สาปไอยรา บทที่ 37 : ถ้าเขาเลือกคนอื่น คงราบรื่นกว่านี้

สาปไอยรา บทที่ 37 : ถ้าเขาเลือกคนอื่น คงราบรื่นกว่านี้

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

นิศากรมองภาพไอยรากับจารุมาสที่ได้ออกไปเป็นจุดเด่นอย่างอิจฉาริษยา ที่ตรงนั้นมันควรเป็นของเธอ ไม่ใช่ครูบ้านนอกจนๆ อย่างจารุมาส แต่แค่นี้ไม่ทำให้เธอเลิกล้มความตั้งใจเดิมไปได้หรอก ในเมื่อไอยรายังไม่ได้แต่งงาน เธอก็ยังมีความหวัง นิศากรทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ไหว จึงหนีกลับไปก่อนโดยที่ไม่เอ่ยลาใครทั้งนั้น แค่ปลีกตัวออกมาจากเต็นท์พิธีแล้วหายออกจากงานไปเลย

ไอยรากับจารุมาสกลับเข้าเต็นท์พิธีสงฆ์ แล้วช่วยกันประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม และถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์อนุโมทนา ทุกคนกรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จพิธี

พิธีหล่อพระจบลงด้วยความเรียบร้อย ไอยราควบคุมให้ควาญพาช้างทุกตัวกลับเข้าคอกจนเรียบร้อย และขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงานบุญด้วยกันในครั้งนี้ โดยมีจารุมาสคอยอยู่เคียงข้างไม่ห่าง จนส่งแขกกลับบ้านหมดทุกคน จึงหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข และมีความหวังว่าชีวิตต่อจากนี้ไปชายหนุ่มจะเป็นคนปกติธรรมดาเหมือนคนทั่วไปเสียที

ตอนค่ำหลังพระอาทิตย์ตกดิน ไอยราก็ยังกลับกลายเป็นช้างเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ก็สร้างพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้คชา แขไข และจารุมาส รู้สึกเศร้าสร้อยเมื่อชายหนุ่มยังไม่กลับมาเป็นคนปกติเสียที เกิดข้อผิดพลาดขึ้นตรงไหน

“เป็นเพราะมาสหรือเปล่าคะคุณป้า ถ้าพี่ช้างเลือกคนอื่น…”

จารุมาสเอ่ยถามเสียงเครือ น้ำตาร่วงเผาะด้วยความเสียใจ เมื่อเห็นไอยรายังกลายเป็นช้างเหมือนเดิม ถ้าเขากลับมาเป็นคนปกติไม่ได้ เธอคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

“อย่าโทษตัวเองแบบนั้นลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรารีบไปหาพระบุญกัน จะได้รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป”

แขไขจับมือของหญิงสาวไว้แล้วเอ่ยปลอบ ถึงแม้ภายในใจจะเศร้าไม่ต่างกันที่ยังเห็นลูกชายของตนเองนั้นยังต้องเป็นทุกข์ต่อ ไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติกับเขาเสียที

“เรายังมีความหวังใช่ไหมคะ”

จารุมาสเอ่ยถามด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“ใช่จ้ะ เราอย่าเพิ่งสิ้นหวังแบบนี้เลย เดี๋ยวช้างจะไม่สบายใจเอา”

แขไขเอ่ยปลอบ คนที่น่าสงสารที่สุดคือลูกชายของนาง ไม่รู้ว่าสภาพจิตใจของเขานั้นจะหมดหวังและหมดกำลังใจไปแล้วหรือเปล่า สภาพถึงได้ยืนก้มหัว งวงตก และหูห้อยแบบนั้น

“ถ้าช้างต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต ครูมาสจะรับได้หรือเปล่า”

คชาเอ่ยถามออกมาเพื่อลองใจหญิงสาวคนรักของลูกชาย

“ทำไมพูดตัดความหวังกันแบบนี้ล่ะคะ”

แขไขค้อนสามี ที่พูดอะไรออกมาไม่เป็นมงคลเลย

“เราก็ต้องคิดเผื่อไว้ด้วย มันก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ไม่ใช่เหรอ”

คชาเอ่ยเตือนสติทั้งคู่ และเตือนสติตัวเองด้วย

“มาสรับได้ค่ะ และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

คำตอบของหญิงสาวทำให้คชาและแขไขยิ้มออก ทั้งคู่ต่างคิดว่า ลูกชายของตนนั้นเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ทั้งที่จารุมาสก็รู้ความลับของลูกชายของพวกเขาแล้ว ยังยอมรับในตัวตนนั้นได้ ช่างเป็นคนที่จิตใจดีเสียเหลือเกิน ได้แต่ภาวนาขอให้ความรักของทั้งคู่ผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ด้วยเถิด

