บุปผาตีตรา บทที่ 27 : บุปผาใกล้ใจ

บุปผาตีตรา บทที่ 27 : บุปผาใกล้ใจ

โดย : สีน้ำฟ้า

Loading

บุปผาตีตรา โดย สีน้ำฟ้า นวนิยายสะท้อนอคติและพลังคำพูด ผ่านชีวิต “นวลปราง” ที่ใช้การศึกษาโต้กลับคำครหา และ “อุรา” ผู้หลงทางจนกลายเป็นเมียเช่า เรื่องราวในอีสานยุคสงครามเวียดนาม ถ่ายทอดมิตรภาพ ความรัก และบาดแผลจากการถูกตีตรา ชี้ให้เห็นว่าคำพูดบางคำอาจผลักดันหรือทำลายชีวิตคนได้ อ่านออนไลน์ได้แล้วบนเว็บไซต์อ่านเอา anowl.co

เจสันมาช่วยงานที่ร้านจนถึงวันจากลา เครื่องบินทหารเหมือนนกยักษ์ตัวใหญ่ที่พาเขาจากไป ไปที่ซึ่งไกลตาแต่ไม่ได้ไกลหัวใจ มีจดหมายจากเจสันส่งมาตลอด เล่าถึงกิจวัตรประจำวัน เขาบอกว่าเล่าเพื่อให้คุ้นเคย สักวันหนึ่งเขาจะพานวลไปให้เห็นกับตา ว่าฤดูหนาวที่มีหิมะขาวโพลนเป็นอย่างไร

นวลตอบจดหมายเขาทุกฉบับ และเล่าให้ฟังว่า เธอตัดสินใจไปกรุงเทพฯ พร้อมดวงฤดี ที่ทำหน้าที่เสร็จแล้วต้องย้ายกลับไปทำงานที่เดิม ดวงฤดีให้อาศัยอยู่ที่บ้าน นวลไปเรียนเพิ่มโดยมีดวงฤดีเป็นพี่เลี้ยง เจสันเคยบอกว่าจะไปหกเดือนแล้วกลับมาเมืองไทย พร้อมจะมาขอแต่งงานเริ่มต้นครอบครัวใหม่กับนวล แต่มีเหตุให้เลื่อนออกไปเพราะแม่ของเขาป่วยเป็นมะเร็งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล เขาต้องไปทำงานแทน และคอยดูแลพาแม่ไปหาหมอ

…ผมอ่านจดหมายนวลให้แม่ฟังทุกฉบับเลย อยากให้นวลมานั่งข้างๆ จริงๆ ข้างๆ ผมเว้นที่ว่างไว้ให้นวลเสมอครับ…

นวลนั่งเหม่อคิดถึงคนไกล คิดถึงถ้อยคำในจดหมายของเขาอยู่ที่ม้านั่งในสวน ดวงฤดีถือขนมและจดหมายฉบับใหม่เดินเข้ามาหา จนถึงตัวแล้วนวลก็ยังไม่รู้ตัว ดวงฤดีวางจานขนมและแล้วแกล้งเอาจดหมายฟาดที่แขนของเธอเบาๆ

“อุ้ย!” นวลตกใจจริงๆ หันขวับมาทางต้นเรื่องที่กำลังยิ้มแป้น

“คิดถึงเจสันได้ แต่อย่าทำท่าเหงาหงอยแบบนี้ซี ไม่สนุกเลย” เธอยื่นจดหมายให้

“เขาก็ดีนะคะ ส่งมาตลอด” นวลรับมาท่าทางดีใจ รีบแกะทันใด เปิดอ่านทันที ส่วนดวงฤดีนั่งกินขนมรอเรื่องเล่า

“คราวนี้บอกว่า เขาพาแม่ออกไปชมสวนดอกไม้ที่สวนของโรงพยาบาล แม่สดชื่นขึ้น”

“เจสันเป็นคนกตัญญู เพื่อนฝรั่งของพี่ น้อยคนที่จะมีเรื่องเล่าแบบนี้ แม่ๆๆ เขาเล่ามาทุกฉบับเลย พี่มั่นใจว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ นวลโชคดีมากที่รักกับเขา”

“เขาโชคดีต่างหากที่มารักนวล นวลก็เป็นเด็กกตัญญูนะคะ” นวลยิ้มร่าเริง

ดวงฤดีอดไม่ได้ที่จะตีเข้าให้ที่แขนของเธออย่างหมั่นไส้ นวลหลบทัน แล้วทั้งสองก็หัวเราะกันคิกคักลั่นสวน

 

