ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ ตอนที่ 1 : เช้าวันแรกที่ฟุกุโอกะ

ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ ตอนที่ 1 : เช้าวันแรกที่ฟุกุโอกะ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ นิยายอบอุ่นในรูปแบบบทความพิเศษ จาก กฤษณา อโศกสิน ที่จะพาผู้อ่านร่วมเดินทางสู่ฟุกุโอกะ ท่ามกลางความรัก ความผูกพัน และเรื่องราวของครอบครัว อ่านได้ที่ อ่านเอา

ทันทีที่ล้อเครื่องบินการบินไทยเคลื่อนออกจากที่ในเวลาตี 01.30 น. บินราวห้าชั่วโมงเศษจะถึงจังหวัดฟุกุโอกะราว 08.30 น. ของวันใหม่ สมุทรไทได้แต่ระบายลมหายใจอย่างโล่งอก หลังจากช่วยบนฟ้ารัดเข็มขัดที่นั่งคู่กันบนเก้าอี้แถวกลาง มีปู่กับย่านั่งหน้า ปรายนั่งเดี่ยวถัดไปทางขวามือชิดหน้าต่างชั้นธุรกิจ ในฐานะผู้อำนวยการเดินทางไกลในคราวนี้ ทั้งที่บอกกับทุกคนไว้ว่า

“ยังไงๆ ก็ต้องลองดู ถึงปู่จะ 84 ย่า 81 แต่เมืองที่จะไปนี่ไม่ใช่เมืองธุรกิจพลุกพล่านขนาดโตเกียว โอซาก้า แค่เป็นเมืองสนุกค่อนข้างธรรมชาติ อากาศดี มีทะเล มีภูเขาอุดมสมบูรณ์ ก็เลยคิดว่าจะให้มึงมีที่จู๋จี๋ใหม่กับน้องบน หลังจากเหนื่อยเลี้ยงลูกมาสองปี”

ห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีใครได้ไปไหนเลยนอกจากปัน ผู้เดินทางไปกลับประเทศจีนเพราะมีธุรกิจของบริษัทอยู่ที่เซินเจิ้น บางเที่ยวบินอาจออกนอกเส้นทางไปเตร็ดเตร่เมืองอื่นบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนปุญนั้นมักสมัครใจเป็นผู้อยู่โยง “เข้าประชุมกรรมการ” ในฐานะรองผู้อำนวยการใหญ่มากกว่า

สมุทรไทกับบนฟ้าก็ดีใจที่ปรายเป็นตัวตั้งตัวตีหาที่หย่อนใจใหม่ๆ ในญี่ปุ่นแทนการไปกับครูซเหมือนคราวก่อน เพราะแน่ใจว่าจะสะดวกสบายไร้กังวลตามรายละเอียดที่ปรายนำมาปลุกเร้า ข้อดีของทริปนี้คือไม่ต้องทำวีซ่าเชงเก้นเหมือนไปยุโรป ไปญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่า

Fukuoka Airport

อีกอย่าง ชื่อเมือง “ฟุกุโอกะ” ฟังแปลกออกไปจากโตเกียว เกียวโต โอซาก้า หรือแม้แต่ฮอกไกโด ซึ่งปรายก็มีข้อมูลมาคุยให้ฟังก่อนตัดสินใจ

“มึงชักจะคิดถึงน้องน้ำแล้วมั้ง”

พี่ชายคนที่สามของหญิงสาวยื่นหน้าถามเพื่อนที่บัดนี้คือน้องเขยเต็มขั้น หลังจากปีที่ผ่านมาเรื่องราวการต่อสู้กับยาเยียจบสิ้น สมุทรไทได้บรรจุเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสำคัญ สองปีต่อมาแต่งงานกับบนฟ้า น้องสาวคนเดียว ดวงใจของครอบครัว ปีที่สามก็มีลูกชายนามว่า “น้ำฟ้า” น่ารักจนเป็นที่สุดโปรดของทุกคน

ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงต้องหักใจจากลูกอย่างยิ่ง

บนฟ้าขยับผ้าห่มนวมเนื้อนุ่มขึ้นคลุมถึงทรวงอก หลังสมุทรไทช่วยเอนเก้าอี้จนเกือบราบพอให้นอนหลับตาสบาย เครื่องบินโผผินสู่เวหาเรียบร้อยแล้ว เขากุมมือหล่อนไว้เป็นกำลังใจ

