่กวนป้าดีกว่า เดี๋ยวพี่คีเขียนโน้ตบอกป้าแล้วไปกับแทนเหอะ พี่คีมีงานอะไรในสวนที่ต้องจัดการก่อนมั้ย”

ชายหนุ่มส่ายหน้า แล้วย้อนถามว่า “รู้จัก Smart Farmer มั้ย…คนที่ทำเกษตรแบบปราดเปรื่องน่ะ…ประมาณว่า ไม่ต้องออกแรงเยอะก็ได้งาน” ชายหนุ่มยักคิ้ว แล้วหยิบกระดาษมาเขียนข้อความไปติดไว้ที่ตู้เย็น ก่อนจะเดินลัดเลาะไปพร้อมกับเจ้าตัวแสบตามทางเดินเล็กๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาตั้งแต่เด็กจนโต

พนักงานในโรงยาเริ่มทยอยมาถึงแล้ว หญิงสาวแวะทักทายแต่ละคนด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะชวนคีรีขึ้นไปที่ ‘กองบัญชาการ’

“พี่คีนั่งตรงนั้นเลยก็ได้…ที่ป้าจง” หญิงสาวชี้ไปที่เก้าอี้ป้าจงกล ที่ตอนนี้ไปดูแลคุณปู่เป็นงานหลัก

หญิงสาวเปิดข้อมูลต่างๆ รวมทั้งข้อสรุปที่ตัวเองสังเกตและได้ทำการจดบันทึกไว้มาเล่าให้คีรีฟัง ชายหนุ่มฟังอย่างตั้งใจ และรู้สึกทึ่งที่ ‘เด็กผู้หญิง’ ที่เขาเห็นมาตั้งแต่เล็ก เอาแต่วาดรูป เย้าแหย่ป้าๆ ในโรงยา กลับเข้าใจประเด็นธุรกิจได้ดีทีเดียว

“เก่งนะเนี่ย เข้าใจได้ขนาดนี้ แค่ไม่กี่วันเอง” ชายหนุ่มอดที่จะออกปากชื่นชมไม่ได้

“ก็แหงแหละ คนมันเก่งอะ ทั้งเก่งทั้งสวย” หญิงสาวพูดเหมือนยอมรับความจริง

“ชมว่าเก่งอย่างเดียว ยังไม่ได้ชมว่าสวยเลย ถ่อมตัวบ้างก็ได้นะ คนเรา”

“ก็แทนเป็นคนยอมรับความจริงไงพี่คี” ชายหนุ่มคงชินแล้วกับความเกินๆ ของหญิงสาว

สองหนุ่มสาวนั่งดูข้อมูลต่างๆ ทั้งจากในคอมพิวเตอร์ และจากในแฟ้ม แลกเปลี่ยนข้อมูลกันจนเกือบเที่ยง ธัญญาดูนาฬิกาแล้วพูดขึ้นว่า

“โอย เพลินไปหน่อย จะเที่ยงแล้ว…พี่คีดูไปก่อนนะ วันนี้แทนมีนัดกับลูกค้าช่วงบ่าย เดี๋ยวต้องออกไปเคลียร์เรื่องส่งของ เดี๋ยวแทนไปกับน้าเทพ คนขับรถส่งของ แล้วเดี๋ยวแทนแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางกับน้าเทพเลย กลัวไม่ทันนัด…พี่คีก็…ถ้าหิวก็กลับไปกินที่บ้านป้าชมได้เลยนะ…ไปละ” หญิงสาวจัดแจงเสร็จสรรพก็คว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่ยังคงวุ่นวายดูเอกสารต่างๆ พร้อมจดตัวเลขและลากเส้นระโยงระยางด้วยความสนใจ

รถกระบะตู้ทึบส่งของค่อยๆ แล่นช้าๆ มาตามถนนในตัวจังหวัดอย่างคุ้นเคย เพราะวิ่งส่งของตามเส้นทางนี้มานานหลายปีดีดัก วันนี้มีหลานเจ้าของติดรถมาด้วย แต่น้าเทพก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจ เพราะเห็นหญิงสาวมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิง

