ฆาตกรรมอลหม่าน วิญญาณอลเวง บทที่ 22 : พี่ชายที่รัก

ฆาตกรรมอลหม่าน วิญญาณอลเวง บทที่ 22 : พี่ชายที่รัก

โดย : เอมอักษร

Loading

ฆาตกรรมอลหม่าน วิญญาณอลเวง นวนิยายรางวัลรองชนะเลิศกับนิยายดราม่าคอเมดี้จากโครงการอ่านเอาก้าวแรก ปี 5 โดย เอมอักษร เรื่องราววุ่นๆ ของหญิงสาวที่คิดว่าตัวเองโชคร้ายทุกด้านจนขอฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ไหงแค่นอนหลับไปวิญญาณก็ออกจากร่าง เธอจึงต้องลุกขึ้นมาหาวิธีกลับเข้าร่าง หาฆาตกรให้ทันเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที

เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่วเบา เจนนินทร์ยังนอนเฉยไม่ยอมลุกไปเปิด จนกิ่งแก้วค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้ามามองอย่างเกรงใจ

“คุณหนูเจน หลับอยู่หรือเปล่าคะ…คุณปรีมาพบค่ะ คงมาถามเรื่องคุณเจิด”

“เจนรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะป้าแก้ว” เจนนินทร์ตอบเนือยๆ “ป้าให้เขาไปถามพี่เจสิคะ ไปหาที่โรงพยาบาลก็ได้ พี่เจอยู่ที่โรงพยาบาล”

“เอ้อ พอดีป้าให้คุณปรีมานั่งรอที่ห้องรับแขกแล้วค่ะ เอ เอาไงดี ป้าก็ดันไปบอกว่าคุณหนูเจนอยู่บ้าน” กิ่งแก้วกระสับกระส่าย

เจนนินทร์ถอนใจเฮือก ลุกขึ้นจากเตียงอย่างไม่เต็มใจนัก

“งั้นป้าให้พี่ปรีรอก่อน สักสิบนาทีค่ะ เดี๋ยวเจนลงไป”

กิ่งแก้วรับคำแล้วรีบถอยออกไปจากห้อง เจนนินทร์ลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวใหม่ ขณะที่ปากบ่นรำคาญพลางกระแทกเครื่องสำอางระบายอารมณ์ เจิดจันทร์มองอาการน้องสาวแล้วรีบล่าถอยตามกิ่งแก้วลงไปชั้นล่าง การได้เห็นหน้าปรีเมธและความเป็นห่วงเป็นใยของเขาในขณะนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาก

ชายในฝันที่เกือบจะได้เป็นจริงของเจิดจันทร์นั่งรออยู่ที่โต๊ะรับแขก ใบหน้าเคร่งขรึมจนผิดตา วิญญาณสาวลอยละล่องไปนั่งเคียงข้าง พยายามตั้งอกตั้งใจเพ่งสมาธิเพื่อสื่อสารกับอีกฝ่ายให้ได้ แต่ความเขินอายยามได้จ้องใบหน้าเข้มคมใกล้ๆ ทำเอาหัวอกหัวใจสั่นไหว จะนึกจะคิดอะไรก็ดูตื้อตันไปหมด

“พี่ปรี” เจนนินทร์ส่งเสียงเรียกอ่อนหวานมาก่อนตัว ก่อนจะปรากฏกายด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เด็กสาวยกมือพนมไหว้ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างน่ารัก “สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะหนูเจน” ปรีเมธเรียกน้องสาวคนเล็กของบ้านตามอย่างคนในครอบครัว “พี่มารบกวนหนูเจนหรือเปล่า ขอโทษทีนะ พอดีพี่เพิ่งได้ข่าวเจิด ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย”

เจนนินทร์หน้าสลดลง “เจนเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลค่ะ ผลัดกับพี่เจ” สาวน้อยถอนหายใจ “ทุกคนก็ช็อกกันหมดค่ะ ไม่มีใครคิดว่าพี่เจิดจะทำแบบนี้”

“มันเกิดอะไรขึ้นหนูเจน เล่าให้พี่ฟังได้ไหมครับ”

เจนนินทร์ส่ายศีรษะ “เจนก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนะคะ ฟังจากที่พี่เจเล่า เขาก็ร้องไห้ พูดไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ แต่เหมือนเมื่อวานพี่เจิดรู้ว่าสอบเป็นพนักงานไม่ได้ พ่อกลับมาก็ทะเลาะกัน คราวนี้คงทะเลาะกันแรงหน่อย พี่เจิดเขาเป็นคนขี้น้อยใจอยู่แล้วก็รู้ๆ กันอยู่”

“โธ่ เจิด” ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก แววตาสะเทือนใจ ขณะที่วิญญาณสาวที่นั่งอยู่เคียงข้างมองอย่างปลาบปลื้ม

“ว่าแต่…” เจนนินทร์มองชายหนุ่มตรงหน้า “เมื่อวานพี่ปรีก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยนี่คะ แม่บอกว่าพี่ปรีมาชวนพี่เจิดไปเที่ยว แต่แม่ไม่ให้ไป พี่เจิดคงยิ่งน้อยใจใหญ่”