ดวงฤดีจัดการให้นวลต้องเรียนเทียบเพื่อให้ได้มีคุณสมบัติเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนงานด้านการตัดเย็บ พรสวรรค์และหนังสือที่ดวงฤดีหามาให้อ่านมากมาย ทำให้ฝีมือของนวลพัฒนาอย่างรวดเร็ว พ่อแม่ของดวงฤดีต่างเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก รักนวลเหมือนเป็นลูกอีกคน จัดห้องให้สำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า ตอนแรกก็ตัดเย็บให้พ่อ แม่ และคนครอบครัวของดวงฤดี ต่อมามีญาติและเพื่อนๆ มาใช้บริการกันมาก นวลมีรายได้ระหว่างเรียน ชีวิตวัยสาวของนวลผ่านไปอย่างราบรื่น มีหนุ่มๆ มาจีบแต่นวลบอกปัดว่าอยากเรียนให้จบ ลึกๆ ในใจเธอกำลังรอใครบางคนที่อยู่ไกลแสนไกล

นานๆ ครั้งเจสันจะโทรศัพท์ทางไกลมาหา เพราะค่าโทร.แพงมาก ส่วนมากจะสื่อสารกันด้วยจดหมาย ซึ่งนวลอ่านและเขียนคล่องแคล่วขึ้นมาก จากเดิมที่คิดว่าจะเปิดร้านเสื้อผ้า นวลเปลี่ยนใจแล้วเธออยากเป็นครู สอนเด็กๆ ในหมู่บ้าน ถ้าหากพวกเขามีโอกาส เขาจะได้เรียนสูงๆ และไม่ต้องเลือกอาชีพเมียเช่าหรือเป็นผู้หญิงหากินอีก นวลตั้งใจเรียนมาก ผลการเรียนออกมาดีตลอด และยังลงเรียนในภาคฤดูร้อน จนจบก่อนเวลากำหนด

อุระประสบความสำเร็จอย่างสูงในธุรกิจ ได้นั่งแท่นผู้บริหารบริษัทให้เช่ารถสามล้อและเปิดธุรกิจเพิ่มอีกหลายอย่างโดยมีดวงฤดีเป็นเพื่อนคู่คิด ทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกันแต่ดวงฤดียังไม่สามารถลางานยาวๆ ติดต่อกันหลายวันเพื่อแต่งงาน ส่วนอุระก็ยุ่งกับงาน

อุรากลับไปอยู่บ้าน แล้วแต่งงานกับแดงและมีลูกชาย หญิง หัวปีท้ายปี เด็กเป็นที่รักของพ่อแม่ดังแก้วตาดวงใจ และแดงได้รับลูกของพี่สาวเป็นลูกบุญธรรม ส่วนพี่สาวของเขาติดตามฝรั่งคนหนึ่งไปอยู่เมืองนอกไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

 

ในห้องนอนที่บ้านของดวงฤดี เช้าวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นวลนั่งที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง มองออกไปข้างนอก บ้านนี้อยู่สุขสบายก็จริง แต่อดคิดถึงที่บ้านและคิดถึงคนไกลไม่ได้เลย เธอเปิดกล่องที่เก็บรวบรวมจดหมายของเจสันหยิบมันออกมาอ่านทีละฉบับๆ

ดวงฤดีมองดูสาวน้อยที่นั่งอ่านจดหมายตรงหน้าอย่างเห็นใจ นี่ขนาดมายืนอยู่ตั้งนานสองนานเธอยังไม่รู้สึกตัว แต่จะปล่อยให้เธอนั่งหงอยเหงาแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วจึงสะกิดเบาๆ

“จ๊ะเอ๋…”

“อุ้ย!”  นวลที่กำลังเพลิดเพลินกับตัวอักษรบนจดหมายตกใจหันมามอง

“ไงจ๊ะ ทำไมดูหงอยเหงาเศร้าซึมขนาดนี้ คิดถึงผู้บ่าวจีไอรึ”

นวลยิ้มเขิน ยอมรับโดยดี

“ไปหาเจสันกันไหม” ดวงฤดีพูดจริงจัง

“โห กว่าจะไป ต้องทำพาสปอร์ต วีซ่า อะไรๆ ตั้งเยอะไม่ใช่หรือคะ นวลเคยถามอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยถึงวิธีเดินทางไปต่างประเทศ แล้วไม่รู้วีซ่าจะผ่านไหม”

“พี่ไง พี่เป็นนักเรียนนอก มีวีซ่าเดิมอยู่แล้ว ไปด้วยกันพี่รับรองให้ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหา นวลเองก็มีเงินเก็บเยอะแยะวีซ่าผ่านอยู่แล้ว หรือไม่ก็ให้เจสันออกจดหมายรับรองให้ ไม่ยากหรอก”

