
มรดกมนตรา บทที่ 40 : เพราะเธอเคยร้าย…มารจึงเลือกเธอเป็นเหยื่อ
โดย : วัชรนริศ
![]()
มรดกมนตรา ผลงานของ วัชรนริศ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์ทาง anowl.co กับเรื่องราวของนักวิจัยสาวผู้ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับที่ได้รับคฤหาสน์โบราณกลางป่ากาญจนบุรีเป็นมรดกจากญาติที่ไม่เคยรู้จัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้กลับซ่อนคำสาป วิญญาณ และอดีตอันมืดมนที่รอการปลุกตื่น พร้อมการฟื้นคืนของ “อัคนีนาฏเทวี” อสูรสาวในตำนาน
นายวินัยคนขับรถประจำตระกูลวารีมรกต กำลังขับรถไปส่งโฉมสุรางค์ที่พระนคร ระหว่างทางหญิงสาวได้พูดขึ้น “ลุงวินัยไม่ต้องไปส่งฉันถึงพระนครแล้วนะ ฉันตัดสินใจอยากลองเปลี่ยนมานั่งรถไฟดูบ้าง ที่ผ่านมาฉันขอบคุณลุงมากเลยนะ”
นายวินัยยิ้มรับและมองกระจกหลัง เขาพูดขึ้นมาว่า “ยินดีครับ ไม่เป็นไรครับคุณโฉม แต่คุณจะนั่งรถไฟไปเองหรือครับ เพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว”
“ไม่เป็นไรค่ะลุง ฉันอยากจะใช้เวลาระหว่างทางสำหรับคิดอะไรให้มากขึ้น ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวกล่าวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
ครั้งนี้หญิงสาวตัดสินใจเดินทางโดยรถไฟกลับพระนคร เพราะเจ้าหล่อนอยากสัมผัสบรรยากาศระหว่างทาง รถยนต์หยุดจอดอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟ โดยนายวินัยลงมาเปิดประตูให้กับโฉมสุรางค์ และรีบเดินไปเปิดท้ายรถเพื่อนำกระเป๋าให้กับหญิงสาว
วินัยถือกระเป๋าเดินตามหลังเธอเข้าไปเพื่อรอซื้อตั๋ว “ลุงวินัยกลับได้เลยนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวรถไฟเที่ยวของฉันก็ใกล้มาถึงแล้ว” หญิงสาวพูดปนยิ้มเล็กน้อย
วินัยเดินมาใกล้เธอด้วยท่าทีนอบน้อม” แต่กระผมรอส่งคุณโฉมจนขึ้นรถไฟก่อนได้ไหมครับ ลุงเป็นห่วง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องห่วงฉัน แล้วนี่ก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย กว่าลุงจะขับรถกลับไปถึงคฤหาสน์ก็เกรงว่าจะดึกดื่นเสียก่อน” หญิงสาวพูดและหันมายิ้มด้วยความขอบคุณ
“ถ้าอย่างนั้น กระผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ยังไงคุณโฉมดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะครับ” เขาพูดและยกมือไหว้เล็กน้อย นายวินัยเดินกลับมาสตาร์ตรถด้วยความรู้สึกลังเลใจ แต่ก็ไม่พยายามคิดอะไรและขับรถกลับออกไปช้าๆ
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังนั่งรอรถไฟสายกาญจนบุรีไปกรุงเทพฯ ภายในสถานีช่วงเวลานั้นมีคนที่นั่งรอและเดินไปเดินมาเพียงไม่กี่คน ไม่นานก็มีควันสีดำก่อตัวขึ้นเป็นร่างของอัคคีรัตน์ เธอมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟด้วยความตั้งใจที่จะนำตัวโฉมสุรางค์กลับไปที่บ้านของเธอ
อัคคีรัตน์อยู่ในชุดเดรสลูกไม้สีดำแขนยาวที่ดูลึกลับ เดินเข้ามาที่ด้านหลังของหญิงสาว เธอเดินเข้ามาวางมือไว้บนไหล่ของหญิงสาว
“สวัสดีค่ะคุณโฉมสุรางค์ คุณจะไปไหนหรือคะ”
โฉมสุรางค์ที่ได้ยินเสียงก็ต้องรู้สึกตกใจ และรีบหันหลังกลับไปมองทันที “อัคคีรัตน์ แก!”
หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างที่นั่งเตรียมที่จะวิ่งหนี แต่อัคคีรัตน์คว้าแขนเธอ หญิงสาวตะโกนร้องขอให้คนในสถานีช่วยเธอ “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย”
“ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยคุณได้หรอกค่ะ” อัคคีรัตน์พูดและบีบแขนของหญิงสาว โฉมสุรางค์มองไปรอบภายในสถานี ผู้คนที่นั่งรอรถไฟอยู่ในสถานีต่างนั่งตัวแข็งทื่อราวกับทุกอย่างถูกหยุดเวลาเอาไว้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตสิ่งใดที่เคลื่อนไหว หรือแม้แต่เสียงต่างๆ ก็เงียบกริบ
“เกิดอะไรขึ้น มีใครได้ยินฉันไหม” โฉมสุรางค์ร้องอุทาน
“บอกแล้วไงคะคุณโฉม ยังไงคุณก็หนีพวกดิฉันไม่พ้นหรอกค่ะ” อัคคีรัตน์ได้จำแลงกายเป็นควันสีดำและพาตัวโฉมสุรางค์กลับมาพร้อมกับเธออีกครั้ง
ในเวลานี้โฉมสุรางค์ถูกนำตัวกลับมาสู่เทวาลัยโบราณ เธอถูกพลังของอัคคีรัตน์เหวี่ยงร่างของเธอจนมาล้มลงต่อหน้าบัลลังก์หินอีกครั้ง โดยมีปักษาดำและสมิงดงที่ยืนเฝ้าอยู่ภายในห้อง
“ไม่! ไม่จริง ฉันกลับมาที่นี่อีกแล้ว พวกแกไอ้พวกอมนุษย์” เธอพูดด้วยสายตาเคียดแค้นและหันไปมองปักษาดำและสมิงดง โดยที่ผู้รับใช้ทั้งสองยืนมองหญิงสาวด้วยสีหน้าที่เย็นชาแต่แววตาดุดัน
เปลวไฟภายในห้องเทวาลัยลุกโชนขึ้นอีกครั้ง อัคนีนาฏเทวีสตรีสูงศักดิ์ที่งามสง่าค่อยๆ ก้าวขาเดินออกมาจากมุมหนึ่งของห้อง และเดินไปนั่งที่บัลลังก์หินของเธอด้วยท่าทางสง่างามและหยิ่งผยอง
“แก นังปีศาจ ทำไมแกถึงไม่ปล่อยฉันไปเสียที” โฉมสุรางค์พูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น
อสูรสาวที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หินก็หัวเราะออกมาอย่างเสียงดัง “ฮึ! ข้าเคยบอกเจ้าเมื่อไหร่กันว่าจะปล่อยเจ้าไป ครั้งที่แล้วพวกเจ้ามันโชคดีที่หนีออกไปได้ แต่ครั้งนี้พวกเจ้าคงไม่โชคดีแบบนั้นอีกแล้ว”
“พวกแกจับฉันมาทำไมอีก” หญิงสาวพูดต่อด้วยท่าทีหวาดกลัว
“เพราะเจ้ายังมีประโยชน์กับข้าอยู่น่ะสิ ในเมื่อพวกตระกูลวารีมรกตได้ของวิเศษกลับไปหมดแล้ว ข้าเองมีหรือจะปล่อยเจ้าไป ชีวิตของเจ้านั้นละที่ข้าจะนำมาใช้ต่อรองกับพวกมันได้ไงล่ะ” อสูรสาวพูดปนหัวเราะ
“สมิงดง ปักษาดำ พวกเจ้าจงนำตัวนางผู้หญิงชั่วคนนี้ไปขังไว้ที่คุกใต้ดินก่อน เมื่อไหร่ที่พวกตระกูลวารีมรกตมันเข้ามาที่นี่ ก็จงนำตัวมันมาให้ข้าทันที”
“ครับ” ผู้รับใช้ทั้งสองพยักหน้าและเดินไปจับแขนของโฉมสุรางค์พาเดินไปที่คุกใต้ดิน
“พวกแกจะไม่มีวันได้ตายดีหรอก อีกไม่นานทุกคนจะต้องมาช่วยฉัน และมาจัดการกับพวกแกแน่นอน” โฉมสุรางค์พูดและมองตาขวางใส่
เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในห้องพระของดอกเตอร์อมร เขาที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็เกิดได้ยินเสียงกระซิบของราตรี ผู้เป็นแม่ของโฉมสุรางค์
“คุณ! ช่วยลูกโฉมของฉันด้วย”
อมรลืมตาขึ้นและรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มรีบเดินออกจากห้องพระเพื่อโทรศัพท์ไปที่คฤหาสน์วารีมรกต
เสียงโทรศัพท์ภายในคฤหาสน์ดังขึ้น “สวัสดีค่ะ คฤหาสน์วารีมรกตค่ะ” บัวสาวใช้รับสาย
