สาปไอยรา บทที่ 36 : อยากตะโกนดังๆ ใส่หน้า ว่าผู้ชายเขาเลือกฉัน

สาปไอยรา บทที่ 36 : อยากตะโกนดังๆ ใส่หน้า ว่าผู้ชายเขาเลือกฉัน

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

 

วันงานทำบุญหล่อพระประธานใกล้เข้ามาถึง จารุมาสช่วยงานครอบครัวของไอยราอย่างขะมักเขม้นโดยไม่มีการเกี่ยงงานใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งช่วยบอกบุญให้กับเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และบรรดาครูทั้งหลายในโรงเรียนให้มาร่วมงานบุญนี้ด้วย

ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะหล่อพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ หรือที่เรียกกันว่าปางป่าเลไลยก์ อิริยาบถประทับนั่งอยู่บนก้อนศิลา ห้อยพระบาททั้งสองข้างลงบนดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้าง พระเนตรเหลือบมองต่ำ ด้านข้างประกอบด้วยรูปช้างหมอบกราบ ใช้งวงจับกระบอกน้ำ และอีกด้านหนึ่งมีลิงกำลังถือรวงผึ้งถวาย ซึ่งพระบุญก็เห็นดีงามด้วย เนื่องจากอานิสงส์การสร้างพระนี้ ชีวิตจะมีแต่ความผาสุกสมบูรณ์ผลทุกด้าน

พระพุทธรูปปางนี้กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อพระพุทธองค์ประทับอยู่ที่เมืองโกสัมพี ครั้งนั้นมีภิกษุมากรูปไม่สามัคคีปรองดองกันและประพฤตินอกโอวาท พระพุทธเจ้าจึงเสด็จจาริกตามลำพังยังป่าปาลิไลยกะ โดยมีพญาช้างเผือกนามว่า ‘ปาลิไลยกะ’ คอยปรนนิบัติบำรุงด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เมื่อลิงเห็นดังนั้นก็นำรวงผึ้งไปถวายบ้าง ครั้งแรกพระพุทธเจ้าไม่ได้รับไว้เพราะรู้ว่าในรวงผึ้งมีตัวอ่อนอยู่ เมื่อลิงทราบดังนั้นจึงนำตัวอ่อนออก และนำรวงผึ้งไปถวายแก่พระพุทธเจ้าอีกครั้ง จนครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าออกพรรษา พญาช้างยังคงติดตามพระพุทธเจ้าจนกระทั่งใกล้ออกจากป่า พระพุทธเจ้าได้ทรงห้าม และตรัสให้พญาช้างกลับเข้าไปอยู่ในป่าตามเดิม พญาช้างเสียใจล้มลงขาดใจตาย ส่วนลิงที่ถวายรวงผึ้งก็ตกต้นไม้โดนตอแหลมทิ่มตาย แต่ด้วยบุญกุศลที่ทำไว้ทำให้ทั้งพญาช้างและลิงได้เกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์

พระบุญจึงไม่ขัดเลยที่ไอยราจะสร้างพระพุทธรูปปางนี้ และพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่

ไอยราติดต่อโรงหล่อพระที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดให้ช่วยทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการปั้นต้นแบบองค์พระ การทำแม่พิมพ์ การทำหุ่น การเผาหุ่น และการเททองในการหล่อ ทุกขั้นตอนดำเนินงานกันที่ปางช้างจันทร์ส่อง

เมื่อถึงวันฤกษ์ยามงามดี ภายในปางช้างจันทร์ส่องก็มีพิธีเททองหล่อพระ โดยมีคชา แขไข และไอยรา เป็นเจ้าภาพ มีเต็นท์กางให้ผู้มาร่วมงานได้นั่งหลบแดด ทางเจ้าภาพนั่งกันอยู่เต็นท์ด้านหน้าปะรำพิธี โดยมีจารุมาสนั่งร่วมอยู่ในนั้นด้วยข้างๆ ไอยรา ส่วนช้างทุกเชือกในปางก็มีควาญประจำตัวคอยดูแลอยู่ด้านหลังเต็นท์ของแขกที่มาร่วมงาน

นิศากรที่เพิ่งเดินทางมาถึงเดินเข้างานมาอย่างสวยสง่าด้วยเดรสยาวแขนกุดรัดรูปสีขาว และตั้งใจเดินเข้าไปนั่งใกล้ไอยราเพื่อเปิดตัวโดยเฉพาะ ไม่สนใจจารุมาสที่นั่งอยู่อีกข้างของเขาสักนิด ไม่ลืมยกมือไหว้คชาและแขไข บิดามารดาของชายหนุ่มอย่างเคารพด้วย ก่อนจะหันมาคุยกับไอยรา

“นิไม่ได้มาช้าไปใช่ไหมคะ”

“ไม่ครับ มาได้ทันเวลาพอดี”

ชายหนุ่มยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง ให้ความสนิทสนมเพียงเพื่อนเท่านั้น

“มีอะไรให้นิช่วย บอกได้เลยนะคะ”

“ครับ”

“สวัสดีค่ะครูมาส ได้สิทธิ์มานั่งตรงนี้ด้วยเหรอคะ”

นิศากรตั้งใจทักจารุมาสเป็นคนสุดท้าย จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะทักทายเท่าไร แต่กลัวทางครอบครัวของชายหนุ่มจะเห็นว่าเธอเสียมารยาท จึงเอ่ยทักเสียหน่อย พลางมองเหยียดหญิงสาวในชุดปฏิบัติธรรมสีขาวเหมือนไอยรา และก็เหมือนกับที่บิดามารดาของชายหนุ่มใส่ด้วย

