
มรดกมนตรา บทที่ 27 : ซ่อนวิญญาณ
โดย : วัชรนริศ
![]()
มรดกมนตรา ผลงานของ วัชรนริศ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านออนไลน์ทาง anowl.co กับเรื่องราวของนักวิจัยสาวผู้ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับที่ได้รับคฤหาสน์โบราณกลางป่ากาญจนบุรีเป็นมรดกจากญาติที่ไม่เคยรู้จัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้กลับซ่อนคำสาป วิญญาณ และอดีตอันมืดมนที่รอการปลุกตื่น พร้อมการฟื้นคืนของ “อัคนีนาฏเทวี” อสูรสาวในตำนาน

ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ภายในบ้านที่ถูกเนรมิตขึ้นมาของอัคคีรัตน์ เธอเดินมาที่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องนอนของเธอ เธอยืนมองเงาของตัวเองในกระจกและนึกย้อนกลับไปถึงการต่อสู้ที่เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับตระกูลทุรวาสา จนมาถึงการพ่ายแพ้ต่ออกาสูร และครั้งนี้เธอก็คงจะหนีไม่พ้นพลังของพระขรรค์เพลิงพยัคฆ์เป็นแน่ เธอจ้องมองเงาของตัวเองด้วยแววตาครุ่นคิด
“ไม่ว่ากี่ครั้งข้าก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพลังของพระขรรค์นั้นมาโดยตลอด และครั้งนี้มันคงเหลือเพียงวิธีเดียวเท่านั้น” เมื่อเธอพูดจบเธอก็ค่อยๆ เดินทะลุกระจกเข้าไป เมื่ออัคคีรัตน์ก้าวข้ามมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของกระจก ที่นั่นจะรายล้อมไปด้วยป่าทึบขนาดใหญ่ มีเสียงของน้ำตกที่ดังอยู่ไม่ไกล มีธารน้ำและโขดหินเล็กใหญ่อยู่ตลอดแนวทางเดิน และเธอจำแลงกายกลับมาเป็นอัคนีนาฏเทวีอีกครั้ง
อสูรสาวเดินไปจนถึงบริเวณด้านหน้าของน้ำตกขนาดใหญ่ เธอยืนมองน้ำที่ไหลลงมาจากที่สูงด้วยความรุนแรงและรวดเร็ว ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เปล่งประกายเป็นสีแดงสว่าง เธอร่ายเวทเพื่อเปิดม่านน้ำของน้ำตกนั้นออกราวกับเป็นประตูทางเข้าไปสู่ห้องแห่งความลับ
หลังม่านน้ำตกนี้มีโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ภายในโพรงถ้ำลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่นี้เสมือนห้องแห่งความลับที่เต็มไปด้วยแสงสลัวและกลิ่นอายของเวทมนตร์ รอบๆ มีสัญลักษณ์โบราณที่สลักอยู่บนผนังหิน เธอเดินเข้าไปยังใจกลางห้องซึ่งมีแท่นบูชาโบราณตั้งอยู่ อัคคีรัตน์เดินไปนั่งสมาธิที่แท่นบูชากลางห้อง หล่อนหลับตาและเริ่มการถอดวิญญาณของตนเพื่อฝากไว้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ เสียงสวดมนต์ในภาษาที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก้องกังวานในห้องแห่งความลับ วิญญาณของเธอค่อยๆ แยกออกจากร่างกายและลอยขึ้นไปอยู่เหนือแท่นบูชา
หลังจากที่วิญญาณของเธอได้ถูกถอดและฝากไว้เรียบร้อย อสูรสาวค่อยๆ ลืมตาและเดิน กลับออกไปทางเดิมโดยทะลุผ่านกระจกที่เคยข้ามเข้ามา เสียงน้ำตกที่รุนแรงและเสียงป่าทึบที่เงียบสงบเป็นฉากหลังของการเดินทางกลับนี้ เมื่อเธอกลับมาถึงห้องนอนของเธออีกครั้ง เธอรู้สึกถึงความเบาของร่างกายและจิตใจที่ถูกแบ่งแยกออกไป แต่เธอก็รู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะนำพาเธอไปสู่เส้นทางใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและอันตราย อสูรสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอมองเงาของตัวเองที่ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยังคงมีแววตาที่มุ่งร้าย เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรมอีกต่อไป
