ยาใจด้วยรัก บทที่ 24 : หมั่นเขี้ยว

ยาใจด้วยรัก บทที่ 24 : หมั่นเขี้ยว

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านพร้อมเสียงน้ำจากฝักบัวตกกระทบพื้นดังซ่าปลุกให้หญิงสาวให้ค่อยๆ กะพริบตาตื่น เธองัวเงียผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เบสต์เริ่มได้สติเมื่อทบทวนได้ว่าเธอมาอาศัยใบบุญที่พักของเด็กหนุ่มข้างห้อง ทันใดนั้นเองประตูห้องน้ำเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าของห้องก้าวออกมาในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า กล้ามสมส่วน นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวปกปิดท่อนล่าง เดินทอดน่องเหมือนทองไม่รู้ร้อน

“ว้าย!” หญิงสาวเอามือปิดตาแทบไม่ทัน ใบหน้าแดงไปจนถึงใบหู เสียงร้องนั้นดึงความสนใจของเด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินไปแต่งตัว

“อ่าว พี่ยังอยู่อีกเหรอ” เขายีเส้นผมเปียกให้พอหมาดด้วยท่าทางสบายๆ

“แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกมาสิ” หญิงสาวยังคงหลับตาปี๋ ตะโกนโวยวาย

“ก็นี่ห้องผม ผมจะทำอะไร ยังไงก็ได้” ยิ่งเห็นหญิงสาวเขินอายเท่าไร มารในใจของเขายิ่งอยากแกล้งเธอมากขึ้นเท่านั้น

เจ้าของเรือนผมสีดำยาวยังคงมองไม่เห็นอะไรเนื่องด้วยเธอยังคงหลับตาอยู่ แต่แล้วจู่ๆ ความเงียบที่ผิดปกติก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกได้ถึงบรรยากาศไม่ชอบมาพากล ทันใดนั้นเธอสัมผัสได้ถึงร่างสูงที่ขยับตัวเข้ามาใกล้ หญิงสาวกระเถิบตัวถอยหลังอย่างอัตโนมัติจนแผ่นหลังชิดกำแพงแต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังรู้สึกถึงไออุ่นของฝ่ายตรงข้ามที่เบียดชิดเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ น้ำเปียกเย็นจากปอยผมหยดลงบนหน้าขาของหญิงสาว ทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำ ใบหน้าร้อนผะผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นเขายิ้มกริ่มอย่างพึงใจ

“ลืมตาสิ” เขาพูดเสียงแผ่วเบาคล้ายกระซิบ

“ไม่!” เธอย้ำคำหนักแน่น

“เถอะน่า…” เขากล่าวยียวนและออดอ้อน หญิงสาวต่อต้านได้เพียงไม่นานก่อนจะใจอ่อน เบสต์ค่อยๆ ลดมือข้างหนึ่งลงพร้อมกับเปิดดวงตาข้างนั้นขึ้นอย่างช้าๆ ภาพที่เห็นคือภพสวมเสื้อยืดและกางเกงช้างตัวหลวมขายาวมิดชิดเรียบร้อย

เมื่อรู้ว่าถูกหลอก ใบหน้าของหญิงสาวยิ่งมีสีแดงแจ่มชัดมากขึ้นไปอีกทำให้เด็กหนุ่มถึงกับระเบิดหัวเราะลั่นออกมา

“คิดอะไรอยู่อะ ลามก” เขาว่าพลางเย้าแหย่ยกมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนผละตัวออกจากหญิงสาว รู้สึกพอใจเมื่อเห็นเธอลนลาน เขาชอบเมื่อเห็นเธอในอารมณ์นี้มากกว่าอารมณ์เศร้าเป็นไหนๆ

หัวใจของหญิงสาวแทบจะระเบิดออกจากอก ยิ่งนึกย้อนไปขณะใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหยดน้ำใส โน้มเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย หญิงสาวหยุดฟุ้งซ่านไม่ได้จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ภพยิ้มกว้างอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทีพยายามเก็บอาการของเบสต์

“คืนนี้ พี่ไปดูผมเล่นดนตรีอีกนะ” เขาพูดถึงกิจกรรมที่ทั้งคู่มักจะทำด้วยกันเป็นประจำ

“คิดดูก่อน” หญิงสาวยังไม่ตอบรับทันทีด้วยความงอนที่โดนปั่นหัว

“ไปเหอะนะ ถ้าไม่มีพี่ไปให้กำลังใจผมเล่นไม่ออกแย่เลย” เขาออดอ้อนพร้อมกับลูบหัวหญิงสาวเบาๆ เป็นสัญลักษณ์เชิงง้อ รอยยิ้มสดใสของเขาทำให้เบสต์ใจอ่อนไปเสียทุกครั้ง และครั้งนี้เองก็เช่นกัน

 

เมื่อขึ้นลิฟต์ตัวเล็กมาถึงชั้นดาดฟ้าของตึกสูงใจกลางเมืองก็จะพบกับร้านอาหารกึ่งบาร์ที่ให้บรรยากาศหรูหรา ร้านนั้นถูกออกแบบให้เปิดโล่งรับลมเย็นสบาย อีกด้านเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กที่ตกแต่งด้วยต้นไม้ใบเขียวให้ความรู้สึกร่มรื่นเป็นธรรมชาติ เพิ่มแสงสว่างด้วยไฟประดับขนาดเล็กดูสวยงามคล้ายหิ่งห้อย วิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนนั้นมองดูระยิบระยับจากแสงไฟของตึกและถนน จันทร์เต็มดวงส่องสว่างท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด

ภพในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดช่างดูเข้าคู่กับกางเกงสแล็กสีดำ วันนี้เจ้าตัวจุ้นแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้ากับสถานที่ ผิดกับหญิงสาวผู้ติดตามที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์และรองเท้าแตะเนื่องจากเธอไม่สามารถกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ความไม่ถูกกาลเทศะนี้เองทำให้เธอถูกห้ามไม่ให้เข้าสถานที่

“พี่ว่าพี่กลับก่อนดีกว่า ดูท่าพี่คงจะแต่งตัวมาไม่เหมาะ” เบสต์รู้สึกอับอายจนอยากจะวิ่งหนีไปเสีย เพราะคนในร้านเอาแต่มองเธอกันเป็นตาเดียว

“เดี๋ยวดิพี่ รอแป๊บ” เด็กหนุ่มรั้งแขนหญิงสาวเอาไว้ สิ้นเสียงเพียงเสี้ยววินาที เด็กสาวผมไฮไลต์สีชมพูปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่

“อะ” เธอยื่นถุงนั้นให้กับเบสต์อย่างไม่เต็มใจนัก

“นี่อะไร” หญิงสาวยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ เด็กหนุ่มจึงเข้ามาอธิบายให้เรื่องราวแจ่มชัดขึ้น

“ผมโทรยืมชุดของอลิซให้พี่ใส่ เห็นไซซ์น่าจะใกล้ๆ กัน ยังไงไปลองเปลี่ยนในห้องน้ำดูนะ”

“เห้ย เธอจะไปรบกวนเพื่อนแบบนั้นไม่ได้ พี่กับอลิซเรายังไม่สนิทกันเท่าไหร่เลย” หญิงสาวรีบปฏิเสธอย่างลนลาน เธอรู้ดีว่าภพเป็นคนไม่มีมารยาททางสังคมเท่าไร แต่ก็ไม่คิดว่าจะข้ามเส้นได้ถึงเพียงนี้ อลิซที่ยืนฟังทั้งสองเถียงกันอยู่นานกล่าวแทรกขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“ใส่ๆ ไปเหอะพี่ อุตส่าห์แบกมาให้ จะให้แบกกลับเหรอ”

เมื่อได้ยินดังนั้นเบสต์นิ่งเงียบไป ภพจึงกล่าวเสริมอีกว่า

“ใช่พี่ ใส่เหอะ ไม่ต้องเกรงใจ อลิซมันไม่คิดมากอยู่แล้ว เนอะ” เขาว่าพลางหันไปขยิบตาให้กับเพื่อน เมื่อเห็นดังนั้นอลิซทำได้เพียงถอนใจอย่างช่วยไม่ได้

“เออ แล้วจะยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเข้าไปซาวนด์เช็กได้แล้ว! ” เด็กสาวกล่าวด้วยท่าทีประชดประชัน

เบสต์แปลกใจที่อลิซดูมีอำนาจสั่งการในร้านนี้แตกต่างจากบรรยากาศที่พวกเธอเจอกันตามร้านอาหารอื่นๆ ความสงสัยออกผ่านทางสีหน้าจนภพสังเกตเห็น

“ร้านนี้เป็นร้านของพ่ออลิซเขาน่ะ ผมมาเล่นที่นี่ประจำ บ่อเงินบ่อทองของผมเลย” ภพขยายความทำให้เบสต์พอประติดประต่อเรื่องราวได้ เธอรู้ว่าพวกเขาสนิทกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะสนิทกันขนาดนี้ และด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิง เบสต์เหมือนสามารถคาดเดาอะไรได้บางอย่างแต่เธอไม่ได้อยากจะคิดมากไปเอง… ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีนัก แต่เบสต์จำต้องรับน้ำใจของคนอายุน้อยกว่านี้เอาไว้

 

ใช้เวลาเพียงไม่นาน เบสต์ในชุดเดรสสั้นสีดำรัดรูปก้าวออกมาจากห้องน้ำ ด้านหลังแหวกเว้าโชว์แผ่นหลังขาวเนียน ชุดที่เธอสวมใส่นี้มันออกจะเซ็กซี่ไปมากจนเธอเสียความมั่นใจ

เมื่อภพเห็นเบสต์ที่แปลงโฉมแล้วเดินตรงมายังเขา เด็กหนุ่มจ้องมองหญิงสาวดังถูกสะกด มันเป็นลุคที่แปลกตาแบบที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน ใจนึงรู้สึกโชคดีที่ได้เห็น แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะเอาเธอไปเก็บให้พ้นจากสายตาของผู้ชายคนอื่นภายในร้าน

“เป็นไง มันดูแย่ใช่ไหม” เบสต์เอ่ยขึ้นดึงสติของเด็กหนุ่มออกจากห้วงความคิด เขาส่ายหัวเบาๆ เป็นการปฏิเสธ

“ไม่เลย สวยมาก” เขาว่าพลางยื่นมือข้างหนึ่งออกมาด้านหน้า หญิงสาวเห็นดังนั้นเธอจึงเอื้อมมือนุ่มของเธอไปสัมผัสกับมือของเด็กหนุ่ม ทั้งสองเดินจับมือกันเข้าไปในร้านอาหารพร้อมกับหัวใจที่เต้นโครมคราม



Don`t copy text!