
อาคันตุกะ : บทนำ
โดย : ดารัช
อาคันตุกะ โดย ดารัช นิยายที่ผ่านการคัดเลือกประกวดพล็อตจากโครงการช่องวันอ่านเอา ครั้งที่ 3 กลุ่มนวนิยาย ‘รักร้าย’ แต่เขียนไม่ทัน โครงการอ่านเอาก้าวแรก รุ่น 4 จึงช่วยให้ดารัชปิดจบนิยายเรื่องนี้อย่างสมบูรณ์ และวันนี้ พร้อมให้นักอ่านได้เพลิดเพลินไปกับเรื่องราวนี้แล้ว
กลางลานน้ำพุประดับรูปปั้นหินอ่อนเทพคิวปิดขนาดเท่าคนจริงกำลังแผลงศร ใบหน้าเทพแห่งความรักเปื้อนยิ้ม แววตาขี้เล่นราวเจ้าตัวกำลังมองหาเป้าหมายน่าสนใจที่ศรแห่งรักจะพุ่งเข้าใส่ รอบลานน้ำพุจัดวางโต๊ะกลมและเก้าอี้ไม้สีขาว รายล้อมด้วยไม้ใบในตะกร้าหวายวางประดับตามจุดต่างๆ โดยมีต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแสงพระอาทิตย์ยามบ่ายเป็นฉากหลัง ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ นักเปียโนสวมชุดเสื้อกั๊กทับเชิ้ตสีขาว พรมนิ้วบนคีย์บอร์ด บรรเลงท่วงทำนองอ่อนหวาน
หญิงสาวก้าวเท้าอย่างระแวดระวังเดินเข้ามาในงานเลี้ยง โดยไม่ละสายตาจากชายหนุ่มใบหน้าคมคาย สวมเสื้อสูทสีน้ำตาลอ่อนรับกับดวงตา เขายืนท่ามกลางวงล้อมของผู้คนข้างลานน้ำพุ พุฒิเมธ-เลขาฯ หนุ่มผิวเข้ม ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างๆ ธีรดนย์ส่งยิ้มให้เธอ พลางเดินมาหาด้วยท่าทีสบายๆ เธอปรับหลังให้ตรงโดยอัตโนมัติเพราะอยากดูดีต่อหน้าอีกฝ่าย เป็นนิสัยที่แก้อย่างไรก็ไม่หาย
ธีรดนย์ยื่นมือให้ หญิงสาวสูดลมหายใจ ยื่นมือกลับไป มันคงเป็นภาพที่ดูดีมากสำหรับแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทใหม่ของเขา ชายหนุ่มร่างสูงสง่า โครงหน้าไร้ที่ติราวเทพบุตร และคู่หมั้นร่างระหงสวมเดรสแขนยาวสีขาวรัดรูปยาวประมาณเข่า ปล่อยผมสีดำขลับยาวสยาย
“ขอบคุณที่มางานนะครับ พิสชา” รอยยิ้มอบอุ่นของธีรดนย์ทำให้หัวใจเจ็บแปลบ
แสงแฟลชวาบขึ้นจนหญิงสาวสะดุ้ง
“คุณธีรดนย์กับคุณพิสชา รบกวนช่วยมองกล้องหน่อยครับ” ตากล้องร่างท้วมรัวแฟลชไม่ยั้ง
เธอขยับจะยกมือป้องตา แต่ธีรดนย์ไวกว่า เขาจับมือเธอมาควงแขนตัวเอง แล้วชี้ให้มองกล้อง หญิงสาวทำได้แค่ฉีกยิ้ม พลางรอให้ช่วงเวลาน่าอึดอัดพวกนี้ผ่านไปเสียที แต่นักข่าวกลับมารุมล้อมธีรดนย์และเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสงแฟลชวูบวาบจนตาพร่า
