สาปไอยรา บทที่ 46 : โลภมาก ลาภหาย

สาปไอยรา บทที่ 46 : โลภมาก ลาภหาย

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

คชากับไอยรากลับเข้าบ้านอีกครั้งในตอนบ่าย สภาพของทั้งคู่มีเหงื่อออกเต็มตัวท่าทางเหนื่อยล้า มองดูแล้วไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แขไขจึงไล่ให้ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน โดยนางกับจารุมาสนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก รอฟังข่าวกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว จะรอทั้งคู่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกแค่ไม่กี่นาทีจะเป็นไรไป

เมื่อทั้งคู่กลับลงมาอีกครั้งก็ได้เวลาสอบถาม โดยแขไขเป็นคนเปิดประเด็นเอ่ยถามกับสามี เพราะนางรู้เรื่องจากจารุมาสแค่เพียงว่า เมื่อคืนทั้งคู่ออกไปเล่นน้ำที่ลำธาร และไอยราโดนลูกดอกยาซึมเข้าไป และหนีกลับเข้าปางมาได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น

“เรื่องราวเป็นไงคะคุณ”

“ให้ลูกเล่าดีกว่า”

คชาเลี่ยงให้ไอยราเป็นคนเล่า ส่วนเขาจะนั่งฟังอย่างสบายๆ ให้หายเหนื่อย และจะทานอาหารว่างที่ภรรยาเตรียมไว้ให้บนโต๊ะด้วย

“พอเราย้ายช้างตกมันไปให้ห่างจากที่เกิดเหตุแล้ว ตำรวจกับกู้ภัยก็เข้าไปเก็บศพ และเก็บหลักฐานอื่นๆ เจอพวกคีมตัดโซ่ ปืนยิงยาซึม ลูกดอกที่บรรจุยาซึมสองดอก ตะขอช้าง และก็โทรศัพท์มือถือตกอยู่หนึ่งเครื่องครับ”

ไอยราที่นั่งอยู่ข้างจารุมาสเอ่ยเล่าออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้า ทั้งเหนื่อยใจที่ต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ และพวกมันคงเป็นขโมยที่เคยขึ้นบ้านชาวบ้านละแวกนี้เป็นแน่ คนที่หนีไปได้ถึงได้รู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

คราวนี้มันคิดการใหญ่เกินไปที่จะจับช้างตกมัน และพวกมันคงโลภที่คิดจะจับเขาในร่างพี่ช้างใหญ่ไปด้วยอีกตัว โชคดีที่เขาไหวตัวทัน เมื่อลมเปลี่ยนทิศแล้วเขาที่อยู่ในร่างพี่ช้างใหญ่ได้กลิ่นมนุษย์แปลกปลอม เห็นท่าไม่ดีจึงรีบหนีกลับเข้าปาง เพราะเป็นห่วงจารุมาสมากกว่าใคร และถึงแม้ว่าเขาจะโดนลูกดอกยาซึมไปหนึ่งดอก แต่กว่ายาซึมจะออกฤทธิ์ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง จึงพาจารุมาสหนีได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงยืนซึมให้มันพาตัวไปไหนก็ได้แล้ว และจารุมาสอาจจะไม่ปลอดภัยด้วย

“นี่พวกมันจะเอาช้างตกมันตัวนั้นไปจริงๆ เหรอ”

แขไขเอ่ยถามอย่างตกใจ มีใครจะบ้าเท่านี้อีก ไม่รู้หรืออย่างไรว่าช้างตกมันนั้นอันตรายขนาดไหน เพราะความโลภตัวเดียวแท้ๆ

“สันนิษฐานกันแบบนั้นครับแม่ เพราะมีคีมตัดโซ่เตรียมมาพร้อม และก็น่าจะมีโจรมากกว่าหนึ่งคนด้วยครับ”

“ใช่ค่ะ เมื่อคืนมาสก็ได้ยินเสียงพวกมันคุยกัน ก่อนที่พี่ช้างจะพาหนีกลับเข้าปางมาค่ะ”

จารุมาสเอ่ยบอกสนับสนุนคำบอกเล่าของไอยรา ซึ่งเธอก็ได้ยินจริงๆ แต่จับใจความไม่ได้ว่าพวกมันคุยอะไรกันบ้าง เธอคิดว่าอย่างน้อยน่าจะมีด้วยกันสองคน คงซุ่มดูอยู่นานแล้ว

“แล้วทำไมพวกมันต้องยิงยาซึมใส่ลูกด้วยล่ะ”

แขไขเอ่ยถามด้วยความโกรธ จะเอาช้างตกมันตัวนั้นแล้วมาเกี่ยวอะไรกับช้างที่เป็นลูกชายของเธอด้วย

“คงจะโลภแหละครับ พวกมันคงโดนจ้างให้มาจับช้างป่า เอาแบบตัวเป็นๆ เพื่อใปใช้งานหรือทำอะไรตามที่ต้องการ”

