
บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 64 : เกินควบคุม
โดย : ปราณประมูล
บุษบาลุยไฟ โดย ปราณประมูล เรื่องราวของ ลำจวน หญิงสาวผู้ต่อสู้กับค่านิยมทางสังคมในยุค ร.3 เธอลุกขึ้นทำสิ่งที่คนในห่วงเวลานั้นไม่ทำกัน หนทางจึงไม่ได้ราบรื่น หากเต็มไปด้วยอุปสรรคและถ้าไม่ใช่เพราะแรงรักแรงใจที่หนุ่มจีนคนนั้น คงยากที่บุษบาดอกนี้จะไปสู่จุดหมาย ‘บุษบาลุยไฟ’ นวนิยายเรื่องเยี่ยมที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์
เมื่อลง ‘ เอย ’ แล้ว ท่านภู่ก็หันมา ผายมือไปทางเรือคุณพุ่ม
พลัน เรือลำนั้น ก็หมุนเลื่อน เคลื่อนตัวเป็นแนวขนานบ้าง
สตรีที่อยู่ข้างหลัง จึงกลับกลายเป็นนั่งข้างเคียงกับคุณพุ่ม แสงโคมทุกดวง ไขสว่างขึ้นพร้อมกันเมื่อหญิงสาวกราบถวายบังคมและเงยขึ้น
เสียงทุกคนก็หายใจเฮือก พร้อมกับขยับตัว ชะเง้อจ้องมองเธอให้ถนัดตา
แม้แต่บรรดาผู้ร่วมเล่นสักวาด้วยกัน ยังถึงกับชะโงกมาดูหน้าหญิงสาว
นายสุ่นผงะ จ้องตะลึง
แม่จำปายกมือทาบ-อก สังหรณ์ใจวูบ
ขณะที่เนตรขมวดคิ้ว
เจ้าคุณอินทราชงัก หันไปมองหน้านพ ที่หันมาพร้อมกัน
ส่วนฮุนนั้นนิ่งงัน ยืนทื่อ
ต่างจากพวกเพื่อนหนุ่มจากกรมพระคลังมหาสมบัติ ที่สะกิดกันฮือฮา
“ เฮ้ยๆๆ ใครวะ? ”
“ โอ๊ยๆ ตายๆๆ นางฟ้าหรือนี่! ”
สตรีในเครื่องละครในร่างอรชรผู้นั้น พอกหน้าขาวเนียนเรียบเรืองแสงดุจรูปปั้นกระเบื้องเคลือบของญี่ปุ่น คิ้วโก่งเหมือนภาพนางฟ้าบนผนังอุโบสถ ปากแดง กระจุ๋มกระจิ๋ม สีหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์ความรู้สึก งามขลังพิศดารราวหุ่นกระบอกตัวน้อยที่ไร้ชีวิต ในแสงมลังเมลือง
สักวาลาแล้วไม่ลาลับ ลาแล้วก็จะกลับมาเล่นใหม่
เสียงของหญิงสาวนั้นแหลมสูง คมชัด ลอยหลอนประหลาดดุจเสียงจากชาติภพอื่น
เธอเล่นกลอนสักวาบาทที่หนึ่ง เริ่มเพลงสั่งลา ทิ้งสายตาไปทางแพที่ประทับ
ท่านั่งหลังผึ่งผายและดวงตาดุจลูกแก้วแววแสง ทำให้ความงามของเธอมิใช่ของเล่น ทว่าเป็นดุจตัวแทนของอำนาจศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง ที่ชวนให้ยำเกรง
แม้แต่คุณพุ่ม ยังรู้สึกเกินกำลังจะควบคุมเสียแล้ว ได้แต่ตกตะลึง ขนลุกเกรียว
เจ้าช่อขจร ขอกลับไปนอนก่อนหนาเอย
