ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 2 : อิทธิพลดาวเกตุ

ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 2 : อิทธิพลดาวเกตุ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ลวดลายในวิญญาณ นวนิยายลึกลับโดย กฤษณา อโศกสิน เมื่ออิทธิพลของ ‘ดาวเกตุ’ ผูกโยงชะตาชีวิตและจิตวิญญาณของละอองทองเข้ากับความเร้นลับยามค่ำคืน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือพรหรือคำสาป? ติดตามปริศนาแห่งลายแทงวิญญาณได้ที่นี่

มีกระบอกกระดาษแข็งยาวสีขาวติดมือลงมาด้วย พิทยาธรจึงเชื้อเชิญหล่อนให้เข้าไปในห้องกว้างอันสะพรั่งไปด้วยภาพเขียนบนผนัง ครั้นแล้วจึงรับกระบอกมาเปิดฝา หยิบกระดาษหนาที่ม้วนเสียบไว้ในนั้นออกมา

ชายเจ้าของร้านทั้งคู่จึงรอฟังเรื่องราวจากอีกฝ่าย หลังจากเจ้าของรูปคลี่ภาพแผ่ลงบนโต๊ะกลาง

“อยากให้คุณช่วยซ่อมรูปนี้น่ะค่ะ เป็นรูปที่ฉันกับน้องสาวได้มาตอนไปฝรั่งเศส….ได้จากตลาดแบกะดินที่เมืองที่ฉันไปพัก…ที่จริงก็นานแล้ว…แต่รักมาก…ถึงมันจะถลอกไปตรงส่วนสำคัญคือหัวพิณนี่” หญิงสาวชี้แจงขณะมองหน้าทั้งสองทีละคน…ก็แลเห็นดวงตาแต่ละคนต่างตื่นตะลึง…ราวกับตกใจ “แต่ก็อยากให้ซ่อม จะได้ติดโชว์ที่ห้องโชว์งานได้…นี่ก็หมกไว้ในห้องเก็บของตั้งหลายปี…รอจนหมดโควิดแล้วถึงได้รื้อออกมาเพราะจะแต่งร้านใหม่น่ะค่ะ”

เล่าจบแล้ว จึงถาม

“ดูเหมือนคุณจะงงกันมากเลย…มีอะไรหรือเปล่าคะ”

พิทยาธรได้แต่หันไปสบตากับผู้เป็นลุงเชิงให้สัญญาณถึงไม้แกะสลักรูปหญิงสาวดีดพิณที่วางอยู่บนหลังตู้บนตึกชั้นสี่

ครั้นแล้ว ณ บัดนี้ ก็กลับมีภาพวาดหญิงสาวดีดพิณ…ที่เหมือนกันราวคัดลอก จะแตกต่างกันก็ตรงที่ชิ้นแรกทำด้วยไม้สัก เดินทางมาคล้ายตามหาสหายรัก

แต่ชิ้นที่สองนี้ สร้างทำด้วยปลายพู่กัน

กลายเป็นภาพหญิงสาวดีดพิณบนกระดาษเนื้อหนา จำลองมาราวกับลอกเลียน

เพียงแต่ถลอกปอกเปิกตรงหัวพิณเท่านั้น

ช่างน่าอัศจรรย์เหลือประมาณ

“ถ้างั้นก็ลงชื่อคุณไว้นะฮะ…ผมมีบัตรให้คุณเก็บไว้ ใช้รับรูปตอนซ่อมเสร็จ”

“จะคิดค่าซ่อมเท่าไรคะ” อีกฝ่ายสอบถามรายละเอียด “ลงไว้ในบัตรไหมคะ”

“ยังไม่ลงครับเพราะก็ยังไม่แน่ใจว่าจะยากง่ายแค่ไหน”

“คงไม่แพงมากนักนะคะ” หญิงสาวผู้บัดนี้ลงชื่อไว้ในสมุดรับงานของร้านว่า นวลสนิท นภา บอกกล่าวยิ้มๆ แววตาคมเข้ม ยามหยุดยิ้มดูค่อนข้างเคร่งแกมเศร้าอย่างไรชายทั้งคู่ก็บอกไม่ถูก รู้แต่เพียงว่าหล่อนมิใช่หญิงสาวผู้สดชื่นเบิกบานกระไรนัก