“ผมขอตัวพิสชาไปสักครู่นะครับ” ใครบางคนดึงแขนเธออย่างนุ่มนวลจากทางด้านหลัง “นานๆ เพื่อนในกลุ่มจะรวมตัวกันครบทั้งที” พูดจบก็บุ้ยปากไปทางผู้ชายสองคนในชุดสูทสีดำ ที่ยืนถือแก้วเครื่องดื่มสีสวยรออยู่ไม่ไกล แล้วหันมาส่งยิ้มยียวนให้ธีรดนย์ “อ้อ! ยินดีด้วยนะครับพี่ธีร์ กับธุรกิจแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพที่เพิ่งเปิดตัว”
เขาเตี้ยกว่าธีรดนย์ราวห้าเซนติเมตร รูปร่างบึกบึน คิ้วเข้ม ดวงตาทอประกายขี้เล่น แต่ตอนค่อยๆ ปลดมือของหญิงสาวจากธีรดนย์ ดวงตาสีดำสนิทกลับคมปลาบราวตาเหยี่ยว
“ดะ…เดี๋ยวค่ะ” หญิงสาวพยายามทักท้วง “คุณแดนไท”
แดนไทที่จูงมือเธอไปหากลุ่มเพื่อนชะงัก หันมามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย “คุณแดนไทเหรอ พิสชาเรียกเราแบบสุภาพขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
เธอใจหายวาบ “คุณแดนไทอะไรกัน” เธอปั้นยิ้ม “เราก็เรียกว่าแดนปกตินะ แดนหูฝาดแล้วละ”
แดนไทหรี่ตาราวพยายามค้นหาความจริง ก่อนจะหัวเราะ “เราคงหูแว่ว ว่าแต่พิสชาโอเคไหม หน้าซีดเชียว…เราเห็นพิสชาดูอึดอัดตอนนักข่าวถ่ายรูป เลยดึงตัวออกมาน่ะ”
“ขะ…ขอบคุณค่ะ เอ้ย ขอบคุณนะ” หญิงสาวกัดริมฝีปาก บอกตัวเองว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของร้านอาหารชื่อดังที่จองคิวยากแสนยากตรงหน้ามาตั้งแต่มัธยม
หญิงสาวมองแขกในงาน เธอคุ้นหน้าหลายๆ คนจากหน้านิตยสาร รายการโทรทัศน์ ช่องยูทูบสัมภาษณ์คนดัง บางคนถึงกับขึ้นป้ายบิลบอร์ดโฆษณาด้วยซ้ำ สองหนุ่มที่ยืนรอเธอและแดนไทเองก็เช่นกัน ทั้งอธินที่เป็นผู้ประกาศข่าวเบอร์ต้นๆ ส่วนชินดนัย หุ้นส่วนร้านอาหารของแดนไทก็เป็นเจ้าของช่องยูทูบส่วนตัว ยอดวิวหลักล้าน
ที่นี่เป็นโลกที่หญิงสาวไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะได้มาเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ถ้าจะว่ากันตามจริง เธอเป็นเพียงอาคันตุกะของโลกแสนหรูหราใบนี้เท่านั้น
แดนไทโบกมือตรงหน้าเธอ แต่เสียงของเขาช่างฟังดูห่างไกลราวอยู่คนละโลก เธอพยายามกะพริบตา ปรับโฟกัสไปยังโลกที่พร่าเลือน แสงแฟลชระยิบระยับ กลิ่นอาหารเลิศรสในงานเลี้ยง และเสียงเปียโนแสนอ่อนโยน
“พิสชา พิสชา!”