เธอหันไป สบตา ก้มหัวให้คนดนตรี ขณะบอกบทสร้อยสำหรับลูกคู่ร้องรับหมู่ ดุจย้ำคำขอร้องแกมบังคับกำกับรายการเสียเอง
พวกคนร้องตื่นตัว รีบจดคำร้องสำหรับทำนองล้อในบทลารวดเร็ว
พระองค์เจ้าชายทินกรสรวลให้ และยกหัตถ์รับ เมื่อเธอหันมาก้มพนมไหว้ขอประทานความเมตตา
กลับไปลับคารมให้คมไว้ กลับมากรีดหัวใจในอีกครั้ง
กลอนสักวาบาทที่สอง เธอมองส่ง ถวาย และมอบแด่ผู้ร่วมเล่นทุกพระองค์ ทุกท่าน ในเรือที่จอดเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่นั้น
เจ้าช่อราตรี คืนนี้ขอลาไปก่อนเอย
เธอหันไปบอกท่อนสร้อยช่วงต่อมา กำกับแก่คนร้องและคนดนตรีอีกครั้ง
ที่เคยช่วงชิงทิ้งให้หมด ที่เคยคดขุ่นเคืองแค้นคั่ง
กลอนสักวาบาทที่สาม เธอหันไป โปรยยิ้มไปบนท่าที่นั่งชมสำหรับเหล่าข้าราชการ
เจ้าคุณอินทราเย็นซู่ทั่วร่าง ราวได้รับการบอกอโหสิจากดวงวิญญาณสักดวง
เจ้าช่อจำปา วันพระหน้า จะมาพบเอย
หญิงสาวสั่งความท่อนสร้อยแก่เหล่าคนร้องลูกคู่อีกครา คำ..ช่อจำปา..นั้น อ่อนหวานเป็นพิเศษนัก
แม่จำปาน้ำตาไหลปะทุห้ามไม่ได้ ขณะที่นายสุ่นจุกที่ลำคอ
สายตาและท่าทางของสตรีที่บอกสักวานั้น เขามองเห็นตัวเองในเวลาออกคำสั่ง บังคับอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด แก่คนดนตรีในคณะละครนายสุ่น ไม่ผิดเพี้ยน
ทุกสิ่งปล่อยวางไว้ข้างหลัง หากสักวายังประชันเอย
สักวาบาทสุดท้าย วรรคลงเอย สาวนักกลอนรูปหุ่นกระบอกผิวกระเบื้องเคลือบ มองกว้าง ส่งไปสู่เหล่าราษฎรในเรือ และบนฝั่งสูง
และบทร้องท่อนสร้อยรับบาทสุดท้าย เธอมองกลับมา ให้เหล่าคนร้องลูกคู่ ทำให้คนร้องทุกคน รู้สึกเหมือนถูกมอบหมาย ให้ต้องร้องอย่างทรงพลังที่สุด เพราะเป็นการประกาศคำมั่นสัญญา
เจ้าช่อจำปี วันพระไม่มีหนเดียวเอย
พระองค์เจ้าชายทินกรสรวลกว้างเต็มพักตร์ ด้วยทรงสนุกสนานเหลือเกิน เมื่อทรงสั่งทำนองเพลง
“ ลาวสมเด็จ ”
ในแสงโคมสว่างนั้น สายตาคมเฉียบขาดของฮุน มองละเอียดทะลุทะลวงผ่านสะไบที่คลุมทับเสื้ออย่างนางละครที่รัดรูปทรง เห็นความโค้งเว้าของทรวงอกที่สะท้อนตามการเข้าออกของลมหายใจชัดเจน
หน้าหนุ่มจีนพลันเครียดขึ้ง
เขาจำทุกการหายใจเข้าออกของเธอได้
ขณะที่พวกเพื่อนที่ทำงานของนายเฉก เหมือนต้องมนตร์ เพ้อกันไปหมด
“ ใครวะ? ”
“ ยังกะหยาดฟ้ามาแต่กระยาหงัน ”
“ บุษบาตัวจริงมาประทับทรง..”