“เสียดายเงินค่ะ นวลอยากเอาเงินไปเปิดร้านที่บ้าน หรือไม่สร้างบ้านใหม่ให้พ่อกับแม่ นวลจะลองสอบครูด้วย ถ้าได้เป็นครู นวลจะเปิดร้านหาเด็กมาช่วยสักคน แล้ให้แม่กับพ่อนั่งรับลูกค้าพวกเขาจะได้ไม่เหงา”

“แหม อดออม อดทนดีจัง แล้วไม่ไปเมืองนอกแล้วเหรอ อนาคตเป็นเมียเศรษฐี บ้านเจสันรวยจะตาย จริงๆ เพื่อนพี่ที่โน่นไปร้านของเจสันบ่อยๆ”

“คนรวยที่โทรหาแฟนเดือนละครั้งหรือคะ” ในที่สุดความน้อยใจก็โพล่งออกมา

“อิอิ สรุปว่าน้อยใจแฟน” ดวงฤดียิ้มๆ

“มันน่าไหมล่ะคะ ไหนบอกว่ารวย” นวลอุบอิบก็เขิน แต่ก็น้อยใจแหละ

“เอาน่า เขาก็จดหมายมาทางพี่เหมือนกัน บอกอยากจะเก็บเงินไว้สำหรับอนาคต ฝรั่งเขาจะแยกเงินใช้ กระเป๋าใครกระเป๋ามัน หลังจากกลับไป เจสันเอาเงินเก็บไปซื้อบ้านไว้หลังหนึ่ง ความลับนะความลับ บ้านนี้จะใช้เป็นเรือนหอรอนวลไปอยู่ด้วยกัน”

ดวงฤดียกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเอง นวลหัวเราะ

“ค่ะ นวลไม่รู้เล้ย”

สองสาวหัวเราะพร้อมกัน

“เจสันเขาซื้อบ้านเพิ่มอีกหลังหนึ่ง นัยว่าเตรียมไว้เป็นเรือนหอ และอาจจะมาสร้างบ้านสักหลังในเมืองไทย สำหรับนวล เมื่อแต่งงานกันแล้วก็จะไปๆ มาๆ ไม่ทิ้งทางใดทางหนึ่ง เพราะเขารู้ว่านวลรักพ่อกับแม่ และไม่อยากจะไปอยู่เมืองนอก”

“คนรวยต้องเก็บเงินด้วยหรือคะพี่ดวง” นวลขมวดคิ้ว

“อ้าว จะรวยจะจนก็ต้องมีวิธีจัดการกับเงินไหมล่ะ บ้านพี่รวยไหมนวลว่า”

“รวยค่ะ ใหญ่โต บ้านนี้อยู่สุขสบายมากเลย”

“นั่นแหละ เวลาพี่อยากได้อะไร พี่ก็ต้องเก็บเงินซื้อเอง เหมือน…เรือนหอพี่กับอ้าย”

“โห…” นวลตาโต

“รุ่นเจ้าของกิจการใหญ่โตอย่างอ้ายอุระ ยังต้องเก็บเงิน แล้วนวลตัวกระจ้อยร่อย เมื่อไหร่จะมีบ้าน เมื่อไหร่จะได้สร้างบ้านให้แม่กับพ่อล่ะเนี่ย” นวลนึกถึงตัวเลขในบัญชีของตนที่ว่าเยอะ อาจไม่ได้ครึ่งของพี่ดวงกับอ้ายอุระ

“เงินหมุนในกิจการกับเงินส่วนตัวมันคนละเรื่องกัน ผลกำไรเราเอามาใช้จ่ายได้จริง แต่ค่าใช้จ่ายสำรอง​โน่นนี่นั่น เราต้องวางแผนการเงินให้ดีจ้ะ” ดวงฤดีมองนวลด้วยสายตาอาทรเหมือนทุกครั้ง

“ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกวางแผนที่เดินด้วยตัวเองใช่ไหมคะ นวลไม่เคยน้อยใจที่เกิดมาเป็นคนจนต้องดิ้นรนขนาดนี้ นวลว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่และได้รู้จักทุกคนรอบข้างค่ะ”

“ใช่ นวลโชคดีจ้ะ เพราะนวลเป็นคนดีไง” ดวงฤดีเสียงหนักแน่น

“นวลโชคดีใช่ไหมพี่ดวง ที่ได้รู้จักกับเจสัน” เสียงอ่อยๆ ดวงตาสีน้ำตาลมีน้ำตาคลอ

“นวลรักเขาไหม พี่ถามจริงๆ ไม่ต้องอาย” ดวงไม่ได้คาดคั้นแต่อยากจะช่วยนวลตัดสินใจ

นวลพยักหน้า ปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดลงมา เธอก็ไม่รู้ทำไมต้องน้ำตาริน ดวงฤดีซับน้ำตาให้สาวน้อย ลูบศีรษะเธอปลอยโยน

