
ยาใจด้วยรัก บทที่ 29 : เพื่อนสนิท
โดย : ลิลนิล
![]()
ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน
หมอกบางปกคลุมยอดดอยสุเทพอันตั้งเด่นตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มไปเป็นสีส้มอ่อนในยามพระอาทิตย์ขึ้น
เบสต์นั่งอยู่ในร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจ แต่ละมุมถูกจัดไว้อย่างพิถีพิถันเหมาะแก่การถ่ายรูป แสงธรรมชาติส่องเข้ามาทางกระจกบานใหญ่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย สอดรับกับกลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่น
เธอนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้นมานาน นานพอที่เจ้าของร้านจะออกปากไล่ หากไม่ติดว่าหญิงสาวสั่งกาแฟแก้วใหม่เพิ่มทุกๆ ชั่วโมง จนบัดนี้มีกาแฟเย็นชืดถูกกองไว้อยู่เต็มโต๊ะ
แม้คนที่บ้านจะพยายามหากิจกรรมให้เบสต์ทำสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ ฟังพระเทศน์ รวมไปถึงการส่งหนังสือพัฒนาตัวเองมาให้อ่านเป็นสิบเล่ม แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย…หญิงสาวเข้าใจว่าครอบครัวคงพยายามมากๆ แล้ว เป็นตัวเธอเองที่มีปัญหา ภายใต้สภาวะโดดเดี่ยวและกดดันเช่นนี้ เธอรู้สึกคิดถึงภพขึ้นมาจับใจ ดนตรีของเขาคงจะช่วยให้เธอมีความสุขขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็รู้ตัวเองดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไร
คนเห็นแก่ตัวอย่างเธอไม่มีหน้าจะกลับไปขอความเห็นใจจากเขาอีกต่อไปแล้ว
เบสต์โหยหาความสุขที่เธอเองเป็นคนผลักไสมัน ความย้อนแย้งนี้ทำให้หัวใจของเธอปวดร้าวซ้ำๆ แม้จะอยากให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่เธอก็ได้แต่พยายามทำใจว่ามันคงเป็นไปไม่ได้
หญิงสาวไม่อยากกลับบ้านที่มี พ่อ แม่ และพี่ชายอยู่ เธอจึงแอบมาสิงที่ร้านคาเฟ่แห่งนี้ได้พักใหญ่ๆ พยายามทำใจให้สงบถึงแม้มันจะยากเย็นมากก็ตาม ทันใดนั้นเองเสียงร้องทักของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหน้าเคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่ม
“เบสต์!” เจ้าของผมบ็อบสีน้ำตาลเข้มร้องทักขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอเพื่อนสนิท
“เกรซ…”
“แกกลับเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่” เกรซเอ่ยถามด้วยท่าทีสดใสพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ
“อาทิตย์ที่แล้วนี่เอง แล้วแกล่ะ มาทำอะไรที่นี่” เบสต์พยายามยิ้มเพื่อไม่ให้เพื่อนเป็นห่วง
“มาทำงาน เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องคุยกับลูกค้าต่อ ตั้งแต่ขึ้นเป็นหัวหน้าก็นรกแตกมาก ทั้งงานเยอะขึ้น ความรับผิดชอบเยอะขึ้น เรื่องน้องๆ ในทีมก็ปวดหัว บางคนก็ว่าง่าย บางคนก็ดื้อมาก บางครั้งก็ทะเลาะกันเอง ฉันว่านะไม่มีเรื่องไหนจะยากไปกว่าการบริหารคนอีกแล้ว”
เกรซบ่นเรื่องงานตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ลดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ขออนุญาตอีกฝ่าย พลางยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งท่าถ่ายเซลฟี เกรซยิ้มกว้างพลางหันกล้องหน้ามาทางเพื่อนสาว
“แก ยิ้มมม หนึ่ง สอง…” เบสต์ฝืนยิ้มด้วยใบหน้าซีดเซียว
“โหแก ไมหน้าซีดงี้ เป็นไร ฉันฟีลเตอร์ให้นะ” หญิงสาวแต่งรูปให้ใบหน้าของเพื่อนพอมีสีสัน เธอจิ้มนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างมีสมาธิ ก่อนจะยื่นให้เจ้าของภาพดู
“โอเคปะ” เกรซถามเพื่อคอนเฟิร์ม
“โอเค…” เมื่อได้รับอนุญาต หญิงสาวอัปรูปลงไอจี เช็กอินสถานที่ แท็กเพื่อนตามนิสัยของคนติดโซเชียล เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอหันมาพูดคุยกับเพื่อนต่อให้หายคิดถึง
“แล้วแกเป็นไงบ้าง เงียบไปเลย ไลน์ไปก็ไม่ตอบ ได้เลื่อนขั้นเหมือนกันคงงานยุ่งละสิ” เกรซโยนคำถามกลับมายังเพื่อนสนิทพลางยกกาแฟขึ้นดื่มอย่างสดชื่น
“ออกแล้วละ” เบสต์กล่าวนิ่งๆ ถึงจะรู้สึกเจ็บกับเหตุการณ์นี้อยู่ แต่เธอก็จะพยายามคุ้นชินกับมัน
“ห้ะ ทำไมกะทันหันจัง แล้วแกไม่บอกฉันบ้างวะ”
