เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 28 : คิดไว้หรือยัง

เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 28 : คิดไว้หรือยัง

โดย : กุลวีร์

Loading

เทพารักษ์ภัสดา โดย กุลวีร์ นวนิยายสนุกๆ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านใน www.anowl.co กับเรื่องราวของเทพารักษ์ผู้มีสัตย์ว่าจะรักเพียงหนึ่ง ต้องลงมาใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์เพราะหญิงสาวผู้เปลี่ยนหัวใจเขาตลอดกาล ภารกิจพิชิตใจจึงเริ่มต้น ท่ามกลางความวุ่นวายของเพื่อนบ้าน และบททดสอบของความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง

“มากันแล้วเหรอ”

เสียงถามของหญิงชราที่นั่งมองพวกหนุ่มสาวเดินเข้ามาหากันด้วยความนอบน้อม

หลังจากแพรพิไลบอกกล่าวเรื่องราวของเพื่อนบ้านให้เพื่อนทั้งสามคนรับฟัง ทั้งเพื่อนทั้งเขาก็เห็นพ้องตรงกันว่าควรไปขอโทษยายเอี่ยมที่เข้าใจผิดมาตลอด

ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่าง หญิงสาวจึงนัดแนะผองเพื่อน โดยมีเขาเป็นผู้นำทาง

ยายเอี่ยมซึ่งรู้เรื่องจากเขาก็รอต้อนรับด้วยความยินดีที่เพื่อนบ้านเข้าใจกันสักที

“หาที่นั่งกันได้ตามสบายเลยนะ บ้านค่อยโล่งขึ้นหน่อยก็ได้พ่อหนุ่มช่วยเก็บของไปทิ้งให้” เจ้าของบ้านพยักหน้ารับไหว้จากทุกคน

แพรพิไลยื่นกระเช้าผลไม้ให้ผู้สูงวัยซึ่งมีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา

“แพรต้องขอโทษคุณยายด้วยนะคะที่หาว่าโยนขยะเข้าบ้านแพร”

“ไม่เป็นไร อย่าคิดมากเลย แค่นังหนูรู้ว่ายายไม่ได้เป็นคนทำก็พอแล้ว” ยายเอี่ยมรับกระเช้าไปวางไว้ข้างกาย “จริงๆ ยายก็มีส่วนผิดที่ไม่ล็อกประตูหน้าบ้าน แต่จะทำยังไงได้ ยายอยู่คนเดียว ลุกเดินแต่ละทีก็ลำบาก เปิดไว้อย่างนั้นให้คนส่งข้าวส่งน้ำเข้ามาได้สะดวก จะได้ไม่ต้องออกไป”

ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างเข้าใจเจตนารมณ์ของหญิงชราเป็นอย่างดี

คณิศรเป็นผู้นำลงไปนั่งพับเพียบบนพื้นจนคนที่เหลือต้องทำตาม อีกทั้งแสดงจริตจะก้านหญิงสาวออกมาด้วยความตั้งใจ “พวกหนูต้องกราบขอประทานโทษจริงๆ ที่เคยพูดเคยคิดไม่ดีกับคุณยายนะคะ”

เมื่อคนนำยกมือขึ้นเตรียมจะก้มตัวลงไปกราบตามคำพูดก็ย่อมมีคนตาม

ยายเอี่ยมรีบเอ่ยขัด “ไม่ต้องกงต้องกราบอะไรยายหรอก แค่เข้าใจกันถูกต้องก็ดีแล้ว”

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณยาย” คณิศรท้วงขึ้นทั้งที่พนมมือค้างไว้ “พวกหนูเคยเสียมารยาทกับคุณยายนี่คะ”

“มีแต่แกนั่นแหละแคนดี้ วันนั้นพวกฉันก็สุภาพกับคุณยายนะ ถ้าจำไม่ผิด” ปรางกระซิบแย้งเพื่อน

“แกหุบปากไปเลย วันนั้นมาด้วยกันก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกันสิยะ” คณิศรค้อนใส่เพื่อนสาวที่นั่งทางด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยกับหญิงชรา “ถ้าคุณยายไม่ถือโทษโกรธพวกหนู หนูขอบพระคุณมากๆ ค่ะ”

“พ่อหนุ่มคนนี้มารยาทงามนะเนี่ย” ยายเอี่ยมขบขันเบาๆ กับท่าทีก้มศีรษะจรดปลายนิ้วซึ่งอ่อนช้อยน่ามอง “ทำไมเป็นพรรค์นี้ล่ะ คราวที่แล้วยังเป็นชายชาตรีอยู่เลย”

“ตอนนั้นมันแอ๊บแมนค่ะคุณยาย” ฝนพูดขึ้น “แต่จากนี้ต่อหน้าคุณยาย มันจะไม่แอ๊บเพื่อให้เห็นความจริงใจต่อกันค่ะ”

“อ้าวเหรอ หน้าตาออกจะดูหล่อเหลา”

คณิศรรีบคลานเข่าเข้าไปใกล้หญิงชราซึ่งนั่งบนเก้าอี้มีพนักพิงแล้วพูดเสียงเบา แต่ทุกคนก็ยังได้ยิน

“อย่าชมอย่างนั้นสิคะคุณยาย คุณเทพคงไม่ชอบคนหล่อเหมือนกัน ต้องชมว่าสวยค่ะ”