จารุมาสเข้าไปกอดงวงของพี่ช้างใหญ่ไว้แน่น พยายามกลั้นสะอื้นและหยุดร้องไห้ เพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวล พี่ช้างใหญ่ก็ใช้งวงกอดตอบเธอเพื่อปลอบโยนซึ่งกันและกัน

ไอยราในร่างพี่ช้างใหญ่นั้น ฟังเข้าใจในสิ่งที่ครอบครัวของเขาและจารุมาสคุยกันทุกอย่าง และรู้สึกรักหญิงสาวมากขึ้นไปอีก ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะยังคงอยู่เคียงข้างเขาไม่หายไปไหน

 

หลังพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าวันถัดมา เมื่อพี่ช้างใหญ่กลับร่างกลายเป็นไอยราแล้วนั้น ชายหนุ่มก็เข้าไปปลุกจารุมาสในห้องนอนของเขา เมื่อวานเธอคงจะเพลียที่ช่วยงานเขาทั้งวัน อีกทั้งยังเจอเรื่องเศร้าที่เขายังไม่สามารถเป็นคนปกติได้อีก กว่าจะนอนหลับคงดึกเกินไป ตอนนี้เธอถึงยังไม่ตื่น

“มาสครับ”

ชายหนุ่มก้มลงจูบหน้าผากของเธอเบาๆ พลางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เช้าแล้วเหรอคะ”

หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เห็นเขากลับมาเป็นคนปกติเหมือนเดิมแล้ว

“ครับ เรารีบไปทานอาหารเช้ากันดีกว่า เสร็จแล้วจะได้รีบไปหาพระบุญกัน”

ไอยราเอ่ยชวน พลางใช้มือลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนไปด้วย

“ค่ะ”

จารุมาสพยักหน้าตกลง หลังจากนั้นหญิงสาวก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ ก่อนจะเดินตามไอยราไปทานอาหารเช้าที่บ้านใหญ่พร้อมกับบิดามารดาของเขา เพราะพวกท่านจะไปหาพระบุญพร้อมกัน

เมื่อไปถึงห้องอาหารพวกท่านทั้งสองก็รอคอยอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นทั้งคู่เดินมาก็กวักมือเรียกให้ไปทานอาหารด้วยกัน

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จจารุมาสก็ช่วยแขไขถือปิ่นโตอาหารที่จะเอาไปถวายพระ พร้อมกับตะกร้าดอกไม้ธูปเทียนไปขึ้นรถที่มีไอยราเป็นคนขับ

เมื่อมาถึงวัดป่าที่พระบุญจำวัดอยู่ ทั้งหมดก็รีบเดินไปที่กุฏิของท่านทันทีด้วยความร้อนใจ

“พวกโยมมากันแต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่า”

พระบุญเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นคณะของคชามาหาท่านแต่เช้า

“ทำไมลูกชายผมเมื่อคืนยังเป็นช้างเหมือนเดิมล่ะครับหลวงพี่”

คชาเอ่ยถามเข้าเรื่องทันทีหลังจากที่ทั้งหมดก้มลงกราบพระเรียบร้อยแล้ว

พระบุญนั่งยิ้มอย่างมีเมตตา ก่อนจะเอ่ยบอกเท่าที่จะบอกได้

“หล่อพระเสร็จแล้วก็จริง แต่ยังไม่ได้ทำพิธีถวายพระพุทธรูปที่หล่อให้กับวัดเลย อาตมาคิดว่าหลังจากที่ถวายพระให้กับวัดแล้วอาจจะเห็นผลในคืนนั้น”

“อ๋อ…”

ทุกคนร้องขึ้นอย่างโล่งใจเป็นที่สุด และยิ้มออกมาได้เมื่อยังมีความหวังว่าไอยราจะกลับกลายมาเป็นคนปกติ

“สบายใจกันขึ้นแล้วใช่ไหม”

พระบุญเอ่ยถาม บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอยู่เสมอ

“ใช่ครับ”

ไอยราเป็นคนเอ่ยตอบ พลางหันไปยิ้มให้จารุมาสที่นั่งอยู่ข้างกายกันอย่างโล่งใจขึ้น

“ไม่ต้องกังวลใจกันไปหรอก เดี๋ยวอะไรๆ มันก็ดีขึ้นเอง อาตมาบอกได้แค่นี้”

หลังจากที่ได้ฟังคำปลอบของพระบุญ ทั้งหมดก็สบายใจขึ้นมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านพูดหรือบอกอะไรออกมามักจะเป็นความจริงเสมอ จึงทำให้คชา แขไข และไอยรา นับถือท่านมาโดยตลอด

ทั้งหมดนั่งสนทนาธรรมกับพระบุญต่อ พร้อมทั้งถวายอาหารที่เอามาทำบุญด้วย แล้วจึงค่อยพากันกลับปางช้างจันทร์ส่องด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นผิดกับขามา



Don`t copy text!