“บัว นี่ฉันอมรนะ ฉันถามอะไรเธอหน่อย คุณโฉมสุรางค์ยังอยู่ที่นั่นไหม”
“อ่อ คุณโฉมเธอไม่อยู่ที่นี่แล้วค่ะ เธอเดินทางกลับพระนครเมื่อวานแล้วค่ะ”
“ขอบใจมาก” อมรตอบและวางสายไปทันที
เมื่ออมรได้ยินดังนั้นก็เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล เกรงว่าโฉมสุรางค์กำลังตกอยู่ในอันตรายและยังไม่ได้กลับพระนครอย่างแน่นอน อมรเกรงว่าโฉมสุรางค์อาจจะถูกอสูรสาวและผู้รับใช้ของเธอจับตัวกลับไปอีกครั้ง
เขาตัดสินใจโทร.หาสหรัฐ “สวัสดีครับคุณสหรัฐ ผมอมรนะ”
“สวัสดีครับดอกเตอร์” สหรัฐพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ผมเกรงว่าเราน่าจะมีปัญหาอีกแล้วละ ยังไงเช้านี้คุณว่างไหมครับ ช่วยแวะมาพบผมที่บ้านหน่อย”
“ได้ครับดอกเตอร์ ผมกำลังรู้สึกตงิดใจบางอย่างอยู่พอดีว่าต้องมีเรื่องอะไรอีกแน่ๆ” นายตำรวจหนุ่มพูดเสริม
สหรัฐขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของอมร แม่บ้านออกมาต้อนรับและพาเขาเข้าไปนั่งที่ห้องรับแขกภายในบ้าน
อมรเดินออกมาต้อนรับ “สวัสดีครับดอกเตอร์”
สหรัฐยืนขึ้นและกล่าวทักทาย “สวัสดีครับคุณสหรัฐ”
“วันนี้ที่ผมต้องตามให้คุณมาพบผมที่นี่ เพราะผมคิดว่าน่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นอีกแล้ว”
“ปัญหาอะไรหรือครับดอกเตอร์” สหรัฐพูดและขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ผมกำลังคิดว่า คุณโฉมสุรางค์เธอถูกจับตัวไป และตอนนี้เธอน่าจะยังอยู่ในอันตราย”
“อะไรนะครับดอกเตอร์ คุณโฉมหายตัวไป” อมรมองหน้าสหรัฐและพยักหน้า
“ครับ ผมคิดว่าพวกอสูรนั่นจะต้องเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเธอแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้น วันนี้ผมจะลองไปตรวจที่บ้านของคุณอัคคีรัตน์ดูครับ อาจจะมีเบาะแสอะไรบางอย่าง”
“คุณสหรัฐครับ ผมมีอะไรจะมอบให้กับคุณ” อมรพูดและหันไปหยิบสร้อยพระโบราณออกมาและยื่นให้กับเขา
“คุณรับไว้นะครับ ผมอยากให้คุณสวมติดตัวเอาไว้ อำนาจของพระพุทธคุณจะช่วยปกป้องคุณให้พ้นภัยจากอันตรายทั้งปวง”
สหรัฐเอื้อมมือมารับสร้อยและสวมคอไว้ “ขอบคุณนะครับดอกเตอร์ ผมจะระวังตัว”
เสียงกริ่งหน้าบ้านของอัคคีรัตน์ดังขึ้น ปักษาดำในร่างของชายหนุ่มออกมาเปิดประตู
“สวัสดีครับ ผมมาขอพบคุณอัคคีรัตน์ครับ วันนี้ไม่ทราบว่าเธออยู่ไหมครับ” นายตำรวจพูดด้วยท่าทางสุภาพ
ปักษาดำมองด้วยสายตาเย็นชา “อยู่! เดี๋ยวขอเข้าไปเรียนเธอก่อน รอสักครู่” ปักษาดำปิดประตูและเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน
ปักษาดำค่อยๆ เดินเข้ามาภายในห้องนอนของอสูรสาว อัคคีรัตน์ที่กำลังนั่งสางผมเธออยู่หน้ากระจก เหลือบมองผู้รับใช้ของเธอที่กำลังเดินเข้ามา
“ว่ายังไงปักษาดำ พวกมันเริ่มมาตามหาตัวนางโฉมสุรางค์กันแล้วใช่ไหม”
“ใช่ครับเทวี ไอ้ตำรวจนั่นตอนนี้มันอยู่ที่หน้าบ้านและต้องการมาขอพบครับ”
“ดี! ถ้าอย่างนั้นไปเชิญให้มันเข้ามา และให้นั่งรอที่ห้องนั่งเล่น เดี๋ยวข้าตามออกไป”
ปักษาดำเดินกลับออกไปเปิดประตูที่หน้าบ้าน “เชิญ คุณผู้หญิงให้คุณเข้าไปนั่งรอเธอได้”
