ยาใจด้วยรัก บทที่ 13 : รอยยิ้มที่หายไปนาน

ยาใจด้วยรัก บทที่ 13 : รอยยิ้มที่หายไปนาน

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

ภายในห้างสรรพสินค้าสูง 4 ชั้น พื้นที่กว้างขวางแต่กลับมีผู้คนไม่มากเนื่องด้วยเป็นวันธรรมดา ภพพาเบสต์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดอันเป็นที่ตั้งของแผนกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เคาน์เตอร์กระจกใสของร้านค้าขนาดเล็กจัดแสดงโทรศัพท์เคลื่อนที่และเคสตกแต่งทั้งมือ 1 และมือ 2 เรียงรายติดกันแน่นขนัด

ภพเดินตรงไปยังร้านที่เขาใช้บริการประจำแล้วส่งเสียงเรียกพนักงาน

“ไง”

เมื่อได้ยินเสียงร้องทัก คิณณ์ผู้กำลังก้มหน้าก้มตาติดฟิล์มโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก

“แป๊บ” เขาว่าพลางบรรจงใช้นิ้วรีดฟองอากาศออกจากแผ่นฟิล์มจนเนียนสวย “อะ…ว่า”

“พี่เค้ามือถือดับ ช่วยดูให้หน่อยดิ” ภพว่าพลางชี้มือไปทางเบสต์ หญิงสาวจึงยื่นมือถือที่เสียให้กับช่างซ่อมตรงหน้า

“อืม…สักชั่วโมงนึงมาเอา” คิณณ์ว่าพลางเก็บโทรศัพท์ดังกล่าวลงที่ใต้โต๊ะ

“ชั่วโมงนึงเลย!?” ภพสวนด้วยท่าทางตกใจเพราะไม่คิดว่าจะใช้เวลามากขนาดนี้

“เออ ก็ตามคิว” เพื่อนสนิทตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย “ที่นี่มีไรให้ทำเยอะแยะ ก็พาพี่เค้าไปเดินเล่นดิวะ”

สิ้นคำแนะนำของคิณณ์ ภพกับเบสต์มองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจเดินหลบออกจากบริเวณหน้าร้านระหว่างที่ทั้งสองเดินเล่นเรื่อยเปื่อย ภพเริ่มต้นบทสนทนาเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัด

“พี่อยากไปไหน”

“ไม่รู้สิ” หญิงสาวตอบห้วนและสั้นด้วยเธอยังคงรู้สึกว่างเปล่าอยู่ภายใน

“แล้วตอนนี้พี่อยากซื้ออะไรไหม”

“ไม่ละ…” หญิงสาวตอบอย่างอิดโรยพลางคิดว่าแค่หายใจยังเหนื่อย ตัวเธอในตอนนี้ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นแหละ ขณะที่เบสต์ตกอยู่ในห้วงของความคิดลบเดินล่องลอยไร้วิญญาณ คนทั้งสองก็เดินผ่านโซนตู้เกมอาร์เคดพอดี ภพจึงปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที

“พี่มาเล่นเกมกัน” เขาชวนเบสต์เล่นเกมฆ่าเวลาแต่ปฏิกิริยาของหญิงสาวกลับดูเก้ๆ กังๆ จนเด็กหนุ่มสังเกตเห็นได้

“อย่าบอกนะว่าพี่ไม่เคยเล่นอะ” เขาถามด้วยท่าทางประหลาดใจไม่น้อย พลางใส่แบงก์สีแดงแลกเหรียญจากตู้อัตโนมัติ

“ถ้าบอกว่าไม่เคยแล้วมันผิดตรงไหนเล่า” เบสต์โต้

ภพได้ยินดังนั้นเลยลากเธอเข้าไปที่หน้าตู้เกมกีตาร์จำลอง เขาหยอดเหรียญลงไปเป็นการเริ่มต้นเล่น หน้าจอปรากฏรายชื่อเพลงมากมายพร้อมกับตัวอย่างดนตรีให้ผู้เล่นเลือก เด็กหนุ่มเลือกเพลงที่ยากที่สุดอย่างมั่นใจ

หน้าจอแสดงตัวเลขนับถอยหลัง 3 2 1 START ก่อนที่แถบสีต่างๆ ของระบบเกมจะเลื่อนเข้ามาด้วยความเร็วในแนวตั้ง เพื่อให้ผู้เล่นกดกีตาร์ของเล่นตามจังหวะของดนตรี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าภพเล่นโดยไม่พลาดเลยแม้แต่โน้ตเดียว และผลลัพธ์ตอนจบก็ทำลายสถิติของเครื่องในเวลานั้น

“โห เล่นเก่งนะเนี่ย” หญิงสาวเอ่ยชม เธอเพิ่งเคยเห็นคนได้พิมพ์ชื่อลงบนเครื่องเกมสาธารณะก็วันนี้

“แน่นอน ก็เป็นนักดนตรีนี่นา” เขาโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจ

“เป็นนักดนตรี? ร้องเพลงอะไร ทำไมไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลย” เบสต์ถามพาซื่อ

“ว่าที่นักร้องดังในอนาคตไง แต่ตอนนี้กำลังแต่งเพลงของตัวเองอยู่” เด็กหนุ่มพยายามเต๊ะท่าเก๊กให้ตัวเองดูดี

