ยาใจด้วยรัก บทที่ 23 : นอนค้าง

ยาใจด้วยรัก บทที่ 23 : นอนค้าง

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

คืนนี้ที่เบสต์ตัดสินใจนอนหลบภัยอยู่ที่ห้องของภพ ทำให้เด็กหนุ่มเดินไปทิ้งตัวนอนบนโซฟาตัวสั้นที่ไม่พอดีกับความสูงของเขา ขาที่เหยียดเลยความยาวของโซฟาออกมาบ่งบอกความไม่สบายอย่างชัดเจน หญิงสาวเห็นดังนั้นเธอรีบเดินเข้าไปฉุดตัวเด็กหนุ่ม

“นี่ ลุกขึ้น ไปนอนเตียง พี่นอนโซฟาเอง” เบสต์ออกแรงสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนผู้ชายที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเธอหลายกิโลได้

“ม่ายยย ผมจะนอนนี่ พี่นอนเตียงเหอะ” เขาว่าพลางแกล้งหลับตาแต่เบสต์ไม่ยอม

“เจ้าของห้องต้องนอนเตียงสิ อีกอย่างพี่ตัวเล็กกว่า โซฟาพอดีสำหรับพี่แล้ว” ถึงเบสต์จะกล่าวอย่างนั้น แต่ภพยังคงไม่กระดุกกระดิก หญิงสาวเห็นท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ของเขาแล้วถอนใจ เธอตัดสินใจเบียดตัวลงนอนบนโซฟาจิ๋วโดยหันศีรษะไปคนละฝั่งกับศีรษะของเด็กหนุ่ม

“เฮ้ยพี่ ทำไร” ภพโวยวายเมื่อถูกกินที่

“ก็ถ้าเธอไม่ไปนอนเตียง เราก็เบียดกันแบบนี้แหละ” หญิงสาวเบียดเสียดร่างเล็กลงในพื้นที่คับแคบ ด้วยความที่ไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองเลยไม่มีใครยอมลุกไปไหน

เวลาล่วงเลยผ่านไปสักพัก แม้เด็กหนุ่มและหญิงสาวจะพยายามข่มตาแต่ก็ไม่อาจหลับลงได้ ภพแกล้งนอนดิ้นให้อีกฝ่ายรำคาญ ส่วนเบสต์ก็ไม่น้อยหน้าทำตัวยุกยิกไปมา จนทั้งสองทนไม่ไหวแล้วลุกพรวดขึ้นมานั่งพร้อมกัน

“ไม่ไหวหรอก ขืนเป็นแบบนี้ไม่ได้นอนแน่” เด็กหนุ่มอุทานด้วยความหัวเสีย เบสต์พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเสนออีกตัวเลือกหนึ่งขึ้นมา

“ถ้ายังไงก็จะไม่ยอม งั้นก็ย้ายไปนอนบนเตียงด้วยกันไหมล่ะ”

ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มจึงยอมลุกขึ้น ย้ายร่างกายของเขาไปยังเตียงนอนอันแสนคุ้นเคย หญิงสาวใช้โอกาสนี้ยึดพื้นที่โซฟา

“นี่ อย่าโกง!” ภพต่อว่าแต่หญิงสาวยังไม่ขยับเขยื้อน เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจอุ้มหญิงสาวขึ้นไว้ในอ้อมกอดด้วยท่าเจ้าหญิง

“ว้าย!” เบสต์กรีดร้องด้วยความตกใจ ภพยกตัวของเธอลอยขึ้นอย่างสบายๆ ก่อนจะบรรจงวางร่างเล็กลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ใบหน้าหล่อเหลาที่แนบชิดเข้ามาใกล้ ทำให้หญิงสาวหน้าแดงก่ำ…

ภพผละตัวออกก่อนนำกีตาร์วางกั้นกลางระหว่างร่างทั้งสอง เขาทิ้งตัวลงนอนอีกฝั่งโดยหันหลังให้เธอ หญิงสาวจึงหันหน้าไปอีกทางเช่นกัน แม้แผ่นหลังของพวกเขาจะไม่ได้แนบชิด แต่ก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายฝ่ายตรงข้าม ความเงียบและมืดเข้าปกคลุมบรรยากาศทำให้หัวใจรู้สึกประหม่า

“นี่” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วน

“ว่า” เขาตอบรับสั้นๆ โดยไม่หันมา

“จะไม่ถามจริงๆ เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่อะ ถ้าพี่อยากเล่าค่อยเล่า” เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวรู้สึกไม่ยุติธรรมกับเด็กหนุ่มที่เธอมาขอพึ่งพิง เธอจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น รวมถึงเหตุผลที่เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วย

