สาปไอยรา บทที่ 48 : ไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งตัวเองก็พอ

สาปไอยรา บทที่ 48 : ไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งตัวเองก็พอ

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

หลังจากที่ผู้ใหญ่ออกจากห้องหอไปกันหมดแล้ว ก็เหลือแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเพียงสองคนที่นั่งเคียงข้างกันอยู่บนเตียงเท่านั้น

“คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง”

ไอยราเกริ่นขึ้นมายามพิศมองใบหน้าแสนสวยของเจ้าสาวหมาดๆ ของเขาไปด้วย ยิ่งเห็นเธอเขินอายเขาก็ยิ่งอยากแกล้ง เงื่อนไขสุดท้ายที่เขาจะได้กลับมาเป็นคนปกติไม่ต้องกลายเป็นช้างอีกก็คือ ต้องมีลูกชายเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงอยากตั้งใจทำให้ได้ลูกชายตั้งแต่ครั้งแรกไปเลย ทำไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งตัวเองนี่แหละ หวังว่ามันจะสำเร็จ!

“ก่อนจะถึงกลางคืนที่พี่ต้องกลายเป็นช้าง พี่ขออยู่กับมาสในห้องนี้จนกว่าจะค่ำได้ไหมครับ”

เพราะเมื่อตะวันตกดิน เขาต้องออกไปอยู่ที่คอกช้าง

“…”

จารุมาสพยักหน้าเบาๆ ด้วยความเขิน มือที่วางประสานกันอยู่บนตักจับกันไว้แน่นอย่างตื่นเต้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง แต่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้นอนด้วยกันเหมือนคู่แต่งงานคนอื่นๆ ต่างหาก เธอจึงรู้สึกหัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น

“มาสพร้อมจะมีลูกกับพี่หรือยัง”

ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางเชยคางมนให้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

“ค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยตอบเบาๆ พลางส่งยิ้มหวานไปให้ เธอพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเขาตั้งแต่ตกลงแต่งงานกับเขาแล้ว และก็พร้อมที่จะมีลูกให้เขาเช่นกัน ไม่ใช่แค่ช่วยให้เขาหายเป็นปกติ แต่เธอต้องการมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจของเราสองคนไว้ด้วย

“พี่ขอลูกผู้ชายคนแรกเลยนะ”

ชายหนุ่มยิ้มใส่ตาหญิงสาวพลางเอ่ยขอ เขาทะนุถนอมหญิงสาวมาเป็นอย่างดี ไม่เคยชิงสุกก่อนห่าม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสก็ตาม เขาให้เกียรติหญิงสาวที่เขารัก จนถึงวันนี้ เป็นครั้งแรกที่เขาและเธอจะได้ใกล้ชิดสนิทแนบแน่นมากกว่าเก่า เขาจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไปอีกเด็ดขาด ถึงแม้ว่าพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเขาจะกลายเป็นช้างก็ตาม ยังพอมีเวลาอีกหลายชั่วโมงให้เขาได้ทำตามที่ใจปรารถนา

“จะได้ตามที่ขอเหรอคะ”

มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ หญิงสาวจึงย้อนถามด้วยความสงสัย มองเขาด้วยแววตารักใคร่ไม่ต่างจากสายตาที่เขาใช้มองเธอ

“ขึ้นอยู่กับว่ามาสจะให้ความร่วมมือดีแค่ไหน”

ไอยราเอ่ยบอกด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ แววตาลุ่มลึกจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่แดงระเรื่ออย่างไม่วางตา

“แน้…เกี่ยวอะไรกับมาสคะ”

“เกี่ยวสิ เพราะเราต้องช่วยกันทำ”

ชายหนุ่มเอ่ยตอบ พลางช่วยถอดเครื่องประดับออกจากตัวของหญิงสาว ตามด้วยเสื้อผ้าชุดแต่งงานทั้งของเขาและเธอ จารุมาสยอมโอนอ่อนผ่อนตามด้วยความเต็มอกเต็มใจ ในเมื่อเธอกับเขาได้แต่งงานกันถูกต้องตามประเพณีและทางกฎหมายแล้ว จึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก ปล่อยตัวไปตามหัวใจได้เลย

บนเตียงนอนนุ่มที่หอมกรุ่นไปด้วยกลีบกุหลาบโรยอยู่บนเตียง ร่างสองร่างแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีอะไรสามารถมาแทรกกลางได้ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว บนท้องฟ้าเห็นพระจันทร์เต็มดวงสุกสกาวส่องสว่างเข้ามาถึงในห้องนอนของคู่แต่งงานใหม่ ไอยรายังคงนอนหลับกอดจารุมาสไว้แนบอกอยู่บนเตียง ร่องรอยของความสุขยังคงแผ่ซ่านอยู่ภายในห้องหอ