“ไม่ต้องกลัวหรอก รักข้ามชาติข้ามภาษาไม่ได้มีแต่เรา นวลโชคดีที่ได้รักกับเขา เขาก็โชคดีที่ได้รักกับนวล เพราะพวกเธอคู่กัน และขอบใจที่ปล่อยอุระมาให้พี่” คนพูดวกเข้าหาตัวเองเฉยเลย นวลยิ้มทั้งน้ำตา

“อ้ายอุระเป็นพี่ชาย โตมาด้วยกันนี่นา”

“นั่นแหละ ถือว่าเป็นโชคดีของพี่เลย”

“จริงค่ะ อ้ายอุระเป็นคนดี ขยันด้วย”

“อุราก็โชคดีนะ ได้แต่งงานแต่งการ มีลูกกับแดง แดงรักอุรามาก” ดวงเอ็นดูอุราที่เป็นน้องสามีไม่น้อย มีอะไรก็แบ่งปันไปถึงหลานเสมอ

“อื้ม…แล้วเจสันบอกไหมจะกลับมาวันไหน”

“แม่เขายังป่วย นวลไม่กล้าพูดอะไรมาก เป็นมะเร็งอยู่ในระยะประคับประคองค่ะ ซึ่งถ้าเป็นนวล นวลก็เลือกที่จะอยู่กับแม่เหมือนกัน”

“อืม จริงๆ เจสันก็เป็นคนดีมาก กตัญญู เพื่อนพี่เล่าให้ฟังว่าเคยแวะไปเยี่ยมแม่เขาแทนพี่ แม่ของเจสันกำลังใจดีอยู่”

“ค่ะ นวลเข้าใจ ไม่เป็นไร นวลก็ยังเรียน เดี๋ยวถ้าเรียนจบ นวลอาจจะไปเยี่ยมเขาสักครั้ง พี่ดวงพานวลไปนะคะ ไม่กล้าไปคนเดียวแน่ๆ ชวนอ้ายอุระไปฮันนีมูนก็ได้” นวลมีอ้อนตามด้วยหยอดเพราะรู้ว่าสองคนนี้ตัวติดกัน

“อือ ความคิดดี ไปปรึกษาอ้ายดีกว่า พานวลไปเที่ยวด้วย”

ดวงฤดียิ้มฝันหวานตอนกลางวันขณะเดินออกจากห้องไป

 

 

วันเวลาผ่านไป ไม่นานก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เนื่องจากญาติของทหารเกณฑ์ กลุ่มนิสิตนักศึกษา และประชาชนบ้านเมืองของฝ่ายฝรั่งได้เดินขบวนประท้วงเรียกร้องให้ผู้นำประเทศของพวกเขาประกาศยุติสงคราม ไม่อยากให้เกิดการเสียเลือดเนื้อมากไปกว่านี้อีกแล้ว จนในที่สุดก็มีการประกาศยุติสงคราม ฐานทัพที่เข้ามาตั้งในประเทศไทยทั้งหมดถูกถอนกำลังกลับไป โดยใช้เครื่องบินทหารลำเลียงทหารกลับไป อีกทั้งมีการเรียกร้องให้ยอมรับเด็กที่เกิดจากพวกทหารจีไอเป็นพลเมืองของประเทศ

ดวงฤดีเป็นคนกว้างขวางมีเพื่อนเยอะ เมื่อได้ข่าวการรับอาสาสมัครเพื่อดูแลเด็ก เธอดึงดันที่จะไปด้วย ใครห้ามก็ไม่ฟัง เธอแอบหนีไปกับเพื่อนทางช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทยเรา จนในที่สุดเธอก็ได้เป็นหนึ่งในพยาบาลที่ต้องขึ้นเครื่องบินลำเลียงเด็กจำนวนประมาณสามพันกว่าคนไปยังต่างประเทศ โดยไม่มีใครได้ข่าวคราวของเธอ แม้แต่อุระ

พ่อแม่ของดวงฤดีเหงามาก แต่ได้นวลคอยปลอบใจดูแลและอยู่เป็นเพื่อน จนกระทั่งนวลเรียนจบจนได้รับพระราชทานปริญญาบัตร

เจสันยังคงส่งจดหมายมาสม่ำเสมอ นวลตอบกลับไปทุกฉบับ เธอบอกว่าดวงฤดีไปร่วมโครงการนำเด็กลูกทหารไปยังเมืองพ่อของเด็กด้วย ถามถึงดวงฤดี เขาตอบมาว่ายังไม่ได้พบกัน

รักและคิดถึงนวลเสมอ

จดหมายยังลงท้ายเหมือนเดิม นวลได้แต่รอคอย

 



Don`t copy text!