ขุนเขาแมกไม้ บทที่ 34 : วันนี้เป็นวันดี

ขุนเขาแมกไม้ บทที่ 34 : วันนี้เป็นวันดี

โดย :

Loading

“ขุนเขาแมกไม้” นวนิยายเรื่องเยี่ยมในชุดโหราศาสตร์ ผลงานเรื่องล่าสุดของ ’กฤษณา อโศกสิน‘ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ประจำปีพุทธศักราช 2531 กับเรื่องราวของเดินดงและอิทธิพลของดาวเสาร์ที่มีต่อชีวิตของเขาได้ในอ่านเอา

กินอาหารเสร็จเรียบร้อยโดยแยกโต๊ะกัน ฝ่ายสามสาวกับนายจัดและอุกกานั่งด้วยกัน ปล่อยให้เดินดงกับเก่งตามกันไปร่วมวงกับนายจังและนายโอกาส ครั้นแล้วจึงเกาะรถคันเดิมกลับกระท่อมที่พัก โดยเดินดงเชิญเชียงคำและเอื้องอินทร์ด้วยตนเอง

นายโอกาสจึงชวนเก่งเกาะรถไปด้วยกัน หากก็แวะซื้ออาหารที่ตลาดประจำอำเภอติดมือกลับไป

“เผื่อบ่ายๆ หิว”

เก่งได้แต่นึกอย่างสบายใจขึ้น

คนพวกนี้ มันก็รู้วิธีดึงคนเหมือนกันนา’ ลูกน้องผู้กำลังหาทางช่วยนาย เลยกะการใหม่ให้รัดกุมกว่าเก่านั่นก็คือ ประจบนายโอกาสด้วยการรับใช้เขาบ้าง อีกฝ่ายจะได้มีน้ำใจตอบกลับโดยบอกดังๆ

“ท่านฮะ…ถ้าท่านมีอะไรจะให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะฮะ…ผมเต็มใจ…”

“คงไม่มีมั้ง” อีกฝ่ายส่งเสียงกลับมา

“ดีนะฮะ ท่านดูสดชื่นดีจัง คนรวยๆ นี่น่าอิจฉานะฮะ…สุขสบายซะชาติ”

คราวนี้นายโอกาสหัวเราะฮ่าฮ่า

“เหรอ…สบายเหรอเก่ง…คิดอย่างงั้นจริงๆ หรือแกล้งคิดเล่น”

“จริงซีครับ…โธ่…คิดดู…ท่านมีทุกอย่าง แต่คนจนไม่มีอะไรเลย บางทียังอดมื้อกินมื้อด้วยซ้ำ” ลูกน้องของหนุ่มชาวกรุงเริ่มเรื่อยเจื้อยฆ่าเวลา ชวนให้อีกฝ่ายฟังเพลินดีกว่าเงียบกริบ

ไหนๆ ก็กำลังคืบคลานทีละน้อยให้ค่อยสนิทชิดใกล้…จะเพื่ออะไรก็ตาม แต่ความเป็นมิตรย่อมยังประโยชน์นานามาให้มากกว่า

“เราก็เคยอดมื้อกินมื้ออย่างเก่งว่ามาแล้วนะ” นายโอกาสบอกกล่าว คราวนี้เสียงของเขาที่ฝ่าลมเย็นลดความระรื่นลงไปเป็นขึงขัง “อ้าว…ทำไมเงียบ ไม่เชื่อเหรอ”

“เชื่อฮะ…แต่ผมว่าคงเป็นเพราะดวงมั้ง บางคนดวงตกตอนเด็กๆ แต่พอโตกลายเป็นเศรษฐีก็มีให้เห็นเยอะไปครับท่าน”

“ท่านอีกละ” คราวนี้นายโอกาสกลับมาสัพยอก

หากรถก็ถึงประตูกระท่อมที่คนงานเปิดรอเกือบพร้อมกับรถคันอื่นที่ตามมาเสียก่อน

นายโอกาสจึงถามเก่ง

“กระบะนี่ทำไมยังจอดนิ่งอยู่ล่ะ เก่งน่าจะขับพานายไปโน่นนี่ได้แล้ว”

เพียงชั่วครู่ ทุกคนก็กลับมานั่งรวมหมู่กันอีกครั้งที่โต๊ะไม้ไผ่บนลานดินด้านหน้า

เชียงคำกับเอื้องอินทร์ยังคงไม่หายสนุก ด้วยว่ามีรอยยิ้มเบิกบานติดอยู่บนริมฝีปากมิคลายไป

