ขุนเขาแมกไม้ บทที่ 36 : ศอกกลับ

ขุนเขาแมกไม้ บทที่ 36 : ศอกกลับ

โดย :

Loading

“ขุนเขาแมกไม้” นวนิยายเรื่องเยี่ยมในชุดโหราศาสตร์ ผลงานเรื่องล่าสุดของ ’กฤษณา อโศกสิน‘ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ประจำปีพุทธศักราช 2531 กับเรื่องราวของเดินดงและอิทธิพลของดาวเสาร์ที่มีต่อชีวิตของเขาได้ในอ่านเอา

ต่อจากนั้น นายจังจึงพาอาคันตุกะเดินชมโกดังใหญ่ อันเป็นที่เก็บเครื่องมือการทำไร่ทั้งไร่มัลเบอร์รีและชากาแฟ โกดังจึงดูกว้างขวางคับพื้นที่ ข่มครึ่งตึกครึ่งไม้อันเป็นที่พำนักที่อยู่ถัดไป

นายโอกาสเห็นไร่มัลเบอร์รีแล้วก็อดบอกอีกไม่ได้ว่า

“พี่ชักจะอิจฉาจังซะแล้วละนะ…อะไรจะทำได้ขนาดนี้”

“โฮ้ย…พี่” นายจังก็เลยลากเสียง “ไม่ต้องตื่นเต้นอะไรไปหรอก…ไร่ของพี่ตั้งเท่าไหร่ ปลูกง่ายขายคล่องจนแทบจะสาดทองวันสงกรานต์ได้ยังกะสาดน้ำเห็นไหม” น้ำเสียงคราวนี้ของทั้งคู่ที่เคยเป็นศัตรูแล้วย้ายมาเป็นกึ่งมิตร จนกระทั่งมาถึงบัดนี้ ที่พลิกจากหน้าเป็นหลังมือ นั่นก็คือ ปรารถนาจะผูกชีวิตของทั้งลูกชายและลูกสาวตนเองไว้ด้วยกัน

แม้ว่าทางฝ่ายนายจังยังมิสู้จะยินดีนัก…หากก็คิดการณ์ไกลเรื่องผลประโยชน์มากกว่า

นั่นก็คือ นายโอกาสมีสัมพันธ์กับนักการเมืองใหญ่น้อยของจังหวัดมายาวนานกว่า ลึกล้ำกว่า พลิกพลิ้วกว่าเขาค่อนข้างมาก…เนื่องด้วยเขาใช้เวลาราวห้าปีหันมาปูพื้นผืนดินให้กลายเป็นไร่มัลเบอร์รี จึงเสมือนตัดขาดจากโลกนอกไร่ มัวมาหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาพืชตัวใหม่ มีใบจันคอยแนะแนว นายจัดผู้เรียนจบ ปวช.เป็นลูกมือ

ครั้นได้มารวมตัวกันในวันนี้พร้อมหน้า นายจังผู้เคยชะลอความปรารถนาของลูกชายเจ้าของไร่ช้ายมือมาพักหนึ่ง จนถึงวันที่นำทองห้าบาทมาคืน…ก็หวนกลับราวเพิ่งตื่นจากหลับ จึงรีบต้อนรับทันใด

ห้องกลางอันเป็นที่จำหน่ายผลิตผลจากไร่วันนี้ จึงกลายเป็นห้องรับแขกทั้งเมืองเดียวกันและต่างเมือง

เดินดงเลือกนั่งถัดจากเอื้องอินทร์และเชียงคำ ปล่อยให้พ่อทั้งคู่ผู้กำลังตั้งใจเดินเรื่องให้ลูกชายลูกสาวได้ผูกสมัครรักใคร่ พากันไปยังจุดหมายปลายทาง ได้ตกลงใจเรื่องสำคัญให้เสร็จสิ้น

เมื่อมองตรงไปยังดวงหน้านายอุกกาและใบจัน เขาก็แลเห็นแต่รอยยิ้มแจ่มใสของทั้งสอง

ทั้งคู่นั่งชิดกันบนโซฟายาว มีนายโอกาสและนายจังนั่งถัดลูกชายลูกสาวบนเก้าอี้ด้านข้าง แลดูคล้ายเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันหมั้นหรือวันวิวาห์ประมาณนั้น จนชายหนุ่มอดอมยิ้มนิดๆ พลางหันไปสบตากับเอื้องอินทร์มิได้

ขณะที่เชียงคำเชื้อเชิญ

“แต่งกันแล้ว อยากให้คุณอุกกับจันไปฮันนีมูนที่เมืองเพชรจังเลย…นะเอื้องนะ…ไปได้ไหมคะคุณอุก”

“ได้ซีฮะ” นายอุกการีบตอบรับทันใด “จันก็ชอบเมืองเพชรไม่ใช่หรือ”

“มีเพื่อนอยู่ตั้งสองคน ไงๆ ก็ต้องไปละค่ะ” เสียงของหล่อนดูสดชื่นราวน้ำค้างกลางหาวที่ค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน

