สาปไอยรา บทที่ 30 : ความดันต่ำในผู้สูงอายุ ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

สาปไอยรา บทที่ 30 : ความดันต่ำในผู้สูงอายุ ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลจารุมาสก็มุ่งตรงไปหายายของเธอที่ห้องพักผู้ป่วยทันที โดยมีไอยราเดินตามมาไม่ห่าง พอถึงเตียงของยายก็เห็นว่ายายของเธอนั้นกำลังหลับอยู่ เธอจึงชวนน้องสาวออกมาคุยกันข้างนอก จะได้ไม่เป็นการรบกวนการพักผ่อนของยายและก็คนไข้คนอื่นๆ ด้วย

“ภา หมอมาบอกผลตรวจหรือยัง”

จารุมาสเอ่ยถามน้องสาวทันทีที่เดินออกมาพ้นจากห้องพักผู้ป่วย

“บอกแล้วจ้ะ ยายแค่ความดันต่ำ น่าจะเกิดจากยืนขายขนมครกนาน แล้วก็นอนไม่ค่อยหลับ ส่วนอย่างอื่นไม่มีอะไรน่าห่วงเลยจ้ะ ปกติดีทุกอย่าง”

ภานุมาศเอ่ยตอบคำถามของพี่สาว เพราะเธอเป็นคนได้คุยกับคุณหมอด้วยตัวเอง

“แล้วทำไมยายยังไม่ฟื้นล่ะ”

จารุมาสยังเป็นกังวลเมื่อมาถึงแล้วเห็นยายของเธอยังนอนหลับอยู่

“อ๋อ หมอให้ยานอนหลับอ่อนๆ น่ะ ยายจะได้พักผ่อนมากๆ พรุ่งนี้หมอก็ให้กลับบ้านแล้วละ พี่สบายใจได้แล้วนะ”

ผู้เป็นน้องสาวอธิบาย พลางเอ่ยปลอบใจพี่สาวไปด้วย

“อื้อ…”

“แล้วนี้พี่มายังไงทำไมมาถึงเร็วจัง”

ภาณุมาศเอ่ยถามพลางมองไปยังชายหนุ่มที่ตามพี่สาวของเธอมาด้วยความสงสัย

“พี่มากับพี่ช้างน่ะ ที่เคยเล่าให้ฟังไง”

จารุมาสตอบน้องสาวอย่างเขินๆ

“อ๋อ…แฟนพี่น่ะเหรอ”

คนเป็นน้องสาวเอ่ยแซวยิ้มๆ แล้วค่อยหันไปทักทายแฟนของพี่สาวด้วยการไหว้ พร้อมกับเอ่ยแนะนำตัวไปด้วย

“สวัสดีค่ะพี่ช้าง ภาณุมาศนะคะ เรียกภาก็ได้ เป็นน้องสาวแท้ๆ ของพี่มาสค่ะ”

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับน้องภา”

ไอยรารับไหว้น้องสาวของคนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเอง

“เช่นกันค่ะพี่ช้าง พี่มาสเล่าเรื่องของพี่ให้ภาฟังตลอดเลยนะคะ”

ตอนที่พี่สาวโทร.มาคุยด้วย หลังจากที่จารุมาสได้คุยกับยายเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นพี่สาวก็จะคุยกับเธอ เล่าเรื่องราวทุกอย่างในแต่ละวันให้เธอฟังเสมอ รวมทั้งเรื่องของไอยราด้วย เธอจึงแกล้งแฉความลับของพี่สาวให้ชายหนุ่มรับรู้

“มีแต่เรื่องดีๆ ใช่ไหม”

ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้มๆ

“ดีสิคะ ดีจนภาอยากรู้จักตัวจริงว่าดีอย่างที่พี่มาสบอกหรือเปล่า พอภาได้เห็นวันนี้แล้วรู้เลยว่าพี่มาสไม่ได้พูดเกินจริงเลยค่ะ”

ภาณุมาศเอ่ยชม ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างยินดีที่เห็นพี่สาวของเธอได้เจอคนดี และทำให้พี่สาวของเธอมีความสุขได้

“พอเถอะภา พี่เขินจะแย่แล้ว”

จารุมาสเอ่ยห้ามให้น้องสาวหยุดพูด เพราะยิ่งน้องสาวพูดเธอยิ่งอายชายหนุ่มที่มากับเธอด้วย

“แล้วนี่จะกลับกันเมื่อไหร่คะ วันนี้เลยหรือเปล่า”

ภาณุมาศเลยเปลี่ยนเรื่องด้วยการถามรวมๆ

“พี่ลางานไว้สองวัน อยากอยู่ดูอาการของยายก่อน ถ้าดีขึ้นพี่ก็จะกลับพรุ่งนี้”

คนเป็นพี่สาวเอ่ยตอบ แล้วหันไปเอ่ยบอกกับไอยราอย่างเกรงใจ ถ้าเขาต้องมาลำบากอยู่กับเธอที่นี่

“พี่ช้างจะกลับวันนี้เลยก็ได้นะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาสกลับเชียงคานคนเดียวได้ค่ะ”

“มาด้วยกันก็ต้องกลับพร้อมกันครับ”

เรื่องอะไรที่เขาจะปล่อยให้หญิงสาวเดินทางกลับคนเดียว ไอยราจึงเอ่ยบอกออกไปตามความตั้งใจเดิมของเขา