นายตำรวจหนุ่มรีบตามหลังเข้าไปทันที เมื่อเข้าไปถึงห้องนั่งเล่นเขาก็มองไปรอบๆ เพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ แต่กลับไม่พบอะไรที่ดูมีพิรุธ
“คุณนั่งรออยู่ตรงนี้ละ เดี๋ยวคุณผู้หญิงเธอออกมา” ปักษาดำพูดและค่อยๆ เดินออกไปจากห้อง
ไม่นานอัคคีรัตน์ก็เดินเข้ามา “สวัสดีค่ะคุณตำรวจ แหม วันนี้ลมอะไรหอบมาคะ มาถึงบ้านดิฉันเลย”
“สวัสดีครับคุณอัคคีรัตน์ วันนี้ผมอาจจะขออนุญาตคุณเพื่อที่จะสอบถามอะไรบางอย่างหน่อยครับ”
“ได้สิคะ ยินดีค่ะ ว่าแต่เรื่องอะไรหรือคะ” อัคคีรัตน์พูดและยิ้มเล็กๆ
“คุณรู้จักกับคุณราตรีและคุณโฉมสุรางค์ใช่ไหมครับ เวลานี้ผมได้ข้อมูลมาว่าคุณโฉมสุรางค์เธอหายตัวไป และผมรู้ว่าก่อนหน้านี้คุณราตรีกับคุณโฉมสุรางค์เคยมาที่นี่ ผมเลยไม่แน่ใจว่า เธออาจแวะมาที่นี่หรือเปล่าครับ”
“คุณตำรวจคะ คุณกำลังสงสัยดิฉันอยู่หรือคะ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ เพราะคุณก็น่าจะรู้จักกับคุณโฉมดี ถ้าไม่เป็นการล่วงเกินมากจนเกินไป ผมจะขออนุญาตเดินสำรวจที่นี่ได้ไหมครับ”
“เอาละค่ะ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ดิฉันจะให้คนของดิฉันพาคุณเดินดูทุกซอกทุกมุมของบ้านนะคะ”
อัคคีรัตน์หันไปพยักหน้าให้กับสมิงดง “เธอช่วยพาคุณตำรวจเดินดูทุกห้องในบ้านด้วยนะ ฉันอนุญาต”
“ขอบคุณครับ” สหรัฐกล่าวและลุกเดินตามสมิงดงไปเพื่อตรวจสอบทั่วบ้าน
สมิงดงเดินนำทางชายหนุ่มไป และค่อยๆ หยุดทีละห้องเพื่อให้สหรัฐได้เดินดูรอบๆ จนครบห้องทุกห้อง แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด จนมาหยุดยืนอยู่ที่ห้องโถงชั้นล่างของบ้าน ตำรวจหนุ่มมองเห็นบันไดทางลงไปชั้นใต้ดินของบ้าน
สหรัฐหันไปถามกับสมิงดง “ชั้นล่างสุดคือห้องอะไรครับ”
“ชั้นล่างคือห้องใต้ดินของบ้าน ในห้องนั้นไม่มีอะไรเป็นเพียงแค่ห้องโถงสำหรับเก็บของเฉยๆ” สมิงดงมองหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าอย่างนั้นผมขอลงไปดูได้ไหม” สหรัฐถามด้วยความรู้สึกสงสัย
สมิงดงไม่ตอบอะไรและเดินนำทางเขาไป เมื่อไปถึงชั้นใต้ดิน กลับกลายเป็นเพียงห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีของเก่าวางเรียงรายอยู่ราวกับเป็นห้องเก็บของเก่าๆ สหรัฐค่อยๆ เดินตรวจไปรอบๆ ห้องแต่กลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอันใดเหมือนห้องอื่นๆ เขาจึงหันไปคุยกับสมิงดง
“เอาละครับ ขอบคุณพวกคุณมากนะครับที่ให้ผมได้เดินตรวจดูที่นี่” สหรัฐยังไม่ทันพูดจบสมิงดงก็เดินนำทางกลับขึ้นไป ระหว่างนั้นชายหนุ่มมองไปที่พื้นและเห็นรอยเท้าอะไรบางอย่างที่เดินมาสุดที่กำแพงมุมหนึ่งของห้อง เขาคิดว่าภายในห้องใต้ดินนี้ต้องมีห้องลับอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อีกเป็นแน่
เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เขาจึงเดินตามกลับขึ้นไปด้วยท่าทีปกติ และเดินกลับออกมาขึ้นรถที่หน้าบ้าน
เย็นวันนั้นชายหนุ่มกลับมาที่บ้านของอมรอีกครั้ง “ดอกเตอร์ครับ วันนี้ผมลองไปบ้านของคุณอัคคีรัตน์มาแล้ว เธออนุญาตให้ผมเดินตรวจรอบๆ บ้านได้ แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรเลย นอกเสียจาก…”
“อะไรหรือครับคุณสหรัฐ” อมรถามด้วยความสงสัย
