ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 1 : คุณเทพธิดา

ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 1 : คุณเทพธิดา

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ลวดลายในวิญญาณ นวนิยายลึกลับโดย กฤษณา อโศกสิน เมื่ออิทธิพลของ ‘ดาวเกตุ’ ผูกโยงชะตาชีวิตและจิตวิญญาณของละอองทองเข้ากับความเร้นลับยามค่ำคืน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือพรหรือคำสาป? ติดตามปริศนาแห่งลายแทงวิญญาณได้ที่นี่

ขณะนั้น สันสกฤตก็แทบไม่ทันรู้สึกตัวสักเท่าไร โดยพลันที่สายตาจดจ้องมองตรงไปยังไม้แกะสลักที่มาในเรือนกายของนางงามผู้อยู่ในท่วงท่าดีดพิณ จึงเอาแต่เพ่งพิศอย่างจดจ่อ

นั่นก็เนื่องด้วยสัมผัสได้ถึงแสงบางสายจากดวงเนตรอันปรอยปรือคล้ายจะหรี่หลับแต่ไม่หลับนั้น ดูราวกับมีชั้นเชิงคอยชำเลืองมาที่เขาผู้บัดนี้ก็กำลังจ้องเอาจ้องเอาราวจะให้ทะลุถึงดวงวิญญาณ

ใช่สิ…ก็วิญญาณอันแฝงฝังอยู่ในเนื้อไม้ฝีมือช่างผู้ตั้งใจสลักเสลาเกลากลึงจนกลายเป็นดรุณีหนึ่งนางประคองพิณพาดบ่าซ้ายยืนเด่นอยู่บนหลังตู้เก็บของโบราณนั่นอย่างไร นับเป็นหนึ่งในของมีค่าที่เขาค่อยๆ เก็บสะสมไว้จนเต็มตู้ไม้สามชั้นอันตกทอดมาจากปู่ย่าจนถึงบิดามารดา แล้วเลยมาถึงตัวเขาผู้มีน้องสาวหนึ่ง หลานอีกหนึ่งที่ต้องดูแล ตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายเล็กๆ จนกระทั่งบัดนี้เติบใหญ่ เรียนจบปริญญาโททางศิลปกรรมด้านดูแลพิพิธภัณฑ์และซ่อมแซมภาพเขียน จึงคบคิดกันสามลุงป้าและหลาน โดยใช้ตึกแถวสี่ชั้นที่อยู่มาเก่าแก่เปิดเป็นแกลเลอรีสองชั้นล่าง อีกสองชั้นเป็นที่อาศัยมายาวนาน

หลานชายผู้มีนามว่า พิทยาธร

เป็นกำพร้าทั้งบิดามารดามาแต่วัยเยาว์ แม่ของชายหนุ่มล่วงลับไปตั้งแต่เขาเพิ่งได้สามขวบ พ่อตายตามในสามปีต่อมาด้วยเส้นโลหิตในสมองแตก พิทยาธรจึงเติบโตขึ้นมาภายในร้านขายของเก่าของผู้เป็นลุง

สันสกฤตเองก็ไม่สามารถแต่งงานได้ ด้วยว่าเคยป่วยหนักปางตายสองครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ ๒๐ ปี เพราะมีอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้การทรงตัวมีปัญหาตลอดชีวิต ครั้งที่ ๒ เมื่ออายุ ๕๐ ปี คราวนี้ก็ปางตายเช่นกัน ถึงขั้นที่ต้องเปลี่ยนหัวเข่าแล้วสวมเข่าเทียมเข้าไว้ ฝ่ายชิดชื่นน้องสาววัยเจ็ดสิบไม่แต่งงาน

แต่หมอดูคนหนึ่งที่มีร้านเล็กๆ อยู่ในซอยถัดไป เคยบอกเขาไว้ว่า

‘คุณเป็นคนมีสัมผัสพิเศษนะ ดวงก็แข็งแกร่งมากด้วย สู้กับความทุกข์ความตายความไม่แน่นอนได้มากกว่าคนวัยเดียวกัน’