“ สตรีงามเช่นนี้..ว่ากลอนได้เองเช่นนี้จริงรือ? ”
คนร้องร้องส่งตามวิธีบอกสักวาของเธอ โดยเหล่าคนร้องหญิงเป็นผู้ร้องคำกลอนสักวา และเหล่าคนร้องชาย ร้องรับส่วนคำร้องสร้อยเป็นลูกคู่สลับกันไป ทำให้เพลงลานั้น ทั้งสนุกคึกคัก เศร้า และมีพลังท้าทาย
เจ้าคุณอินทราใจเต้นระทึกอย่างหาเหตุผลไม่ได้
นายสุ่นน้ำตาไหล คิดไปว่าตัวเองเพ้อไปเองด้วยความคิดถึง
แม่จำปาตกอยู่ในภวังค์ จริงหรือฝันก็หาแยกแยะได้ไม่ เนตรกำหมัดแน่น ส่วนนพ..สังหรณ์ร้อนรุ่มไปทั้งตัว
การแสดงสักวาจบลง เรือทั้งหมดกลับเป็นระนาบเรียง หัวเรืออยู่หน้าตามตำแหน่งเดิมทั้งหมด พร้อมกับไฟโคมตะเกียงที่หรี่ลงก่อนจะดับวูบ ทำให้เรือสักวาทุกลำถูกความมืดบดบังจากคลองสายตา เหลือเพียงท้องน้ำมืดมิด ราวถูกเสกให้หายวับไปกับตา น่าอัศจรรย์
ฮุนถอยออกมาจากหมู่ผู้คน ด้วยอกใจร้าวรอนแทบสลาย
โอ้ ลำจวน ลำจวน ที่ไม่ยอมรับความจริง ไม่ยอมเผยตัวตนกับชายที่เธอรู้อยู่แก่ใจ ว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุด เป็นบุรุษที่ปลอดภัยที่สุด นึกอย่างไร จึงกล้าท้าทาย ล่อเป้าจากทุกหมู่มารที่มาประชุมกันในงานใหญ่ใจกลางเมืองเช่นนี้
นางจำปาขอให้เรือเข้าเทียบท่า แล้ววิ่งเบียดแทรกผู้คนไปบนฝั่งไม่คิดชีวิต
เธอวิ่งไปชนกำแพงตำรวจวัง ที่กำลังกางแขน กั้นฉนวน ไม่ให้ชาวบ้านสามัญชนผ่านเข้ามาในเขตของเจ้านายหลังแพพระที่นั่ง
“ เข้าไปไม่ได้หนา เข้าไปไม่ได้ ”
ตำรวจผลักดันฝูงชนที่มารุมออกันแน่นหนา มุงดูพวกแสดงสักวาที่กำลังทยอยขึ้นจากเรือ เพื่อจะเข้าเฝ้าในหลวง
จำปาหยุดชะแง้เห็นสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศอิศเรศรังสรรค์เสด็จนำไป ตามด้วยพระองค์เจ้าชายทินกร กรมหมื่นวงศาสนิท ตามด้วยคนสามัญ คือหลวงสิทธิ์ฯ นายมี พากันไปที่สะพานทางเดินเชื่อมไปขึ้นหลังแพที่ประทับ
ท่านอาลักษณ์ภู่เดินเคียงมากับคุณพุ่มรั้งท้ายมา พลางกระซิบกระซาบกันจริงจัง ท่านอาลักษณ์พยายามถามบางเรื่อง ขณะที่คุณพุ่มบ่ายเบี่ยง ส่ายหน้า ยืนกรานปฏิเสธ
“ คุณเจ้าขา..คุณ..คุณพุ่ม ”
แม่จำปาร้องเรียก
คุณพุ่มหันมามอง เห็นสตรีที่เกล้ามวยและแต่งกายอย่างลาว ดวงหน้าละม้ายคล้ายคุ้น
“ คุณพุ่มเจ้าขา..นาง..บุษบา นาง..สาวน้อยหน้าขาวผู้นั้นล่ะเจ้าคะ ”
เธอผู้นั้นลนลานถาม
“ อ๋อ..หล่อนกลับไปแล้วจ้ะ ”
สตรีผู้มีบารมีตอบอ่อนโยน
“ กลับไปแล้ว..กลับไปที่ใดเจ้าคะ? ”
“ ลงเรือกลับเมืองเก่าแล้วจ้ะ ”
คุณพุ่มยิ้ม
“ เธอชื่อเสียงเรียงนามใดคะ? ”
“ บุษบาอย่างไร ฉันมะเดหวี หล่อนผู้นั้น คือบุษบา ”
จำปาลืมตัว จ้องหน้าคุณพุ่มอย่างเคืองขัด
“ คุณพุ่มต้องไปเข้าเฝ้าแล้วจ้ะ ”
ท่านอาลักษณ์เก่าเข้ามาขวางกลาง ช่วยตัดบท
“ ไปก่อนนะจ๊ะแม่..”
