
บุปผาตีตรา บทที่ 18 : เงินหาง่าย
โดย : สีน้ำฟ้า
![]()
บุปผาตีตรา โดย สีน้ำฟ้า นวนิยายสะท้อนอคติและพลังคำพูด ผ่านชีวิต “นวลปราง” ที่ใช้การศึกษาโต้กลับคำครหา และ “อุรา” ผู้หลงทางจนกลายเป็นเมียเช่า เรื่องราวในอีสานยุคสงครามเวียดนาม ถ่ายทอดมิตรภาพ ความรัก และบาดแผลจากการถูกตีตรา ชี้ให้เห็นว่าคำพูดบางคำอาจผลักดันหรือทำลายชีวิตคนได้ อ่านออนไลน์ได้แล้วบนเว็บไซต์อ่านเอา anowl.co
อุราสะอื้น ลูกหล่าหรือลูกหล้า หมายถึงลูกคนสุดท้อง แม่สาคูเป็นที่พึ่งของอุรามาตั้งแต่เด็ก ผิดกับแม่ของตัวเองที่เธอไม่เคยบอกอะไรเลย เพราะกลัวแม่ไม่เข้าใจ กลัวไม้เรียวของพ่อ มีแต่พี่ชายคอยเป็นเกราะกำบัง แอบตามใจเสมอ
“แล้วเจ้าเสียใจบ่ จะเลิกไหม”
อุรานิ่งคิด น้ำตาไหลออกมาโดยไม่มีเสียงสะอื้น พยักหน้าหงึกๆ
“ข้อยได้เงินจากการเป็นเมียเช่ามาหลาย ได้เงินได้ทองมาก็ให้แม่ ตอนนี้แม่มือเติบมาก อยากได้โน่นอยากได้นี่ ถ้าข้อยเลิกทำ ข้อยจะหาเงินที่ไหนมาให้แม่อีก”
“อุระไม่ได้ให้รึ”
“อ้ายอุระเก็บเงินสร้างบ้านใหม่ แม่อยากได้บ้านสวยๆ อ้ายเลยจำกัดเงินที่จะใช้จ่าย แม่มาขอข้อย พอข้อยให้ง่าย แม่ก็บ่เคยถามว่าข้อยเอาเงินมาจากไหน”
“อุราเอ้ย…ลูกหล่าของแม่”
แม่สาคูอดไม่ได้ที่จะปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา วิถีชีวิตมันเลือกได้จริงไหม นางเริ่มไม่เข้าใจ เจ็บร้าวในอกไปกับอุราที่เลี้ยงคู่กันมากับนวล ไม่ต่างอะไรกับลูกสาวอีกคน แต่กับแม่ของอุรา แม่ที่ให้กำเนิดนางคงไม่ไปก้าวล่วง ก้าวล้ำ
สองสาวต่างวัยกอดกันปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาระบายความในใจแทนแสนล้านคำบรรยาย
นวลลงไปหาพ่อ ปรากฏว่าอ้ายอุระมาด้วย กำลังนั่งคุยกันที่ตั่ง เลยเดินไปสมทบ
“กินข้าวกันแล้วหรืออ้าย”
“กินแล้ว มานั่งคุยกับพ่อ อุราบอกจะมาอ้อนแม่ เพิ่งโดนที่บ้านตะเพิดมา”
อุระพูดปนหัวเราะ นวลก็หัวเราะด้วย เพราะรู้ว่าน้องสาวเขาแสบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
“พ่อบอกว่า นวลกับแม่จะไปบวชชีที่วัด มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”
“ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ก็เบื่อขี้ปากคนด้วยค่ะ”
“อือ อ้ายก็คุยกับพ่อ ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวอ้ายจัดขบวนขันหมากมาขอนวลเอง”
นวลหัวเราะ ยกมือไหว้
“ข้อยขอบน้ำใจจ้า อ้ายบ่าวเนื้อหอม ถ้าเป็นเมื่อก่อน อยู่กันแต่ในบ้านเฮา ข้อยก็จะเชื่ออยู่ แต่นี่พอพวกเราไปทำงานในเมือง ข้อยสู้รบปรบมือกับสาวรอบตัวอ้ายบ่ไหวดอก”
“สาวๆ เขามาชอบอ้ายเอง”
“แหม้น”
นวลล้อเลียนเสียงสูง อุระหัวเราะ ใบหน้าคมคายของเขาน่ามอง แต่นวลมองเขาเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นเอง โตด้วยกันมาแทบจะแยกบ้านไม่ออก แต่นวลก็แอบหลบตาเพราะกลัวว่ามันจะฟ้องพี่กับพ่อว่าซอกลึกในใจเธอซ่อนเจสันเอาไว้ เธอซ่อนเขาไว้ตั้งแต่วันที่พบกันครั้งแรก
อุระมองไปทางถนนหน้าบ้านทำสีหน้าตกใจ นวลหันไปมองตามแล้วก็ต้องตกใจ เรียกชื่อทั้งสองออกมาพร้อมกัน
“เอ้า! พี่ดวง เจสัน”
นวลตกใจที่จู่ๆ สองคนนั้นก็โผล่มา ผุดลุกขึ้นรีบรุดเข้าไปหา สองคนที่รูปร่างหน้าตาและการแต่งกายไม่เหมือนคนในหมู่บ้าน เด็กในหมู่บ้านเดินตามคอยจับตามองทั้งสองคนทุกฝีก้าว เด็กชายคนหนึ่งยืนกอดอกมองด้วยสายตาคาดโทษอยู่ใกล้ๆ
