ยาใจด้วยรัก บทที่ 22 : เส้นฟางที่ขาดผึ่ง

ยาใจด้วยรัก บทที่ 22 : เส้นฟางที่ขาดผึ่ง

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

“หุบปาก !!!”

เมื่อความอดกลั้นถึงขีดสุด หญิงสาวตะโกนสิ่งที่อยู่ในใจออกมาทำให้ทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน ผู้มาเยือนทุกคนเบิกดวงตากว้างด้วยความตกใจ แม้แต่ตัวคนพูดเองก็ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอเพิ่งเปล่งออกมา

หญิงสาวหันหลังออกจากห้องทันที ทำให้ภพรีบรุดตามไปด้วยความเป็นห่วง กระนั้นเขายังไม่วายส่งสายตาคุกรุ่นมองค้อนตัวต้นเหตุ ตอกย้ำความไม่พอใจที่ทั้งสองฝ่ายมีให้แก่กันเข้าไปอีก ถึงแม้ภพจะเคยจินตนาการถึงครอบครัวแสนอบอุ่นซึ่งเขาไม่เคยมี แต่ครอบครัวของจริงกลับแตกต่างจากที่เขาจินตนาการเอาไว้ห่างไกลนัก

 

หญิงสาวหนีมาหลบภัยที่ห้องข้างๆ ซึ่งภายในนั้นถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น เน้นสีขาวสลับดำ เข้ากับบุคลิกความเท่ของเจ้าตัว ร่างที่เหมือนไร้วิญญาณของเบสต์นั่งอยู่บนโซฟา 2 ที่นั่งบริเวณห้องรับแขก

ภพอุ่นนมร้อนจากไมโครเวฟมอบให้หญิงสาว ภาพควันขาวลอยฟุ้งและกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เบสต์นึกถึงวันแรกที่เธอได้สัมผัสกับความอบอุ่นนั้น หากแต่สถานการณ์ยังคงเป็นเช่นเดิม ความเศร้ากัดกินจิตใจมากเกินกว่าจะทานทน

เด็กหนุ่มเห็นหญิงสาวนั่งซึม เขาตัดสินใจหยิบกีตาร์คู่ใจขึ้นมาเล่น เสียงเพลงไพเราะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของหญิงสาวให้สงบลง เธอหลับตาและเอนศีรษะพักลงบนไหล่หนา ปล่อยให้เสียงดนตรีนำพาหัวใจไป…

เมื่อดนตรีจบลง หญิงสาวซุกใบหน้าลงบนไหล่ของเขาปกปิดสีหน้าดูไม่ได้ของเธอ

“เล่นอีกสิ” เธอรำพึงเบาๆ เด็กหนุ่มทำตามคำขอของเธอแต่โดยดี เขาเล่นเพลงเดิมที่แต่งเองกับมือซ้ำไปซ้ำมา ถึงแม้แต่ละครั้งคอร์ดจะยังไม่เหมือนเดิมเพราะบทประพันธ์ยังไม่ลงตัวดี แต่หญิงสาวไม่ได้มองว่าเป็นจุดบกพร่อง กลับกัน เธอกลับตั้งตาฟังความหลากหลายครั้งใหม่ที่จะผ่านเข้ามาในหูทุกครั้งที่ดนตรีบรรเลง

ไม่รู้ว่าเพลงเดิมถูกเล่นซ้ำเป็นรอบที่เท่าไร แต่เสียงดนตรีนั้นก็ช่วยเยียวยาหัวใจที่อันแน่นไปด้วยความเศร้าให้เริ่มกลับมามีเลือดไหลเวียนอีกครั้ง เธอยกนมที่เริ่มเย็นชืดแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาจิบ

“โอเคขึ้นแล้วสินะ” เขาวางกีตาร์ลงข้างตัวพร้อมกับหันมาจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่บัดนี้เธอพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ผมยาวสยาย เธอรู้สึกหวาดหวั่นเกินกว่าจะกล้าสู้หน้า

“ขอโทษนะ พี่เป็นภาระเธออีกแล้ว” หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อน

“ก็ไม่นี่ ดีซะอีกผมจะได้มีคนช่วยคอมเมนต์เพลงที่ผมแต่ง” ชายหนุ่มยิ้มเบาบาง แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเสียที

“ถ้าหลุมมันลึกแล้วขึ้นยาก ก็นั่งพักก่อน ผมจะนั่งอยู่ในหลุมเป็นเพื่อนพี่เอง” เขาวางมืออุ่นหนาลงบนศีรษะของเธอและบรรจงลูบอย่างแผ่วเบา ความอ่อนโยนที่หญิงสาวโหยหาแต่ไม่เคยได้รับ ทำให้หัวใจของเธอพองโตอย่างช้าๆ น้ำใสๆ อยากจะเอ่อล้นไหลออกจากดวงตาหากแต่สมองสั่งให้ฝืนไว้

ห้วงเวลาไหลผ่านจนท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีดำสนิท ภายในห้องที่ยังไม่ได้เปิดไฟนั้นมืดสลัว เข้ากับจิตใจขุ่นมัวที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ถึงกระนั้นความมืดก็ช่วยให้ใจสงบขึ้นมากอย่างประหลาด หญิงสาวคิดว่าหัวใจที่เปราะบางเริ่มฟื้นตัวแล้ว จึงไม่อยากรบกวนเด็กหนุ่มไปมากกว่านี้

“ขอบคุณนะ พี่กลับห้องก่อนละ” เบสต์ค่อยๆ ลุกเดินฉับไปยังประตู มือจับที่ลูกบิดเปิดแง้มขึ้นเพียงนิดแล้วหยุดชะงักเพราะหัวใจกลับลังเล

ถ้าทุกคนยังอยู่ล่ะ จะทำยังไงดี…ไม่อยากกลับไปเลย

ทันใดนั้นเอง ฝ่ามือใหญ่พาดผ่านตัวเธอจากด้านหลังไปยังด้านหน้า กดทับให้ประตูบานนั้นปิดสนิท ร่างสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้แนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของเธอ จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นรดศีรษะ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความคิดลบเดิมที่เคยวนเวียนอยู่ถูกแทนที่ด้วยความเขินอาย…

“คืนนี้ค้างนี่มะ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเบาจนเหมือนกระซิบ

หญิงสาวรู้สึกจั๊กจี้ เธอจึงหันหลังกลับอย่างรวดเร็วโดยหวังจะตำหนิ ทำให้ใบหน้าของทั้งสองแนบชิดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาเจ้ากรรมประสานเข้ากับสายตาเจ้าเล่ห์ หญิงสาวเพิ่งรู้ตัวว่าบัดนี้เธออยู่ในอ้อมแขนของเด็กหนุ่มโดยสมบูรณ์ เสียงหัวใจของเธอดังโครมคราม ดังมากเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน

“ล้อเล่นน่ะ ผมก็แค่เป็นห่วงว่าพ่อพี่จะยังอยู่แค่นั้นแหละ คนอะไรดุชะมัด” เด็กหนุ่มยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนถอยตัวปล่อยหญิงสาวออกจากพันธนาการ ทว่าคำตอบของอีกฝ่ายกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคิด

“เอาสิ…”

 



Don`t copy text!