แม่จำปาวิ่งแซงไปดักท่าน ไหว้พนมมือ อ้อนวอนถามราวกับสะอื้น
“ ท่านอาลักษณ์ภู่.. บุษบาหน้าขาวผู้นั้น คือใครเจ้าคะ? ”
“ บุษบา..ก็เป็นบุษบา..นั่นแหลจ้ะ ”
ท่านเฉไฉ
“ เคยมีคนเป็นสหายบุตรชายท่าน ที่ไปว่าสักวา..แลฟ้อนรำแคน..ที่บ้านช่างเขียนคงแป๊ะ เป็นชาย..แต่มีหน้าตาละม้ายคล้ายบุษบาผู้นี้ใช่รือไม่เจ้าคะ
แม่จำปาพรั่งพรูความในใจที่เก็บอัดในอกมานาน
ท่านภู่เอง ที่เป็นฝ่ายผงะ สะดุ้ง เพิ่งนึกได้
“เออ จริงด้วย! ”
ท่านหันขวับ มองหน้าคุณพุ่มอย่างมีชัย ปรบมือขึ้นฉาด
“ ว่าแล้ว ว่าฉันเหมือนเคยเห็นหน้าแม่บุษบาน้อยผู้นี้มาก่อน..จริงด้วยซี..ใช่แล้ว! ”
คุณพุ่มตีสีหน้าตึง เอาความเคืองเข้ากลบ
“ ใช่อันใด ไม่ใช่อันใด ท่านอย่าพูดจาผิดๆถูกๆเช่นนี้ ผู้คนจะลือกันไปใหญ่ ”
อาลักษณ์ภู่หันมองหน้าแม่จำปาเต็มตา แล้วตัดสินใจ เอาตัวบังคุณพุ่ม พาเธอเดินหนีหญิงลาวนั้นไป
“ เจ้าเฉก..ใช่แล้ว เจ้าเฉกหลานคุณ..กับแม่นางละครสาวผู้นี้..”