“น้าเทพส่งแทนลงหน้าร้านละกัน แล้วไปหาที่จอด เดี๋ยวแทนลงไปคุยกับลูกค้าก่อน” หญิงสาวพูดจบก็เปิดประตูรถแล้วเดินลงไปหาลูกค้า

‘ลูกค้า’ กำลังก้มหน้าก้มตากับกองเอกสารตรงหน้า รู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามาในร้านจึงเงยหน้ามอง เห็นหญิงสาวคุ้นตาเดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะเฮีย แทนมาจากโรงงานยาบุษบันค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“อั๊วจำได้ละ อาแทน หลานโรงยา…นึกว่าเจ๊งไปแล้ว” อาเฮียเป็นยี่ปั๊วร้านยาในเมืองทักทายอย่างสะพรึง เล่นเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก

“โห…เฮียก็ ยังไม่เจ๊ง ยังอยู่ดี เฮียอย่าอวยพรกันงี้ดิ แทนขอโทษจริงๆ ค่ะ ที่ไม่ได้มาส่งของให้ตามกำหนด นี่ขนมจีบ ซาลาเปา แทนซื้อมาฝาก แทนคำขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบส่งขนมที่หิ้วติดมือมาส่งให้เฮียอย่างเรียบร้อย

ก็น่าให้โมโหอยู่หรอกเพราะเฮียเปิดใบสั่งซื้อไปแล้ว แต่โรงยาก็เงียบกริบ ไม่ส่งของมาเป็นเดือน โทรไปฝ่ายขาย พี่ธาดาก็ไม่รับสาย คงจะวุ่นวายอยู่กับพ่อยอดขมองอิ่มจนไม่สนใจงาน

“เดี๋ยวล็อตนี้แทนลดราคาให้ห้าเปอร์เซ็นต์เลย แทนคำขอโทษ พอดีทางเรามีปัญหาภายในนิดหน่อยค่ะเฮีย” หญิงสาวยกมือไหว้เฮียอีกหนึ่งรอบจนเฮียชักจะใจอ่อน

“เออ ไม่เป็นไรหรอก อั๊วไม่ได้โกรธอะไรมากมาย มาส่งก็ดีแล้ว ปู่ลื้อเป็นไงมั่งล่ะ” อาเฮียคงเริ่มสงสาร เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตนของหญิงสาว หรือเพราะซาลาเปาก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ความผูกพันของคู่ค้าเป็นมากกว่าคนซื้อ คนขาย

“ตามวัยค่ะเฮีย ป้าบงกับป้าจงก็ต้องคอยดูแลคุณปู่ ช่วงนี้แทนเลยมาดูแลแทนพี่ธาดา เขาไปอยู่กรุงเทพแล้ว แทนก็มือใหม่ ยังไงเฮียสั่งสอนแทนได้เลยนะคะ” ยกมือไหว้อีกเป็นครั้งที่เท่าไรจำไม่ได้ แต่รอบนี้เฮียอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้ ก็เด็กมันมือไม้อ่อน

“เออ เดี๋ยวก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปเอง เห็นกันมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก ตอนนี้มาทำงานได้แล้ว ดีๆ จะได้ช่วยกันนะ ค้าขายเฮงๆ นะ” เฮียมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเล่าต่อว่า

“นี่ เฮียจะบอกให้นะ ปู่ลื้อเขาดีมากเลย แล้วอาบงกับอาจงเขาก็เก่ง เขาสู้…ลูกสาวบ้านนี้เขาเก่งลื้อทำให้ได้อย่างเขานะ โรงยาลื้อน่ะ นอกจากยาดีแล้วนะ มันทำให้คนแถวบ้านลื้อมีงานทำด้วยนะ เฮียเห็นมาตั้งแต่เฮียยังเด็ก ลื้อก็อย่าทิ้งขว้างนะ ลูกค้าจังหวัดนี้เขาซื้อของลื้อทั้งนั้น รักษาไว้ให้ดี”

