สาปไอยรา บทที่ 47 : พิธีสู่ขวัญ วันแต่งงาน

สาปไอยรา บทที่ 47 : พิธีสู่ขวัญ วันแต่งงาน

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

หลังจากเหตุการณ์ร้ายผ่านไป โดยที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายที่หนีไปได้มาสอบเค้นจนยอมรับสารภาพ และซัดทอดผู้ว่าจ้างคือนิศากรกับบิดาของเธอ จนตำรวจออกหมายจับ และจับทั้งคู่ได้ที่บ้านพักในจังหวัดขอนแก่น ฐานความผิดมาตรา ๑๗ ผู้ใดจับช้างป่าโดยวิธีการใดก็ตาม โดยมิได้รับอนุญาตตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๘๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วยทั้ง ๒ สถาน ส่วนช้างที่ผู้กระทำผิดจับได้นั้น ให้ริบเป็นของหลวง

ถ้าทั้งคู่ยอมรับสารภาพก็อาจจะได้ลดโทษ แต่ถ้าไม่ก็ต้องต่อสู้กันในศาลต่อไป อีกทั้งตำรวจได้ตรวจค้นในสวนสัตว์ เพราะมีคนร้องเรียนเรื่องสวนสัตว์ทารุณกรรมสัตว์ เลี้ยงไม่ดี และมีการทำร้ายสัตว์หลายตัวอีกด้วย ถ้าสืบหาแล้วเป็นความจริงอาจจะต้องโทษหนักก็เป็นได้

ไอยราที่รู้ข่าวจากตำรวจในพื้นที่โทร.มาแจ้งข่าวนั้น พลางคิดอยู่ในใจคนเดียวว่า ถ้าเรื่องทารุณกรรมสัตว์เป็นเรื่องจริง นิศากรเพื่อนของเขาที่เห็นว่าเธอก็ดูเป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่น่ามีจิตใจที่โหดเหี้ยมแบบนี้เลย เขาซึ่งเป็นคนที่รักสัตว์มากๆ โดยเฉพาะช้าง จึงรับเรื่องที่นิศากรกับบิดาของเธอทำไม่ได้ เลยไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนก็ตาม จึงตัดเพื่อนกันไปเลยตั้งแต่บัดนี้

บนโต๊ะอาหารเย็น ชายหนุ่มไม่ลืมแจ้งข่าวให้กับบิดามารดาและจารุมาส ให้ได้รับรู้ผลการสืบสวนโดยทั่วกัน

“ไม่น่าเชื่อว่า หน้าตาสะสวยแบบหนูนิ จิตใจจะโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้”

แขไขเปรยขึ้นมาเมื่อฟังสิ่งที่ลูกชายเล่าจนจบ มองคนแค่ที่ใบหน้าไม่ได้จริงๆ ต้องมองลึกเข้าไปถึงข้างในด้วย โชคดีแล้วที่ไอยราไม่เลือกนิศากร ไม่เช่นนั้นปางช้างจันทร์ส่องที่นางกับสามีสร้างขึ้นมา คงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขต่อไปเป็นแน่

“ดีนะ ไม่ได้มาเป็นแฟนช้าง”

คชาเปรยขึ้นมาบ้าง รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ

“ผมก็เลือกนะครับพ่อ”

ไอยราเอ่ยบอกยิ้มๆ ทำให้บนโต๊ะอาหารบรรยากาศดีขึ้น หลังจากที่ต้องฟังเรื่องราวอันหดหู่

“เออ…เอ็งเลือกได้ดี!”

ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อได้ยินคำชมจากบิดา ต้องขอบคุณจารุมาสที่เลือกมาเป็นครูที่นี่ ทำให้เขาได้เจอและรักกันกับเธอ ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่า เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกนานเท่าไร

ไอยราหันไปโอบไหล่หญิงสาวที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างกัน แล้วดึงตัวเธอมาหอมแก้มโชว์บิดามารดา สร้างเสียงหัวเราะขบขันด้วยความถูกใจให้กับคชาและแขไข ส่วนจารุมาสนั้นได้แต่นั่งเขินหน้าแดงที่โดนเขาแสดงความรักต่อหน้าผู้ใหญ่ จะหอมแก้มเขาเป็นการเอาคืนก็เกรงใจ ฝากไว้ก่อนเถอะ!

 

ในวันหยุดถัดมาไอยราพาบิดามารดาและจารุมาสไปที่บ้านของยายอัมพร ยายของจารุมาสที่วังน้ำเขียวเพื่อสู่ขอหญิงสาวอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นทั้งสองฝ่าย ยายอัมพรยกหลานสาวให้อย่างไม่มีอิดออด เรื่องสินสอดทองหมั้นก็แล้วแต่ทางฝ่ายชายจะจัดมาให้ตามสมควร หญิงชราขอเพียงว่าให้ไอยรานั้นรักและดูแลหลานสาวของนางให้ดีก็พอ แค่นี้นางก็นอนตายตาหลับแล้วที่ได้ส่งหลานสาวคนโตถึงฝั่ง

งานแต่งงานของไอยรากับจารุมาสนั้นจัดขึ้นที่ปางช้างจันทร์ส่องในวันไหว้พระจันทร์ปีถัดมาพอดี ที่เลือกวันนี้เพราะตรงกับวันเกิดของหญิงสาวด้วย โดยที่ไอยรากับจารุมาสนั้นขับรถไปรับยายอัมพรและภาณุมาศด้วยตนเองเพื่อมาอยู่ที่บ้านของชายหนุ่มตั้งแต่ก่อนวันงานหลายวัน พอถึงวันงานจะได้ไม่ฉุกละหุกมากนัก โดยใช้บ้านใหญ่ที่จารุมาสเคยอยู่เป็นสถานที่จัดงานเปรียบเสมือนบ้านเจ้าสาว

