สาปไอยรา บทที่ 35 : เห็นด้วยตา สัมผัสด้วยมือ รับรู้ด้วยใจ

สาปไอยรา บทที่ 35 : เห็นด้วยตา สัมผัสด้วยมือ รับรู้ด้วยใจ

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

เมื่อกลับมาถึงบ้านทาวน์เฮาส์ จารุมาสกับไอยราก็อยู่คุยสารทุกข์สุกดิบกับยายและน้องสาวของเธออีกสักพักจนหายคิดถึง จารุมาสก็ขอตัวกลับเพื่อที่ยายของเธอจะได้พักผ่อน โดยให้เหตุผลว่าเดี๋ยวจะกลับถึงเชียงคานมืดค่ำเกินไป แต่ที่รีบจริงๆ แล้วคือ กลัวไอยราจะต้องกลายเป็นช้างก่อนที่จะถึงบ้าน ให้ต้องลำบากหาที่พักในป่ากันอีก ซึ่งยายของเธอก็เห็นดีด้วย เพราะเดินทางตอนกลางคืนนั้นมันอันตราย จึงรีบไล่ให้หลานสาวคนโตรีบกลับไป โดยไม่ลืมอวยพรให้ทั้งคู่นั้นเดินทางปลอดภัยด้วย

แต่กว่าจะได้ไปกันนั้น จารุมาสก็ย้ำแล้วย้ำอีกให้ภาณุมาศผู้เป็นน้องสาวนั้นดูแลยายให้ดี ถ้ามีอะไรหรือยายเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกก็ให้รีบโทร.หาเธอทันที โทร.ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จะได้รีบกลับมาเหมือนครั้งนี้ และยังย้ำเตือนให้ผู้เป็นยายนั้นอย่าหักโหมกับการขายขนมครกมากจนเกินไปด้วย ให้ขายเอาสังคมก็พอ!

 

ไอยราขับรถพาจารุมาสกลับมาถึงเชียงคานในตอนเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินพอดิบพอดี ชายหนุ่มก็พาหญิงสาวเข้าไปในเขตหวงห้ามที่อยู่ในป่าข้างหลังปางช้างจันทร์ส่อง ภายในบริเวณรั้วเหล็กแหลมนั้นรอบนอกจะเป็นต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่ขึ้นบังบ้านพักหลังน้อยที่อยู่ตรงกลาง และมีคอกช้างอยู่ติดกัน คอกช้างนั้นปลูกสร้างคล้ายกับโรงงานขนาดเล็ก ติดแอร์ มีผนังปิดกั้นมิดชิดรอบด้าน ถ้าคนภายนอกแอบเข้ามาก็ไม่สามารถรู้ได้อยู่ดีว่าข้างในมีอะไร นอกเสียจากจะเดินออกไปตัวเป็นๆ ให้คนอื่นเห็น

ภายในบ้านพักก็เหมือนบ้านของคนปกติทั่วไป มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ไอยรากับจารุมาสนั่งพักกันอยู่ในบ้านไม่นาน พอใกล้พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า ไอยราก็ลุกขึ้นยืนพลางบอกกับจารุมาสด้วยเสียงอ่อยๆ

“พี่ต้องไปที่คอกแล้ว”

“มาสไปด้วยค่ะ”

เธออยากเห็นด้วยตาของตัวเอง ว่าไอยราจะกลายเป็นช้างได้อย่างไร จึงลุกขึ้นยืนแล้วเข้าไปจับมือของเขาไว้อย่างให้กำลังใจอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะจูงมือพาเธอเดินเข้าไปที่คอกช้างซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านพัก

ภายในคอกช้างนั้นมีเข่งใส่ผลไม้หลากหลายชนิดวางไว้อยู่หลายเข่ง มีทั้งแตงโม กล้วย อ้อย เป็นต้น และยังมีฟางใหม่เอี่ยมปูที่พื้น มีกองหญ้ากองใหญ่เหมือนเพิ่งตัดมาสดๆ ร้อนๆ กองไว้ให้ นี่คืออาหารของเขาในคืนนี้สินะ

“ลุงปั้นเป็นคนเตรียมมาให้น่ะ”

ชายหนุ่มเอ่ยบอก เมื่อเห็นเธอมองของพวกนั้นอย่างสนใจ

จารุมาสพยักหน้ารับรู้อย่างเลื่อนลอย ยิ่งใกล้เวลาที่ไอยราจะกลายเป็นช้าง เธอยิ่งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันทั้งตื่นเต้นผสมความหวาดกลัวที่เธอต้องเผชิญกับเรื่องลึกลับซับซ้อน แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับไอยราอยู่แล้ว เขายอมรับและอยู่กับมันได้ เธอก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน

พอพระอาทิตย์ตกดิน ไอยราที่ยืนเป็นคนให้เธอมองอยู่ดีๆ ก็กลับกลายเป็นช้างต่อหน้าต่อตาของเธอ โดยที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของชายหนุ่มนั้นร่วงกองอยู่ที่พื้น ยกเว้นสร้อยคอคล้องพระเครื่องที่เธอสวมให้ยังคงสวมติดคอพี่ช้างใหญ่ไว้เหมือนเดิม เป็นความแปลกมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่ง ตอนเป็นคนสร้อยก็หดสั้นให้พอดีกับคอของไอยรา พอกลายเป็นช้างก็ขยายเป็นเชือกเส้นยาวที่เธอคล้องให้ หรือเธอจะเป็นคู่บุญของเขาจริงๆ ถึงได้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นร่วมกัน

จารุมาสร้องไห้น้ำตาไหลออกมาด้วยความสงสารไอยราจับใจ ใช้ฟันบนขบริมฝีปากล่างเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เมื่อไหร่เวรกรรมของเขาจะหมดไปเสียทีหนอ จะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้อีก

ไอยราในร่างของพี่ช้างใหญ่เห็นหญิงสาวร้องไห้ ก็ใช้งวงจูบซับน้ำตาบนใบหน้าให้เธออย่างอ่อนโยน จารุมาสจึงเข้าไปกอดงวงของเขาไว้แน่นแล้วพยายามหยุดร้องไห้ เพราะไม่อยากให้เขาต้องเป็นกังวล ตอนนี้เธอต้องเข้มแข็งและเป็นหลักให้เขา มากกว่าที่จะมานั่งเศร้าเสียใจไปซึ่งก็ไม่เกิดประโยชน์ ไม่สู้ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้จนกว่าจะถึงเวลาแก้ไขคำสาป เธอจะช่วยปิดบังความลับนี้ไว้ให้เอง และไม่แพร่งพรายออกไปให้ใครรู้เด็ดขาด

“กินกล้วยกันดีกว่าพี่ช้าง เดี๋ยวมาสป้อน”

จารุมาสเอ่ยชวนเมื่อยอมรับความจริงและหยุดร้องไห้ได้แล้ว พลางหยิบกล้วยในเข่งมาหนึ่งหวี แล้วบิดกล้วยทีละลูกส่งให้เขา ก่อนจะปอกกล้วยเข้าปากให้ตัวเองบ้าง พอกินกล้วยประทังความหิวไปบ้าง เธอก็หยิบผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในเข่งมาป้อนให้เขาอีก จนกระทั่งผลไม้หมดไปหลายเข่งจึงเอ่ยแซว

“กินจุนะเนี่ยพี่ช้าง”

“…”

ไอยราในร่างพี่ช้างใหญ่เบี่ยงตัวหันหน้าหนีทันที

“อ้าว…มาสแซวนิดเดียวเอง งอนหรืออิ่มเนี่ย”

เธอถามอย่างติดตลก พลางหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเขายืนหันหลังให้เธอและเข่งผลไม้ ใบหูและหางกวัดแกว่ง แสดงว่ายังอารมณ์ดีอยู่ แต่คงจะงอนที่โดนเธอแซว จึงเอ่ยปลอบ

“โอ๋ๆ มากินต่อนะคะ เดี๋ยวมาสป้อน”

“…”

ไอยราหันกลับมาแล้วใช้งวงอุ้มเธอจนตัวลอย แล้วเดินเข้าไปวางเธอไว้ตรงหน้าประตูบ้าน ก่อนจะใช้งวงดันให้ตัวหญิงสาวเข้าไปข้างใน

“ให้มาสอยู่ในนี้เหรอคะ”

จารุมาสเอ่ยถาม พลางชี้มือเข้าไปในตัวบ้าน พอไอยราผงกหัวอันใหญ่โตขึ้นลงให้เห็น เธอก็ยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยแซวอีกครั้ง

“จะแอบไปกินไม่ให้มาสเห็นใช่ไหมล่ะ”

“…”

ไอยราสะบัดหูตอบ พลางใช้งวงดันตัวหญิงสาวให้เข้าบ้านไปเสียที

“ก็ได้ๆ มาสไม่มองแล้วก็ได้”

พูดจบจารุมาสก็หันหลังเดินเข้าบ้านไปตามความต้องการของเขา แต่ไปเปิดผ้าม่านแล้วแอบมองตรงหน้าต่างแทน เห็นไอยราในร่างของพี่ช้างใหญ่เดินกลับไปกินผลไม้ในเข่งต่ออย่างเอร็ดอร่อยก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางคิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องอายเธอเลย อีกอย่างเธอก็รู้อยู่แล้วว่าช้างกินจุจะตาย หรือว่าเธอจะแซวเขามากเกินไปเลยไม่กล้ากินให้เห็นต่อหน้าเธอ

หญิงสาวเลิกแอบดูเขาไปเสีย ปล่อยให้เขาได้กินอาหารตามสบาย แล้วเข้าห้องนอนของไอยราเพื่อไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เขาอนุญาตให้เธออยู่ที่นี่ได้จนถึงเช้า เพื่อที่พรุ่งนี้เธอจะได้ตื่นแต่เช้ามารอเวลาพระอาทิตย์ขึ้น แล้วจะได้เห็นไอยราเปลี่ยนจากช้างกลายเป็นคนปกติด้วยตาของตัวเองอีกครั้ง



Don`t copy text!