“ผมลงไปตรวจที่ห้องชั้นใต้ดินของบ้าน ผมสงสัยว่าห้องใต้ดินนั้นน่าจะมีห้องลับซ่อนอยู่อีก แต่ผมไม่อยากให้พวกเขาสงสัย ผมเลยเดินตามกลับขึ้นมาก่อน เพราะผมคิดว่าผมอาจจะต้องอาศัยพวกคุณช่วยผมด้วย”
อมรพยักหน้า “หากภายในนั้นมีห้องลับอยู่จริงงั้นก็เป็นไปได้ว่าคุณโฉมอาจจะอยู่ที่นั่น แต่การที่อยู่ๆ เราจะไปช่วยเธอเลย อาจจะเสี่ยงภัยจนเกินไป ผมคิดว่าอาจจะต้องให้คุณทิพย์ธิดาและรวีมาช่วยเราด้วย เพราะพระขรรค์เพลิงพยัคฆ์ที่อยู่กับเธอ จะช่วยปกป้องพวกเราได้”
“ครับดอกเตอร์ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เราจะเข้าไปที่คฤหาสน์วารีมรกตกันครับ”
“ผมเองเชื่อว่า พระขรรค์เพลิงพยัคฆ์จะช่วยพวกเราได้ บางทีมันอาจจะถึงเวลาแล้ว” อมรพูดเสริมและมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคิดว่า จุดจบของเรื่องนี้มาถึงแล้ว
นายตำรวจหนุ่มขับรถออกไปพร้อมกับอมรเพื่อไปพบกับทิพย์ธิดาและรวี เสียงรถยนต์หยุดจอดบริเวณหน้าคฤหาสน์ สหรัฐและอมรรีบเดินลงมาจากรถและเดินเข้าไปภายในตึก ทิพย์ธิดาและรวีเดินออกมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะดอกเตอร์ สวัสดีค่ะคุณสหรัฐ” หญิงสาวกล่าวทักทายโดยมีรวียืนยิ้มอยู่ข้างๆ
“สวัสดีครับ วันนี้ผมกับสหรัฐมาพบพวกคุณเพราะมีเรื่องต้องการให้ช่วยครับ” อมรพูดเสริม
“ใช่ครับ เป็นเรื่องสำคัญและก็น่าจะมีพวกคุณเท่านั้นที่ช่วยเราได้” นายตำรวจหนุ่มกล่าว
“เรื่องอะไรกันหรือครับ” รวีสบตากับทั้งสองและถามอย่างสุภาพ
“คุณโฉมสุรางค์ถูกจับตัวไปครับ” สหรัฐพูด
“คุณโฉมถูกจับตัวไป! ใครกัน หรือว่าจะเป็นพวกอสูรพวกนั้นคะ” ทิพย์ธิดาพูดและมองด้วยท่าทีกังวลใจ
“ใช่ครับ เราจึงมาขอให้พวกคุณไปช่วย เพราะมีเพียงคุณทิพย์ที่สามารถใช้พระขรรค์เพลิงพยัคฆ์ได้” อมรพูดเสริม
“หรือมันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ” รวีพูดและหันไปมองทิพย์ธิดาด้วยท่าทีห่วงใย
“ค่ะ เห็นทีพวกเราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว ฉันเองก็อยากให้เรื่องนี้มันจบเสียที เพื่อที่ทุกคนจะได้กลับมามีชีวิตที่เป็นปกติสุขอีก”
นายตำรวจหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีมาดมั่น “ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เราทั้งหมดจะไปที่บ้านของคุณอัคคีรัตน์กัน ผมคิดว่าคุณรวีและคุณทิพย์ธิดาอาจจะช่วยดึงความสนใจของอสูรได้บ้าง ระหว่างนั้นผมกับดอกเตอร์อมรจะหาทางเข้าไปช่วยคุณโฉมสุรางค์ออกมา หากมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น พวกเราฝากคุณทิพย์ธิดาและคุณรวีด้วยนะครับ”

- READ มรดกมนตรา บทที่ 40 : เพราะเธอเคยร้าย...มารจึงเลือกเธอเป็นเหยื่อ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 39 : เสียงลมหายใจก่อนวันเอาคืน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 38 : จิตสุดท้าย...ก่อนสลายบาป
