
ยาใจด้วยรัก บทที่ 15 : เปิดหูเปิดตา
โดย : ลิลนิล
![]()
ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน
เข็มสั้นของนาฬิกาชี้ไปยังเลข 7 บ่งบอกเวลานัดหมาย เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเทาหม่นในคราบแฟชั่นสตรีต เขาสวมเสื้อยืดสีดำตัวโคร่ง สกรีนลวดลายตัวอักษรภาษาอังกฤษและภาพอาร์ตสีขาวแดง กางเกงเต็มไปด้วยกระเป๋าใบเล็กที่ตกแต่งด้วยโซ่และเข็มขัด ภพนั่งอยู่ตรงโซฟาบริเวณล็อบบีด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ
ติ๊ง
เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกปรากฏร่างของหญิงสาวคนที่เขารอคอย เธอสวมรองเท้าส้นสูงเข้าคู่กับกระโปรงสอบสีดำและเสื้อแขนยาวสีเหลืองสดเด่นสะดุดตาคอวีที่มีปกเพียง 1 ข้างพอให้มีลูกเล่นไม่น่าเบื่อ ผมดำที่เคยปล่อยสลวยบัดนี้ถูกรวบมัดไว้ด้านหลัง ปล่อยปอยผมด้านหน้าระข้างแก้มเล็กน้อยช่วยขับใบหน้าของหญิงสาวให้ดูเล็กลงไปหลายปี
“โห” ชายหนุ่มอ้าปากค้างไปสักพักก่อนที่หญิงสาวจะเดินมาใกล้
“ไง ไปยัง” เธอกล่าวทักทายด้วยท่าทีเขินๆ เมื่อเด็กหนุ่มจ้องเธอไม่วางตา
“นี่จะไปทำงานเหรอ” ภพแซวเพราะชุดที่หญิงสาวใส่มาดูทางการผิดกับเขาราวฟ้ากับเหว
“เอ้า ก็บอกว่าจะให้ไปดูเล่นดนตรีไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวทำหน้าฉงน ภาพในหัวที่เธอจินตนาการไว้นั้นคงจะเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศหรูหรา หรือไม่ก็ตามห้างสรรพสินค้าที่ต้องการภาพลักษณ์ดูดี
“เรากำลังจะไปผับ” ภพสะพายกีตาร์คู่ใจไว้บนหลัง เด็กหนุ่มจูงมือหญิงสาวไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ด้านหน้าโดยไม่รอให้เบสต์เรียบเรียงความคิด
“ผับ…?”
ภายในอาคารผนังปูนเปลือยสไตล์ลอฟต์ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลเข้ม ตัดกับขาโต๊ะเหล็ก สีดำ เต็มไปด้วยผู้คนนั่งเรียงรายเต็มพื้นที่อย่างแน่นขนัด
หญิงสาวรู้สึกประหม่าเพราะเธอเพิ่งเคยสัมผัสบรรยากาศแบบนี้เป็นครั้งแรก เบสต์เอื้อมไปจับมือชายคนเดียวที่คุ้นเคยเพื่อทำให้จิตใจสงบลง เมื่อภพรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากมือนุ่ม ริมฝีปากของเขาคลี่ยิ้มออกมาอย่าง เบาบางก่อนจะกระชับมือเล็กแน่น ทั้งสองก้าวเดินไปด้านหน้าฝ่าฝูงชนที่รายล้อม ภพพาเบสต์ไปนั่งยังโต๊ะแถวสองนับจากหน้าเวทีที่บัดนี้เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าเด็กจบใหม่เลือดร้อน
“อ้าวภพ พาใครมาด้วยน่ะ” เจ้าของผมไฮไลต์สีชมพูร้องทักเมื่อเห็นหญิงสาวแปลกหน้า สายตากวาดไปเห็นทั้งสองกำลังกุมมือกัน ทำให้ความรู้สึกในใจของเจ้าหล่อนวูบไหว
“พี่เค้าอยู่ข้างห้อง วันนี้จะมาดูเราเล่นดนตรี ฝากด้วยล่ะ” ภพกล่าวก่อนจะขอตัวไปเตรียมตัวข้างเวที ทิ้งให้หญิงสาวที่มาด้วยกันนั่งตัวลีบอยู่คนเดียวด้วยความประหม่า
“เบสต์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” เธอแนะนำตัวอย่างเคอะเขิน สายตามองไปรอบๆ ที่รายล้อมไปด้วยเด็กซึ่งอายุน้อยกว่าเธอทั้งนั้นทำให้หญิงสาวอดที่จะรู้สึกกดดันไม่ได้ เบสต์ก้มหน้ามองพื้นตามความเคยชิน ทันใดนั้นเองที่เธอได้ยินเสียงหนึ่งที่คุ้นเคย
“เบียร์ไหม” เด็กหนุ่มช่างซ่อมมือถือเอ่ยปากขึ้นทักทำให้หญิงสาวรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นหน้าคนคุ้นเคย เธอตัดสินใจเดินไปนั่งข้างๆ คิณณ์ทันที แต่อย่างไรก็ตามเบสต์คงต้องปฏิเสธน้ำใจที่เขาหยิบยื่นเพราะช่วงนี้หมอสั่งไม่ให้เธอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนั้นยังมีอีกเรื่องที่สำคัญกว่า…
“พี่…ไม่เคยดื่มน่ะ” คำตอบของหญิงสาวสร้างความฮือฮาให้กับคนทั้งโต๊ะ
“จริงปะเนี่ย ชีวิตขาดสีสันแย่ แล้วสมัยเรียนพี่เคยเที่ยวบ้างปะ” อลิซแว้ดขึ้นท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของ เพื่อนๆ ขณะที่เบสต์ส่ายหัวเป็นการปฏิเสธ
“สุด แม่ชีตัวจริง” สาวหมวยว่าพลางหยิบเครื่องดื่มสีเหลืองมีฟองขึ้นมาดื่ม ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนสมัยเด็กตัวดีจะสนใจผู้หญิงจืดๆ แบบนี้
“ไม่เป็นไร คนเราต้องมีครั้งแรก” อลิซว่าพลางยัดแก้วเบียร์ใส่ในมือของเบสต์พร้อมกับยกแก้วของตนเองเข้ามาชนเป็นเสียงกิ๊ง