ท่านกระซิบ
“ ไม่ใช่..เด็กสาวผู้นี้คือบุษบา ”
“ เช่นนั้น..เจ้าเฉก..ก็คงเป็นอุณากรรณกระมัง ”
ท่านอาลักษณ์ขยี้
“ ท่านอาลักษณ์เข้าไปได้แล้ว รีบไปเข้าเฝ้า ”
คุณพุ่มดุ
“ คุณเข้าไปเถิด ผมคงไม่เฝ้า หลบไปเพลานี้ท่าจะดี ”
อาลักษณ์แยกตัวออกไปอีกด้าน
“ เฝ้าก็เฝ้าเถิด ท่านไม่ทรงทำอันใดดอก ”
คุณพุ่มใช้ปลายนิ้ว คีบชายเสื้ออีกฝ่ายไว้
“ ไม่ดีกว่า ทูลหม่อมฟ้าน้อยท่านมีคำแก้ตัวให้ผมได้ เท่าๆกับที่คุณมีให้เจ้าอุณากรรณเหมือนกัน ”
ท่านภู่ไม่วายใช้โวหารเสียดสี ผลุบแหวกพวกตำรวจวังออก รีบเบียดแทรกคนหายไปกับตา
ที่ตรอกมืดหลังวังท่าพระ นายหมายวิ่งคุ้มกันร่างเล็กที่มีผ้าผืนใหญ่พิเศษคลุมหัว ที่เขาไปรับลงมาทันทีที่เรือคุณพุ่มเข้าเทียบจอด พาวิ่งมุดๆ ฝ่าผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา
ไม่มีใครสนใจนายหมายกับใครไม่รู้ ในแสงที่ไม่สว่างนัก มีแต่ไฟโคมบนเสาหลังวังท่าพระที่ตามไฟห่างๆ
“ ทางนี้ขอรับ คุณหนูสายหยุด ”
นายหมายนำบุคคลนั้นเข้ามาในซอกตึกที่มีพุ่มไม้ขึ้นรก
“ คุณสายหยุด หยุดกลิ่นฟุ้งยามสายได้แล้วขอรับ ”
ลำจวนหยุดชะงัก เอาผ้าลง มองหน้านายหมาย
นายหมายเอาไถ้ที่สะพายมา เปิดหยิบเสื้อผู้ชาย ผ้ารัดอกและผ้าโจงออกมา
“ นี่ครับ เสื้อผ้าคุณเฉก ”
ลำจวนอ้าปากค้าง
“ พี่หมายรู้..
ลำจวนดึงเครื่องประดับศรีษะ ถนิมพิมพาภรณ์ส่งให้นายหมายเก็บแทน
นายหมายหยิบขวดของเหลวบางอย่างยื่นให้
“ นี่น้ำมันมะพร้าว ใช้ล้างแป้งแลสีสันบนหน้าคุณได้ ”
“ ตั้งแต่เมื่อไร? ”
ลำจวนถาม เร่งมือล้างหน้าว่องไว
“ แหม้..ก็..ตั้งแต่แรกๆที่คุณมานั่นแหล..”
นายหมายกางผ้าผืนใหญ่นั้น กั้นลำจวนไว้ในตรอก ตัวเองยืนหันออกด้านนอก มองไปที่ผู้คนเดินผ่าน
ลำจวนพันอกแน่น สวมเสื้อนายเฉกทับ นุ่งโจงใช้เท้าตวัดช่วยส่งหางกระเบนขึ้น แล้วเอามือคว้ารับมาเหน็บชายด้านหลังว่องไวสมเป็นคนละครนอกที่แต่งตัวกันหลังม่านเร็วเป็นจักรผัน
“ ตอนที่เราไปดูศพ..ลูกสาวนายสุ่น..ที่ลอยน้ำมา..ผมก็รู้แล้ว ”
ลำจวนลอดผ้าขาวม้ากั้นออกมา ใส่โจงเรียบร้อยและถือทั้งเสื้อและผ้านุ่งชุดนางละครในมือ
“ มีใครทราบอีกไหม? ”
ลำจวนที่กลายเป็นเฉก เอาผ้าที่กั้นม่านมาเช็ดทำความสะอาดหน้าที่ชุ่มด้วยน้ำมันปนแป้ง ล้างสีแดงจากปากและสีดำจากคิ้วละเลงปะปนออกมาจากผิวจนหมด
นายหมายพับผ้า เก็บชุดนางละครลงไถ้
“ ท่านเจ้าคุณพ่อของคุณพุ่ม ท่านทราบแต่แรก เพราะคุณพุ่มไปเรียนปรึกษาว่าจะให้คุณพักอยู่ด้วยในแพในฐานะหลานชาย แลที่คุณได้ไปทำงานพระคลังมหาสมบัติก็เพราะท่านช่วย หรือที่ได้มาแสดงในคืนนี้ ท่านเจ้าคุณท่านก็ให้คุณพุ่มเอาไปอ้างตอนลงรายชื่อส่งทางพระราชวัง ว่า คุณคือนางสายหยุด ลูกสาวท่าน..จากภรรยาอื่น มาจากกรุงเก่าเพื่อเล่นสักรวา ”
ลำจวนจะร้องไห้
“ ฉันต้องไปกราบท่าน ”
“ สมควร..เพราะท่านเจ้าคุณท่านใจดีเป็นแก้วจริงๆ ”
ทั้งสองเดินออกมาจากตรอก ปะปนกับผู้คนเที่ยวงานลอยพระประทีป
ตรงริมกำแพงด้านหน้าวังท่าพระ ฮุน ยืนหมุนหา เคว้งคว้าง สับสน วุ่นวายใจอยู่
“ ฮุน..”