“วันนี้เป็นวันดีของหลายคนนะคะ” เชียงคำเอ่ยขณะที่เก่งเดินไปรินน้ำใส่แก้วมาวางตรงหน้าทุกคน แล้วนำห่ออาหารใส่จานเตรียมไว้สำหรับยามบ่ายแก่อีกหน่อย จึงค่อยทยอยยกมาวางที่โต๊ะไม้ไผ่

เดินดงในฐานะเจ้าของบ้านจำต้องเปิดปากปราศรัยทั้งๆ ยังคงขำขันแกมหมั่นไส้นางสาวใบจันและนายอุกกาผู้บัดนี้ลงจากรถมานั่งชิดติดกันอย่างเบิกบาน

เขานั้น แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า นางผู้นี้จะเกาะจักรยานยนต์ของลูกชายนายโอกาสมาจนถึงนี่ แทนที่จะมากับรถเชียงคำ

มิน่า สองคนนั้นคงขำแล้วขำอีกจนหน้าตาสำเริงสำราญไปตามกัน

เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้

เขาแลเห็นเธอทั้งคู่สบตากันยิ้มๆ

ก็เลยแกล้งถาม

“มีอะไรตลกหรือฮะ คุณเชียง”

“มีซี…ไม่มีได้ไง” นายจัดโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแกมหัวเสียนิดๆ

แต่นายจังเฉยเมย…ด้วยว่า ทั้งพอใจและไม่เต็มใจให้ใบจันจบชีวิตสาวของหล่อนลงที่ลูกชายนายโอกาสเพราะก็ยังมีชายอื่น…แม้ไม่กี่คน…แม้ว่าทุกคนก็มีหญิงที่ตนเองชื่นชมติดพันในตำบลอำเภอนี้เหมือนกัน หากก็ยังไม่มั่นใจว่าจะลงเอยกันแน่หรือไม่ ถ้ารอต่อไปอีกก็ยังไม่สาย ในเมื่อตนเองก็อายุแค่ 23 เท่านั้น

มีลูกสาวสวยนี่ก็หนักใจมากเหมือนกัน

แต่จะปล่อยความรู้สึกส่วนลึกให้ออกมาประเจิดประเจ้อ ก็จะดูคล้ายไม่ไว้หน้าบุตรี นายจังก็เลยแค่มองผ่านไปมา

อันความเกรงใจลูกคนเล็กที่มีอยู่ก็แสนจะท่วมท้น ไม่จำเพาะตนเองเท่านั้น รวมไปถึงนางบุญมีผู้ไม่มีปากเสียงใดๆ อีกด้วย ไม่เหมือนนายโอกาสผู้มีภรรยาเป็นหญิงปากคม ด้วยว่าต้องปกครองและบริหารงานแทนสามีอย่างเข้มงวด แต่เป็นผู้ไม่ชอบการสังสรรค์กับผู้คน จึงได้แต่จัดการธุรกิจแทนนายโอกาสอยู่เบื้องหลัง

สร้อยข้อมือหนักห้าบาทก็เป็นของนางเอง เพราะเหลือจะทนอาการคลั่งรักของลูกชาย เลยมอบให้ไปเป็นของขวัญชิ้นแรกจากนายอุกกา

ครั้นถูกปาทิ้งไม่ไยดี นางทวีลาภก็แสนจะโกรธเกรี้ยวโกรธามาจนถึงวันนี้

แต่ภาพที่ทุกคนแลเห็นขณะนี้ กลายกลับไปอีกอย่าง

นั่นก็คือ นายอุกกานั่งเกือบชิดสนิทแน่นกับใบจันราวจะแกะเท่าไรก็ไม่มีวันจะดึงให้หลุดออกจากกันได้ แม้จะมีคนรำคาญอยู่ในใจก็เสแสร้งแกล้งมองผ่าน

นอกจากนายโอกาสเพียงผู้เดียวที่ทำท่าเสมือนไม่มีสิ่งใดติดค้างแม้กระทั่งเสียงกระทบกระเทียบเปรียบเปรยของภรรยาผู้ไม่ห่วงหาผู้ใดในชีวิตนี้เท่านายอุกกา ลูกชายสุดที่รัก

“เมื่อกี้เก่งถามถึงอายุเราสองคน” นายโอกาสเอ่ยขึ้นก่อน…เนื่องจากเจ้าของกระท่อมหนุ่มยังจำคำเตือนของลูกน้องคู่ใจได้ว่า ณ ยามนี้

ควรต้องใจเย็น

ครั้นแล้ว เขาก็เห็นจริงด้วย

ก็พอดีเจ้าของไร่ซ้ายมือเปรยขึ้นมาจากความปรารถนาของตนเอง

“จัง…เอายังงี้ดีไหม…วันนี้…เราพาหนูเชียงกะหนูเอื้องทัวร์ไร่เราสองคน…ถ้ายังไม่ทั่วก็ยกยอดไปพรุ่งนี้อีกวัน”