“ตั้งแต่เด็กๆ พี่ไม่เคยได้รับคำชมเลย” เธอเริ่มเอ่ยโดยที่ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะฟังอยู่รึเปล่า ขอเพียงได้ระบายออกไปเท่านั้น

“ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะประกวด หรือทำอะไรก็มักจะได้ที่ 2 เสมอ ผิดกับพี่ชายที่มักจะเป็นที่ 1 ตลอด ก็เลยถูกเปรียบเทียบอยู่บ่อยๆ” หญิงสาวเว้นระยะก่อนว่าต่อ

“เพราะอยู่บ้านแล้วมันอึดอัด ก็เลยออกจากเชียงใหม่มาใช้ชีวิตในกรุงเทพ พยายามถีบตัวเองให้สูงขึ้น จนหลายครั้งก็ตั้งคำถามนะ ว่าถ้าได้ที่ 1 บ้างพ่อกับแม่จะหันมาสนใจไหม ถ้าหากประสบความสำเร็จบ้าง จะได้รับความรักเหมือนกันรึเปล่า ก็รู้ว่ามันเป็นความยึดติดแบบเด็กๆ พอเราโตขึ้นเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ก็ควรจะลืมไปได้แล้ว…แต่ว่านะ คำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบ มันก็ยังคงเป็นคำถามอยู่แบบนั้น ที่ผ่านมาก็เลยพยายามจะหาทางพิสูจน์ว่าที่เราคิดมันถูกต้องไหม จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถก้าวสู่เส้นของความสำเร็จได้เลย…บางที เราอาจจะหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อยู่ก็ได้”

เด็กหนุ่มตั้งใจฟังจนหญิงสาวเงียบไป เขาจึงเริ่มต่อบทสนทนา

“บ้านพี่นี่ก็แปลกนะ แค่ชมมันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสักหน่อย” เขาว่าซื่อๆ

“เขาคงคิดว่ามันยังดีไม่พอละมั้ง” หญิงสาวกล่าวสมมติฐานที่เธอเชื่อ

“แล้วต้องดีแค่ไหนถึงจะพอล่ะ คำชมไม่ใช่สิ่งที่เด็กคนนึงสมควรได้รับเหรอ” เด็กหนุ่มตั้งคำถามในตรรกะที่เขามองว่าบิดเบี้ยว เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวตั้งคำถามในใจเช่นกัน

นั่นสิ ถ้าเธอได้รับคำชมในเรื่องเล็กน้อยมาตั้งแต่เด็ก เรื่องราวตอนนี้จะเปลี่ยนไปไหมนะ เธอจะเป็นคนที่สามารถรักและเคารพตัวเองได้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ไหมนะ

มันคงเป็นคำถามที่ไม่มีวันมีคำตอบ เพราะคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ หญิงสาวหลับตาลงผ่อนคลาย และพยายามปล่อยวาง

“เอาจริงผมว่าพี่เก่งมากแล้วนะ ผมว่ามันอยู่ที่นิยามอะ ว่าความสำเร็จที่พี่อยากได้มันหมายถึงอะไร… แต่ถึงไม่ต้องสมบูรณ์แบบ พี่ก็เป็นที่ 1 สำหรับผมเสมอนะ”

อ๊ะ พูดไปแล้วก็เหมือนสารภาพรักเลยนี่หว่า

เมื่อนึกขึ้นมาได้ ภพลุกพรวดขึ้นนั่งทันทีสลัดความขัดเขิน

“ไม่นะ คือ เอ่อ…จะว่าไงดี อยากให้รู้ว่าพี่ก็มีค่ากับคนอื่นเหมือนกัน…โดยเฉพาะกับผม”

ในขณะที่เลิ่กลั่กและยิ่งอธิบายก็เหมือนขุดหลุมฝังตัวเอง เด็กหนุ่มหันไปมองอีกฝ่ายอย่างกล้าๆ   กลัวๆ และสังเกตเห็นได้ว่าหญิงสาวน่าจะหลับไปแล้ว เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก สายตาจ้องมองใบหน้าขาวใสและริมฝีปากอวบอิ่มธรรมชาติ

ใบหน้ายามหลับของเธอช่างไร้เดียงสา และไม่ระวังอันตรายเอาเสียเลย

เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ จนจมูกโด่งแทบจะสัมผัสกับแก้มมน…

ทันใดนั้นเองที่เด็กหนุ่มหยุดชะงักด้วยรู้ตัวว่าเผลอทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม

ชายหนุ่มยีศีรษะตนเองจนผมยุ่งเหยิง ก่อนลุกเดินหนีไปนอนบนโซฟา

หักห้ามใจไม่ให้ล่วงเกินหญิงสาวที่เขาให้ความสำคัญ

 



Don`t copy text!