หญิงสาวกะพริบตา แต่แสงที่สาดลงมายิ่งชวนตาพร่า เสียงดนตรีจังหวะร้อนแรงดังกระหึ่มจนแดนไทต้องโน้มตัวมาตะโกนเรียก แขนแข็งแรงของเขาจับมือเธอไว้ราวจะระวังไม่ให้ล้ม
“พิสชาน่าจะเมาแล้ว ไปนั่งพักกันเถอะ”
เธอหรี่ตาเพราะยังไม่ชินกับแสงวูบวาบ เดินตามแดนไทที่จูงมือเธอไปยังที่นั่งที่มีอธินและชินดนัยรออยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศรอบตัวน่าจะเป็นผับสักแห่ง หญิงสาวกวาดตัวมองเครื่องแต่งกายของตัวเอง…ยังเป็นชุดเดียวกับที่งานเลี้ยง ยังเป็นวันเดิม เธอไม่ได้ทำเวลาหายไปนานนัก กระนั้นความรู้สึกที่ตัวเองจู่ๆ ก็ไปอยู่ตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่มีความทรงจำระหว่างนั้นใช่ว่าจะทำความคุ้นเคยได้ง่ายๆ
“มาเที่ยวผับแล้วกลับที่นั่งไม่ถูกเลยเหรอครับคุณพิสชา” อธินแซว ใบหน้าหวานจนผู้หญิงยังต้องอายพราวยิ้มขำ “นานๆ ทีจะได้เห็นพิสชาร่างสองนะเนี่ย” พูดพลางโชว์คลิปวิดีโอที่เธอเต้นโยกย้ายด้วยท่าทางสนุกสนาน
เธอสะดุ้ง แต่พอตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายล้อเล่น จึงยิ้มตอบ
หญิงสาวทรุดนั่งข้างแดนไท หยิบน้ำเปล่ามาดื่มเพราะไม่อยากหลุดพูดอะไรแปลกๆ หญิงสาวจำเป็นต้องสังเกตการณ์เพื่อให้รู้ว่าตัวเองควรโต้ตอบอย่างไร แต่แทบไม่มีสมาธิจดจ่อเลย เธอปวดหัวตุบๆ แถมยังบอกไม่ถูกว่าตัวเองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเยอะแค่ไหน ทำได้แค่รับผลกรรม
“เอ่อ คลิปวิดีโอนั่น…” หญิงสาวไม่รู้จะถามอย่างไรว่าเธอเผลอทำอะไรแปลกๆ หรือเปล่า
“รู้แล้วๆ แค่อัดคลิปให้พิสชาดูเฉยๆ เพราะพิสชาไม่ค่อยเชื่อเวลาเราแซวเรื่องเต้น แถมยังชอบบอกว่าเต้นไม่เป็นไง เอาเป็นว่ากระผมจะลบคลิปที่อัดไว้เลยนะขอรับ” อธินตีความไปอีกแบบ พลางลบวิดีโอให้เห็นต่อหน้า
“ว่าแต่ไม่ชวนพี่ธีร์มาด้วย คงไม่เป็นไรใช่ไหม” ชินดนัยพูด “พวกเราจะโดนหาว่าลักพาตัวคู่หมั้นเจ้าของงานเลี้ยงไหมนะ”
หญิงสาวยิ้มให้ พยายามวางท่าเหมือนตัวเองรู้ว่าทุกคนกำลังคุยอะไรกัน ต่างหูห่วงเงินของชินดนัยทอประกายล้อแสงไฟจนเธอคิดอะไรไม่ออก
“ตอนอยู่ในงานเลี้ยง พิสชาบอกว่าปวดหัว เลยขอกลับก่อน แล้วแชตหาพวกเราในกลุ่ม ชวนมาเที่ยวสูดอากาศ จะหาว่าลักพาตัวได้ยังไงกัน” พูดจบ แดนไทหันมามองเธอ สีหน้ากังวล “ว่าแต่มาเที่ยวแล้วรู้สึกดีขึ้นไหม”
หญิงสาวสั่นศีรษะ เธอรู้สึกแย่มากๆ ปวดหัว จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก และกลัวมากด้วย
“อยากกลับบ้านไหม เดี๋ยวเราไปส่ง” แดนไทถาม ยื่นมือให้เธอ
“ไม่เป็นไร” เสียงห้าวจากด้านหลังตอบแทนหญิงสาว พอหันไปมอง ธีรดนย์ก็เดินมาหา สีหน้าบึ้งตึง
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว ยื่นมือให้เธอ แต่สายตากร้าวยังจับจ้องที่แดนไท “เดี๋ยวฉันพาคู่หมั้นไปส่งเอง ขอบคุณที่ช่วยดูแลให้นะ”
“พี่ธีร์” หญิงสาวอุทาน “มาที่นี่ได้ยังไงคะ”