ปรีเมธพยักหน้า “ใช่ครับ ตอนที่พี่พบเจิดเมื่อวาน เจิดเสียใจมากจนแทบไม่มีสติ เจิดขอให้พี่พาไปสงบสติอารมณ์ เพราะรู้ว่าถ้าอาภูมิกลับมาถึงบ้านเมื่อไหร่ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่” ชายหนุ่มถอนใจ “แล้วก็เกิดเรื่องจริงๆ แต่พี่ไม่นึกเลยว่ามันจะเลยเถิดไปขนาดนี้”

เจิดจันทร์รู้สึกผิดหูหน่อยๆ ปรีเมธพูดสับสนหรือเปล่านะ ในเมื่อเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายชวนเธอไปสงบสติอารมณ์ที่ชายทะเลสักพัก

“แล้วตอนนี้เจิดเป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็…ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ” เจนนินทร์ตอบเสียงอ่อย “พี่ปรีจะไปหาที่โรงพยาบาลก็ได้นะคะ พี่เจก็อยู่ที่นั่น แต่อย่าเพิ่งบอกใครเยอะนะคะ”

“ครับ พี่ยังไม่บอกใครหรอก” ปรีเมธรับคำ “แล้วพี่ได้ข่าวว่ามีตำรวจมาตรวจสอบที่บ้านด้วยเหรอครับ เขาเจอร่องรอยอะไรไหม”

“พี่ปรีรู้ได้ไงคะ” เจนนินทร์ขมวดคิ้ว

“อ่อ คือ…ป้าแก้วเล่าให้พี่ฟังน่ะ” ชายหนุ่มบอกเสียงเบา

“โอ๊ย ป้าแก้วนี่ ไปเล่าให้พี่ปรีฟังทำไม เรื่องในบ้านแท้ๆ” สาวน้อยชักเสียงขุ่นอย่างไม่พอใจ “แล้วป่านนี้ไปเล่าให้ใครต่อใครแถวนี้ฟังหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวเรื่องก็ไปกันใหญ่”

ปรีเมธพูดเสียงอ่อนเป็นเชิงขอลุแก่โทษ “อย่าไปว่าป้าแก้วเลยครับ พี่ซักแกเองน่ะแหละ เพราะพี่ตกใจมาก กลัวว่าเจิดจะเป็นอะไรไป แล้วไม่รู้ว่าพี่…กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเจิดคิดสั้นหรือเปล่า”

“ไม่เกี่ยวกับพี่ปรีหรอกค่ะ” เจนนินทร์รีบบอก “ใครๆ ก็รู้ว่าพี่เจิดขี้ใจน้อย แต่คราวนี้มันเลยเถิดไป ครอบครัวเราต่างหากที่ไม่ได้ใส่ใจหรือพูดดีๆ กับพี่เจิดมากกว่านี้”

ใบหน้าสวยแจ่มของสาวน้อยสลดลง จนอีกฝ่ายต้องรีบปลอบ

“ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นหรอกครับ ทุกคนรักเจิดกันทั้งนั้น ตอนนี้คงต้องช่วยกันภาวนา ให้เจิดปลอดภัย”

ปรีเมธมองเจนนินทร์นิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยอย่างอ่อนโยน

“ว่าแต่หนูเจนดูเหนื่อยๆ นะครับ ไม่สบายใจเรื่องเจิดอย่างเดียว หรือว่ามีเรื่องอื่นหรือเปล่า”

เจนนินทร์รีบยิ้มอ่อนหวานให้อีกฝ่าย “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เหนื่อยเพราะช่วงนี้คิวถ่ายเยอะ วันนี้โดดกองมา พรุ่งนี้ก็ต้องรีบไปถ่ายชดเชยตั้งแต่ตีห้า”

“คนดังก็แบบนี้” ปรีเมธล้อ “เรื่องหน้าคงได้เป็นนางเอกแล้วมั้ง นี่หนูเจนเคยให้ลายเซ็นพี่หรือยังนะ”

เจนนินทร์หน้าเผือดลงนิดหนึ่ง แต่เปิดยิ้มสดใสได้ทันควัน “โอ๊ย คงอีกนานค่ะกว่าจะได้เป็นนางเอก เจนแค่ดาราต๊อกต๋อย พี่ปรีจะเอาลายเซ็นสักกี่โหลก็ได้”

ปรีเมธยิ้มน้อยๆ แต่สายตามองเด็กสาวอย่างสังเกตสังกา “หนูเจน พี่พูดจริงๆ นะครับ ขอให้คิดว่าพี่เป็นพี่ชายคนหนึ่ง ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ เล่าให้พี่ฟังได้ เล่าแล้วก็จบที่โต๊ะนี้แหละ พี่ไม่มีวันเอาไปพูดที่ไหนแน่นอน”

เขาเอื้อมมาแตะหลังมือเจนนินทร์แผ่วเบา “พี่สนิทกับครอบครัวหนูเจนมานาน และสำหรับคนที่พี่ใส่ใจ พี่ดูออกว่าเขารู้สึกยังไง กำลังไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า”

เจนนินทร์เตรียมจะยิ้มหวานตามเคย แต่แล้วก็นิ่งเพราะคำพูดที่กระทบใจ

เช่นเดียวกับร่างโปร่งใสที่กำลังนั่งมองคนทั้งคู่ เจิดจันทร์ชะงักกึก มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

นี่เธอหูเฝื่อนตาฝาดไปหรือเปล่า เพราะน้ำเสียงอ่อนโยน คำพูดใส่ใจ และท่าทีแตะเนื้อต้องตัวแบบสนิทสนมนั้น เหมือนที่ปรีเมธเคยทำกับเธอไม่มีผิด!

 



Don`t copy text!