ยาใจด้วยรัก บทที่ 34 : ความหมายของที่ 2

ยาใจด้วยรัก บทที่ 34 : ความหมายของที่ 2

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

ภายในบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดเล็กที่ถูกออกแบบผสมผสานความโมเดิร์นกับล้านนาสะท้อนสถานที่ตั้งทางภาคเหนือ เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงแต่น้อยชิ้นถูกตกแต่งอย่างลงตัวบ่งบอกถึงรสนิยมและฐานะทางการเงินของเจ้าของ ทุกพื้นที่นั้นสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยแสดงบุคลิกภาพอันเคร่งครัดและเคร่งขรึมของผู้อยู่อาศัย

ภพเดินสำรวจบ้านไปทั่วๆ และเขาก็พบกับมุมหนึ่งของห้องรับแขกที่ถูกตกแต่งด้วยถ้วยรางวัลและเกียรติบัตรมากมาย ถึงแม้ชื่อส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ชายแต่ชื่อมัทนพรเองก็มีแทรกอยู่ประปราย

“นี่ มาเดินทั่วบ้านคนอื่นเหมือนบ้านของตัวเองได้ยังไง” เบสต์ว่าทั้งที่ในใจก็รู้ดีว่าเหตุการณ์นี้มันคุ้นๆ เหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน

“พี่เก่งนะ ดูสิ เกียรติบัตรเพียบเลย”

“ไม่หรอก ถ้าเทียบกับพี่ชายพี่แล้ว พี่สู้ไม่ได้เลยสักนิด” เธอเอ่ยปฏิเสธคำชม

“แค่ได้ก็ถือว่าเก่งแล้วปะ ผมยังไม่เคยมีสักใบเลย” ภพกล่าวแสดงความยินดีจากใจ

“แต่ยังไงพี่ก็ไม่เคยชนะเลยนะ ลองอ่านดีๆ สิมีแค่ที่สองกับชมเชย”

“โหพี่ ได้ตั้งที่สองแน่ะ”

คำนี้จี้ใจดำเบสต์ยิ่งกว่าคำไหนๆ เธอสามารถเติมแต่งประโยคต่อจากนั้นได้ทันที

‘ครั้งหน้าเอาให้ได้ที่ 1 เลยนะ’ …ที่ 1 ที่เธอไม่เคยได้

“ถ้ามีคนแข่งสักร้อยคน พี่ก็ชนะมาเก้าสิบแปดคนเลยอะดิ”

เบสต์เบิกตากว้างเมื่อได้ฟังมุมมองที่ต่างออกไป

“แต่ก็ยังไม่ใช่ที่หนึ่งนี่นา”

“แล้วพี่อยากจะเป็นที่หนึ่งไปเพื่ออะไรอะ”

“เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจล่ะมั้ง…” เธอพูดพลางมองเกียรติบัตรที่ 2 ด้วยสายตาเลื่อนลอย

แม้ตอนนี้เธอจะอายุมากขึ้นจนสามารถทำงานและเลี้ยงดูตนเองได้แล้วก็ตาม แต่เด็กน้อยที่นั่งหลบมุมอยู่ใต้เงามืดภายในจิตใจนั้น ยังคงเรียกหาการยอมรับและพยายามพิสูจน์ตัวเองอยู่เรื่อยไป เบสต์ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ารากฐานโรคของเธออาจจะมาจากเรื่องนี้ก็ได้ แต่มารู้ตอนนี้มันก็สายไปมากแล้วเหลือเกิน

“ผมว่าแม่พี่ก็ดูภูมิใจออกนะ” ภพกล่าวให้กำลังใจตามที่เขารู้สึก แต่เบสต์กลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่หรอก ชมพี่สักคำเขายังไม่เคยเลย” เธอเล่าอดีตตามประสบการณ์ที่ผ่านมา

