ภูษาแห่งราชา บทนำ :  ชุดมังกรในห้องลับ

ภูษาแห่งราชา บทนำ : ชุดมังกรในห้องลับ

โดย : นาคเหรา

ภูษาแห่งราชา นวนิยายเรื่องล่าสุดจาก นาคเหรา ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ของพระราชาแห่งแดนโสม นิยายออนไลน์ ครบรส ที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์

………………………………………………….

 

โซล เขตจุงโน ปี 1963

ห้างชินมยองจู

 

วันนี้ทำไมท้องฟ้าถึงมืดจังเลยนะ

ฉันกะพริบตามองท้องฟ้าที่มืดสนิทราวกับว่ามีใครมาห่มผ้าสีดำไว้ ชีวิตของฉันผ่านโลกมานานพอควรแล้วรึนี่ ทำไมในเวลามองท้องฟ้า ที่ครั้งหนึ่งตัวฉันเคยมองว่ามันงดงามนัก แต่กลับดูไม่งดงามเหมือนเดิมเลย เรื่องราวที่ผ่านมามันทำให้ชีวิตของฉันได้ตระหนักหมดสิ้นแล้ว ทุกสิ่งอย่างทั้งความสุขและความเศร้า

เสียงฝีเท้าดังมาในความมืด ฉันได้แต่หรี่ตามองคนที่กำลังจะเดินใกล้เข้ามา จากเงาเลือนรางแจ่มชัดขึ้นตามลำดับ กลิ่นหอมจางๆ ลอยเข้ามาด้วย  

“คุณย่าครับ ดีใจจังที่คุณย่ากลับมาที่บ้านเราได้ วันนี้ผมมีสอบ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยครับ แต่พี่ใหญ่ก็บอกว่า คุณย่ากลับมาแล้ว”

ฉันหันไปมองที่มาของเสียง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในชุดฮันบกที่ตัดด้วยผ้าฝ้ายสีดำสนิท ฉันเป็นคนเย็บเสื้อตัวนี้เอง ข้างในฉันก็เอาผ้าขนสัตว์บุอีกที เพราะกลัวคนใส่จะหนาวหรือจับไข้เป็นหวัดไป นี่เป็นเสื้อตัวแรกที่ฉันยอมเอาผ้าที่นำเข้าจากเมืองฝรั่งมาเย็บด้วย แต่รูปแบบของชุดฮันบก ฉันยังใช้แบบเดิมเพียงแต่เน้นให้เข้ากับรูปร่างคนใส่มากที่สุด

ตอนนี้ปี 1963 เป็นปีที่ฉันถดถอยในกำลังเสียเหลือเกิน นี่ขนาดปรือตามองคนที่มาก็ดูจะยากนัก ต่อไปฉันจะทำอะไรให้ใครได้อีก  เขาเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้มั่น ในตอนนั้นใบหน้าของเขาถึงชัดเจนตามลำดับ

“ท่านพี่…”

“ไม่ใช่ครับ ผมแจยอล คิมแจยอล หลานของคุณย่าไง”

“เหมือน…”

“ครับ คุณย่าว่าผมเหมือนคุณปู่ แถมเวลายิ้มก็เหมือนกัน ดีนะที่ผมเหมือนคุณปู่ ถ้าเหมือนคุณพ่อคงแย่ เพราะถ้าเหมือนพ่อผมคงได้ดีเอ็นเอหัวล้านและขี้บ่นมาเต็มๆ”

แจยอลพูดติดตลกก่อนจะนั่งลงใกล้ๆ เก้าอี้ใกล้เตียง ฉันหันมองเขาพลางยิ้มกว้าง เด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งเหมือนใต้เท้าคิมสามีของฉัน หน้าตาคิ้วคางถอดแบบออกมาราวกับคนๆ เดียวกัน เหมือนแม้กระทั่งน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มรื่นหู เหมือนแม้กระทั่งก้าวย่างเวลาเดิน แจยอลเป็นตัวแทนของความรักที่หายไปนานนับสิบปีของฉัน นับตั้งแต่ท่านพี่ได้ตายจากไป

นี่ชีวิตของฉันห่างหายความสุขมานานเท่าใดนะ ตอนนี้มีเรื่องมากมายที่ฉันอยากพูดกับแจยอล แต่ฉันก็พูดไม่ออก มือของฉันชี้ไปที่ตู้ไม้ทรงโบราณ แจยอลยิ้มน้อยๆ เหมือนกับจะรู้ว่าฉันต้องการอะไร

