เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 30 : คงไม่ต้องการกัน

เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 30 : คงไม่ต้องการกัน

โดย : กุลวีร์

Loading

เทพารักษ์ภัสดา โดย กุลวีร์ นวนิยายสนุกๆ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านใน www.anowl.co กับเรื่องราวของเทพารักษ์ผู้มีสัตย์ว่าจะรักเพียงหนึ่ง ต้องลงมาใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์เพราะหญิงสาวผู้เปลี่ยนหัวใจเขาตลอดกาล ภารกิจพิชิตใจจึงเริ่มต้น ท่ามกลางความวุ่นวายของเพื่อนบ้าน และบททดสอบของความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง

“ทำไมคุณให้ฉันพามาที่นี่ล่ะ”

หล่อนถามขึ้น เมื่อเขาเดินนำหน้ามาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานบันเทิงที่ยังจำได้ดี

เวธัสตัดสินใจจะไม่ปิดบังกันอีกต่อไป จึงให้หล่อนพามาเยือนสถานที่ที่ได้เจอกันหนแรก

ไม้ยืนต้นสูงใหญ่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิม ผู้คนทยอยกันเข้าไปในผับที่เปิดบริการตามช่วงเวลาปกติ หากบริเวณนี้ยังเป็นที่ปลอดสายตาจากพวกคนเหล่านั้นไม่แปรเปลี่ยน

“ถ้าผมไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจมาตั้งแต่ต้น คุณแพรจะเชื่อไหม” เขามองหน้าหล่อนเพื่อให้เห็นความจริงแท้ในเรื่องที่จะกล่าวถึง “ผมรู้ดีว่าเป็นใคร มาจากที่ใด”

“คุณเป็นใครกันแน่” แพรพิไลก้าวขาถอยห่างจากเขาเล็กน้อย

“ผมเป็นเทพารักษ์นามเวธัส” เขาสารภาพความจริง แม้ในใจจะเป็นกังวลก็ตาม

หล่อนอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ

แค่คนธรรมดาเปลี่ยนจากยาจกเป็นราชนิกุลคงเกินความคาดหมายมากเลยทีเดียว แต่คำกล่าวของเขาช่างแสนจะเหลือเชื่อจริงๆ

พอตั้งสติได้ แพรพิไลเอ่ยขึ้นทันที “ฉันไม่ใช่เป็นเด็กอมมือจะหลงเชื่อไปหมดทุกเรื่อง ถ้าอยากจะล้อเล่นกันก็ช่วยหาเรื่องที่เป็นไปได้สักหน่อย มาบอกให้รู้น่าจะดีกว่านี้”

เวธัสได้ยินเสียงขบขันจากคนตรงหน้า จึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากยิ่งขึ้น

“ผมไม่เคยโป้ปด ทุกเรื่องที่ออกจากปากเป็นความจริงแท้ ผมเป็นเทพารักษ์”

หล่อนหยุดหัวร่อ ยามเห็นสีหน้าและแววตาซึ่งบ่งบอกถึงความสัตย์จริงอย่างเด่นชัด พอใคร่ครวญถึงช่วงเวลาที่อยู่ร่วมกัน เขาไม่เคยโกหกกันสักคำเดียว ดังนั้นทุกถ้อยคำของเขาคงเป็นจริงอย่างปากว่า

แพรพิไลเข้าใจทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงบริเวณนี้ได้ทันที

“แสดงว่าต้นไม้ต้นนี้คือที่อาศัยของคุณ”

เวธัสพยักหน้าเป็นคำตอบพลางโล่งใจที่หล่อนยังยืนเจรจากันโดยดี

“คุณแพรอยากรู้ว่าผมมาจากที่ใดไม่ใช่รึ”

แม้จะอยู่ในอาการตะลึงงัน หล่อนยังนึกถึงค่ำคืนแรกที่พบกันก็โพล่งถาม

“คุณมีอารมณ์ทำกับฉันได้ยังไง”