เจ้าเฉกครางเสียงเครือ
แต่นายหมายกลับส่งเสียงเอ็ดตะโรพลางโบกมือเรียกเป็นระวิง
“ พ่อฮุน ๆๆ ..นี่ๆ คุณเฉกอยู่นี่ ”
ฮุนหันมา ดีใจมากเป็นอันดับแรกเมื่อเห็นเฉก แล้วตามด้วยอารมณ์คลางแคลงปนรันทดเป็นอันดับต่อมา
เขาจ้องมองเพ่งดูหน้า ปาก คิ้ว คาง จับผิดอย่างเปิดเผย
“ คุณเฉก..เหตุไรคุณจึงไม่ไปดูสักวา?”
ลำจวนอึ้งไปเพียงเล็กน้อย และกลับยิ้มแย้มซื่อๆ
“ ดูสิ ทำไมจะไม่ได้ดู ฉันไปดูกับพี่หมายไงเล่า ”
“ ไปดูกันที่ใด? ”
ชายหนุ่มไม่ลดละ
“ ฮุนดูอยู่ฝั่งไหนเล่า ฉันก็ดูอยู่อีกฝั่งกระมัง ”
สตรีงามกลายร่างเป็นหนุ่มน้อยหน้าทะเล้น ทำท่าไม่เห็นเป็นเรื่องสลักสำคัญ
“ ใช่ๆ..บอกแล้วไง ว่าถ้าไม่เจอ ให้มารอแถวหน้าวังท่าพระตอนดึกๆ เลิกงานหลวงแล้วค่อยไปเที่ยว ฉันไปล่ะหนา คุณพุ่มคงเข้าเฝ้าเสร็จแล้ว จะได้รับขึ้นเรือกลับแพ พวกเจ้าจะไปเที่ยวกันก็ไปเถิด ”
นายหมายยักคิ้วหลิ่วตากับลำจวน แล้วรีบแยกไปเพื่อรับนายสาวที่หลังแพพระที่นั่งทันที
ริมคลองขุดเส้นตรงตัดกลางเมือง ที่มีต้นไม้ครึ้มเป็นระยะ มีกระทงใบตองเล็กๆใส่ดอกไม้ ปักธูปเทียน ดับไปแล้วบ้าง จวนมอดดับบ้าง วับแวมรุบหรู่ ลอยอยู่บางตา ไม่มากเท่าในแม่น้ำ
ชายหญิงราษฎรชั้นสามัญ ชาวบ้านร้านตลาด เดินเคียงคู่แนบชิดกัน ไม่ต้องอายใคร
เฉกเดินมากับฮุนเงียบๆ หนุ่มจีนดูหงุดหงิดเคร่งขรึม จนเฉกต้องชวนสนทนา
“ ผู้คนเขาก็มาลอยประทีปในคลองเหมือนกันหนา ”
“ พวกเจ้านายผู้ดิบผู้ดีเขาลอยกระทงใหญ่ๆกันในแม่น้ำ พวกไพร่ เจ๊กจีน..”