“สวยก็สวย” ยายเอี่ยมหัวเราะชอบใจ ขณะคณิศรยกมือบีบนวดต้นขาเมื่อได้รับคำชมที่น่าพอใจ “ถ้าพ่อหนุ่มยินยอม ยายจะช่วยสนับสนุน แต่ต้องถามให้แน่ใจกันก่อนนะ”

หญิงชรามองเวธัสซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเขาหมายปองหญิงผู้ใดไว้ตั้งแต่แรก

“ถ้าถาม แคนดี้ก็หมดหวังสิคะ งั้นไม่ถามดีกว่า” คณิศรเรียกเสียงขบขันของทุกคน

“อย่าสนใจคนหวังลมๆ แล้งๆ เลยค่ะคุณยาย” ปรางชวนคุย

“เสียเงินเสียของไปกี่อย่างก็ไม่รู้ สุดท้ายก็ได้แค่มอง” ฝนกล่าวเสริม

“ฉันเคยทำมากกว่าแค่มองอีกย่ะ ไม่รู้ก็หุบปากไปซะ” คณิศรแว้ดใส่เพื่อน

“แกทำอะไรคุณเทพ บอกมาเลยนะ” แพรพิไลถามขึ้น

“ก็ลูบๆ คลำๆ เกาะแขน ซบไหล่ จับมือ หวงหรือไงยะ” คณิศรตอบด้วยหน้าตาชื่นบาน “อยู่บ้านเดียวกัน ทำอะไรกันแล้วบ้างล่ะ”

หล่อนจึงเงียบปาก เพราะเคยทำมากกว่านั้น แต่ยังไม่คิดบอกใคร

ยายเอี่ยมมีหน้าตาเบิกบานใจที่เห็นหนุ่มสาวโต้เถียงกัน ส่วนในใจคาดว่าอีกไม่นานคนพวกนี้ก็ไม่ต่างจากบรรดาหลานของตน

“ถ้าเป็นฉันนะ คงไม่ปล่อยให้ไปง่ายๆ หรอก เพื่อนบ้านอย่างนั้น แสร้งทำเป็นดี สุดท้ายก็ทำร้ายกัน” คณิศรเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เงยหน้าถามหญิงชรา “ถ้าคุณยายเจออย่างนั้นจะทำยังไงคะ”

“ที่ต้องทำอย่างนั้น มันมีเหตุผลไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ทำกันอีก ก็น่าจะอยู่พึ่งพากันต่อไปได้”

“นั่นสิคะ แคนดี้ไม่เคยคิดหรอกว่าจะมีคนทำอย่างนี้เพื่อเรื่องพรรค์นั้นด้วย ทั้งที่พากันไปเปิดโรงแรมชั่วคราวก็ได้ ไม่เห็นจะต้องมาไล่คนอื่นเลย”

“แคนดี้ช่ำชองเรื่องเปิดโรงแรมชั่วคราวกับเด็กค่ะคุณยาย” ปรางได้ทีเอ่ยฟ้อง

“อย่ามาแฉฉันนะ ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็นั่งฟังเฉยๆ เหมือนคุณเทพก็ได้” คณิศรโวยวายใส่เพื่อน ก่อนหันหน้าไปส่งยิ้มให้เขา

หล่อนพูดขึ้นบ้าง เมื่อได้ยินคำตอบของหญิงชรา “ตอนรู้ความจริงจะว่าไม่โกรธเลยคงไม่ได้ แต่แพรยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนบ้านกันก็ปล่อยให้กลับบ้าน ไม่ได้ต่อว่าอะไรเลย แค่อย่าทำอีกก็พอ”

แพรพิไลไม่คิดจะนำปัญหาคนอื่นมาเก็บให้รกสมองจนกลายเป็นปัญหาของตัวเองจึงให้อภัยบุษบงตั้งแต่บัดนั้น โดยหวังว่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้ดังเดิมทั้งต่อหน้าและลับหลัง

“คุณแพรคิดถูกแล้ว” เขาเข้าข้างหล่อน

“ยายจะไม่ทำเสียงดังรบกวนนังหนูอีกแล้ว เพราะตอนนี้ไม่ค่อยเหงาแล้ว”

พอหญิงชราเอ่ยถึงเสียงดัง หล่อนก็นึกถึงเสียงเสียงหนึ่งขึ้นมาได้ “แพรเคยได้ยินเสียงเหมือนคุณยายสับอะไรสักอย่าง คุณยายทำอะไรเหรอคะ”

“คุณยายเอี่ยมแค่เข้าครัว เตรียมทำอาหาร ผมเคยถามแล้ว” เวธัสโพล่งตอบ เพราะไม่อยากให้หญิงสาวรับรู้ถึงเสียงนั้นจนลามมาล่วงรู้ว่าขณะนี้เขากำลังฝึกทำข้าวมันไก่เกือบทุกวัน

อยู่ดีๆ เสียงตะโกนเรียกแพรพิไลตรงหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา

หลังจากได้ยินเสียงโวยวายไม่หยุดหย่อน หล่อนจึงต้องลุกขึ้นรีบไปหาอีกฝ่าย

ทั้งที่คาดว่าปัญหาจากเพื่อนบ้านคงจบลงโดยดี แต่ยังไม่เป็นเช่นนั้น

“ทำไมทำอย่างนี้กับน้าล่ะหนูแพร เราตกลงกันดีแล้วไม่ใช่เหรอ น้าหยุดก่อกวนทุกอย่างแล้ว”

 



Don`t copy text!