ยาใจด้วยรัก บทที่ 36 : ฟ้าหลังฝน

ยาใจด้วยรัก บทที่ 36 : ฟ้าหลังฝน

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

สองแถวสีแดงเคลื่อนตัวออกจากเมือง ผ่านประตูท่าแพที่ตั้งตระหง่านกลางแดด ร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึกเรียงรายราวกับนิ่งสนิทอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ลมร้อนพัดแรงจนป้ายผ้าไหวระริกเป็นจังหวะ

เมื่อรถสองแถวเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นเขา ภาพเมืองเชียงใหม่เบื้องหลังค่อยๆ หดเล็กลง กลายเป็นผืนเมืองที่ส่องประกายแดดราวกับปูด้วยเศษแก้ว เมื่อรถจอดสนิทเบสต์และภพก้าวลงมาจากด้านหลังของสองแถว ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพอันเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน

“มาวัดแบบนี้จะดีเหรอพี่ ก่อนหน้านี้เห็นแม่พี่เล่าว่ามีความทรงจำไม่ดีกับวัดนี่” ภพเอ่ยถามขึ้นในขณะที่อีกมือหนึ่งก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป

“มันไม่เหมือนกัน อันนั้นโดนจับนั่งสมาธิ แต่อันนี้เหมือนมาเที่ยวเฉยๆ” เบสต์ดูสดใสขึ้นมากทำให้ภพเบาใจไปได้หลายเปลาะ

ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่หน้าบันไดนาคเจ็ดเศียรอันเป็นทางเดินขึ้นที่สูงถึง 306 ขั้น เบสต์เงยหน้ามองขึ้นไปยังปลายทางของบันใดก่อนจะลอบกลืนน้ำลาย ลืมนึกไปว่าต้องออกแรง…ถึงอย่างนั้นใจก็ยังฮึดสู้ เธออยากสร้างความทรงจำดีๆ กับเด็กหนุ่มที่สถานที่แห่งนี้ เมื่อคิดได้ดังนั้น เบสต์กลั้นใจก้าวขาเดินขึ้นไป…

หญิงสาวประมาทสังขารของเธอที่ถูกออฟฟิศซินโดรมกัดกินมากเกินไป เธอรู้สึกหน้ามืดเล็กน้อยเมื่อพาร่างกายขึ้นมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย หญิงสาวหายใจหอบนั่งพักเหนื่อยก่อนจะหยิบกระปุกยาดมขึ้นมาสูดอย่างช่วยไม่ได้ เด็กหนุ่มยิ้มขำในท่าทีของเธอ เขาทรุดตัวลงข้างๆ ดูท่าที

“นี่พี่เพิ่งยี่สิบกว่าเองไม่ใช่เหรอ ทำตัวเป็นคนแก่ไปได้” เมื่อถูกแซวเรื่องอายุ สาวเจ้าหันมาค้อนขวับ

“ก็พี่ไม่ค่อยได้ขยับตัวนี่ อีกอย่างแดดก็ร้อนด้วย” เธอว่าขณะพยายามเอามือพัดลมเย็นเข้าใบหน้า

“แสดงว่าพี่ไม่ค่อยออกกำลังกาย”

“ก็ใช่…ตั้งแต่เริ่มทำงาน แค่ทำโอฟรีก็หมดเวลาแล้ว” หญิงสาวบ่น

“จริงๆ พี่ต้องหาเวลาดูแลตัวเองบ้างนะ ไม่งั้นสุขภาพพี่จะแย่เอา”

“ไม่ทันแล้วละ อาการมันเริ่มฟ้องแล้ว” เธอเองก็รู้สึกว่าร่างกายแก่เกินกว่าอายุจริงๆ แค่ขยับเพียงเล็กน้อยก็มีเสียงกรอบแกรบทั่วตัว

“ไม่มีอะไรสายเกินหรอกพี่ เริ่มตั้งแต่วันนี้ไง” เด็กหนุ่มยิ้มพร้อมกับส่งมือมาช่วยพยุงให้เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้ง หญิงสาวเอื้อมมือไปคว้ามือของเขาเอาไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่น ทั้งสองก้าวต่อไปเพียงไม่นาน พระธาตุสีทองแวววับตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยกสูงก็ปรากฏตรงหน้า บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีลวดลายแกะสลักประณีตงดงามเป็นเอกลักษณ์