อาจจะเพียงแต่รักงานศิลปะ

แค่นั้นก็พอแล้ว…สันสกฤตนึกในใจ

แต่บ้านเลขที่ที่หล่อนลงทะเบียนไว้พร้อมเบอร์โทรศัพท์นี่สิที่ทำให้ทั้งลุงหลานต้องอุทานออกมา

“คุณอยู่ทรงวาดหรือครับ”

“ใช่ค่ะ”

“บ่ายนี้ เราก็กะว่าจะไปทรงวาดเหมือนกัน” พิทยาธรเอ่ย

“หรือคะ” นวลสนิทเปล่งเสียงอย่างดีใจ “ถ้างั้นเชิญแวะที่ร้านฉันสักนิดก็จะขอบคุณมาก จะได้รู้จักกันไว้ เผื่อมีรูปให้ซ่อมอีก”

“มีรูปต้องซ่อมเยอะหรือฮะ”

“คือ เราชอบเดินทางท่องเที่ยวน่ะค่ะ…ก่อนโควิดมา ก็ไปอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปนค่ะ” ลูกค้าใหม่เริ่มรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น “ส่วนใหญ่ เขาก็จะมีนะคะ…มีของเก่ามาวางแบกะดินขาย…บางเมืองมาปีละครั้ง เราโชคดีก็ไปเจอเอาวันที่เขามา…ก็มักจะได้ของ…เป็นต้นว่า เครื่องแก้วเครื่องกระเบื้อง โคมไฟ จานชามเป็นชุดๆ ภาพเขียนที่สวยสมบูรณ์ และที่ต้องซ่อม มีทั้งนั้นค่ะ…น้องสาวนี่นักสะสมภาพเขียนชั้นยอด…แต่ก็เสียดายที่ตอนนี้เขา…ไม่ค่อย…แข็งแรง”

“เป็นอะไรไปหรือฮะ”

“อือ…บอกไม่ถูกค่ะ” อีกฝ่ายนิ่งคิดพร้อมครางเบาๆ “จะว่าโรคประสาทหรือยังไงก็ไม่แน่ใจ…ไปหาหมอ…ตรวจร่างกายทุกส่วนแล้วก็ปกติดี…แต่…ตอนดึก…เขามักจะตื่นแล้วเดินออกไปที่ท่าน้ำ…ร้องหาเรือสำเภาลำหนึ่งที่เขาจะโดยสารไปสิงคโปร์…”

เพียงแต่จบประโยค ผู้พูดก็ได้แต่ถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า

“เลยต้องคอยระวังกันตลอดละค่ะ กลางคืนก็ต้องใส่กุญแจประตูท่าน้ำไม่ให้ออกไป เดี๋ยวตกน้ำตายก่อนไปเรือสำเภา” นวลสนิทจบประโยคด้วยเสียงหัวเราะแค่นๆ พลางขยับตัว “เสร็จเรียบร้อยแล้วฉันเลยลานะคะ…บ่ายๆ ถ้าคุณไปแวะที่ร้าน…จะแนะนำให้รู้จักน้องสาวที่ขยันละเมอถึงเรือไปสิงคโปร์…ถ้าเขาเผลอพูดอะไรแปลกๆ ก็ขออภัยด้วยละกันนะคะ…ลาละค่ะ”

ครั้นแล้ว หญิงผู้มากับภาพวาดก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินออกไปยังรถคันเล็กที่จอดอยู่ชิดทางเท้าแล้วขับจากไป

สันสกฤตจึงรีบหันไปยังภาพนั้นพลางหยิบขึ้นมาประคอง ขึ้นลิฟต์ที่นำมาติดใหม่ตอนเปลี่ยนเป็นแกลเลอรีเมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว ไปยังชั้นบนสุด

ตรงไปยืนตรงหน้าไม้สักแกะสลักรูปหญิงสาวดีดพิณ พลางถามในใจ

‘คุณเทพธิดาครับ รูปวาดนี่เดินทางมาไกลนะครับ คนวาดเป็นคนเดียวกับคนแกะสลักไหมครับ’

ชายวัยเจ็ดสิบสองถามในใจจนจบประโยค โดยพลัน เขาก็รู้สึกว่านางตอบรับ เริ่มจากยิ้มนิดๆ

“ใช่…คนวาดรูปเป็นคนเดียวกับที่แกะสลักเราจนเป็นเรา”