ไอยราในชุดแต่งงานแบบอีสาน ตัวเสื้อผ้าไหมแขนยาวสีแดง นุ่งโจงกระเบนสีเดียวกัน มีผ้าแพรวาสีแดงพาดไหล่ มีเข็มขัดทองคาดที่เอว ยืนอยู่หน้าขบวนขันหมาก ที่ตั้งแถวอยู่ตรงศูนย์ประชาสัมพันธ์ของปางช้างจันทร์ส่อง พอถึงฤกษ์แห่ ก็เคลื่อนขบวนขันหมากไปตามทางเดินในปาง โดยมีคชาและแขไขเดินนำ ตามด้วยเจ้าบ่าว พาขวัญ (พานบายศรี) ซึ่งต้องถือโดยหญิงสาวที่บริสุทธิ์เท่านั้น ถัดมาเป็นขันเหล้า ขันหมากพลู และญาติพี่น้องฝ่ายเจ้าบ่าวตามลำดับ ระหว่างที่เคลื่อนขบวนก็มีการบรรเลงเพลงไปด้วยเพื่อสร้างความสนุกสนานครี้นเครง เมื่อถึงหน้าบ้าน คชาและเจ้าบ่าวต้องทำการล้างเท้าด้วยหินลับมีดที่ปูด้วยใบตอง ถือว่าเป็นการแสดงความเคารพ

เมื่อเข้าไปในตัวบ้านได้แล้วก็ถึงขั้นตอนที่ฝ่ายเจ้าบ่าวทำการมอบสินสอด โดยมียายอัมพรญาติทางฝ่ายเจ้าสาวเป็นผู้นับและโปรยเมล็ดข้าวเปลือก ถั่ว งา ลงบนสินสอด ซึ่งถือว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีความเป็นสิริมงคล เงินทองจะได้งอกเงยดังเช่นเมล็ดพันธุ์เหล่านี้

ภาณุมาศพาเจ้าสาวคนสวยที่อยู่ในชุดแต่งงานอีสาน ตัวเสื้อผ้าไหมแขนยาวสีแดง ทับไหล่ห่มสไบด้วยผ้าสไบแพรวาสีแดง นุ่งซิ่นไหมมัดหมี่สีเดียวกัน พร้อมเครื่องประดับโลหะทอง เข้าไปในห้องที่ใช้ทำพิธีสู่ขวัญ ซึ่งมีเจ้าบ่าวและแขกที่มาร่วมงานนั่งรอกันอยู่

ทันทีที่ไอยราเห็นจารุมาสในชุดเจ้าสาวที่ขับผิวของเธอให้ผุดผ่องสวยงามจับตา ปกติเธอก็เป็นคนสวยในสายตาของเขาอยู่แล้ว พอได้มาเห็นแบบนี้ยิ่งสวยสดงดงามจนเขาไม่อยากจะละสายตาไปไหนเลย ส่วนเจ้าสาวนั้นหลบสายตาเจ้าบ่าวด้วยความขัดเขิน บนใบหน้ามีรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขนาดไปนั่งเคียงข้างกันทางด้านซ้ายของเจ้าบ่าวแล้ว เธอก็ยังไม่กล้าหันไปสบตากับเขาเลยทีเดียว

พิธีสู่ขวัญนั้นเป็นพิธีที่กระทำโดยหมอสูตรหรือหมอพราหมณ์ ซึ่งทำการสวดอวยพรให้แก่บ่าวสาว เมื่อสวดเรียบร้อยหมอสูตรหรือหมอพราหมณ์จะนำไข่ต้มบนยอดพาขวัญ (บายศรี) มาแบ่งครึ่งเพื่อให้บ่าวสาวกินกันคนละครึ่งฟอง เรียกว่า ‘ไข่ท้าว’ กับ ‘ไข่นาง’ จากนั้นก็ผูกข้อไม้ข้อมือกัน ซึ่งญาติผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานทุกคนจะต้องผูกข้อมือให้บ่าวสาวพร้อมกับกล่าวอวยพรไปด้วย

ตามประเพณีของชาวอีสาน บ่าวสาวจะต้องมอบของแด่ผู้ใหญ่ด้วย ไอยราและจารุมาสเลือกผ้าโสร่ง 1 ผืนและเสื้อผ้าผู้ชาย 1 ตัว ให้แก่บิดาของชายหนุ่ม และผ้าซิ่น 1 ผืน พร้อมด้วยเสื้อผู้หญิง 1 ตัวให้แก่มารดาของชายหนุ่ม และยายของหญิงสาวคนละชุด หลังจากนั้นคชา แขไข และอัมพร ก็อบรมสั่งสอนบ่าวสาวในเรื่องของการครองเรือน

พิธีส่งตัวเข้าหอ ไอยราเลือกใช้บ้านพักของชายหนุ่มในเขตหวงห้ามเป็นเรือนหอ ฤกษ์งามยามดีในเวลาสี่โมงเย็นสามสิบเก้านาที เริ่มต้นตั้งแต่ให้คชาและแขไข ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่เป็นผู้ปูที่นอนให้ โดยจัดวางหมอนของเจ้าบ่าวไว้ทางด้านขวา ในตำแหน่งที่สูงกว่าหมอนของเจ้าสาวในด้านซ้ายเล็กน้อย จากนั้นจึงทำพิธีนอนเอาฤกษ์ และจูงมือคู่บ่าวสาวเข้ามาในห้องหอที่จัดเตรียมไว้ เมื่อให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาวเรียบร้อยก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีแต่งงาน

 



Don`t copy text!