สันสกฤตฟังแล้วไม่แปลกใจ ได้แต่ถามยิ้มๆ

‘แล้วอีกเมื่อไหร่ชีวิตถึงจะดีขึ้นล่ะฮะ’

อีกฝ่ายก็เลยตอบว่า

‘จะว่าไม่ดีก็ไม่ได้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ดีแบบของคุณ…คือ…นี่…จะให้ดูตัวเลขบางตัวในดวง’

ว่าพลางก็ชี้ที่เลข ๘๙ อันสถิต ณ ราศีมังกร เลข ๗๓ สถิตราศีตุลย์ เลข ๕๒ สถิตราศีพฤษภ เลข ๔๖ สถิตราศีพิจิก…เป็นคนเกิดวันเสาร์ ลัคนาก็เลยอยู่เรือนกาลกิณี

‘คือยังไงหรือฮะ’

‘เอาแค่สองตัวดีกว่า คือ ๘๙ นี่ขลังสุด คุณลองสังเกตดูตัวเองนะว่า…คุณมักจะล่วงรู้อะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ จาก ‘ญาณ’ ไง…เพราะ ๘ ราหูนี่เห็นไหม อยู่มังกรเป็น ‘มหาจักร’ ตำแหน่งใหญ่เลยหายากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๘ กับ ๙ อยู่มังกรด้วยกัน ๙ นี่เขาเรียกว่า ‘ดาวเกตุ’ เป็น ‘หาง’ ของราหู’

หมอดูคงเห็นว่าเขาคือเพื่อนบ้านร่วมชุมชนเดียวกัน ก็เลยบรรยายรายละเอียดให้ฟังโดยไม่หวงวิชา

ช่วยให้เกิดสัมผัสพิเศษขึ้นมาโดยเขาเองก็ไม่รู้ตัว หากก็น่าเสียดายที่หมอดูสูงวัยคนนั้นล่วงลับไปแล้วเมื่อสองปีก่อน จึงไม่มีทางใดจะกลับไปไต่ถามความเป็นไปของชีวิตขณะนี้ได้

แต่สันสกฤตก็ไม่เดือดร้อนแต่อย่างใด

ด้วยว่า สายตาเขาที่กำลังจับจ้องมองตรงไปยังสาวสวยประคองพิณไม้สักแกะสลักของอินโดนีเซียที่เขาซื้อมา ๒ ตัว จากห้างดิโอลด์สยามครั้งที่เรียกว่าตลาดมิ่งเมืองพาหุรัดตั้งแต่ ๔๐ ปีก่อน ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหลังตู้เก็บของโบราณโดยมิเคยถูกเคลื่อนย้าย

เป็นตุ๊กตาไม้ประคองพิณที่เขาสัมผัสได้แต่แรกทีเดียวว่า นางดีกับเขาทุกย่างก้าว ตรงกันข้ามกับอีกตัวหนึ่ง ตัวนี้ไม่มีพิณ นางแค่ทำท่ากรีดกรายคล้ายกำลังร่อนอยู่ในหมู่เมฆ มีอาการดื้อดึงขึงแข็งไม่ชอบหน้าเขา โดยสันสกฤตวางนางไว้บนหลังตู้ขวาสุด

ตอนที่ซื้อนางทั้งคู่มาเป็นสมบัตินั้น เขาก็พลันรู้สึกได้ทันใดว่า นางที่มีพิณพาดบ่า ‘มีแก่ใจ’ กับเขาทุกเรื่อง

เนื่องด้วย เขาเริ่มบอกนางว่า

‘ขอถูกลอตเตอรี่สักงวดจะได้ไหมครับ คุณเทพธิดา ผมมีสลากออมสินอยู่จำนวนหนึ่ง มีสิทธิ์ถูกรางวัลด้วยไงครับ’