“ใช่ค่ะ พี่ช้างให้มานั่งข้างๆ ตรงนี้ค่ะ”

จารุมาสเอ่ยตอบยิ้มๆ กลับไปอย่างเรียบร้อย เพราะเธออยู่ในชุดขาวต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องเข้าไว้ อย่าให้อะไรมากวนใจได้เด็ดขาด เมื่อเห็นนิศากรสะบัดหน้ากลับไปนั่งหน้าเชิด เธอก็เลิกสนใจ แล้วนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยตามเดิม

พอถึงเวลาเก้าโมงเก้านาที พราหมณ์ผู้ทำพิธีก็เชิญประธานให้ออกไปจุดธูปเทียนบูชาฤกษ์หน้าโต๊ะเครื่องสังเวย โดยบนโต๊ะมีบายศรีเก้าชั้น ไก่ 1 ตัววางไว้ทางทิศเหนือของโต๊ะ หัวหมู 3 หัววางทางทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศใต้ ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว กล้วยน้ำว้าสุก มะพร้าวอ่อน และถั่วเขียวคั่ว

คชาและแขไขเห็นพ้องต้องกันว่าให้ไอยราเป็นผู้ทำพิธีตั้งแต่เริ่มแรกเลย จึงหันมาพยักพเยิดหน้าบอกลูกชาย ไอยราจึงลุกขึ้นยืน พลางสะกิดจารุมาสให้ลุกขึ้นตามไปด้วย หญิงสาวจึงลุกขึ้นตามเขา แต่ว่าทางด้านนิศากรก็ลุกขึ้นยืนตามด้วยอีกคน เขาจึงรีบเอ่ยถามเพราะเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

“นิจะไปไหนครับ”

“ก็จะไปกับช้างด้วยไงคะ ครูมาสยังไปด้วยได้เลย”

นิศากรเอ่ยตอบ พลางเกาะแขนเขาไว้อย่างสนิทสนม แต่ก็โดนเขาดึงมือออก ไอยราเลยต้องส่งสัญญาณให้มารดาช่วยเหลือ ด้วยการมองตาก็รู้ใจ

“หนูนินั่งอยู่กับแม่นี่แหละลูก”

แขไขออกคำสั่งพลางฉุดแขนนิศากรให้นั่งลงข้างตัวของนาง หญิงสาวปฏิเสธไม่ได้จึงนั่งลงอย่างหงุดหงิด แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้เพราะอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่

ไอยรากับจารุมาสเดินออกไปจุดธูปเทียนบูชาฤกษ์ที่โต๊ะสังเวยด้วยกัน หลังจากนั้นก็จุดธูปปักที่เครื่องสังเวยจนครบทุกอย่าง ระหว่างนั้นพราหมณ์ก็ทำพิธีบูชาฤกษ์

เมื่อเสร็จจากโต๊ะเครื่องสังเวย ไอยรากับจารุมาสก็ไปจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนจะกลับมานั่งเคียงข้างกันเหมือนเดิมที่เต็นท์เจ้าภาพ หลังจากนั้นพระสงฆ์ก็ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์จนจบ

ขั้นตอนสุดท้าย พิธีเททองหล่อพระ พราหมณ์ผู้ทำพิธีเรียกให้ประธานออกไปอีกครั้ง ไอยรากับจารุมาสจึงลุกขึ้นยืน โดยที่นิศากรก็ลุกขึ้นพร้อมกันอีกครั้งแล้วเกาะแขนไอยราไว้แน่น ชายหนุ่มปัดมือของนิศากรออก พอดีกับที่โดนแขไขฉุดให้นิศากรนั่งลงเหมือนเดิม จารุมาสยิ้มเยาะอยู่ภายในใจเมื่อเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของนิศากร อยากจะตะโกนดังๆ ใส่หน้าว่า ผู้ชายเขาเลือกฉันจ้ะ!

ไอยรากับจารุมาสออกไปจุดเครื่องบูชาที่โต๊ะบูชาสี่ทิศ อธิษฐานขออานุภาพบุญกุศล และอำนาจเทวดาบันดาลให้การหล่อพระสำเร็จเรียบร้อยงดงามสวัสดี ให้พระที่จะหล่อนั้นสวยงาม และทรงมหิทธานุภาพ ขจัดทุกข์ภัยอำนวยความสุขทุกอย่าง

หลังจากนั้นไอยรากับจารุมาสก็ขึ้นไปยืนบนแท่นมณฑลพิธี ถือสายสิญจน์ซึ่งปลายอีกข้างหนึ่งผูกอยู่กับช้อนคันยาวที่ช่างหล่อยื่นให้ โดยมีญาติและผู้เข้าร่วมพิธีพนมมือถือด้ายสายสิญจน์ ช้างทุกเชือกที่ร่วมพิธีก็มีสายสิญจน์พันที่งวง หลังจากนั้นเธอและเขาก็ช่วยกันหย่อนแผ่นทอง เงิน นาก ลงบนช้อนคันยาวที่ช่างหล่อยื่นให้ จารุมาสถอดแหวนทองหนึ่งสลึงของตนที่ใส่ติดนิ้วมาตลอดลงในช้อนคันยาวนั้นด้วยเพื่อเป็นการทำบุญสร้างกุศลตามที่ยายอัมพรของเธอแนะนำมา

ช่างหล่อทองถือช้อนคันยาวที่โยงด้วยด้ายสายสิญจน์ไปเทลงเบ้าหล่อพระ ขณะที่เททองพระสงฆ์ก็เจริญพระชัยมงคลคาถา



Don`t copy text!