ดวงฤดีกับเจสันดีใจจนออกนอกหน้า เมื่อเจอกับนวลจนได้ เจสันหยุดแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเงินในกระเป๋าแจกเด็กคนละห้าบาทตามที่ตกลงกันไว้ เด็กเลิกหวาดระแวง รับเงินแล้ววิ่งหนีหายไปคนละทิศละทาง นวลเดินนำแขกพิเศษที่มาเยี่ยมบ้านโดยไม่ได้บอกกล่าวไว้ก่อนเข้ามาในบ้าน อุรากับแม่เดินลงมาจากบนเรือน โดยมีอุราคอยประคองบอกให้แม่ค่อยๆ ไต่ลงบันไดมาอย่างระวัง
เจสันกับดวงฤดียกมือไหว้ผู้ใหญ่ ท่าไหว้ของเจสันงดงามและนอบน้อม
“นวล ดีใจจังที่เจอจนได้ นี่กะว่าถ้าหาไม่เจอ จะกลับไปทางเดิมและกลับรถประจำทาง เขาบอกมีถึงหกโมงเย็น”
“พี่ดวงกับเจสัน นั่งก่อนค่ะ ดวงจะไปตักน้ำมาให้ เดินกันมาตั้งไกล เหนื่อยแย่เลย ร้อนไหมคะ นั่งๆ ค่ะ มาทางนี้ค่ะ”
ดวงฤดีลากข้อมือเจสันที่เก้ๆ กังๆ เดินเข้าใต้ถุนบ้าน ซึ่งเขาต้องค้อมตัวนิดๆ เพราะสูงจนเรียกว่าหัวเกือบจะชนคานทีเดียว
นวลพูดภาษาอังกฤษกับเจสัน และพูดภาษาไทยกับดวงฤดี ปนๆ กันไป ส่วนอุรากับอุระ พูดมันสามภาษา รวมทั้งพูดภาษาถิ่นกับพ่อและแม่ของนวลด้วย เสียงพูดคุยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเซ็งแซ่ เพื่อนบ้านที่ผ่านไปมาก็ชะเง้อชะแง้ บางคนใจกล้า ก็เดินตีเนียนเข้ามาคุยด้วยเหมือนคนคุ้นเคย
ส่วนดวงฤดีก็เป็นล่ามส่วนตัวให้เจสัน คอยแปลภาษาให้พ่อกับแม่ของนวลฟัง
“ผมคิดถึงนวล ดวงไปถามเพื่อนที่ทำงานของนวล แล้วพวกเราก็นั่งรถเมล์มา สนุกมาก”
เจสันเล่าให้พ่อและแม่ของนวลฟัง นัยน์ตาเป็นประกาย
“คุณดวงเป็นพยาบาล ที่ช่วยรักษาชีวิตผมเมื่อตอนผมบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพเธอมาที่นี่เพื่อสอนพยาบาลที่นี่ให้รับมือกับผู้ป่วยต่างชาติแบบผม จะอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนครับ”
เจสันพูดหาทางออกให้ตัวเองที่มาพร้อมผู้หญิงอีกคน เพื่อมาหาผู้หญิงอีกคน ซึ่งคนไทยอาจจะมองว่าเขาเป็นคนไม่ดี
“ดูยูฮังกรี้ ว้อนท์ทูอี้ทซัมไร้ซ์”
แม่ของนวลส่งภาษาอังกฤษสำเนียงบ้านๆ ออกมาแต่ฟังได้ชัดถ้อยชัดคำ เข้าใจง่าย ซึ่งทำให้ทุกคนในที่นั้นตาค้าง อุรานี่ถึงกับอ้าปากหวอเลย
“แหม๊…”
อุราลากเสียงยาวแบบดีใจสุดขีด
“แม่ไปหัดภาษาอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่”
“โอ่ย เนาะ หลวงพ่อเพิ่นสอนนำ เวลาไปวัด ท่านเทศน์ให้คนในหมู่บ้านเราหัดพูดกันเอาไว้ อย่างน้อยก็คำง่ายๆ กินข้าวกินน้ำก็ยังดี แล้วเพิ่นก็ให้เณรสอนเวลาเลิกวัดแหล้วไผอยากเรียนก็อยู่ต่อ”
แล้วแม่ก็ท่องให้ฟังว่ารู้จักคำอะไรบ้าง
“แม่เจ้า…”
“OH…MY GOD!” เจสันอุทานลากเสียง
ตะลึงกันไปทั้งไทยทั้งฝรั่งไปเลยสิ เมื่อแม่พูดให้ฟังขนาดนั้น
“โว้ๆๆๆ เพิ่นสิอยากมีเขยฝรั่งเนาะ” อุรากระแนะกระแหนแบบทีเล่น ทีจริง
“แล้วนี่ พ่อ แม่ ข้อย พูดเป็นนำกันบ่”
“ได้หลายคำ”
“โอ๊ย คนในหมู่บ้านเราไม่ธรรมดา”
ดวงฤดีอุทานแบบดีใจสุดๆ ที่ได้เห็นสิ่งที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ คนแก่อายุรุ่นนี้ พูดภาษาอังกฤษแม้จะเรียงคำเหมือนท่อง แต่ก็ถือว่าสุดยอดไปเลย
นวลหันไปมองทางอุระ ตกใจจนปรับตัวกันแทบไม่ทัน แม่ก็อุบเงียบได้นานมาก
“พ่อๆ พ่อพูดเป็นบ่”
“มากินข้าวด้วยกันบ่”
พ่อพูดเป็นภาษาอังกฤษกับเขาด้วย คราวนี้อุราดีใจร้องกรี๊ด ลุกขึ้นรีบวิ่งกลับบ้านแบบไม่ลาใครเลย เพื่อไปหาพ่อแม่ตนเอง พิสูจน์ที่บ้านว่าจะเก่งแบบนี้ไหม