“โทษที ตอนนั้นปัญหารุมเร้า แล้วมือถือก็พัง ก็เลยไม่ได้บอก” เบสต์เล่าตามความจริงแต่ไม่หมด
“แล้วตอนนี้แกไปทำที่ไหน”
“ไม่ได้ทำงานอะแก ช่วงนี้เหนื่อยมาก ขอพัก”
“เออ ฉันก็ว่าแกควรพักนานแล้ว…เอาจริงๆ แกออกมาก็ดีเหมือนกัน อยู่ที่นั่นเครียดจะตาย ฉันเคยคุยกับเพื่อนหลายคน เขาบอกบริษัทแกอะประสาทแดก คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า แกทำไปได้ไงหกปี โคตรจะนับถือ”
เกรซแสดงความคิดเห็นของเธออย่างตรงไปตรงมา ส่วนเบสต์ยิ้มรับเจื่อนๆ ด้วยว่าที่เพื่อนพูดเป็นความจริงทั้งหมด ไม่มีอะไรจะเถียง
“แกดูโตดีนะ แอบอิจฉาแกเบาๆ ว่ะ” เบสต์พูดความจริงในเชิงล้อเล่น ถึงแม้ที่เกรซพูดจะมีแต่เรื่อง แย่ๆ แต่เบสต์ก็อดเปรียบเทียบด้านด้อยของตัวเองกับข้อดีของเพื่อนไม่ได้ เกรซดูมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่พวกเธออายุเท่ากัน และออกจากจุดเริ่มต้นพร้อมกัน แต่ทำไมจุดจบถึงต่างกันเหลือเกิน
“โหแก คนเราก็มีจังหวะชีวิตไม่เหมือนกันมะ ฉันก็อิจฉาแกเหมือนกันนะ อยากมีเวลานอนบ้างอะ” เกรซหยอกหวังให้เพื่อนอารมณ์ดีแต่ไม่เป็นผล
ทันใดนั้นเอง เสียงเรียกแสลงหูดังขึ้นทำให้เบสต์รู้สึกขนลุกซู่
“อ้าวเบสต์”
หญิงสาวหันไปตามเสียงแหลมด้วยใจประหวั่นพรั่นพรึง ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างเล็กเจ้าผมสีน้ำตาลอ่อนดัดเป็นลอน

- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 29 : เพื่อนสนิท
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 28 : ทบทวน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 27 : รู้สึกผิด
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 26 : ความจริงที่ซ่อนอยู่
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 25 : ความรู้สึกที่พรั่งพรู
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 24 : หมั่นเขี้ยว
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 23 : นอนค้าง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 22 : เส้นฟางที่ขาดผึ่ง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 21 : บ้านไม่ใช่เซฟโซน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 20 : ข้อสงสัยทางอารมณ์
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 19 : หยุดพักได้เท่าที่ต้องการ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 18 : อยากปกป้องเธอ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 17 : ความมั่นใจที่ไม่รู้มาจากไหน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 16 : เป็นตัวของตัวเอง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 15 : เปิดหูเปิดตา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 14 : โซเชียลมีเดีย
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 13 : รอยยิ้มที่หายไปนาน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 12 : ถ้าเป็นแผลที่ใจก็ต้องรักษา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 11 : โพสต์อิท
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 10 : แค่อยู่ข้างๆ กันก็พอ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 9 : ความห่วงใยของคนแปลกหน้า
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 8 : คนข้างห้อง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 7 : ความฝันที่กินไม่ได้
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 6 : หลุมดำในใจ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 5 : ความเจ็บปวดที่ไม่มีเสียง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 4 : ความล้มเหลวของความพยายาม
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 3 : บ้านที่ไม่อยากกลับ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 2 : ออฟฟิศที่อยู่กันแบบครอบครัว
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 1 : การพบกันครั้งแรกของกลางคืนและกลางวัน
- READ ยาใจด้วยรัก : บทนำ