โฉมสุรางค์เดินเข้ามาบริเวณภายในห้องครัวของเรือนคนใช้ นางบัวและนายจอมที่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ก็หันไปมองเธอด้วยความตกใจ “อุ๊ย! คุณโฉมสุรางค์” นายจอมอุทานอย่างกวนๆ
โฉมสุรางค์มองหน้าทั้งสอง “วันนี้ฉันคิดว่าจะฉันลงครัว ทำกับข้าวให้คุณรวีทานซะหน่อย พวกเธอช่วยไปเตรียมของตามในใบสั่งทั้งหมดนี้ด้วยนะ บ่ายๆ ฉันจะกลับเข้ามาเตรียมทำอาหารฝรั่งให้คุณรวีซะหน่อย” เธอพูดด้วยท่าทางสะดีดสะดิ้ง และยื่นใบเมนูรายการวัตถุดิบสำหรับทำอาหารให้นางบัว
โฉมสุรางค์กำลังกลับหันหลังเดินออกจากประตูครัวไป ก็พบกับบุษบา ทั้งสองมองค้อนตาใส่กันและบุษบาที่ยืนขวางเธออยู่ ก็หลบให้โฉมสุรางค์เดินออกไป บุษบาเดินตามหลังเธอออกไปเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่างกับเธอ
“คุณโฉมสุรางค์คะ” บุษบาพูดอย่างเสียงแข็ง
“ว่ายังไงบุษบา มีอะไรกับฉันหรือ” เธอหันมาตอบด้วยท่าทางหยิ่งยโส
“ดิฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณค่ะ เชิญคุณไปตรงศาลาดีกว่าค่ะ” บุษบาเดินนำเธอไปที่ศาลาหน้าบ้าน
“ว่ายังไงล่ะบุษบา เธอมีอะไรจะคุยกับฉัน หวังว่ามันคงจะสำคัญนะเพราะฉันไม่ชอบเสียเวลานาน” โฉมสุรางค์พูดด้วยแววตาเย่อหยิ่งและเดินกอดอกไปนั่งไขว่ห้างภายในศาลา
“ดิฉันรู้นะคะว่าคุณเองก็ไม่ค่อยชอบคุณทิพย์ธิดาสักเท่าไหร่ และคุณเองก็ไม่พอใจที่คุณรวีอยู่ใกล้เธอตลอดเวลาแบบนี้ เพราะว่าคุณเองกับคุณรวีก็เป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่เด็กๆ ดิฉันคิดว่าดิฉันเข้าใจคุณนะคะ เพราะฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ อาจจะมากพอๆ กับคุณก็ได้ค่ะ”
โฉมสุรางค์ฟังแล้วขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจและสงสัยในตัวบุษบา “บุษบาเธอทำให้ฉันประหลาดใจมากนะ ปกติฉันก็เห็นเธอออกจะสนิทกับทิพย์ธิดา แล้วอยู่ๆ วันนี้เธอมาบอกฉันว่าเธอเข้าใจความรู้สึกของฉัน เธอต้องการจะหลอกอะไรฉันหรือเปล่าบุษบา” เธอพูดด้วยแววตาสีหน้าที่จริงจังและไม่ไว้ใจ
“ถ้ามันจะทำให้คุณคิดอย่างนั้น ดิฉันก็ไม่แปลกใจละค่ะ ดิฉันยอมรับนะคะว่าแต่ก่อนอาจจะสนิทกับเธอ แต่ตอนนี้ฉันก็คิดได้ว่า มันคงไม่ยุติธรรมสำหรับคุณโฉมเลยสักนิด เพราะฉันเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่เห็นคุณทิพย์ธิดาไปไหนมาไหนกับคุณรวี ทั้งๆ ที่เธอเองก็น่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าคุณโฉมเป็นคู่หมั้น เอาอย่างนี้นะคะเพื่อเป็นการแก้ตัว เราสองคนมาเป็นพันธมิตรร่วมมือกันดีกว่าค่ะ” บุษบายืนพูดด้วยแววตามีเล่ห์กล
โฉมสุรางค์นั่งมองบุษบาท่าทีที่อ่อนลง “เธอคิดอย่างนั้นหรือบุษบา ดี! ถ้าอย่างนั้นเราก็มาร่วมมือกัน ต่อไปนี้ฉันและเธอขึ้นเรือลำเดียวกันแล้ว ฉันหวังว่าเธอคงจะมีแผนอะไรดีๆ นะ” บุษบารับคำและพยักหน้า