“ผมว่าเขาภูมิใจแหละ ไม่งั้นไม่เอามาตั้งโชว์แบบนี้หรอก” ภพชี้ให้เบสต์มองเห็นในมุมที่เธอไม่เคยนึกถึงมาก่อน ถึงแม้การกระทำของเด็กหนุ่มจะหุนหันพลันแล่นไปบ้าง แต่มันก็มักจะสร้างเรื่องที่เหลือเชื่อให้เป็นไปได้มานับครั้งไม่ถ้วน…

“ภพกลับไปเถอะ พี่โอเคแล้วไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก” เธอออกปากพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับหัวใจ ด้วยกลัวว่าเรื่องของเธอจะสร้างความลำบากให้เขามากเกินไปกว่านี้ แต่คราวนี้เด็กหนุ่มกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านสักนิด

“โห่ เพิ่งจะได้คุยกันก็ไล่ซะแล้ว” เด็กหนุ่มโอด ในขณะที่หญิงสาวทำได้แค่ก้มหน้า

“ผมอยากอธิบายเรื่องวันนั้นให้พี่เข้าใจนะ พี่ไม่อยากฟังเรื่องทั้งหมดจากปากผมรึไง” เขาบ่นพลาง ค่อยๆ จับมือของหญิงสาวมากุมไว้อย่างอ่อนโยน จนเธอยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

“อืม…ขอโทษนะ” เบสต์กล่าวขอโทษตามความเคยชิน มันเป็นเหมือนระบบอัตโนมัติไปแล้ว

“ขอโทษอีกแล้ว” เด็กหนุ่มไม่ได้ตำหนิอะไร เขาแค่ชี้ให้เธอเห็นสิ่งที่เธอเผลอทำเท่านั้น ภพมีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน จนหญิงสาวรู้สึกเบาใจ

“ที่บอกว่าไม่อยากเจอผมอีกน่ะ โกหกใช่มั้ย”

เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวค่อยๆ พยักหน้าช้าๆ เธออยากจะเชื่อใจเขาอีกสักครั้งหนึ่ง อย่างน้อยการที่เขาตรากตำลำบากมาจนถึงเชียงใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องโกหก

“ผมว่าแล้ว! ผมออกจะหล่อและนิสัยดีขนาดนี้ พี่จะทิ้งผมได้ลงคอได้ไง” เขาโอ้อวดตัวเองอย่างอารมณ์ดี พลอยให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นตามไปด้วย

“งั้นเล่ามาสิ พี่จะฟัง” เบสต์กล่าวเสียงอ่อย เธอกระชับมือที่กุมกันอยู่ให้แน่นขึ้น ไล้นิ้วโป้งนวดไปตามหลังมือของเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า

“เอ้า บอกง่ายๆ ได้ไง พี่ต้องชดใช้ให้ผมก่อน” ภพตอบกลับด้วยท่าทียียวนเหมือนทุกที

“แล้วเธออยากได้อะไรล่ะ”

เด็กหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เขาเดินตรงเข้าหาหญิงสาวจนเจ้าตัวถอยหลังหลบจนชิดกำแพง ร่างสูงวางแขนข้างหนึ่งเหนือศีรษะของเธอ พลางโน้มใบหน้าลงเข้าใกล้ใบหน้าเล็กที่บัดนี้แดงเรื่อ หญิงสาวหลับตาลงด้วยความประหม่า

 

อะแฮ่ม!

เสียงกระแอมทำให้ทั้งสองที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มหยุดชะงัก ก่อนจะรีบถอยตัวออกห่างด้วยความเขินอาย เจตนาของภพคือจะแกล้งเบสต์เฉยๆ แต่เขากลับลืมตัวไปว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสองคนแบบที่ผ่านๆ มา เมื่อมองไปทางต้นเสียงเขาก็ต้องตกใจสุดขีด…

ชายผู้เป็นประมุขของบ้านกำลังยืนกอดอกจ้องมองมายังพวกเขาด้วยสายตาถมึงทึง

 



Don`t copy text!