สาปไอยรา บทที่ 41 : ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม

สาปไอยรา บทที่ 41 : ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

จนเมื่อเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกควาญก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ช้างได้ พอเข้าไปใกล้เมื่อมันเห็นก็ขยับเข้าจะทำร้าย จนต้องวิ่งหนีให้ห่าง ซึ่งเขาก็มองแล้วว่าถ้ายังดึงดันจะเข้าไปควบคุมตอนนี้อาจจะเป็นอันตรายทั้งคนและช้าง เลยตัดสินใจซ้ำลูกดอกยาซึมเข็มที่สอง ซึ่งเข็มที่สองค่อนข้างเสี่ยงมาก เพราะว่าการซ้ำยาอาจจะทำให้ช้างได้รับยามากเกินไป แต่เขาก็เลือกที่จะยิงดอกที่สอง เพราะว่าการเสี่ยงเข้าไปควบคุมตอนนี้อาจจะเป็นอันตรายทั้งช้างและคน

ดอกที่สองปักก้นด้านขวา รอบนี้ช้างไม่ค่อยสะดุ้งเพราะว่าอยู่ในอาการซึมระดับหนึ่งแล้ว และหลังจากผ่านไปประมาณสี่สิบนาที ช้างมีอาการซึมลงอย่างชัดเจน ลึงค์หรือว่าองคชาติหย่อนลงมาก หูและงวงเริ่มไม่สะบัด เขาและควาญเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด จนเมื่อมั่นใจว่ามันซึมดีแล้ว เขาเลยให้ควาญที่ชำนาญเข้าไปลองออกคำสั่ง เพื่อทดสอบว่ามันยอมให้เราเข้าใกล้หรือไม่

สังเกตเห็นว่าช้างไม่ได้พุ่งมาทำร้ายควาญแล้ว เขาเลยให้ควาญคนอื่นเข้าไปช่วยกันใส่อุปกรณ์ผูกมัด เป็นโซ่ยาวแข็งแรงที่ขาหลัง เพื่อที่จะเตรียมเคลื่อนย้ายช้าง ส่วนเขาดึงลูกดอกยาซึมออกจากก้นของมัน เข็มงอไปหนึ่งดอก น่าจะเกิดจากช้างพยายามใช้หางสะบัดก็เลยทำให้เข็มงอ

ระหว่างนั้นเขาก็เตรียมยาแก้ฤทธิ์ยาซึม เพราะหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน มันมีอาการแพ้ยาซึมหรือได้รับยาซึมมากเกินไปอาจจะช็อกได้เหมือนกัน เลยต้องเตรียมยาแก้ติดมือไว้จะได้ช่วยเหลือมันได้ทัน

เมื่อพวกควาญใส่อุปกรณ์ผูกมัดจนแน่นหนาเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็พาช้างเดินเลาะลำธารขึ้นไปยังป่าด้านหลังปางช้างจันทร์ส่อง เพื่อหาหลักมัดที่ใช้ควบคุมช้างตกมัน เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ สำคัญเลยคือต้องมีน้ำ ให้มันสามารถมีน้ำกินได้ตลอด ใช้น้ำดับความร้อนรุ่มของมัน และก็มีร่มไม้ไว้กำบังแดดได้บ้าง

เมื่อผูกโซ่กับหลักมัด และล็อกกุญแจอย่างแน่นหนาเสร็จเรียบร้อย ตรวจสอบว่ามันไม่สามารถที่จะหลุดออกไปได้จนกว่าจะหายตกมัน ไอยราก็เข้าฉีดยาแก้ฤทธิ์ยาซึมทางก้นของช้าง เพราะถ้าฉีดบริเวณคอจะอันตรายเกินไปเสี่ยงต่อการโดนทำร้ายได้ ยาแก้ฤทธิ์ยาซึมจะทำให้ยาซึมหมดฤทธิ์เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงจากฤทธิ์ของยาซึม เช่น มีอาการท้องอืดได้มาก

มันกลับมาคึกคะนองเหมือนเดิมเมื่อหมดฤทธิ์ยาซึม แต่ไม่เป็นอันตรายแล้ว เพราะโดนล่ามไว้กับต้นไม้ใหญ่ มันสามารถเดินไปไหนมาไหนได้แค่บริเวณนั้นรัศมีประมาณยี่สิบเมตร เดินไปกินและเล่นน้ำที่ลำธารได้ และที่สำคัญคือต้องมีอาหาร เดี๋ยวเขาค่อยให้ควาญมาให้อาหารมันทุกวัน และเมื่อมันหายจากอาการตกมันเมื่อไหร่ เขาค่อยมาปล่อยโซ่ให้มันได้กลับเข้าไปใช้ชีวิตในป่าเหมือนเดิม ตอนนี้ต้องล่ามไว้เพื่อความปลอดภัยก่อน

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจไอยราก็โทร.แจ้งกับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ดูแลพื้นที่ป่าแถบนี้ให้ทราบว่า เขาได้เจอช้างป่าตกมันตัวหนึ่ง และได้ปฏิบัติการดูแลมันอย่างไรไปบ้าง

ตอนเย็นหลังจากที่จารุมาสส่งเด็กนักเรียนกลับบ้านจนหมดแล้ว เธอก็รีบบึ่งรถมอเตอร์ไซค์กลับปาง ทันที เจอไอยรานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก จึงเดินเข้าไปหาอย่างดีใจที่เขาไม่เป็นอะไร แล้วนั่งลงที่โซฟาข้างกัน พลางเอ่ยเล่าเรื่องราวเมื่อตอนกลางวันให้เขาฟังไปด้วย