“โทษที แต่พี่กินไม่เป็นจริงๆ” เบสต์ปฏิเสธอีกครั้ง เมื่อเห็นดังนั้นอลิซรู้สึกเซ็งที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน เธอยังพยายามคะยั้นคะยอให้คนอายุมากกว่าได้ทดลองประสบการณ์ชีวิตจนอีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เด็กหนุ่มหน้าตายทนไม่ไหว
“มานี่” เสียงทุ้มต่ำของคิณณ์ดังขึ้นขณะที่เขาฉวยแก้วเบียร์ในมือของเบสต์ขึ้นมากระดกจนหมด พลางส่งสายตาไร้อารมณ์ไปยังเจ้าของผมไฮไลต์ชมพู
อลิซไม่ชอบที่ชายหนุ่มตรงหน้ามักจะรู้ทันความคิดของเธอไปเสียหมด แต่เธอกลับไม่เคยรู้เลยว่าในใจของเขานั้นคิดอะไรอยู่ ยังไม่ทันไรร่างสูงนั้นก็เดินเข้ามาใกล้และดีดหน้าผากของเธอให้พอสำนึกไปหนึ่งที หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมด้วยความรู้สึกเจ็บกว่าที่เตรียมใจไว้
ไม่สบอารมณ์เลย ทำไมทุกคนต้องเข้าข้างยัยนั่นด้วย
เบสต์ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อลิซยกเครื่องดื่มในมือขึ้นดื่มจนหมดแก้วเพื่อสลัดความหงุดหงิด คิณณ์เห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปตีหัวเพื่อนสาวเบาๆ
“โอ๊ย” อลิซร้องโอดด้วยถูกทำร้ายร่างกายอีกแล้ว
“เดี๋ยวก็เมาแต่หัววันหรอก” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยุ่งน่า” อลิซทำท่าทางจะกัดอีกฝ่าย แต่ด้วยไซซ์ตัวที่ต่างกันเหลือเกินทำให้เด็กสาวไม่สามารถเอาคืนเด็กหนุ่มได้ เบสต์ได้แต่ยืนยิ้มแห้งมองวัยรุ่นสองคนหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม
ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องดับลงพร้อมๆ กับเสียงพูดคุยจอแจที่ค่อยๆ เบาลงจนเกือบจะเงียบสนิท แสง สปอตไลต์ส่องสว่างวาบไปยังเวทีเผยให้เห็นกลุ่มนักดนตรี ทั้งมือกลอง มือเบส มือคีย์บอร์ด และที่สำคัญคือนักร้องที่ถือกีตาร์โปร่งไฟฟ้าอยู่ตรงกลาง
“สวัสดีครับทุกคน คืนนี้พร้อมจะสนุกกันรึยัง” ภพกล่าวทักทายผู้ฟังด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงสดใส แสงไฟขับผิวของเด็กหนุ่มให้สว่างกว่าที่เคยเป็นหลายเท่านัก
“พร้อม!” เสียงโห่ร้องจากล่างเวทีพร้อมเพรียงกันจนเบสต์รู้สึกแปลกใจ การปรากฏตัวของเด็กหนุ่มสามารถสะกดทุกสายตาให้จับจ้องได้อยู่หมัด
ทันทีที่เด็กหนุ่มเปิดปากเอื้อนเอ่ยเสียงร้อง พลังและความสดใสถูกขับขานออกมาผ่านท่วงทำนอง เหมือนเป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณจากการได้ทำในสิ่งที่ตนรัก เสียงเพลงนั้นสอดประสานกับเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดได้อย่างลงตัว แม้รอบข้างจะมีเสียงเซ็งแซ่จากผู้คนมากมายแต่หญิงสาวกลับได้ยินเพียงเสียงของเด็กหนุ่มอย่างชัดเจน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองต้องมนตร์จนไม่อาจละสายตา…

- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 16 : เป็นตัวของตัวเอง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 15 : เปิดหูเปิดตา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 14 : โซเชียลมีเดีย
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 13 : รอยยิ้มที่หายไปนาน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 12 : ถ้าเป็นแผลที่ใจก็ต้องรักษา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 11 : โพสต์อิท
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 10 : แค่อยู่ข้างๆ กันก็พอ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 9 : ความห่วงใยของคนแปลกหน้า
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 8 : คนข้างห้อง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 7 : ความฝันที่กินไม่ได้
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 6 : หลุมดำในใจ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 5 : ความเจ็บปวดที่ไม่มีเสียง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 4 : ความล้มเหลวของความพยายาม
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 3 : บ้านที่ไม่อยากกลับ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 2 : ออฟฟิศที่อยู่กันแบบครอบครัว
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 1 : การพบกันครั้งแรกของกลางคืนและกลางวัน
- READ ยาใจด้วยรัก : บทนำ