“พรุ่งนี้ค่อยดูก็ได้นี่ครับ วันนี้ดึกมากแล้วเห็นไหม ดาวเต็มฟ้าเลย คุณย่านอนเถิดนะครับ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาใหม่ๆ ควรจะพักผ่อนให้มากๆ ตอนนี้ผมก็สอบเสร็จแล้วนะ ต่อไปจะมาอยู่กับคุณย่าทุกวันเลย ”

“ฉลองพระองค์…”

ฉันเอ่ยได้เท่านั้นทั้งๆที่อยากพูดอะไรไปให้มากกว่านี้ แต่ทว่าลมหายใจกลับติดขัดราวกับมีอะไรกดทับอยู่กลางอก หรือน้ำตาที่ฉันร้องไห้จนตกใน มันจะจับตัวกันเป็นก้อนหิน จนฉันไม่สามารถที่พูดอะไรออกไปได้ แจยอลถอนหายใจน้อยๆ เหมือนกับจะยอมแพ้ในส่งที่ฉันขอ เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดไฟก่อนจะเลื่อนตู้ลายนกกระเรียนออก พอประตูไม้ปรากฏขึ้น ฉันก็พยายามลุกขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นฉันแทบจะลงจากเตียงเองไม่ได้ด้วยซ้ำ

“คุณย่า ระวังนะครับ เดี๋ยวผมเปิดไฟก่อน”

แจยอลพูดก่อนที่จะวิ่งมาหาฉัน เขาช้อนร่างฉันให้ลอยสูงขึ้นจากเตียง พาเดินไปยังห้องที่เป็นความลับของเราทั้งสอง หนึ่งปีก่อนที่จะฉันเจ็บหนัก ฉันตัดสินใจพูดเรื่องราวบางอย่างให้หลานคนนี้ฟัง หลานคนที่สมควรสืบทอดมรดกอันล้ำค่าที่ฉันมี…

นั่นคือความรู้การตัดเย็บชุดของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์โชซอน

เขาพาฉันก้าวเข้ามาในห้อง ในห้องนี้มีตู้กระจกสามตู้ ที่แขวนชุดฉลองพระองค์ไว้ในนั้น หัวใจของฉันเต้นแรงและสั่นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆ ที่ชุดทั้งสามชุดนี้ฉันเคยเห็นมานานหลายสิบปีแล้ว และชุดทั้งสามนี้องค์พระจักรพรรดิก็เป็นผู้พระราชทานให้ฉันอีกเช่นกัน

“ช่างภูษาของข้า เจ้าสมควรที่ได้รักษาสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นมาเอง วันนี้ข้าอาจจะไม่ต้องสวมใส่ชุดแบบโบราณอีกแล้ว แต่สิ่งที่มาแต่โบราณนั้น ข้ายังอยากให้มันคงอยู่ ขอให้ชุดที่เจ้าสร้างและความรู้ที่เจ้ามีอย่าได้ตายไปจากแผ่นดินโชซอนเลย”

สุรเสียงนั้นเหมือนดังอยู่ใกล้หู ในตอนนั้นฉันรู้สึกอิ่มเอมและสับสนนัก กลัวว่าตัวเองจะสามารถรักษาสิ่งที่มีค่าขนาดนี้ได้ไหม แต่มือสองข้างก็ยื่นของไปยังเบื้องหน้าเพราะรับกล่องใส่ฉลองพระองค์ของพระราชาเอามาไว้แนบอก   

“มยอนบก..ฮงรยองโพ่..ฮวางรยองโพ่ ..ภูษาแห่งราชา” ดวงตาของฉันจับจ้องไปที่ชุดที่ตอนนี้ถูกแขวนไว้ในตู้กระจก แสงจากหลอดไฟส่องกระทบเส้นไหมสีทองที่ปักเป็นรูปมังกรวาววับงดงามหาใดเหมือน ฉลองพระองค์ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนพระวรกายของผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน มาบัดนี้กลับต้องมาอยู่ในห้องลับหลบหลีกสายตาผู้คนมากมาย เพราะฉันต้องการให้ชุดทั้งสามนี้กลายเป็นสมบัติของแผ่นดินอย่างแท้จริง

“และเวลานั้นก็ได้มาถึงแล้ว…”