“ตามใจ” นายจังตอบง่ายๆ เนื่องด้วยในใจกำลังหมกมุ่นอยู่กับภาพตรงหน้า นั่นก็คืออาการจู๋จี๋ของใบจันกับอุกกา

มีเพื่อนสองคนยิ้มแย้มเป็นนัยอยู่ตรงหน้า

ฝ่ายเจ้าของสถานที่ผู้เป็น ‘ขี้ปาก’ ลูกของเขา บ่ายวันนี้คล้ายไร้บทบาทใดๆ…เพราะเอาแต่นิ่งฟังกับพยักหน้า

“คุณดงไปด้วยกันนะฮะ” นายโอกาสเชิญชวนด้วยน้ำเสียงเอาใจเป็นพิเศษ ด้วยว่าหวังจะใช้เก่งเป็นลูกมือเลยไปถึง ‘คู่มือ’ ในวันข้างหน้าเช่นกัน

ในเมื่อนายจังยังเป็นหุ้นส่วนได้

เขาก็ควรจะเป็นได้ใช่หรือไม่

“ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ คือจะต้องจัดการเลือกพันธุ์ไม้ให้ได้ก่อนว่า…จะเพาะต้นไหนก่อนดี เอาที่เพาะง่ายขึ้นง่าย มีคนสนใจซื้อไปทำพันธุ์น่ะฮะ” ชายหนุ่มตอบอย่างระมัดระวัง มิให้ ‘บัวช้ำ น้ำขุ่น’

ความสัมพันธ์อันสุนทรกว่านี้…คือไม่มีผลประโยชน์เจือปน คงหาได้ยาก ดังนั้น เพียงเท่าที่แลเห็นเป็นของจริงซึ่งแตะต้องได้ ก็ควรต้องยอมรับไว้แต่โดยดี

พร้อมกับหาที่ขีดคั่นเอาเอง

“ถ้างั้น…” เจ้าของไร่ขวามือเลยไม่คะยั้นคะยอ “ก็ยังไม่ต้องไป เราสองคนพาหนูเชียงกะหนูเอื้องไปกันก่อน… วันหลังค่อยถึงคิวคุณดง”

“เอื้องหน้าม่อยเลย” ใบจันสัพยอก

“ใช่…” เชียงคำร้องรับอย่างรู้ใจเอื้องอินทร์

“คุณดงไปหน่อยน่า-า” นายโอกาสก็เลยคะยั้นคะยอ” เม็ดพันธุ์รอไว้เลือกพรุ่งนี้ก็ได้นี่นาฮะ…จะต้องรีบร้อนอะไร…ดินก็ยังกรุยไปไม่ถึงไหน”

“ไม่งั้นคุณเอื้องเหงาแย่” นายอุกกาบัดนี้มีเรี่ยวแรงยั่วเย้าราวเป็นคนละคนกับวันก่อนโน้น “รถคุณเชียงก็มี นั่งได้สี่ห้าคนเบียดๆ กัน”

คนพูดคือนายอุกกาจริงแท้แน่นอน

ดูเขาเก่งกล้าสามารถขึ้นอีกมาก

“รถกระบะคุณก็มีนี่นา ให้เก่งขับได้ไม่ใช่หรือฮะ” นายโอกาสถามไถ่พลางพยักพเยิดไปยังพาหนะที่ยังจอดอยู่ ถุงพันธุ์พืชที่เคยกองไว้ เพิ่งถูกขนย้ายไปไว้ในกระท่อมปิดกุญแจก่อนไปค้างคืนที่แพนอกเมืองนี่เอง

รถก็เลยว่างเปล่า

เดินดงนิ่งนึกนิดหนึ่งจึงเห็นว่าถ้าจะได้ไปเยือนบ้านไร่ของสองเจ้าถิ่นจนสิ้นกังขาในวันนี้ ก็ไม่น่าจะเป็นไร…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พาเอื้องอินทร์กับเชียงคำเที่ยวชมจนสมกับเดินทางมาไกล

ดังนั้น ชายหนุ่มก็เลยบอกให้เก่งถอยรถออกมาพลางถาม

“ใครจะไปกับผมมั่งฮะ”

นายโอกาสจึงรีบยกมือ

ในยามนี้ เขา…ผู้เป็น ‘ คนใหญ่’ ของท้องที่ ดูจะถอยกลับไปเป็น ‘คนเล็ก’ ราวกับไม่เคยใหญ่มาก่อน

นั่นก็คือ สะพายเป้พลางกระโดดขึ้นหลังรถกระบะ นั่งพิงผนังกระจกพร้อมขยับปีกหมวกให้เข้าที่

 



Don`t copy text!