ทันใดนั้นเขาก็แลเห็นแววนัยน์ตาไม้ของนางมีแสงแวววับขึ้นมา คล้ายเอิบอาบด้วยชีวิต ครั้นแล้ว งวดนั้นเอง เขาก็ถูกสลากออมสิน ๔,๐๐๐ บาท ชวนให้สันสกฤตสุดที่จะแปลกใจ

ตรงกันข้ามกับตุ๊กตาไม้ที่มีแต่ทีท่ากรีดกรายย้ายร่างราวกับนางสวรรค์ผู้กำลังลอยอยู่กลางหาวที่เขาลองนึกในใจ

‘นางฟ้าครับ ผมขอถูกรางวัลสักครั้งได้ไหมครับ’

ราวกับเขาจะได้ยินนางร้อง “เฮ้ย กลับมาเสียด้วยซ้ำ เลยรู้แล้วละว่า แค่ที่นางไม่เล่นงานจนเขาเจ็บตัวก็นับว่าบุญหนักหนา

สันสกฤตก็เลยบอกหลานชายผู้เป็นคนดูแลทำบัญชีร้านแกลเลอรีถึงความนัยที่เขาได้รับจากตุ๊กตาไม้สองตัวว่า

‘มันมีวิญญาณสิงอยู่ในนั้นนะ ธร’

พอดีทีเดียวที่หมอดูสูงวัยก็เคยดูดวงพิทยาธรมาก่อนเช่นกัน

ดังนั้น ถ้อยคำประโยคหนึ่งจึงยังติดอยู่

‘หลานคุณก็มีสัมผัสที่ ๖ เหมือนกันนะ…คือ ๘ ๙ รับกันกับคุณ ราศีกันย์เหมือนกัน เกิดวันเดียวกัน วันเสาร์อีก…ก็แปลกดี’

พร้อมกันนั้นจึงชี้ให้ดูเลข ๘ ราหูของชายหนุ่ม ที่สถิตเป็นมหาจักร ณ ราศีมังกรที่เดียวกับเขา

แม้ว่า ๙ ดาวเกตุอันเป็นตัว ‘จิตวิญญาณ’ จะกุมลัคนา ร่วมกับ ๑๔๓ แต่ก็ตรีโกณกับ ๘ ถือเป็น ๕ แก่กัน

หมายถึงสมพงศ์กันเป็นอันดี

ช่วยให้ ๘ และ ๙ เป็นดาวแม่และดาวลูกแสนขลัง

เมื่อลุงหลานต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันด้วยการบริหารงานเกี่ยวกับศิลปะโดยเปิดเป็นแกลเลอรี จึงไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด

“วันนี้จะเป็นไงก็ไม่รู้นะฮะ ลุง” พิทยาธรพึมพำกับเขาตอนกินอาหารเช้าด้วยกันลุง ป้า และหลานที่ห้องอาหารเล็กๆ รวมครัวเข้าไว้ด้วยที่หลังบ้าน

ร้านจะเปิด ๑๐ โมงทุกวัน มีผู้คนมานั่งที่นี่จำนวนไม่น้อยในแต่ละวัน เนื่องด้วยมีภาพเขียนฝีมือดีจากทุกหนแห่งของทั้งศิลปินอาวุโสและวัยเยาว์ มาขอเช่าพื้นที่ตั้งโชว์ อาจจะเนื่องจากตึกสี่ชั้นสามคูหาชุดนี้ตั้งอยู่ตรงสี่แยกมีชื่อเสียง สะดวกแก่การไปมามิว่าด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถประจำทาง

“เป็นยังไง” สันสกฤตก็เลยถาม แต่ในมือเขามีเอกสารชุดหนึ่ง พลางก็ชูให้หลานดู “เมื่อคืนเลยไปค้นเอาดาวราหูกับดาวเกตุมาอ่าน…โอ้โฮ…ได้ความรู้เยอะเลยธร…แกจะอ่านมั่งก็ได้นะ”