การใช้ยาซึมในสัตว์ใหญ่นั้นก็เพื่อการเคลื่อนย้าย พอสัตว์ซึมลงก็สามารถเข้าไปบังคับให้เดินไปทางไหนก็ได้ และการที่พวกมันมีของพวกนี้แสดงว่าต้องมีคนรู้เห็นเป็นใจ แต่จะเป็นใครนั้นก็ต้องรอตำรวจสืบค้นกันต่อไป

“แล้วพวกมันจะเอาไปกันยังไง ช้างไม่ใช่ตัวเล็กๆ นะคะ”

จารุมาสเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้ออกมาบ้าง

“พี่ลองโทรถามบริษัทรถบรรทุกในเชียงคานที่ปางเราเคยเรียกใช้แล้วครับ ทางนั้นบอกว่ามีคนโทรมาจ้างรถบรรทุกไว้จะเรียกใช้เมื่อคืน แต่ก็โดนยกเลิกไปเมื่อเช้า”

การที่จะเคลื่อนย้ายช้างตัวใหญ่ได้นั้นต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่สามารถรับน้ำหนักได้สี่ถึงห้าตัน จึงจะสามารถเอาช้างขึ้นไปได้

“แล้วรู้ไหมว่าใคร”

คชาเอ่ยถามด้วยความสนใจ เช่นเดียวกับทุกคนในที่นั้น

“ทางนั้นไม่ยอมบอกครับพ่อ เป็นความลับลูกค้า แต่ผมแจ้งกับตำรวจไปแล้วครับ”

ให้ทางเจ้าหน้าที่เขาได้ไปสอบถามเอง ทางนั้นน่าจะให้ความร่วมมือดีกว่า ไอยราจึงไม่เซ้าซี้อยากรู้ว่าเป็นใครให้ต้องเสียความรู้สึกไปมากกว่านี้

“ก็ต้องดูการทำงานของตำรวจแล้วละ ว่าจะจับคนร้ายที่หนีไปได้หรือเปล่า”

คชาเอ่ยบอก โดยตั้งความหวังไว้ที่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่คดีเล็กๆ แบบนี้ก็อาจต้องใช้เวลานานหน่อย

“ยังดีที่เจอโทรศัพท์ อาจจะตามได้ไม่ยากหรอกครับ”

ไอยรายังมีความหวัง ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจทำงานกันอย่างจริงจัง ก็คงตามตัวทั้งคนร้ายที่หนีไปได้และก็ผู้ว่าจ้างของพวกมันมารับโทษตามกฎหมายได้ในไม่ช้า

“นี่แม่แอบคิดนะว่า ถ้าไม่มีช้างตกมันตัวนั้น มันจะจับลูกชายของแม่ไปหรือเปล่า”

แขไขเอ่ยบอกออกมาอย่างวิตกกังวลไม่หาย บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ตามที่พระบุญบอกไว้จริงๆ การที่มีช้างตกมันตัวนั้นทำให้ลูกชายของนางอยู่รอดปลอดภัย ไม่ต้องโดนจับไปอยู่ที่อื่น ถ้าเรื่องเกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ นางคงใจสลายเป็นแน่ จึงเข้าไปกอดไอยราไว้อย่างหวงแหน ชายหนุ่มกอดตอบมารดาเพื่อที่ท่านจะได้หายกังวล เขาอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยแล้ว พลางพูดออกความคิดเห็น

“ก็เป็นไปได้ครับแม่ เพราะผมชอบออกไปเล่นน้ำตอนกลางคืนบ่อยๆ”

ตอนที่ไอยรากลายเป็นช้างในตอนกลางคืน เขาชอบออกไปเล่นน้ำที่ลำธารด้านหลังปางเพียงลำพัง บางคืนก็มีควาญปั้นตามไปด้วย แต่ช่วงหลังๆ ที่จารุมาสมาเป็นครูสอนที่นี่ เขาก็ออกไปเพียงลำพังเท่านั้น และพวกมันคงเคยเห็นเขาบ้างเป็นแน่ ถึงได้จำเพาะเจาะจงมาจับช้างที่ป่าแถวนี้ หรืออาจจะเป็นโจรสองคนที่เคยจะขึ้นบ้านพักครูของจารุมาสย้อนกลับมาก็เป็นได้ เพราะเขาเคยวิ่งไล่มันจนเตลิดเปิดเปิงไป

เขาได้แต่คิดถึงความเป็นไปได้ ก็ต้องรอผลการสอบสวนจากตำรวจถึงข้อเท็จจริงอีกครั้ง

“ต่อไปนี้กลางคืนอยู่กันแต่ในปางเลยนะ หนูมาสก็อย่าตามใจกันนัก ห้ามๆ ไว้บ้าง”

แขไขเอ่ยห้ามลูกชายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันไปบอกจารุมาสด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“ค่ะคุณป้า”

จารุมาสรับปากด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ส่วนไอยรานั้นนั่งยิ้ม พลางคิดว่าเดี๋ยวเขาก็หายเป็นปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกไปเล่นน้ำตอนกลางคืนอีก มีแต่จะนอนกอดจารุมาสทั้งคืนไม่ออกไปไหนเลยเสียด้วยซ้ำ!



Don`t copy text!