ธีรดนย์หยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดสตอรีอินสตาแกรมของเธอ ในภาพ หญิงสาวกำลังเต้นเซ็กซี่พลางหันมาขยิบตาให้กล้อง มีแท็กชื่อเพื่อนๆ ที่มาด้วยกัน แถมพิมพ์ชื่อสถานที่เสร็จสรรพ
“กลับบ้านได้แล้วมั้ง” ธีรดนย์ย้ำ
หญิงสาวพยักหน้า วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยมากจริงๆ คู่หมั้นยื่นมือให้อีกครั้ง หญิงสาววางมือลงบนมือเขาอย่างช่วยไม่ได้
“งั้นเราไปส่งที่รถนะพิสชา” แดนไทยืนขึ้น
“ฉันดูแลคู่หมั้นตัวเองได้ ขอบใจ!” ธีรดนย์เน้นคำว่าคู่หมั้นดังกว่าปกติ
หญิงสาวหันไปมองสีหน้าเจื่อนของแดนไท เธออยากดึงมือออกจากการเกาะกุมของธีรดนย์ แต่อีกฝ่ายกลับจับมือเธอแน่นจนเจ็บ
“ฝันดีนะ พิสชา” แดนไทส่งยิ้มสดใสให้ เธอพยักหน้า ไม่รู้ว่าตัวเองต้องเห็นแววตาเจ็บปวดของเขาอีกสักกี่ครั้ง
ธีรดนย์เปิดประตูรถให้ หญิงสาวหลับตานิ่ง พยายามรวบรวมความคิด มีเรื่องต่างๆ มากมายเหลือเกินจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก
รถแล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ร่วมสมัยสุดหรู แวดล้อมด้วยสวนสวยกินพื้นที่กว้างขวางชนิดสร้างบ้านอีกสองหลังยังได้ ตัวบ้านเปิดไฟสว่าง
แม่บ้านผกา หญิงวัยย่างห้าสิบ ผมซอยสั้น ร่างผอมบาง สวมเสื้อเชิ้ตเรียบกริบกับกระโปรงยาวคลุมเข่าเดินมาต้อนรับ
“คุณหนูพิสชา ทำไมกลับดึกนักล่ะคะ ป้านึกว่าคุณหนูจะกลับบ้านตั้งแต่ออกมาจากงานเลี้ยงของคุณธีร์เสียอีก”
ธีรดนย์เปิดประตูและยื่นมือให้หญิงสาวเพื่อประคองลงจากรถ เธอลอบมองใบหน้าคมคายราวเทพบุตรตรงหน้า เป็นใบหน้าที่ทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอจับมือเขา แล้วก้าวลงจากรถ
หญิงสาวมองแสงไฟส่องสว่างในบ้าน สลับกับแม่บ้านที่มีสีหน้ากังวล
“คุณพ่อกับคุณแม่หลับแล้วเหรอ”
“คุณท่านมีธุระตอนเช้าค่ะ” แม่บ้านผกาน้ำเสียงตะกุกตะกัก แล้วรีบเสริมประโยค “แต่คุณท่านทั้งสองเป็นห่วงคุณหนูนะคะ”
หญิงสูงวัยยิ้มเศร้าให้พิสชา แสงไฟอบอุ่นในบ้านหรูหราไร้หัวใจชวนให้รู้สึกหนาวยะเยือก
“รีบพักผ่อนเถอะพิสชา หน้าเราซีดมากเลยนะ” ธีรดนย์พูด
หญิงสาวรับคำ กล่าวขอบคุณเขา แล้วตรงดิ่งไปห้องส่วนตัว ซึ่งเป็นที่หลบภัยแห่งเดียวของเธอในบ้านหลังนี้
บนเตียงสี่เสาแบบเตียงเจ้าหญิงมีเสื้อผ้าสไตล์เซ็กซี่เน้นโชว์สัดส่วนวางเกลื่อน เธอถอยหลังกรูด ไปจนชนกับตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ ในตู้มีเสื้อผ้าโทนสีขาว ครีม น้ำตาล ในสไตล์เรียบแต่เก๋แขวนไล่สีดูเป็นระเบียบ อีกฝั่งของตู้เสื้อผ้าเป็นชุดโทนสีดำที่ให้ความรู้สึกหรูหรา
หญิงสาวปิดประตูตู้เสื้อผ้าอย่างเกรงๆ เดินไปหยิบชุดนอนลายโดราเอมอนในกล่องใส่เสื้อผ้าใต้เตียงมาเปลี่ยน เธอกวาดเดรสสั้นจู๋บนเตียงไปบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วทรุดตัวบนเตียงนอนนุ่มสบาย หยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กบัญชีโซเชียลมีเดีย ไล่หาว่าตัวเองโพสต์อะไรแปลกๆ หรือเปล่า แต่ก็มีเพียงแค่สตอรีเต้นในอินสตาแกรมที่ธีรดนย์ให้ดู