- READ มรดกมนตรา บทที่ 37 : การหวนคืนของเพลิงศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 36 : บุตรแห่งคำทำนาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 35 : สายเลือดที่ปลดพันธนาการ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 34 : ปริศนาที่ถูกคลี่คลาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 33 : ชัยชนะของความมืด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 32 : แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกลืน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 31 : เธอ...ผู้ว่าจ้างความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 30 : เกมส์นี้...ข้าคือผู้วางกระดาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 29 : รอยยิ้มของคนที่ไม่ควรไว้ใจ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 28 : มารยาใต้รอยยิ้ม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 27 : ซ่อนวิญญาณ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 26 : เวรกรรมสั่งล้าง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 25 : สิ่งที่ถูกกำหนดไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 24 : เงื่อนงำในรอยเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 23 : ผู้ถูกครอบงำ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 22 : ความลับของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 21 : เลือดบุรุษบนแท่นบูชา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 20 : มนตร์ร้อยเล่ห์เทวีเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 19 : ราคาของความอยากได้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 18 : กลิ่นแห่งความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 17 : รอยยิ้มของซาตาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 16 : ซินแสของเอกภพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 15 : สังเวยรัก…แด่นางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 14 : เสียงกระซิบจากแผลเก่า
- READ มรดกมนตรา บทที่ 13 : การตื่นขึ้นของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 12 : การเผชิญหน้าที่ฟ้าลิขิตไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 11 : นางฟ้าในคราบอสรพิษ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 10 : เงาร้ายในร่างเธอ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 9 : ใต้หน้ากากนางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 8 : ไฟสุมทรวง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 7 : จอมเวทย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 6 : อดีตของวิญญาณร้าย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 5 : นางอสูรคืนชีพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 4 : วิญญาณบาปผู้คร่ำครวญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 3 : ปลดปล่อยเทวีมนตรา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 2 : การพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 1 : การมาถึงของหญิงสาว
- READ มรดกมนตรา : บทนำ