“แต่มาสต้องนอนเฝ้ายายที่นี่นะคะ”

จารุมาสบอกออกมาอย่างเป็นกังวล จะให้เขานอนที่โรงพยาบาลด้วยกันก็ดูจะลำบากเกินไป อีกทั้งโรงพยาบาลก็ยังจำกัดจำนวนญาติที่อยู่เฝ้าคนไข้ด้วย

“เดี๋ยวพี่ไปหาโรงแรมแถวนี้พักนอนก็ได้ไม่ต้องห่วง”

ไอยราเอ่ยบอก จารุมาสจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล เขาเป็นผู้ชายนอนที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น อีกทั้งอำเภอวังน้ำเขียวก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว ต้องมีที่พักสำหรับเขาแน่นอน

“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่อยู่กับมาส”

หญิงสาวยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน พลางใช้ศีรษะพิงไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน จนคนเป็นน้องสาวหมั่นไส้ฉากสวีตหวานของคู่หนุ่มสาว จึงเดินกลับเข้าไปนั่งเฝ้ายายที่เตียงตามเดิม

ไอยราใช้มือลูบศีรษะจารุมาสอย่างอ่อนโยน แล้วแอบหอมหัวของหญิงสาวเบาๆ เมื่อไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น

ยายอัมพรของจารุมาสตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเย็น หลังจากที่ไอยราออกไปหาโรงแรมนอนพักในคืนนี้ไม่นาน พอเห็นหน้าหลานสาวคนโตที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงพร้อมกันกับหลานสาวคนเล็ก ก็เอ่ยเรียกอย่างแสนคิดถึง

“มาส”

“จ๋า…ยาย”

จารุมาสขานรับ พลางเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่ายายอัมพรของเธอนั้นตื่นขึ้นมาคุยกับเธอได้แล้ว

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก”

“มาถึงตอนบ่ายๆ จ้ะ”

“ยายไม่ได้เป็นอะไรมากเลย จริงๆ แล้วหนูไม่ต้องมาก็ได้ ลำบากต้องหยุดสอน ไหนจะต้องเดินทางไกลอีก เดินทางคนเดียวมันอันตรายนะรู้ไหม”

ยายอัมพรเอ่ยบอกอย่างเกรงใจผู้เป็นหลาน และเป็นห่วงด้วย หญิงชราคิดว่าระยะทางจากเลยมาวังน้ำเขียวนั้นไม่ใช่ใกล้ๆ อีกทั้งหลานของเธอเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวนางก็เป็นห่วงจับใจ

“ก็มาสเป็นห่วงยายนี่จ๊ะ อยากมาเห็นกับตาว่ายายไม่ได้เป็นอะไร”

หญิงสาวเข้าไปกอดยายอัมพรที่นอนอยู่บนเตียง วางศีรษะไว้บนอกอุ่นๆ ของหญิงชรา แล้วเอ่ยบอกความรู้สึกจากใจ

“เอาๆ เห็นแล้วพรุ่งนี้ก็กลับไปได้แล้วนะ”

อัมพรยกแขนขึ้นกอดตอบ พลางลูบหลังผู้เป็นหลานสาวด้วยความรักความคิดถึงอย่างอ่อนโยน

“จ้า”

จารุมาสยกศีรษะขึ้นมาแล้วเอ่ยตอบ พลางยิ้มหวานให้ผู้เป็นยายได้สบายใจและหายห่วงด้วย

“ยายไม่ต้องห่วงพี่มาสหรอกจ้ะ มีคนมาส่งทั้งยังรอรับกลับด้วย”

ภาณุมาศที่เห็นบรรยากาศเริ่มดีขึ้นจึงยิ้ม และเอ่ยแซวพี่สาวขึ้นมาให้ยายฟัง

“ใครกันลูก ไม่เห็นพามาให้ยายรู้จัก”

อัมพรเอ่ยถามยิ้มๆ เมื่อหลานสาวผละออกจากตัวของนางไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามเดิม นางพอรู้เรื่องหลานสาวคนโตมีแฟนจากหลานสาวคนเล็กอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก คงต้องรอจารุมาสเป็นคนเล่าให้ฟังอีกที แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้คนที่มาส่งหลานและรอรับกลับด้วยหรือเปล่า

“พรุ่งนี้นะจ๊ะยาย เดี๋ยวมาสแนะนำให้รู้จัก”

จารุมาสยิ้มตอบอย่างเขินๆ พลางปัดตอบคำถามว่าเขาเป็นใครมาจากไหนไปก่อน แต่พรุ่งนี้ก็คงปิดยายไม่ได้เหมือนวันนี้อีกแล้ว ให้ยายได้เห็นหน้าเขาก่อน แล้วค่อยเล่าเรื่องของเขาให้ยายฟัง

“ได้จ้ะ”

อัมพรมองหลานสาวคนโตที่ออกอาการเขินอย่างชัดเจนด้วยความเอ็นดู จึงไม่เซ้าซี้ถามอีก เดี๋ยวถึงเวลาหลานคงเล่าให้นางฟังเองอย่างที่รับปาก

หลังจากนั้นหนึ่งยายสองหลานสาวก็คุยกันจนหายคิดถึง ไม่นานนักหลังจากยายอัมพรทานอาหารเย็น ยายก็หลับไปอีกด้วยฤทธิ์ยาที่ทานเข้าไป 

 



Don`t copy text!