น้ำเสียงชายหนุ่มแดกดัน
“ ถ้าอยากลอยกับเขาบ้าง ก็มาลอยกันแถวนี้ ”
เฉกย่นหน้า
“ จะเป็นอันใด ใครๆก็ลอยในแม่น้ำก็ได้ ตำรวจไม่จับดอก ”
“ เขาจะว่าเทียมเจ้าเทียมนายไม่เจียมกะลาหัวล่ะสิ ”
ฮุนหน้าบึ้ง
“ นายฮุนอยากลอยบ้างไหม? ”
“ ไม่! ”
เสียงกระแทกกระทั้น จนเฉกต้องจ้องหน้า
“ นายฮุนโกรธผู้ใด? ”
ฮุนนิ่ง
“ โกรธฉันรือ? ”
ฮุนจ้องตอบ เยาะหยัน
“ คุณเฉก ล้างแป้งไม่หมด ติดอยู่ข้างกกหูเป็นปื้น ”
ลำจวนเอามือเช็ดที่หูข้างหนึ่ง แล้วเอามาดู แต่ไม่มีอะไร
พลันฮุนถือวิสาสะ เอาปลายนิ้วมือไปลูบที่หูอีกข้างของเฉก แล้วชูให้ดู
มันคือแป้งจีนก้อนใหญ่
เจ้าเฉกยิ้มเจื่อน
“ นั่นมิใช่แป้ง หากเป็น..ดินสอพอง หูฉันเป็นฝีหนอง จึงพอกไว้..เพื่อรักษา ”
หนุ่มจีนหัวเราะดุดัน
“ คุณเฉก ผมไม่ใช่คนโง่ ”
เขาขยี้แป้งบนนิ้ว ให้ดูความละเอียดเนียนของเนื้อแป้ง ยื่นมาใส่หน้าหญิงสาวในคราบหนุ่ม เกือบทิ่มเข้ามาในตา
“ ดินสอพองรือแป้งจีนสำหรับพวกงิ้วทาหน้า ไยจักแยกไม่ออก เห็นผมเป็นคนโฉดเขลาต่ำช้าบ้าใบ้หรืออย่างไร กับผม คุณโป้ปดมดเท็จ ตัดเส้นทางทุกทาง สร้างผนังทองแดงกำแพงเหล็กสวมเกราะราวกับออกรบ แต่กับพวกเจ้าพวกนายคนสูงส่ง คุณถอดเกราะออก ยอมเปลือยเปลือกให้เขาเห็นเนื้อใน หวังจะให้พวกเขามาแข่งขันกันประมูลเอาตัวคุณไป ใช่รือไม่? เพราะผมมันไม่มีอำนาจใดจักปกป้องคุ้มครองคุณได้ แต่ท่านท้าวเธอเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่ อาจช่วยคุณให้รอดจากเงื้อมมือเจ้าคุณอินทราได้ เช่นนั้นรือ?”
ลำจวนตกตะลึง
ดวงตาเรียวรีดำเข้ม เหมือนมีไฟลุกโชน
ลำจวนมองหน้า ปวดร้าว เจ็บแค้น ที่ถูกชายอันเป็นสุดที่รักตีแผ่ความลับที่รู้กันอยู่แก่ใจสองคนที่สู้เฝ้าเก็บงำไว้ ทว่าเพื่อกล่าวหาประณามด้วยความเข้าใจที่ทึกทักเอาเองฝ่ายเดียว
มีความจริงมากมายที่อยากอธิบาย แต่ก็รู้สึกว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์
หญิงสาวถอย แล้วผินหลังเดินหนี
ชายหนุ่มแค้นใจ ก้าวตามมาดักหน้า จับบ่าบางทั้งสองเขย่า เอ่ยวาจาหยาบหยามร้ายแรง
“ คุณเฉก คุณรัดนมไว้ด้วยผ้าที่มัดแน่น ไม่กลัวร่างกายผิดรูปรือเป็นแผลเน่าเปื่อยไปรือ? ”
เจ้าหนุ่มเฉกมองหน้า โกรธ อาย แค้น หน้าแดงร้อน แล้วกำหมัด ง้างเงื้อฟาดหน้าฮุนไปเต็มกำลังเสียงดังพั้วะ!