แต่ก็แปลกเหมือนกันที่เดินดงกลับคิดว่าหล่อนกำลังเสแสร้งแกล้งผู้ชายทุกคนในห้องนี้

ขณะที่นายโอกาสและอุกกากำลังเดินเรื่องจริง…แต่หล่อนสิ…กำลังเดินเรื่องปลอม

เออ…เก่ง…ชายหนุ่มคิดพลางเหลียวหาคู่หู

อ้าว…ไปนั่งคุดคู้อยู่โน่น บนเก้าอี้ไม้มุมห้อง กำลังจับจ้องมองทุกคนตาไม่กะพริบ

“แล้วจังจะเอาทองหมั้นเท่าไหร่” นายโอกาสรุกคืบต่อไป

“ต้องไปถามแม่เขาด้วย” อีกฝ่ายยังคงบ่ายเบี่ยง หากก็พยักพเยิดกับลูกสาวไปอย่างนั้น “หนูจันเคยถามแม่ไหมลูกว่าอยากได้ทองหมั้นกี่บาท”

คราวนี้มียิ้มขำเพราะนึกสนุกผุดขึ้นบนสีหน้าและริมฝีปากสีชมพู

“จันไม่เคยรู้เรื่องซื้อขายมนุษย์เลยนะคะ”

“อ้าว” นายโอกาสร้องดัง หน้าเจื่อนไปทันที “โธ่…หนู…ทำไมหนูพูดยังงั้นล่ะลูก”

เดินดงฟังแล้วอยากมีกลองสักใบ จะรัวให้ดังสนั่นเลยทีเดียว

เคยชังน้ำหน้าผู้พูดมาแต่นาทีแรก…หากบัดนี้…

ถ้อยคำที่หล่อน ‘ศอกกลับ’ ชวนให้เขาสะใจหาใดเทียม

ขณะเดียวกัน นายอุกกาก็หน้าชืด เมื่อหันไปมองหน้าบิดา

แต่นายโอกาส ‘ใหญ่’ จนชิน…

ครั้นโดนย้อนกลับเจ็บแสบ เลยชักสีหน้า…แต่ไม่ถึงกับมากจนกลายเป็นบึ้งตึงเสียมารยาท เมื่อจำใจตอบกลับ

“โธ่เอ๊ย ลุงน่ะคิดหนูเหมือนลูกสาวลุงแท้ๆ เลยนะ…ไม่มี๊ ไม่มี…ไม่เคยจะมาขอซื้ออะไรอย่างที่หนูว่าเลย…ถามอุกดูก็ได้ว่า…มันรักหนูแทบขาดใจขนาดไหน”

นายอุกกาเองก็ได้แต่อึกอัก มิรู้จะตอบโต้กับใครว่าอย่างไร

ยิ่งบิดาออกประกาศความในใจของเขาต่อหน้าใครต่อใคร ก็ยิ่งกระดากกระเดื่องจนความเฟื่องเมื่อครู่เหือดหาย

ได้แต่งึมงำ

“พ่อน่ะ…”

ฝ่ายนายจังนายจัดก็ได้แต่มองชายผู้หมายมั่นจะมาเป็นลูกเขยในอนาคตของเขาอย่างสงสารแกมเวทนา

พลางก็นึกอยู่ในใจ

นี่มันเรื่องจริงรึเปล่า’

แต่จะจริงหรือไม่จริง นายโอกาสก็เอ่ยเสียงดังฟังชัดขึ้นอีกครา

“เอายังงี้ จัง…จังไปหารือกะคุณบุญมีให้รู้เรื่องแน่ๆ ก่อนว่า อยากได้ของหมั้นแบบไหน เท่าไร ซึ่งมันจำเป็นต้องมี…หนูใบจันของจังน่ะ มีค่ายิ่งกว่าเพชรทองทั้งกระสอบ…เรียกว่า หาค่ามิได้ เพชรหรือทองที่พี่จะให้ก็แค่สิ่งสมมุติเท่านั้น อย่าคิดมาก…”

เดินดงอดรนทนไม่ไหว ก็เลยตบมือแรงๆ สนับสนุน

นายอุกกาจึงหันมาส่งยิ้มกว้างให้เขาแทนคำขอบคุณ

แต่หญิงสาวไม่มองมา

เอื้องอินทร์กับเชียงคำพลอยสนุกไปด้วย เพราะไม่คิดมาก

คิดแค่ที่ว่า เพื่อนหญิงคืออัญมณีน้ำงามของท้องถิ่น ไม่มีสิ่งใดแปลกที่ชายคนไหนก็อยากได้

นายอุกกาก็ชายธรรมดา แค่เงอะงะงกเงิ่นนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าแต่งงานแล้ว เชื่อเลยว่า หญิงเจ้าระเบียบแกมเฉลียวฉลาดอย่างเพื่อนของหล่อน จะต้องหาทางฝึกปรือให้เขาเก่งธุรกิจมากกว่านี้อย่างแน่นอน