ความสวยงามทำให้ความเหนื่อยล้าก่อนหน้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง

เบสต์และภพถือดอกไม้ธูปเทียนเวียนขวารอบพระธาตุเจดีย์ 3 รอบ เมื่อครบจบ เขาและเธอหลับตาก่อนตั้งจิตอธิษฐาน ภพเหลือบตาข้างหนึ่งมองหญิงสาวที่ดูจริงจังกับการขอพรเป็นพิเศษ

“พี่ขออะไรอะ” เขาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

“ไม่บอก ถ้าบอกคำขอก็ไม่เป็นจริงน่ะสิ” เธอว่าพลางนำดอกไม้ธูปเทียนวางบูชาตามจุดที่ทางวัดจัดเตรียมเอาไว้ให้

“แล้วเธอล่ะขอว่าอะไร” เบสต์ถามเด็กหนุ่มกลับดูบ้าง

“ไม่บอก” ภพยิ้มยียวนก่อนนำดอกไม้วางตามหญิงสาว

“แน่ะ กวนเหรอ”

“เปล๊า ก็ถ้าพี่อยากรู้ของผมพี่ก็ต้องบอกของพี่ดิ” เด็กหนุ่มยอกย้อนแต่หญิงสาวกลับยิ้มขึ้นที่มุมปาก

“งั้นก็ไม่ต้องรู้น่ะดีแล้ว” เธอเอ่ยพลางมองตรงไปยังพระธาตุตรงหน้า ภพเห็นดังนั้นเขาจึงคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา

“ถ้าเราคิดเหมือนกันก็คงดีนะ” เด็กหนุ่มรำพึงเบาๆ จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวอย่างไม่วางตา ภาพของเธอที่ฉากหลังเป็นพระธาตุสีทองอร่ามสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น ช่างดูสวยงามจนเขาอยากจะบันทึกภาพนี้เอาไว้ในความทรงจำ

หลังจากเดินชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่จากที่สูงให้จิตใจพอสดชื่น ทั้งสองหาอะไรกินระหว่างทางก่อนจะมุ่งตรงไปยังจุดหมายถัดไป

เบสต์และภพนั่งเคียงข้างกันที่ด้านหลังของสองแถว ซึ่งกำลังขับอยู่บนถนนขึ้นดอยคดเคี้ยว ในบางจุดที่ถนนเป็นมุมอับสายตา คนขับจะบีบแตรเพื่อส่งสัญญาณให้กับรถที่สวนมาเป็นระยะ

ลมแรงตีปะทะร่างกายและใบหน้า เด็กหนุ่มจึงใช้ร่างที่สูงใหญ่กว่าบังแรงลมให้หญิงสาวก่อนที่ผมเผ้าของเธอจะกระเซอะกระเซิงไปมากกว่านี้ แม้อุณหภูมิจะค่อยๆ ลดต่ำลงตามความสูงที่ขึ้นไป แต่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับอบอุ่นขึ้นจนเกือบร้อน ทันใดนั้นเอง…

ซ่า

หยดน้ำจากฟ้าตกลงมาห่าใหญ่แบบไม่ให้คนทั้งสองได้ทันตั้งตัว ละอองฝนกระเซ็นใส่คนทั้งสองอย่างไม่อาจหลบพ้น…

เมื่อเดินทางมาถึงจุดชมวิวดอยปุย ทั้งสองก็เปียกมะล่อกมะแล่ก

ถึงฝนจะเป็นเพียงฝนไล่ช้างที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เบสต์ก็รู้สึกนอยด์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่อาจห้ามอารมณ์ได้ แผนที่เธออุตส่าห์วางมาอย่างดีพังไม่เป็นท่า พื้นถนนลูกรังสีแดงเมื่อเปียกฝนก็แปรเปลี่ยนเป็นโคลนสภาพเละเทะดูไม่ได้ ท้องฟ้าขมุกขมัวอึมครึมเหมือนกับอารมณ์ของเธอในยามนี้