“คุณย่าครับ ผมติดต่อพิพิธภัณฑ์แล้วนะครับ ชุดนี้ควรจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์ อีกสองอาทิตย์เจ้าหน้าที่เขาจะมาขนย้ายชุดนี้ไปครับ”

ฉันยิ้มพยักหน้าให้แจยอล ยอมรับว่าฉันต้องทำใจอยู่นาน เพราะเกือบตลอดชีวิต ฉันเอาแต่เก็บรักษาฉลองทั้งสามชุดนี้ไว้ เพียงเพราะว่าแจยอลยังตัดเย็บฉลองพระองค์ได้ไม่ดีพอ แต่วันนี้เขาสามารถทำได้ดี จากความรู้และฝีมือที่ฉันมีแปดถึงสิบส่วน ตอนนี้ก็สมควรแล้วที่ฉลองพระองค์สูงค่าจะต้องกลายเป็นสมบัติของชาวเกาหลีทุกคน สมบัติชาติของเรา ฉันบอกกับเขาให้วางร่างของฉันลงที่พื้นไม้ ในแววตานั้นของหลานชายไม่เห็นด้วยนักหรอก ที่ฉันต้องการแบบนี้ แต่ก็ยอมตามใจฉันทุกครั้งที่ฉันขอร้อง

“ห้องนี้พื้นเย็นนะครับ ผมกลัวว่าคุณย่าจะไม่สบาย”

“วางย่าลงเถิด ต่อให้พื้นเย็นกว่านี้ ย่าก็ทนได้”

แจยอลมองฉันแบบอ่อนใจ แต่เขาก็ไม่กล้าขัดใจได้แต่ทำตามคำสั่งที่ฉันบอก  

ฉันนั่งลงที่พื้น ก่อนจะพยายามนั่งลงในท่าคุกเข่า นั่งท่าที่ฉันคุ้นเคยมาตั้งแต่เล็ก ในตอนนี้ทีเพื่อนสนิทที่ฉันมีไม่ว่าจะเป็นซูมีและซอนกี ทั้งนายหญิงออมคนที่เมตตาสั่งสอนฉัน ก็ได้เดินทางไปยังดินแดนแห่งความสุขแล้ว ยังคงเหลือแค่ฉันที่ต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จ

แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ…ใกล้แล้ว

วันเวลาได้ผ่านไปนานมากแล้ว และนานเกินพอที่จะต้องละทิ้งบางอย่างไว้เพื่อเดินทางไปตามทางสายนั้นอีกเหมือนกัน ภาพในความทรงจำในวัยเด็กจนถึงวัยสาว วันแรกที่ฉันก้าวเข้ามาในวังหลวง ด้วยความหวังว่าจะต้องกลายเป็นช่างภูษาที่เย็บปักฉลองพระองค์ของเชื้อพระวงศ์ให้งดงามได้ ฉันในวัยอ่อนเดียงสาหอบห่อผ้ามาใบเดียว ใช้มือสองข้างและสายตาพยายามเย็บปักอาภรณ์ลวดลายต่างๆ  

ฉันเพิ่งรู้ตัวว่ามือของตัวเองช่างดูหยาบกร้านเหมือนหนังวัว ก็ตอนที่ท่านพี่กอบกุมมันไว้ ในตอนนั้นฉันรู้สึกอายมาก แต่อย่างน้อยที่สุดท่านพี่ก็ไม่ยอมปล่อยมือฉันเลย ตลอดทางสายแห่งชีวิตที่ยาวนานจนบั้นปลายชีวิตของฉันมีท่านพี่เคียงข้างตลอดเวลา

และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ช่างภูษาตัวเล็กๆ ภาคภูมิใจมากก็คือ วันที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนปักลายมังกรบนฉลองพระองค์ชุดสีทอง ในวันนั้นพระจักรพรรดิทรงตรัสชม ก่อนจะพระราชทานฉลองพระองค์สีแดงชุดเก่าให้ฉันเป็นผู้เก็บรักษา พระองค์ท่านทรงกุมมือฉันไว้พลางตรัสว่า

มือคู่นี้ของฉันหยาบกร้าน แต่ก็มีความภักดี มือที่ใครต่อใครมองว่าต้อยต่ำ แม้เป็นช่างภูษาแต่ก็รังสรรค์ฉลองพระองค์สูงค่าออกมามากมายนัก ฉันจะไม่ลืมสายพระเนตรของจักรพรรดิผู้เมตตา แต่น่าสงสารที่สุดพระองค์นี้ ตราบจนวันที่เกาหลีต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