เธอถอนหายใจโล่งอกที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรประหลาด ขณะกำลังจะปิดมือถือและเตรียมไปล้างหน้า ก็มีแจ้งเตือนการแท็กชื่อในอินสตาแกรม
หญิงสาวกดเข้าไปดูสตอรีที่ธีรดนย์แท็กชื่อเธอ เป็นวิดีโอที่เขาถ่ายตัวเองแล้วแพนกล้องไปยังเธอที่กำลังเต้น พิมพ์ข้อความ ‘มาปาร์ตี้กับคุณคู่หมั้นคนสวย’
เธอรีบคอลหาธีรดนย์ อีกฝ่ายรับสายทันทีเหมือนรออยู่ก่อนแล้ว
“คิดถึงพี่เหรอ”
“พี่ธีร์ทำอะไรคะ ในสตอรีคืออะไร”
ธีรดนย์ถอนหายใจยาว “ก็หาทางลงให้ไง”
“หาทางลง” เธอทวนคำ “คืออะไรคะ”
“จู่ๆ พิสชาก็ออกจากงานเลี้ยงแล้วมาแดนซ์กระจายที่ผับกับผู้ชายที่ไม่ใช่คู่หมั้น ถ้าเป็นข่าวขึ้นมาจะทำยังไง พี่เลยตามไปเพื่อให้ดูเหมือนพวกเราไปด้วยกันไง”
เขาไม่ได้ตามไปเพราะเป็นห่วง…
เธอคิดว่าตัวเองคงไม่เจ็บปวดเพราะธีรดนย์อีก แต่ดูเหมือนแผลเป็นยังไม่หายดี
“พี่ธีร์เจ้าเล่ห์และวางแผนเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นะ” เสียงของเธอแหบพร่า หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาที่เริ่มรื้น
“ไม่ต้องแกล้งทำเป็นรู้จักกันดีนักก็ได้” คู่หมั้นตอบ “ถึงจะเป็นคู่หมั้นกันแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้รักกันซะหน่อย”
“แล้วพี่ธีร์รักใครล่ะคะ” เป็นคำถามที่เธออยากเรียกคืนเหลือเกิน
ธีรดนย์ตัดสายไป เธอโล่งใจที่เขาไม่ตอบ
หญิงสาวกำลังจะวางโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียง แต่มีข้อความจากแดนไทเข้ามาพอดี
พิสชา ถึงบ้านหรือยัง
เธอกดถูกใจใต้ข้อความ อมยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความกลับมา
พิสชาโอเคหรือเปล่า ช่วงนี้มีเรื่องเครียดอะไรไหม เราว่าพิสชาดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่
หญิงสาวเดินไปทรุดตัวหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองใบหน้าสวยซึ้ง รูปร่างแบบบาง ราวเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ในกระจก
แต่เธอไม่ใช่พิสชา!
สมุดบันทึกสีฟ้าวางอยู่มุมหนึ่งของโต๊ะเครื่องแป้ง วางทับบนสมุดวาดเขียนของเด็กมัธยม เธอเอื้อมมือสั่นเทาไปหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดไล่ไปทีละหน้า ตั้งแต่ผังครอบครัวของพิสชา ชื่อพ่อ แม่ เพื่อนสนิท หน้าถัดมาจดไว้ด้วยลายมือหวัดๆ เพราะหญิงสาวไม่อาจควบคุมมือตัวเองไม่ให้สั่นได้ระหว่างบรรจงเขียนข้อความในนั้น
แน่ละ เธอไม่ใช่พิสชา เธอแค่สลับร่างมาอยู่ในร่างของพิสชา และที่แน่ๆ เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ในคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้น่าจะมีมากกว่าหนึ่งบุคลิกในตัว!