บุษบาเดินกลับมาที่เรือนหลังเล็ก ภายในห้องมีโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกตั้งอยู่ เธอนั่งลงที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งและยิ้มอย่างมีเล่ห์กลบางอย่าง อัคนีนาฏเทวีค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นอยู่ภายในกระจก
“ดีมากสายใจ ต่อไปเจ้าจะต้องคอยจับตานางโฉมสุรางค์เอาไว้ให้ดีๆ เพราะมันจะช่วยให้เราทำอะไรได้อีกเยอะ”
“ค่ะ เทวี” บุษบาพูดด้วยน้ำเสียงมีแผนการ
ช่วงเวลาตีหนึ่งของบ้านคุณหญิงช่อผกา ภายในห้องครัวที่ยังถูกปิดไฟอยู่ มีเสียงกุกกักบางอย่างอยู่บริเวณตรงหน้าตู้กับข้าว นั่นคือคุณหญิงช่อผกาที่อยู่ในร่างของผีดิบ กำลังนั่งกินเนื้อสดๆ บริเวณหน้าตู้อย่างหิวโหย เธอใช้มือล้วงหยิบเนื้อออกมาจากถุงและหยิบใส่ปากจนเลือดของเนื้อได้เปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าและบริเวณพื้นห้องครัว
แม่บ้านที่กำลังนอนหลับอยู่เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ดังมาจากในครัว ซึ่งห้องนอนของเธอกับห้องครัวอยู่ติดกัน เธอลืมตาตื่นขึ้นด้วยความกังวลใจเพราะกลัวว่าจะเป็นขโมย เธอหันไปปลุกเด็กรับใช้อีกคนที่นอนอยู่ข้างๆ กัน “ไอ้หมวยเอ็งได้ยินเสียงอะไรไหม”
“เสียงอะไรกันป้าคนจะหลับจะนอน ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย” เด็กรับใช้ตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
เสียงที่แม่บ้านได้ยินก็เงียบหายไป เธอเลยตัดสินใจห่มผ้านอนต่อ
รุ่งเช้า แม่บ้านและเด็กรับใช้เดินเข้าไปในครัวก็ต้องร้องอุทานด้วยความตกใจ เพราะพื้นห้องครัวและบนโต๊ะเตรียมอาหารเต็มไปด้วยเศษเนื้อและคราบเลือดจากเนื้อ “ตาเถร นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น” แม่บ้านยืนมองด้วยความตกใจ เพราะคิดว่าเป็นขโมยหรือมีตัวอะไรเข้ามากินอาหารในบ้าน
“ป้า หรือว่าเสียงเมื่อคืนที่ป้าปลุกหนู มันจะเป็นตัวอะไรเข้ามากินของในครัวเราหรือเปล่าป้า” เด็กรับใช้พูดด้วยเสียงสูง
“แต่ข้าว่า ไม่ใช่แมวหรือหนูแน่ๆ” เมื่อแม่บ้านพูดจบเธอกลับคิดถึงคุณหญิงช่อผกา
“เออ เอ็งมาช่วยข้าเก็บกวาดพวกเนื้อพวกนี้ก่อน คืนนี้ยังไงก่อนแยกย้ายไปนอนจะต้องล็อกประตูหน้าต่างให้ดีอีกที” แม่บ้านพูดและเก็บชิ้นเนื้อเช็ดโต๊ะทำความสะอาดไปด้วย
“เอ็งช่วยข้าทำความสะอาดเสร็จแล้ว ขึ้นไปถามคุณหญิงหน่อยนะว่าเธอต้องการอะไรไหม”
“ไม่เอาป้า หนูกลัวคุณหญิง” เด็กรับใช้พูดและเม้มปากเล็กน้อย
“เอ็งกลัวอะไร อยู่ทำงานที่นี่มาตั้งนานแล้ว มีอะไรต้องกลัวหนักหนา”
“ก็ใช่ละป้า แต่หลังๆ มานี้ คุณหญิงท่านดูแปลกๆ ป้าก็รู้ กลางวันเธอไม่ลงมาเลย พอจะลงมาตอนกลางคืนพวกเราก็เข้าห้องนอนกันไปหมดแล้ว” เธอพูดพร้อมทำท่าทางลังเลใจ
“เออๆ ฉันขึ้นไปดูคุณหญิงเอง” แม่บ้านพูดเสริม
เสียงเคาะประตูดังขึ้น “คุณหญิงค่ะตื่นหรือยังค่ะ” แม่บ้านยืนพูดอยู่หน้าประตูห้องนอนคุณหญิง
“ป้ามีอะไร” เสียงคุณหญิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ป้าจะถามว่าคุณหญิงต้องการรับอะไรเพิ่มไหมคะ”
“เย็นนี้ป้าช่วยเตรียมเนื้อให้ฉันเหมือนเดิมนะ ค่ำๆ ฉันจะลงไปจัดการเอง”