หนึ่งภูษาของพระราชา ต้องถูกละทิ้งไว้เพื่อรักษาแผ่นดิน

“ พเยฮา…”

ฉันก้มลงจนหัวจดพื้นเรือน ปล่อยน้ำตาให้ไหลเอ่อท้นหน่วยตา นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้ทำหน้าที่ดูแลรักษาฉลองพระองค์สูงค่าของพระจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของโชซอนประเทศเรา ต่อไปฉลองพระองค์ทั้งสามชุดนี้จะกลายเป็นสมบัติให้ลูกหลานของชาวเกาหลี เอกลักษณ์แห่งอาภรณ์ที่กษัตริย์ได้สวมใส่ ไม่ว่าในยุคสมัยใด มิใช่ต้องสง่างามน่าเกรงขาม จนคนทั่วไปยกย่อง สองพระอังสาที่แบกรับมิใช่แค่ลายมังกรที่เป็นสัญลักษณ์แห่งกษัตริย์เท่านั้น แต่ประชาชนทั้งประเทศพระองค์ก็ต้องแบกรับไปด้วย เพราะฉะนั้นภูษาแห่งราชาจึงมีค่าสูงส่งหาใช่แต่เป็นเพียงแค่อาภรณ์แห่งกษัตริย์

ฉันหลับตาลง ทั้งๆ ที่น้ำตายังไหลอยู่ ในวันนี้..คำว่าราชาของประเทศล้วนห่างไกลเป็นได้แค่ความฝัน พระจักรพรรดิมิอาจรักษาราชบัลลังก์เอาไว้ได้ เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนไปทุกๆ วัน แต่ฉันกลับต้องกำความเจ็บปวดของการสูญเสียทุกๆ อย่าง เฝ้าดูคนที่รักจากไปทีละคน จนเหลือแค่ฉันคนเดียวในโลกใบนี้

ฉันนั่งอยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ขาของฉันเริ่มเป็นเหน็บเพราะความร่วงโรยของสังขาร การได้ก้มลงเพื่อถวายคำนับฉลองพระองค์ก็เป็นสิ่งที่ฉันทำมาตลอดชีวิต เราทุกคนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นช่างภูษาของพระราชา ทั้งชีวิตเย็บปักเสื้อผ้าของพระองค์และเชื้อพระวงศ์มากมาย เรามีหน้าที่สืบทอดทุกลายปักที่เป็นเอกลักษณ์ของโชซอนหรือเกาหลี ตราบจนชีวิตจะหาไม่

“อันตัวข้า ยูฮวารยอง ของปฏิญาณตนว่า จะสืบสานลายปักบนอณูทุกเนื้อผ้า บอกให้ชนรุ่นหลังได้รู้ถึงอาภรณ์อันวิจิตร นับตั้งแต่วันนี้ไปชีวิตของข้า ขออุทิศตนและหัวใจเพื่อถักทอภูษาแห่งราชา

ทันใดนั้นเหมือนกับบรรยากาศเปลี่ยนไป จากพื้นเย็นๆ ฉันรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น จมูกก็ได้กลิ่นหอมของน้ำมันสนจางๆ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนเดินเข้ามาใกล้ฉันทุกขณะ และฉันต้องแปลกใจสุดขีดที่มือสองข้างกลับไม่เหมือนมือของหญิงชราวัยแปดสิบเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ชุดก็ไม่ได้ใส่เสื้อน้ำตาลหม่น กลับกลายเป็นชุดนางกำนัลถวายงานประจำที่ซูบัง

และเมื่อพอเงยหน้าขึ้นมา กลิ่นหอมเครื่องอบพระภูษากลับลอยเข้ามาในจมูกอัดแน่นอยู่ในทุกช่วงของลมหายใจ เสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่นั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ ในตอนนั้น จากเงาๆ ก็พลันชัดเจนขึ้นตามลำดับ สุรเสียงที่ดังต่อจากนี้กลับทำให้ฉันมิอาจจะกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้นออมาได้

“เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก ยูฮวารยอง..ถึงเวลาที่เจ้าต้องพักผ่อนแล้ว”

Don`t copy text!