“หิวไหมคะ คุณดวง รอสักครู่นะ นวลจะไปหุงข้าวและทำกับข้าวให้ คุยกับพ่อและแม่ไปก่อนนะคะ พี่อุระไปช่วยนวล ไปๆ”
“ขอบใจมากนวล ไม่ต้องอะไรมากนะ ขอแค่ข้าวราดไข่เจียวธรรมดาๆ นี่แหละ”
ดวงฤดีไม่ปฏิเสธเลย เพราะตื่นเต้น นั่งลุ้นระทึกกันมาตลอดทางเลยลืมกินข้าวไปเลย เพิ่งมารู้ตัวว่าหิวก็ตอนนี้แหละ
เจสันมองตามสองพี่น้องตาละห้อย จนดวงฤดีบอกว่า
“คุณก็ตามไปช่วยเขาสิเจสัน ฉันนั่งคุยกับผู้ใหญ่รอกินอย่างเดียว ฮ่าๆ”
เธอพูดติดตลก
“แล้วพ่อกับแม่กินข้าวกันหรือยังคะ กินอีกทีกี่โมง นี่จะห้าโมงเย็นแล้ว”
“อีกเดี๋ยวก็ได้ นวลไปทำกับข้าว ก็ได้กินพร้อมๆ กันไปเลย กินหลายคน คุณ เออะ น้อง เอ่อ…”
“แม่เรียกหนูว่า ดวง ค่ะ ไม่ต้องน้อง ไม่ต้องคุณอะไรหรอก ฝรั่งแม่ก็เรียกเจสัน ไม่ต้องมิสสะตง มิสสะเตอร์อะไร”
“จ้ะ”
นวลเดินเข้ามาใกล้พ่อ กระซิบขอยืมไฟแช็กที่พ่อ ทันได้ยินประโยคสุดท้ายพอดี ได้แต่ยิ้มให้คุณดวงกับแม่แล้วค้อมตัวเดินขึ้นบ้านไป
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 28 : ตีตราบุปผา (จบบริบูรณ์)
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 27 : บุปผาใกล้ใจ
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 26 : ผมมันคนซื่อ
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 25 : เมื่อบุปผาบาน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 24 : บทเรียนชีวิต
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 23 : คืนวันที่ผันผ่าน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 22 : คนทำอาหาร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 21 : หนังกลางแปลง
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 20 : เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 19 : บ้านนอก
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 17 : ดวงฤดี
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 16 : โรงหนังใหญ่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 15 : ฤาจะเป็นโชคชะตา
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 18 : เงินหาง่าย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 14 : สร้างตัวตน
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 13 : โลกเป็นโรงละครใหญ่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 12 : ยินดีที่รู้จัก
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 11 : ในเรื่องเล่า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 10 : ขวัญมาเด้อหล่า
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 9 : บังเอิญมีจริงไหม ?
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 8 : ชีวิตที่ต้องเรียนรู้
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 7 : น้องเขาเพิ่งมาใหม่
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 6 : ทางเลือกและทางรอด
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 5 : เฮ้ย ! นั่นที่นาใคร
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 4 : เอื้อยชอบแบบนี้
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 3 : ฝันร้าย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 2 : เด็กเลี้ยงควาย
- READ บุปผาตีตรา บทที่ 1 : โนนบุปผาแดง