ฮุนหน้าหันไปตามแรงนั้น เจ็บหาน้อยไม่
ลำจวนหันวิ่งแบบสุดฝีเท้าจนหัวซุน แต่ไม่ยอมหยุด ปนปะไปกับกลุ่มคนที่เดินไปมา
ฮุนได้แต่ยืนเซ่อ มองส่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ตรงนั้น
เศร้าเสียใจเป็นที่สุด หนุ่มจีนหยิบของในย่ามออกมา..ห่อกระดาษสาอย่างดี เปิดออก เทียนลอยน้ำรูปถ้วยสองอันที่เตรียมทำไว้
ชายหนุ่มจุดเทียนทั้งคู่ วางลงในคลอง เทียนคู่นั้น ลอยคู่กันไป
เขาทรุดร่างลงนั่งริมฝั่งคลองขุด มองตามกระทงเทียนน้อยคู่นั้น ช่างดูอนาถาน่าสมเพชนัก
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 67 : หมดทางย้อนกลับ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 66 : ฉุดกลางน้ำ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 65 : ผลแห่งการละเล่นคะนอง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 64 : เกินควบคุม
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 63 : สักวาหน้าพระที่นั่ง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 62 : นับถอยหลัง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 61 : แรงขับ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 60 : ตัดปี้ มีอนาคต
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 59 : ไม่เคยง่าย
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 58 : ปะทะ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 57 : ท่องราตรี
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 56 : โล่งไปที
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 55 : มีเพื่อนเล่นไม่เหมือนกับเพื่อนตาย
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 54 : โลกนอกแพ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 53 : ใกล้ชิด
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 52 : ไม่คลาดคลา
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 50 : อุปสรรคยังไม่สิ้น
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 49 : สัญชาตญาณแม่
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 48 : ผู้รับใช้รอบทิศ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 51 : เส้นรัก
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 47 : กตเวทิตา
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 46 : ระทึก
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 45 : ฟ้อนแคน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 44 : คืนร้อน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 43 : กรณีชิงศิษย์
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 42 : พระอภัยมณีเป็นเหตุ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 41 : แผนสูง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 40 : เส้นทางสร้างทำ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 39 : วุ่นวายข้างวัง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 38 : ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 37 : ขมิ้นกับปูน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 36 : ดวงเดือนเคลื่อนคล้อย
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 35 : แมวกับหนู
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 34 : ที่วัดโพธิ์
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 33 : ก้าวไปไม่กลับหลัง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 32 : พบศพ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 31 : คุณชาย
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 30 : เกิดใหม่
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 29 : บนแพคุณพุ่ม
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 28 : รอด..หรือไม่รอด
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 27 : หนี
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 26 : ดิ้นรน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 25 : หิ่งห้อยรือจะแข่งแสงจันทรา
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 24 : คงแป๊ะผู้พลั้งมือ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 23 : สิ้นหวัง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 22 : ดับฝัน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 21 : ไม่ยอมพราก
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 20 : พบแล้ว
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 19 : อ่อยเหยื่อ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 18 : รูปโฉมโนมพรรณหาผิดไม่
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 17 : พระรอด
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 16 : เกิดเหตุ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 15 : สาวงาม
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 14 : นายฮุนผู้เป็นที่ต้องการ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 13 : สตรีต้นแบบ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 12 : ชะตากรรม
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 11 : ลงมือเขียนภาพ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 10 : เส้นทางของลูกสาว
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 9 : การประชัน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 8 : ทะเยอทะยาน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 7 : ลำจวนกับฮุน
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 6 : น้อยกับนวล
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 5 : สองครู
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 4 : เด็กหนุ่มผมเปีย
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 3 : เด็กหญิงผู้อยู่นอกวง..ทุกวง
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 2 : หลวงพี่บุญลือ
- READ บุษบาลุยไฟ ตอนที่ 1 : ลำจวน