“ตอนแรกมาสตกใจมากเลยรู้ไหมคะ กลัวว่าพี่ช้างจะกลายเป็นช้างตกมันตัวนั้นเสียแล้ว”

“ตั้งแต่เกิดมาพี่ไม่เคยตกมันนะ ไม่รู้ทำไม”

ไอยรายิ้มตอบ พลางหัวเราะขันหญิงสาวที่ดูจะเป็นกังวลมากเกินไป

“ยังจะพูดเล่นอีก”

ดูไม่ออกหรืออย่างไรว่าเธอเป็นห่วงเขามากเนี่ย

“ไม่ได้พูดเล่น พี่พูดเรื่องจริง และมันคงจะไม่เกิดกับพี่แล้วละ เพราะว่าอีกไม่นานพี่จะหายเป็นปกติแล้ว”

ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างจริงจัง พลางใช้มือลูบผมของหญิงสาวคนรักเล่นอย่างเอาใจไปด้วย

“ขอโทษด้วยนะที่พี่ไม่ได้รับโทรศัพท์ พอดีพี่ไม่ได้พกติดตัวไปน่ะ กลัวจะตกหายในป่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

ดีที่ลุงสนภารโรงของโรงเรียนมาแจ้งเธอก่อน ว่าเจอไอยรากับพวกควาญไปดูช้างตกมันตัวนั้น ทำให้เธอเบาใจไปได้ว่าช้างตกมันตัวนั้นไม่ใช่เขาแน่นอน

“แล้วช้างตกมันตัวนั้นไปอยู่ไหนแล้วคะ หรือว่ากลับเข้าป่าไปแล้ว”

จารุมาสค่อยยิ้มออกแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้

“ล่ามไว้อยู่ข้างหลังปางนี่แหละ”

“อ้าว…ล่ามทำไมคะ”

หญิงสาวถามด้วยความสงสัย นึกว่ามันจะหายตกมันแล้วเสียอีก

“มันยังไม่หายตกมันเลย ปล่อยไปไม่ได้หรอก”

“แล้วต้องล่ามไว้นานแค่ไหนคะ”

“ประมาณหนึ่งถึงสองเดือนน่ะ”

ช้างตกมันเฉลี่ยประมาณหนึ่งถึงสองเดือน แต่บางตัวอาจตกมันยาวนานสี่ถึงห้าเดือน ซึ่งระยะเวลาของการตกมันขึ้นอยู่กับอาหารที่กิน การทำงานหนัก และการพักผ่อน การตกมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่พบได้ในช้างที่มีสุขภาพดี สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งจะตกมันปีละหนึ่งครั้ง

“นานจัง”

“เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ต้องล่ามไว้แบบนั้น พอมันหายดีแล้วพี่จะปล่อยไป ช่วงนี้ก็ต้องผลัดกันไปให้อาหารและไปดูแลมันก่อน”

ไอยราอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจ เขาไม่ได้ทรมานมัน ที่ต้องล่ามไว้ก็เพื่อความปลอดภัย ถ้ามันเตลิดเข้าป่าลึกไปก็ดี แต่นี่มันมาตกมันเอาแถวนี้ มีทั้งโรงเรียนและชุมชนที่อยู่อาศัย อีกทั้งเรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน ถ้ามันข้ามฝั่งมาอาละวาดทำร้ายทำลายข้าวของ มันจะเป็นเรื่องใหญ่ อาจจะต้องสูญเสียมากกว่าเดิม การล่ามมันไว้แบบนั้นจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และก็ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำกับอาหาร เพราะตรงที่มันโดนล่ามอยู่ติดกับลำธาร มันสามารถเดินมากินหรือเล่นน้ำได้ อาหารเขาก็ให้ควาญแบ่งเอาจากในปางไปให้ก่อน

“แล้วคุณลุงกับคุณป้าไปไหนกันคะ”

เมื่อหมดเรื่องสงสัยจารุมาสจึงมองหาบิดามารดาของชายหนุ่ม ซึ่งเธอกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่เห็นพวกท่านเลย จึงเอ่ยถามเขาออกไป

“เข้าไปที่ตัวจังหวัดน่ะ กว่าจะกลับคงดึก วันนี้มาสต้องกินข้าวเย็นกับพี่สองคนแล้วละ”

“ค่ะ”

หญิงสาวพยักหน้ารับ พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงเอ่ยถาม

“หิวยังคะ”

“ยัง”

“งั้นมาสขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ”

เธอเอ่ยขอตัวเพื่อจะเอากระเป๋าที่ใส่การบ้านและแผนการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนขึ้นไปเก็บก่อน

“พี่ไปด้วยได้ไหม วันนี้ทางสะดวกมากเลย”

ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ อยากจะแกล้งหญิงสาวเล่น ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ เขาให้เกียรติเธอจะตาย ดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม เพราะเขาจะเก็บไว้ตอมเอง

“ไม่ได้ค่ะ นั่งรอมาสอยู่ตรงนี้เลย”

หญิงสาวเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงดุไม่จริงนัก พลางหัวเราะคิกคักไปด้วยเมื่อเห็นเขาแกล้งทำหน้าเศร้า เรื่องอะไรที่เธอจะยอมให้เขาขึ้นห้องไปด้วย เดี๋ยวก็ไม่ได้กลับลงมาเร็วๆ กันพอดี

 



Don`t copy text!