มีแต่ดี ไม่มีเสีย

รวมทั้งฐานะของบิดาทั้งสองฝ่ายก็เทียบกันได้อย่างชวนให้เบิกบานใจ

แต่ก็ยังมีใครอีกคนหนึ่งกลับรู้สึกทึ่งแกมเสียวไส้ไปด้วย

ประโยคแสบๆ คันๆ รวมทั้งเจ็บทันควันยังคงอยู่ให้รู้อย่างลึกซึ้ง

ผู้หญิงคนนี้คือของมีคม

นางมีหินลับมีดติดตัว

แต่ถึงอย่างไร นายโอกาสก็ไม่มีวันทิ้งชั่วโมงนาทีที่อุตส่าห์ตามนายจังดั้นด้นมาถึงนี่…

เป็นที่ทางที่เขาไม่เคยคิดจะมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหน้าโน้น…เนื่องจากไม่ปรารถนาจะเห็นความเป็นเจ้าของไร่ที่มีผู้โจษขานกันทั่วไปถึงความคิดใหม่ๆ ของชายผู้ไม่ ‘กินเส้น’ กัน

จึงผิดแผกแตกต่างไปจากวันนี้ที่ทำอย่างไรเสีย เขาก็ไม่คิดจะกลับมือเปล่า

แต่ขอให้ได้ลูกสาวหมอนี่กลับไป…

ดังนั้น วันนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องยอมปักหลักคุยเรื่องลูกชายผู้หลงรักจนแทบจะลืมกินลืมนอนให้ได้คำตอบที่พอใจ

“จันก็เหมาะกับคุณอุกกานะ” เชียงคำเลยเอ่ยขึ้น

นายโอกาสได้ฟังก็ถึงแก่ตบมือ

“เห็นไหม คุณเชียงยังเชียร์เลยนี่นา”

“ก็อยากเห็นบ่าวสาวไปฮันนีมูนเมืองเพชรไงคะ…ใช่ไหมเอื้อง…เราสองคนชาวเมืองเพชรจะได้ต้อนรับครั้งใหญ่ จันเองก็คุ้นกับญาติๆ เราอยู่แล้ว…จะได้พาคุณอุกไปรู้จัก”

“ขอบคุณหนูเชียงมาก” เจ้าของไร่ซ้ายมือมีสีหน้าชื่นบาน

ขณะที่เดินดงนั่งเงียบๆ โดยไม่มองหน้าใครนอกจากเอื้องอินทร์

ดังนั้น จึงเอ่ย

“ถ้าคุณโอกับคุณอุกไปเมืองเพชร ผมจะขอโดยสารไปด้วยได้ไหมฮะ”

ฉับพลันทันใดนั้น ลูกสาวนายจังก็หันขวับมาทำนัยน์ตาอย่างหนึ่ง คล้ายๆ กับอยากตวาด

‘อย่ามายุ่งกับเรื่องฉัน เชิญยุ่งแต่กับสาวงามของนายแค่นั้นพอ’

ขณะที่นายโอกาสครางขึ้นอย่างนึกได้ว่า พรุ่งนี้แล้วคือวันกลับของเชียงคำและเอื้องอินทร์ ดังนั้นจึงครึมครางเบาๆ เพราะเขาเองเห็นว่าเพื่อนหญิงทั้งคู่ของใบจันคือตัวเชื่อมที่สำคัญช่วงนี้

จึงบอกกล่าวตรงไปตรงมา

“เอายังงี้ก็ได้…คุณเชียงกับคุณเอื้องอยู่ต่ออีกสักสองสามวัน ผมจะพาไปเที่ยวภูเขาที่เราแลเห็นอยู่ข้างหลังไร่นี่ ดีไหมจัง…ผมออกเงินค่าเช่าแพทั้งหมดให้ คือผมไม่อยากให้กลับไง ดีไหมหนูจัน”

“ดีค่ะ” หญิงสาวพลันตอบอย่างจริงใจ ขณะหันไปทางนายอุกกา “ดีไหมคะ พี่อุก”

ปลายเสียงคราวนี้อ่อนหวานทีเดียว

เดินดงฟังแล้วอยากหัวเราะออกมาดังๆ พลางมองข้ามไปยังมุมห้อง แลเห็นฟันขาวของเก่งรำไรในความสลัว

“ดีมากจ้ะ น้อง” นายอุกกาตอบสนองพลางนึกชมสมองใสของบิดา

ไปเที่ยวภูเขาคราวนี้ คงช่วยให้บรรยากาศระหว่างเขากับลูกสาวนายจังดีขึ้นอีกมาก

ดูซิว่าจะแลเห็นอาการชาเย็นแทรกขึ้นมาเป็นครั้งคราวขณะอยู่กับเขาสองต่อสองอีกหรือไม่

 



Don`t copy text!