“ผมเป็นเทวดาที่ว่ายวนในกามอารมณ์เหมือนมนุษย์ เมื่อกิเลสไม่หมดไป ถ้ามีผู้ใดมายั่วยวนก็อดกลั้นไม่ไหวหรอก” เวธัสบอกตามตรง “คืนนั้นที่ผมยอมไปกับคุณแพร เพราะรู้ว่าคุณแพรคือคู่บุญของผม”

แพรพิไลยืนรับฟังด้วยความนิ่งเฉย หากในความคิดยังเฝ้าถามว่าเขาเคยทำเช่นนั้นกับใครบ้าง จนกว่าจะได้เจอกัน

“ผมไม่เคยทำกับผู้ใด เพราะตั้งมั่นกับตัวเองไว้ ขอเสพสังวาสเพียงนางหนึ่งเดียวตลอดชั่วอายุขัยนี้”

เวธัสมองหญิงสาวที่จะเป็นคนแรกและคนเดียวของเขาตลอดไป

แพรพิไลเชื่อโดยไม่มีข้อกังขาใดต่อกันอีกแล้ว

“คุณอยากมีเมียเดียว”

เวธัสพยักหน้ารับ ก่อนจะขยายความเพิ่มเติม “ถ้าโลกมนุษย์หมายความเยี่ยงนั้นก็ย่อมได้”

แพรพิไลรู้มาตลอดว่านางเดียวในคำกล่าวของเขาหมายถึงหล่อน ทั้งที่ภายในอกข้างซ้ายเต้นตึกตักอยู่ไม่วาย อีกทั้งใจยังไหวหวั่นยามค้นพบผู้ที่รักเดียวใจเดียว แต่เส้นทางชีวิตคู่หลังจากนี้แทบมองไม่เห็นเลย

“จะเป็นไปได้เหรอ ระหว่างคุณกับฉัน”

ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดคงคิดเช่นเดียวกับหล่อน…เทวดากับมนุษย์จะมีทางลงเอยกันได้อย่างไร

เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“คุณแพรไม่ต้องกลัวว่าเราจะอยู่เคียงข้างเป็นคู่ชีวิตกันไม่ได้”

“ฉันไม่ค่อยกังวลเรื่องนั้นเพราะคุณใช้ชีวิตข้างฉันให้เห็นกันอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ฉันกลัว…” หล่อนหยุดพูดเสียดื้อๆ ด้วยความเก้อเขิน “ถ้าเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ฉันเป็นมนุษย์คงเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ขณะที่คุณยังหนุ่มแบบนี้ และฉันคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเท่าคุณ”

เวธัสมีแต่ความเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งที่หล่อนนึกถึงภายภาคหน้าซึ่งยังมีกัน

“คุณแพรไม่ต้องกลัวใดๆ ถ้าวันหนึ่งยินยอมให้ผมเป็นสามี ผมอาจกลายเป็นมนุษย์ที่พร้อมจะแก่เฒ่าตามสังขารที่ร่วงโรย”

ในความคิดของแพรพิไลยังแฝงด้วยความเป็นไปไม่ได้จนเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยเชื่อถ้อยคำของเขา

เวธัสจึงเอ่ยต่อด้วยเสียงมาดมั่น “ผมคงสิ้นชีพเยี่ยงมนุษย์ไม่ต่างจากคุณแพร อย่ากังวลถึงการใช้เวลาอยู่ร่วมกันเลย บางทีเราอาจจะสิ้นอายุขัยไปพร้อมกันได้”

“จะเป็นอย่างนั้นได้จริงเหรอ” หล่อนพูดเสียงเบา

เขาจดจำวจีต่อจากนั้นซึ่งเป็นวัจนะของเทวดาผู้เป็นใหญ่ได้ดี

หากนางรักเจ้าหมดทั้งใจ เจ้าจะกลายเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์เพื่อจะได้อยู่กินกับนางฉันสามีภรรยาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเจ้ากับนาง