ทั้งคู่ไม่เคยจากลูกเลยตลอดสองปี แต่เมื่อถึงคราวก็ต้องจาก เพราะการท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ก็จำเป็นต่อชีวิตไม่แพ้อาหารใจ อาหารกาย โดยเฉพาะคำของปรายที่ว่า “ถ้ามึงหลงน้องน้ำจนเกาะติด ไม่ยอมจากไปไหน ก็เท่ากับมึงเลี้ยงลูกไม่เป็น”

“กูไม่เท่าไหร่ เขาน่ะสิอาการหนัก”

ชายหนุ่มบุ้ยใบ้ไปยังคนข้างกาย

คราวนี้ปรายกลายเป็นหัวหน้าทัวร์เต็มตัว เอนตัวหลับริมหน้าต่างหลังได้เบียร์เย็นกับน้ำเปล่า ส่วนสมุทรไทขอไวน์แดง บนฟ้านอนหลับตานิ่งเพราะอิ่มของว่างจากเลานจ์แล้ว

ในที่สุดเครื่องบินก็ถึงฟุกุโอกะราว 08.30 น. ทุกคนตื่นก่อนหน้า ไปห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย เดินแถวออกจากเครื่อง มีรถเข็นสองคันที่ปรายจองไว้จอดรอปู่กับย่า จากนั้นผ่านศุลกากร รับกระเป๋าจากสายพาน แล้วพบคนขับรถของโรงแรมเก่าแก่กลางเมืองที่จองไว้ พาไปลงทะเบียนเข้าพัก

โรงแรมโอ่โถงสุขสบาย ปรายจองห้องใหญ่สองห้องเปิดถึงกันได้ และจ่ายค่าเช็กอินก่อนเวลาไว้ล่วงหน้า ปู่กับย่านอนห้องเดียว มีเตียงเสริมสำหรับหลานคนที่สาม อีกห้องเป็นของสามีภรรยาที่แต่งงานมาแล้วสามปี

“รักกันจี๋ หวานกันเจี๊ยบละมึงน่ะ”

ปรายกระซิบก่อนปิดประตู

“รับรองกูไม่เคาะสุ่มสี่สุ่มห้า”

บนฟ้าปรายตานิดหนึ่ง สมุทรไทดึงหล่อนเข้ากอด

“เที่ยวให้สนุก จะได้หอบหน้าตาสดชื่นไปฝากลูก”

ไม่นานทั้งสามออกไปสำรวจถนน ปล่อยให้ปู่ย่านอนพัก พบตลาดทั้งบนดินและใต้ดิน ร้านอาหารสารพัด ปรายจองร้านหนึ่งไว้สำหรับมื้อบ่ายที่คาดว่าปู่ย่าจะตื่นพอดี

ร้านนั้นคนแน่น แต่อร่อยมาก

ทั้งห้านั่งล้อมโต๊ะยาว มีตะแกรงบนเตาไฟฟ้า จานเนื้อริบอายลายหินอ่อน เนื้อสันนอก ของแกล้มและน้ำจิ้มเรียงราย บริกรหนุ่มย่างให้เสิร์ฟถึงจาน ปู่กับย่ากินได้กินเอาจนอิ่มมื้อบ่ายควบเย็น

กลับถึงห้อง บ่ายแก่ๆ สมุทรไทกับปรายเปิดไวน์ที่ซื้อติดกระเป๋า

“อิ่มไหม อร่อยไหมคะย่า”

บนฟ้าคล้องแขนย่า สมุทรไทขนาบอีกข้าง ปรายคล้องแขนปู่

“อร่อยมากเลยลูก เนื้อเขาดี๊ดีนะ”

ประตูเลื่อนถูกเปิดกว้าง รับอากาศเย็นฉ่ำ หลานหนุ่มสาวถือแก้วไวน์ ปู่ย่าถือแก้วน้ำ

“ปู่ย่าไม่ดูแก่เลยนะคะ”

บนฟ้าชูแก้วกระทบเบาๆ

“แต่ปู่ไม่ยอมจิบไวน์”

“คอยดูละกัน วันนี้เพิ่งมาถึง ต้องตั้งหลักก่อน พรุ่งนี้น้องบนคงจะสงสัยมั่งละ”

ชายวัยแปดสิบสี่พยักเพยิดเชิงท้าทาย

“ปู่เราเคยแพ้ใครเหรอจ๊ะ”

ย่าสมัครเป็นกองเชียร์ตลอดมา

 

Don`t copy text!