ในห้วงความฝันของจารุมาส หญิงสาวเดินเล่นอยู่ในทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่ มีหมอกลอยอ้อยอิ่งคลอเคลียยอดหญ้า อากาศเย็นสดชื่น กระโปรงยาวสีขาวที่เธอสวมใส่เปียกชื้นไปด้วยน้ำค้างที่เกาะอยู่บนต้นหญ้ายามเธอเดินผ่าน เธอเดินไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข จนกระทั่งปะหน้ากับช้างตัวหนึ่งที่กำลังเดินย่างเท้าเข้าหาเธอ

หญิงสาวกลัวจึงหยุดยืนนิ่งด้วยก้าวขาไม่ออก ช้างตัวนั้นมีลักษณะสีผิวที่อ่อนกว่าช้างธรรมดาทั่วไป จนเกือบจะเป็นสีชมพูเลยด้วยซ้ำ งาสีขาวทั้งสองข้างโค้งยาวเท่ากัน ใช้งวงถือดอกบัวหนึ่งดอก พอมาถึงตรงหน้าก็ยื่นงวงส่งดอกบัวดอกนั้นให้เธอ

จารุมาสเอื้อมมือออกไปรับดอกบัวมาถือไว้เหมือนคนโดนสะกดจิต แล้วก็สะดุ้งตื่นจากความฝัน เพราะไอยราวาดแขนมากอดเอวของเธอไว้แล้วหลับต่อ หญิงสาวจึงเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงมาดู เห็นเป็นเวลาเกือบๆ จะตีสองก็ต้องตกใจ รีบเขย่าตัวปลุกชายหนุ่มให้ลุกขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่อง

“พี่ช้างคะ ตื่นก่อนค่ะ”

“หืม…ปลุกพี่ทำไม หรือมาสยังเหนื่อยไม่พอ”

ไอยรางัวเงียตื่นขึ้นมา แต่ตายังคงหลับ มือก็กอดร่างบางเปลือยเปล่าแสนอบอุ่นของหญิงสาวไว้กระชับแนบอก จนจารุมาสต้องรีบเอ่ยปากถามก่อนที่เขาจะหลับไปอีก

“พี่ช้างไม่ต้องกลายเป็นช้างแล้วเหรอคะ”

นั่นแหละ เขาถึงได้ลืมตาโพลงอย่างตกใจเมื่อได้ยินคำถามของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วสำรวจร่างกายของตนเอง จำได้ว่าคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงที่เขายังต้องกลายร่างเป็นช้างเหมือนเดิม แต่เขากลับยังเป็นคนปกติ

“เออ…จริงด้วย”

พระบุญบอกกับเขาไว้ว่าอย่างไรนะ เงื่อนไขสุดท้ายคือเขาต้องมีลูกชายเท่านั้น แล้วเขาก็ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจารุมาสครั้งแรกเมื่อช่วงเย็นจนถึงค่ำที่ผ่านมา จนไม่ได้สนใจเวลาว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนเหนื่อยและนอนหลับไปเคียงข้างกัน ตื่นมาอีกทีก็ตอนที่หญิงสาวปลุกเมื่อสักครู่นี้ ไม่ได้กลายเป็นช้างแม้เพียงสักนิด จึงเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ

“หรือว่า…มาสจะท้องแล้ว”

“ท้องอะไรกันคะ เราเพิ่งนอนด้วยกันเองนะ”

จารุมาสหัวเราะคิกคักด้วยความขบขัน เขินก็เขินที่ต้องพูดเรื่องบนเตียงกับเขา พลางคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก และกว่าจะรู้ตัวว่าท้องก็คงต้องรอดูว่ารอบเดือนจะขาดไปหรือเปล่า

“แต่พระบุญบอกพี่ว่า ถ้าพี่มีลูกชาย พี่จะหายเป็นปกติ แล้วคืนนี้พี่ก็ไม่ได้กลายเป็นช้างอีก แสดงว่าเขามาเกิดในท้องมาสแล้วหรือเปล่า”

ชายหนุ่มเอ่ยบอกเป็นเชิงปรึกษาหาความเป็นไปได้ พลันจารุมาสฉุกคิดถึงความฝันก่อนที่เธอจะสะดุ้งตื่น หรือว่าจะเป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ

“พรุ่งนี้เช้าเราไปหาพระบุญกันนะคะ”

จารุมาสเอ่ยชวน เพราะเธอมีเรื่องอยากจะถาม และอยากให้ท่านได้ทำนายฝันให้เธอด้วย หวังว่าท่านจะให้ความกระจ่างกับเธอได้

“ได้สิ”

เพราะเขาเองก็อยากคุยกับท่านเหมือนกัน อยากถามว่าเขาหายเป็นปกติแล้วแน่ๆ ใช่หรือไม่!



Don`t copy text!