สันสกฤตขนลุกซู่เอาทีเดียว เริ่มรู้สึกว่าราหูและเกตุที่สถิต ณ ราศีมังกร เป็นดาวดวงที่แปลกออกไปจากดาวทุกดวง สำหรับราหูนั้น เป็นอันรู้กันอยู่แล้วว่า คือ ‘จุดคราส’ ทั้งคราสอาทิตย์และคราสจันทร์ ราหูที่อยู่ในตำแหน่งดีในดวงชะตา จะช่วยให้เจ้าชะตาเป็นปราชญ์ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในศาสตร์หนึ่งศาสตร์ใดอย่างถึงที่สุดได้

หรือก็อาจจะทำลายชีวิตให้ภินท์พังผิดหวังอย่างคาดไม่ถึงก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน หากราหูนั้นสถิตหรือโคจรในดวงชะตาเกิด ในลักษณะที่เป็นโทษ เขาเริ่มค่อยๆ จดจำรายละเอียดที่ลุงหมอดูผู้นั้นเคยแจกแจงให้ฟัง มิใช่เพียงครั้งเดียว แต่เป็นสองสามครั้งตลอดชีวิตที่มีแต่ทุกข์โทษ นั่นก็คืออาการเจ็บป่วยปางตายของเขา

ราหูจะโคจรรอบดวงของเรารอบละ ๑๙ ปี มีพักร มีถอยเหมือนดาวอื่นๆ ผลดีผลร้ายจากการโคจรพักร ถอยของราหู ถ้าให้ร้าย จะเจ็บแสบที่สุด

ตอนอายุ ๒๐ ที่เขาป่วยหนักใกล้เป็นอัมพาตนั้น หมอดูว่าคือวันเวลาให้ร้ายของราหูที่มีเกตุคอยตามผสมโรง

ตามตำราเดิมของอินเดียถือว่า เกตุมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับอังคาร

มิน่า คงเพราะดาวอังคาร ๓ ของเขาโดนดาวเสาร์ ๗ บีบคั้นอยู่ด้วยอย่างไรเล่า

‘แต่ดวงคุณคือดีอยู่อย่าง…คือราหูเกตุในตำแหน่งนี้ ร้ายก็ส่วน ดีก็ส่วน ไม่ปนกัน ถึงคราวร้ายจะร้ายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ถึงคราวดีจะดีด้วยมีปัญญา จำไว้แล้วกันว่า ปัญญาของคุณขายได้ เพียงแต่อาจจะช้าไปหรือไม่ก็ต้องอาศัยจังหวะดาวอื่นมาเสริมส่ง ในดวงที่เห็นได้ชัดก็คือ ดาวพฤหัสกับดาวจันทร์มหาอุจ สองดวงรวมกัน เขาเรียกว่า คู่ธาตุดิน คุณเป็นคนมีคู่ธาตุดินที่ยิ่งใหญ่มั่นคง มีคู่ธาตุน้ำ ที่ราศีพิจิกที่ทำให้ไม่แข็งกร้าว คุณพร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อนฝูงไปเรื่อย ช่วยให้ชีวิตไม่เคร่งเครียดจนเกินไป’

สันสกฤตต้องยอมรับทีเดียวว่า ตนเองช่างเป็นมนุษย์สุดประหลาดจนแทบจะไม่เชื่อว่ายังมีคนที่สามารถผจญกับความป่วยไข้ได้อย่างทรหดอดทนถึงเพียงนี้อยู่ในโลก โดยไม่มีเพื่อนฝูงคนใดล่วงรู้รายละเอียดความยากลำบากที่เขาเคยผจญมาตลอดวันวัยในระยะกว่าห้าสิบปีนี้เลยแม้แต่หนึ่งเดียว นอกจากชิดชื่นน้องสาวกับพิทยาธรหลานชายเพียงสองคน

‘คุณเทพธิดาครับ ยังไงก็ขอให้หลานชายของผมโชคดีจากการซ่อมแซมภาพเทพธิดาดีดพิณซึ่งที่แท้ก็คือวิญญาณของท่านที่ถูกพาไปเร่ขายในต่างแดนนั่นเอง แต่เดี๋ยวนี้ก็ได้กลับมารวมกับท่านอยู่ที่นี่แล้วนะครับ…ท่านจะช่วยให้ร้านเราได้โชคลาภใหญ่ๆ สักหน่อยได้ไหมครับ…ถ้าได้…ผมจะไม่เป็นฝ่ายรบกวนท่านอีกละคราวนี้ ท่านจะรบกวนผมมั่งก็เชิญเลยนะครับ’