“ขอโทษนะ ทุกอย่างผิดแผนไปหมดเลย” เธอกล่าวขอโทษด้วยความเคยชินอีกแล้ว

“ขอโทษทำไม พี่ควบคุมฝนไม่ให้ตกได้เหรอ” เด็กหนุ่มว่าพลางถอดเสื้อชั้นนอกที่เขาสวมอยู่ นำมาบิดและสะบัดให้พอหมาดก่อนจะสวมทับให้หญิงสาว แต่เบสต์ยังคงบ่นงุบงิบ

“อยากพาเธอมาดูพระอาทิตย์ตกดินซะหน่อย แต่อย่างงี้คงไม่เห็นอะไรแล้วละ” หญิงสาวถอนหายใจอย่างเสียดาย แต่ภพกลับไม่คิดว่าสถานการณ์มันแย่ขนาดนั้น

“ฝนตกก็ดีเหมือนกันนะพี่ อย่างน้อยฝุ่นก็ลดลงเยอะเลย แล้วดู…”

เด็กหนุ่มชี้ไปทางจุดชมวิวที่เป็นหน้าผาลึกลงไปมองเห็นต้นไม้สีเขียวขจีโอมล้อม ไอน้ำจากฝนควบแน่นกันเป็นหมอกคล้ายเกลียวคลื่นล่องลอยอยู่รับกับยอดเขา แม้จะไม่มีแสงแดดทอประกาย แต่สีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้า ก็ช่วยจับความงดงามของภาพให้เห็นในมุมมองที่ต่างออกไป

หญิงสาวมองภาพตรงหน้าอย่างไม่วางตา ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เธอโดนเด็กหนุ่มลอบถ่ายรูปโดยไม่รู้ตัว

“แน่ะ อีกแล้วนะ” หญิงสาวเอ็ดแต่คนถูกดุทำได้เพียงยิ้ม เขาเดินเข้ามาใกล้พลางโอบไหล่หญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอดก่อนจะถ่ายเซลฟีด้วยกัน คราวนี้หญิงสาวยิ้มรับเพื่อไม่ให้ตัวเองออกมาน่าเกลียดเหมือนกับรูปก่อน แต่ถึงอย่างนั้น สภาพคนเปียกปอนหัวฟูก็ดูไม่ได้อยู่ดี

“ตลกอะ ลบเหอะ” หญิงสาวขอพร้อมพยายามคว้าแย่งมือถือมาแต่เด็กหนุ่มกลับชูมันออกไปไกลสุดแขน ด้วยความสูงของเขาและเธอที่แตกต่างกันมาก ทำให้หญิงสาวยากเกินกว่าจะเอื้อมถึง

“เก็บไว้แหละ ธรรมชาติดี… อีกอย่างไม่ถ่ายวันนี้ก็ไม่รู้จะได้ถ่ายอีกเมื่อไหร่” เขายิ้มให้หญิงสาวอีกครั้ง รอยยิ้มที่เห็นเมื่อไหร่ก็ทำให้เธอต้องยอมจำนนทุกครั้งไป…

ใช้เวลาไม่นานท้องฟ้าก็มืดสนิท เพราะฝนเพิ่งตกท้องฟ้าก็เลยเปิดโล่ง หญิงสาวแหงนมองขึ้นไป มองเห็นดวงดาวมากมายพร่างพรายส่องแสงแวววับงดงามจับใจ แสงเล็กๆ นั้นสะท้อนลงในแววตาของเด็กหนุ่ม ขับให้ดวงตาของเขาดูน่าหลงใหลและน่ามองยิ่งกว่าที่เคย เขาหันมายิ้มให้เธอ และเธอเองก็คลี่ยิ้มให้เขาเช่นกัน

ฝนตกอาจเป็นเรื่องแย่ แต่ก็เพราะฝนตก เลยทำให้เกิดเรื่องดีๆ

เบสต์ขอบคุณภพที่ทำให้เธอมองเห็นฟ้าหลังฝน ที่เธอไม่เคยมองว่ามันงดงามเลย

 



Don`t copy text!