“ไม่ค่อยจะว่างซะเลย” หลานชายพึมพำหลังจากเสร็จอาหารเช้า เดินไปดึงประตูไม้พับได้ของสมัยกระโน้นออกจากกัน ประตูที่แต่แรกก็เก่าคร่ำคร่า ครั้นเปลี่ยนจากร้านขายวัตถุโบราณมาเป็นแกลเลอรี ผู้เป็นลุงก็เลยลงทุนทาสีใหม่

บัดนี้ร้านชื่อ ‘สันสกฤต’ ก็เลยดูโดดเด่นเป็นสง่าไม่แพ้ร้านใดในย่านเก่าแก่

“ไม่ว่างน่ะดี ว่างซีไม่ดี” ลุงบอกง่ายๆ “คิดดู…เศรษฐกิจแบบนี้แล้วยังไม่มีคนมาเยี่ยม…แล้วจะอยู่ยังไง”

ลุงหยุดไปนิดหนึ่งจึงแถมท้าย

“แกต้องรู้ไว้ด้วยนะธร ว่า…เราสองคนอยู่มาได้…อย่างไม่ใช่ลุ่มๆ ดอนๆ ก็เพราะมีดาวเกตุดี”

“ลุงจะหมายถึง ขออะไรจากสาวไม้แกะสลักนั่นก็ได้ งั้นใช่ไหม”

“ก็ไม่ได้ขอพร่ำเพรื่อนี่”

“ขอแฟนให้ผมคนได้ป่าว” พิทยาธรก็เลยยั่วเย้า

พอดีสมมาดผู้เป็นไรเดอร์เจ้าประจำเรียกใช้กันมานาน ก็ขี่จักรยานยนต์มาถึง

“วันนี้สายหน่อยฮะ” เขาออกตัวหากน้ำเสียงก็ดูหงอยๆ

“มีอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มก็เลยถามอย่างไม่สู้จะตั้งใจ

“คือ…แม่ผมน่ะฮะ แกอยากจะให้ผมไปดูตัวผู้หญิงคนนึงที่ทรงวาด…ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าผมมีแฟนแล้ว แต่แม่ไม่ชอบหาว่าไม่สวย ฟันเขยินอะไรทำนองนั้น”

“แล้วคนที่ทรงวาดสวยเหรอ” สันสกฤตก็เลยสัพยอก พิทยาธรจึงพลอยนึกสนุกไปด้วย ฝ่ายสมมาดหัวเราะขำ

“เขาก็…เอ้อ…น่าเอ็นดูกว่าครับ”

“เอาไว้รอปิดร้านแล้วเราไปกัน” ชายหนุ่มหลานของเขาเลยชวนอย่างนึกครึ้มขึ้นมา “ไม่ได้เจอทรงวาดนานมาก…เออ…จริงด้วยลุง ทำไมเราถึงห่างทรงวาดนานจัง”

สันสกฤตฟังคำว่า ‘ทรงวาด’ แล้วพลอยอึ้งไปด้วย

“จริง ห่างนานมาก” เขาแค่พึมพำ “ทั้งๆ เป็นย่านที่เรารักมาก เพราะรัชกาลที่ ๕ ท่าน ‘ทรงวาด’ ไว้ให้คนจีนได้อยู่อาศัยเป็นสุขสืบมาไง วันนี้จะปิดร้านสักบ่ายสามก็ได้มั้ง แต่ยังไงก็ต้องย้ายรูปเขียนเก่าเอาไปไว้ข้างบนก่อนนะมาด”

“เผื่อธรจะได้เจอคนที่สองกะเขามั่ง”

หากยังไม่ทันขาดคำ รถสีเขียวยอดตองคันเล็กกะทัดรัดก็แล่นมาจอดหน้าร้าน

หญิงสาวผิวสองสีคมขำคิ้วดำยาวก้าวลงมา

 



Don`t copy text!