“โถ่เอ้ย ก็นึกว่าพี่ไม่รู้จักเพราะไม่ได้ตามดารา ที่แท้ก็เพราะเรายังไม่ได้เดบิวต์เลยนี่หว่า” หญิงสาวหัวเราะในความมั่นใจเกินเหตุของเด็กหนุ่ม ที่เขาดูเหมือนทำทีเล่นแต่เอาจริงเอาจังน่าดู

“ผมเพิ่งเรียนจบเอง นี่มันเป็นแค่การเริ่มต้นไล่ตามความฝันเท่านั้น” ภพกล่าวอย่างฮึกเหิม

“เอาตรงๆ นะ ถ้าเธอมีแววป่านนี้มีแมวมองมาทาบทามตั้งแต่เรียนมหาลัยแล้ว นักร้องวงดังๆ ก็มีคนสนใจตั้งแต่แสดงในชมรมกันทั้งนั้น” หญิงสาวว่าตามความจริงที่ตัวเองประสบพบเจอมา

“โห พี่พูดงี้แสดงว่าไม่เคยมีความฝันอะดิ” เด็กหนุ่มตัดพ้อ

หญิงสาวได้ยินดังนั้นเธอจู่ๆ เธอก็นิ่งงันไป

“มีสิ…เคยมี” เธอตอบเสียงเรียบ บรรยากาศดูกร่อยลงไปอย่างถนัดตา เบสต์ก้มหน้าลงมองพื้นครุ่นคิด ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มด้วยแววตาเจ็บปวด

ภพคือคนที่เพิ่งเรียนจบ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและไฟแรง ช่างแตกต่างกับเธอ หญิงสาวที่ทุ่มเททุกอย่างจนร่างกายและจิตใจพังพินาศแต่ไขว่คว้าอะไรมาไม่ได้เลยสักอย่าง

ภพเห็นแววตาที่เศร้าสร้อยนั่นแล้วทนไม่ได้ เขาตัดสินใจโยนกีตาร์ของเล่นใส่อ้อมแขนของหญิงสาว ก่อนหยอดเหรียญเริ่มเกมโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว

“เห้ย เอาไปเลย พี่เล่นไม่เป็น” หญิงสาวโวยลั่น ในขณะที่เวลาเล่นเพลงเริ่มนับถอยหลัง

“หัดดิ ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรก สีแดงคือปุ่มนี้ สีเหลืองต้องกดตรงนี้…” ชายหนุ่มว่าพลางสอนเธอเล่นเขาอ้อมตัวไปที่ด้านหลังหญิงสาว ซ้อนมือจับปลายนิ้วของเธอไว้บนปุ่มกดต่างๆ ลมหายใจร้อนรดที่ศีรษะส่งผลให้เจ้าของผมยาวสีดำสลวยหน้าร้อนขึ้นผะผ่าว เธอผละตัวเองออกจากอ้อมแขนของเด็กหนุ่มอายุน้อยแต่ส่วนสูงมากกว่าเธอด้วยท่าทีเขินอาย

“พอเลย แบบนี้ใช่มั้ย” หญิงสาวลองเล่นให้ดูเพื่อให้เขาหยุดเกาะแกะเธอ แม้ท่าทางของเธอจะประหลาด แต่ก็ถือว่าทำได้ดีกับการเล่นครั้งแรก พอกดดนตรีไปตามจังหวะไปเรื่อยๆ หญิงสาวพบว่าการเล่นเกมตู้มันสนุกกว่าที่เธอคิดเอาไว้

หลังจากนั้นทั้งสองเล่นโหมดแข่งขันกันเองอีกหลายตา เธอพยายามเอาชนะเด็กหนุ่มข้างๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อภพเห็นดังนั้นเขาจึงยอมอ่อนให้เธอหน่อย จนในที่สุด…

“เย้! ชนะ! ฉันชนะ!!!” เธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ โอ้อวดความสำเร็จไร้สาระที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ความสนุกชั่วครู่ทำให้เธอหลงลืมความเศร้าไปชั่วขณะ ไม่น่าเชื่อว่าชัยชนะเล็กๆ จะทำให้เธอยิ้มและหัวเราะอย่างสดใสจนเขาไม่อาจละสายตาได้ ริมฝีปากของเด็กหนุ่มค่อยๆ ยกขึ้นจนปรากฏเป็นรอยยิ้มกว้างโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

“ยิ้มอะไร!”

“เปล่า” ทันทีที่โดนทัก เขารีบหุบยิ้มลงทันที เด็กหนุ่มเสตาหลบไปทางอื่นกลบเกลื่อน

“เปล่าอะไร ก็เห็นๆ อยู่” หญิงสาวไม่ลดละ ภพจึงเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะของหญิงสาว จนผมดำยาวสลวยกลายเป็นฟูฟ่องยุ่งเหยิง

“โอ๊ย อะไรเนี่ย” เบสต์โวยวาย เธอถอยตัวออกมาเล็กน้อยพร้อมจัดทรงผมของตัวเองให้กลับมาตรงเหมือนเดิม ในขณะที่เด็กหนุ่มแกล้งเดินห่างออกไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้

 



Don`t copy text!