“ค่ะคุณผู้หญิง” แม่บ้านยืนตัวแข็งอยู่หน้าห้องและเริ่มรู้สึกกลัว
แม่บ้านเดินกลับมาที่ห้องครัวด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิดบางอย่าง เด็กรับใช้เดินเข้ามาถาม “ป้า คิดอะไรอยู่ และเมื่อกี้ขึ้นไปหาคุณผู้หญิง สรุปเธอจะรับอะไรไหมป้า”
“นี่เงิน เอ็งไปตลาดนะ ไปซื้อเนื้อสดมาแช่ตู้เย็นเหมือนเดิม ค่ำๆ คุณหญิงท่านจะลงมาทำอะไรกินเอง” เด็กรับใช้เริ่มรู้สึกผิดปกติ
“เนื้ออีกแล้วหรือป้า ทำไมคุณหญิงเธอพักนี้ชอบเอาแต่เก็บตัวก็ไม่รู้เนอะ และก็ชอบลงมาทำอะไรกินดึกๆ เออ…ป้า หรือว่าเธอ…เอ่อ” เด็กรับใช้พูดด้วยท่าทีไม่แน่ใจ
“อะไรของเอ็ง” แม่บ้านพูดแทรกด้วยความรำคาญ
“หรือว่าเธอจะถูกผีเข้าหรือเปล่าป้า!” เธอพูดเสียงสูง
“ผีเผอที่ไหนกัน ไปๆ รีบๆ ไปตลาด เดี๋ยวตลาดจะวายหมด” แม่บ้านพูดด้วยสีหน้ากังวล

- READ มรดกมนตรา บทที่ 28 : มารยาใต้รอยยิ้ม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 27 : ซ่อนวิญญาณ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 26 : เวรกรรมสั่งล้าง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 25 : สิ่งที่ถูกกำหนดไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 24 : เงื่อนงำในรอยเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 23 : ผู้ถูกครอบงำ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 22 : ความลับของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 21 : เลือดบุรุษบนแท่นบูชา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 20 : มนตร์ร้อยเล่ห์เทวีเลือด
- READ มรดกมนตรา บทที่ 19 : ราคาของความอยากได้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 18 : กลิ่นแห่งความตาย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 17 : รอยยิ้มของซาตาน
- READ มรดกมนตรา บทที่ 16 : ซินแสของเอกภพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 15 : สังเวยรัก…แด่นางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 14 : เสียงกระซิบจากแผลเก่า
- READ มรดกมนตรา บทที่ 13 : การตื่นขึ้นของกริชอาคม
- READ มรดกมนตรา บทที่ 12 : การเผชิญหน้าที่ฟ้าลิขิตไว้
- READ มรดกมนตรา บทที่ 11 : นางฟ้าในคราบอสรพิษ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 10 : เงาร้ายในร่างเธอ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 9 : ใต้หน้ากากนางพญา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 8 : ไฟสุมทรวง
- READ มรดกมนตรา บทที่ 7 : จอมเวทย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์
- READ มรดกมนตรา บทที่ 6 : อดีตของวิญญาณร้าย
- READ มรดกมนตรา บทที่ 5 : นางอสูรคืนชีพ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 4 : วิญญาณบาปผู้คร่ำครวญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 3 : ปลดปล่อยเทวีมนตรา
- READ มรดกมนตรา บทที่ 2 : การพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
- READ มรดกมนตรา บทที่ 1 : การมาถึงของหญิงสาว
- READ มรดกมนตรา : บทนำ