“ขอบคุณค่ะเฮีย” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างซาบซึ้งใจ

“เดี๋ยวแทนให้คนยกของมาให้เฮียเลยนะคะ แล้วในใบอินวอยซ์แทนจะใส่ส่วนลดให้ค่ะ ขอบคุณอีกทีค่ะเฮีย” หญิงสาวยกมือไหว้อีกที แล้วเดินไปหาน้าเทพให้ช่วยยกของมาส่ง ซึ่งคนงานเฮียก็มาช่วยกันยกไปจัดวางอย่างเรียบร้อย

วันนั้นทั้งวัน หญิงสาวตระเวนหาลูกค้าทั้งจังหวัด เล่นเอาหมดแรง บางเจ้าเป็นยี่ปั๊ว บางเจ้าก็เป็นลูกค้าประจำที่ซื้อกันมาเป็นสิบๆ ปี แม้จะเป็นรายย่อย แต่ก็ต้องไปผูกใจกันไว้ กว่าจะสิ้นวัน หญิงสาวเหมือนจะสิ้นใจ ยกมือไหว้จนแทบจะนอนละเมอ

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว พ่อแม่คงขึ้นนอนกันไปหมดแล้ว บ้านทั้งบ้านเงียบกริบ หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจาก ‘ชุดเรียบร้อย’ เพราะต้องไปพบลูกค้า กลายมาเป็นเสื้อยืดกระดำกระด่างตัวเก่ง แล้วเดินออกจากบ้านใหญ่ ไปที่อาคารชั้นเดียวขนาดเล็ก ที่สร้างแยกตัวออกไปเป็นเอกเทศ ปกติก็แทบจะกินนอนใน ‘สตู’ ถ้าหากว่ามีงานแสดงภาพรออยู่ แต่นี่หายไปกี่วันก็จำไม่ได้แล้ว แสนจะคิดถึงกลิ่นสี และโหยหาเกรียงซะเต็มประดา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวเห็นชื่อคนโทรมาก็อดยิ้มไม่ได้ “พี่คี” ธัญญาพึมพำเบาๆ

“กลับถึงบ้านยัง” เสียงจากปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง

“ถึงแล้วค่ะ แทนว่าจะวาดรูปแก้เซ็ง”

“พี่ไปนั่งดูแทนวาดได้ป่าว แก้เซ็งเหมือนกัน” ชายหนุ่มยิ้มกับลมกับฟ้า เมื่อปลายสายตอบรับ

ประตูเล็กระหว่างบ้านสองหลังยังคงเปิดตลอด ชายหนุ่มเดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคย อ้อมผ่านถนนที่มีแนวต้นไม้ขวาง แล้วเดินต่อไปจนถึงสตูดิโอ

หญิงสาวกำลังร่างภาพด้วยดินสอ เป็นภาพลูกค้าหลายๆ คนที่พบเจอในวันนี้ ทุกคนล้วนมาจากความทรงจำ บางคนถึงจะดุ ด้วยความอาวุโส แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังดี บางคนก็ห่วงใย ว่าหายไปไหน ความเป็นคู่ค้าที่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ มันเหมืนญาติผู้ใหญ่ที่ผูกพันกัน ทั้งคนซื้อและคนขายที่เกื้อกูลกัน

ธาดาเปิดประตูสตูดิโอแล้วไปนั่งมองหญิงสาวทำงานอยู่เงียบๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

“พี่เอาขนมปังกับแยมของแม่มาฝาก เผื่อหิว เดี๋ยวพี่ทาแยมให้นะ” ชายหนุ่มเอาใจ

“จัดมาเลยพี่คี ดีเหมือนกัน แทนยังไม่ได้กินข้าวเลย”

“เดี๋ยวก็ป่วย กินซะก่อน” หญิงสาวจึงหยิบขนมปังที่ชายหนุ่มยื่นมาให้ใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ

“วันนี้ลูกค้าด่าเละ! แต่แทนโอเคนะ เขาหวังดีแหละ แต่ขอด่าก่อน ไอ้เรามันผ่านด่านพวกเพื่อนศิลปินปากมอมมาแล้ว เรื่องแค่นี้เลยจิ๊บๆ สบายมาก…แล้วพี่คีไม่นอนเหรอ มานั่งดูแทนวาดรูป”

“อื้อ…ก็มาดูไง จะได้หลับ …ฝันดี”



Don`t copy text!