เวธัสย้ำถ้อยคำวาจานั้นให้หญิงสาวรับรู้ จากนั้นค่อยเน้นย้ำเป็นการทิ้งท้าย “ถ้าอยากมีสามีเป็นมนุษย์ คุณแพรต้องรักผมหมดทั้งใจ คงไม่ยากจนเกินไป”

แพรพิไลคิดตามคำที่ได้ยินจนใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดฝาดโดยไม่รู้ตัว

เขารับรู้ถึงความเขินอายของคนตรงหน้า หากมีโอกาสเอื้อนเอ่ยจึงขอพูดจนหมดสิ้นทุกความรู้สึกที่ยังดำรงอยู่ “ตั้งแต่ได้พบกัน ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่าอยากร่วมชีวิตกับคุณแพร จนตอนนี้ผมรักมนุษย์ผู้นี้ผู้เดียวเท่านั้นคือคุณแพร”

แม้จะไม่ทันตั้งตัวที่มีผู้ชายมาสารภาพรักตรงหน้าจนอยากร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ แต่บางคำที่ออกจากปากชายผู้นี้ก็สะกิดใจให้เอ่ยถาม

“ที่ไม่ใช่มนุษย์ล่ะ คิดจะมีใจให้บ้างหรือเปล่า”

“ผมหมายปองแค่นางเดียวตลอดช่วงอายุขัยนี้ นางนั้นคือคุณแพร ต่อให้จะมีนางใดสวยเลิศเลอ ใจผมยังรักคุณแพรผู้เดียว” เขาไม่สนว่าหล่อนจะยืนอยู่ไหวหรือเป็นลมล้มไปตรงหน้า ยามได้ฟังความในใจที่มีให้กัน

แพรพิไลข่มกลั้นไม่ให้แสดงอาการขวยเขินจนแทบอายม้วนไปรอบตัว ก็ได้ยินเขาเอ่ยขึ้นอีก

“ผมได้รับคำแนะนำจากคุณยายเอี่ยมจึงตั้งใจนำมาใช้กับคุณแพร เพื่อให้เห็นว่าผมเป็นสามีที่ดีได้ ถ้าลองให้โอกาสกัน คุณแพรเริ่มจะรักผมบ้างรึยัง”

เป็นคำถามที่หล่อนตอบใจตัวเองได้ไม่ยาก หากปากยังหนักที่จะบอกให้เขาล่วงรู้

เวธัสพูดต่อ “ไม่ต้องหมดทั้งใจก็ได้ แค่เริ่มรักเริ่มชอบกันวันละนิดวันละหน่อยก็พอ”

“อย่าเพิ่งพูดไปถึงขั้นนั้นดีกว่านะ” แพรพิไลเอ่ยขัด

“ถ้าวันใดคุณแพรยอมให้ผมเป็นสามี ค่อยบอกให้รู้กันได้ แล้วผมจะคอยอยู่ดูแลคุณแพรตลอดชีวิตนี้ ผมขอรับปาก” เขาพูดเสียงเบา เพราะเริ่มไม่มั่นใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

หลังจากหล่อนรับรู้ความจริงทั้งหมด หากยอมรับกันไม่ได้จนไล่เขาออกจากบ้าน คงต้องทำตามโดยดี

เมื่อเรื่องราวเริ่มต้นตรงนี้ ถ้าจะสิ้นสุดกันเพียงแค่นี้ก็ขอให้เกิดตรงจุดนี้เช่นกัน

“ฉันขอเวลาสักครู่นะ” แพรพิไลรีบผละห่างจากเขา โดยไม่เหลียวหลังมาแลกันอีกเลย

เวธัสจมอยู่ในความคิดจึงไม่ขอติดตามไป หลังจากหญิงสาวตัดสินใจปล่อยเขาให้อยู่กับต้นไม้ใหญ่ที่แสนคุ้นเคย

เขาทำได้แค่ยืนมองหล่อนจนลับตา พลางย้ำเตือนตัวเองซ้ำๆ

‘คุณคงไม่ต้องการเทพารักษ์ตนนี้เป็นสามี คุณแพรไปจากกันแล้วจริงๆ’

 



Don`t copy text!