โดยพลันที่เขาอธิษฐานมาถึงตรงนี้ ก็คล้ายมีเสียงหัวเราะผ่านออกมา

แต่เขาดูราวจะเริ่มชิน…รวมทั้งเคารพนับถือเทพธิดาไม้สักมากขึ้นอีกหลายเท่า

พร้อมกันนั้น ทันทีที่เขาเบนสายตาไปทางขวามือ ก็พบนางเทพธิดาอีกหนึ่งองค์ในท่ากรีดกรายไหว้อากาศ หากสีหน้าก็บึ้งตึงเพราะได้ยินเสียงจากใจของอีกฝ่าย

‘ผมคงไม่รบกวนท่านหรอกนะฮะ’

เจ้าตัวเองอดขำขันมิได้ที่แลดูเหมือนเขาพลอยบ้าไปกับตุ๊กตาไม้สัก

พูดจากับนางไม่เว้นแต่ละคราที่อยากได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ตนเองเอื้อมไม่ถึง

ชิดชื่นเข้ามายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไรก็แทบไม่รู้สึก

น้องสาวจึงถามเขา

“พี่จะกินอะไร…หรือว่าอิ่ม…” เธอเป็นฝ่ายงานบ้านการครัว จึงขอตัวนอนเฝ้าร้านชั้นล่าง ซึ่งแบ่งที่ทางเป็นห้องนอนซีกหนึ่ง โต๊ะอาหารอีกหนึ่งส่วน ปล่อยชั้นสามไว้เก็บของมีค่า ชั้นล่างสุดทั้งสองชั้นที่เหลือจึงเป็นแกลเลอรีทั้งหมด

“อิ่มจริงด้วย” เขายังคงโชว์ภาพวาดในมือขึ้นจนสุดแขนอย่างหวงแหนยิ่งนัก “ก็คิดดู…ใครจะไปนึกว่าของบางอย่างจะวิ่งกลับมาหากันได้ทั้งๆ ที่จากกันไปไกลแสนไกล”

“จริงพี่ ก็แปลกดีเหมือนกัน” ชิดชื่นพลอยเออออตามไปด้วยอย่างนั้นเอง เพราะในใจกำลังนึกขำพี่ชายที่บ้าของเก่า ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วยังงงไม่หายว่ามันข้ามน้ำข้ามทะเลวนกลับมาถึงที่นี่ได้อย่างไร

“มากกว่าแปลก คือ มหัศจรรย์” สันสกฤตยังคงโชว์ภาพพลางพิจารณานิ่งนาน “นี่คืออิทธิพลจากดาวเกตุชัดๆ เลยนะ ชิด”

“เฮ้อ…พี่ก็…ฉันเคยรู้เรื่องดาวเดิวอะไรที่ไหนล่ะ ได้ยินแค่ชื่อยังปวดหัวแทบแย่”

“เออ…จริง…ลืมไป”

“คนรู้ดวงกับคนไม่รู้มันผิดกัน”

“เข้าใจแล้วคะ ร้าบ” อีกฝ่ายก็เลยลากเสียงพร้อมกับบรรจงม้วนภาพหญิงสาวดีดพิณที่มีรอยถลอกตรงหัวพิณสอดเข้ากับกระบอกเก็บไว้ในตู้ใส่กุญแจ ครั้นแล้วจึงเดินตามน้องสาวลงลิฟต์มายังห้องอาหาร แลเห็นพิทยาธรกับสมมาดกำลังคุยกันเบาๆ คงเรื่องผู้หญิงของอีกฝ่ายนั่นเอง แต่ไปอย่างไรมาอย่างไร หญิงสาวเมื่อสักครู่จึงอยู่อาศัยในชุมชนทรงวาด ที่เดียวกับผู้หญิงของพนักงานหนุ่ม

ก็เลยได้แต่นึกในใจ

สงสัยคงอิทธิพลดาวเกตุ

ดาวแห่งคาถาอาคมและการหยั่งรู้

 



Don`t copy text!