
ยาใจด้วยรัก บทที่ 37 : อดีตที่แบกไว้
โดย : ลิลนิล
![]()
ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน
คืนที่ดาวเต็มฟ้าขับบรรยากาศให้โรแมนติก ภพจ้องมองหญิงสาวที่เขาปันหัวใจให้อย่างไม่วางตา เขาใช้มืออุ่นสัมผัสกับแก้มนุ่มของหญิงสาวและเธอก็ซุกใบหน้าอิงแอบกับฝ่ามือของเขา ภพค่อยๆ ขยับเขยื้อนเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเบสต์จนพวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน หญิงสาวหลับตาลงเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศ
แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองคนจะได้สัมผัสกัน หญิงสาวเหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
“เธอยังไม่ได้เล่าเรื่องที่เธอสัญญาจะบอกพี่เลย” เบสต์ทวงถามเรื่องสำคัญในเวลาที่ไม่เหมาะสม
“โห่พี่ เวลานี้เนี่ยนะ” ภพโต้กลับอย่างเซ็งๆ พลางเว้นระยะห่างออกโดยอัตโนมัติ
“ตอนนี้แหละ พี่อยากรู้” หญิงสาวยืนยันหนักแน่นก่อนอะไรต่อมิอะไรมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
ภพยืนนิ่งทำใจอยู่ครู่หนึ่ง สายลมแรงหวิวยามค่ำคืนพัดให้ร่างกายของทั้งสองคนเกือบแห้ง เขากลับตาลงช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เล่าเรื่องราวในอดีตที่เป็นเหมือนนิทาน
“อย่างที่พี่รู้ว่าผมไม่ได้มีพ่อแม่หรือญาติมิตรที่ไหน อันที่จริงก็มีแหละ ยายเป็นคนเลี้ยงผมมา แต่ท่านก็ตายไปตั้งแต่ผมอยู่มอปลายน่ะนะ” เขากล่าวเสียงเรียบแต่มันก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับเด็กคนนึง
“แต่เค้าเลี้ยงผมมาดีนะ ถึงบ้านเราจะไม่ค่อยมีเงิน แต่สิ่งที่ผมไม่เคยขาดเลยคือความรัก เขาสอนให้ผมรักและภูมิใจในตัวเอง พอเสียแกไปใจก็โหวงๆ อยู่ แต่ก็ทำใจได้เพราะแกก็แก่มากแล้ว…ทีนี้ พอแกตายผมก็ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง ไปเรียนตอนกลางวันแล้วก็ทำงานพิเศษตอนกลางคืน โคตรเหนื่อย…แต่ก็ต้องกัดฟันเพราะยายอยากให้ผมเรียนจบมอปลาย” ภพเล่าเหตุการณ์ความยากลำบากในวัยเด็กที่อยู่นอกเหนือจินตนาการของหญิงสาว
“ตอนมอปลาย ผมมีเพื่อนสนิทอยู่สามคน ก็คือคิณณ์และอลิซที่พี่เจอมาแล้ว กับ ‘กล้า’ กล้ามันเป็นคนที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ทั้งเรียนเก่ง หน้าตาดี เป็นหัวหน้าห้อง เล่นกีตาร์ก็เก่งกว่าผม บ้านก็รวย พ่อแม่ก็เป็นถึงดอกเตอร์ ผมเคยไปบ้านมันครั้งนึง มีสระว่ายน้ำด้วย อย่างหรูเลย”
ภพค่อยๆ บรรยายภาพในความทรงจำของเขา ที่ถึงแม้จะผ่านมานานแล้วแต่ก็ยังคงแจ่มชัดเสมอ
“ในใจลึกๆ ผมก็อิจฉามันนะ ถ้าชีวิตผมมีทุกอย่างครบแบบมัน ก็คงจะมีความสุขดี” เขายิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเพื่อนสนิทที่แสนคิดถึง
“ก่อนหน้าผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นหรอก ไอ้กล้าเนี่ยแหละเป็นคนสอนผม มันบอกงานเล่นดนตรีได้เงินมากกว่าไปทำงานตามร้านสะดวกซื้อเป็นไหนๆ ตอนแรกผมนี่ฝีมืออย่างกาก แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มสนุก แล้วผมก็รักมัน แต่ผมก็ไม่มีเงินซื้อกีตาร์หรอก ได้แต่ยืมของมันซ้อมไปเรื่อยๆ ทุกวัน กล้าเองก็บอกกับผมว่าสักวันมันจะเป็นนักดนตรี แต่พ่อแม่มันอยากให้เรียนวิศวะ” จนถึงตอนนี้ภพหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเล่าต่อ
“ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าบ้านมันมีดรามาอะไร เพราะจากที่คุยกันทุกวัน มันก็หัวเราะดี ร่าเริงดี ใครจะไปรู้ว่ามันเป็นซึมเศร้า”
ถึงตอนนี้เบสต์ถูกจี้ใจดำอย่างบอกไม่ถูก ภายใต้หน้ากากสดใสของใครบางคน อาจจะซ่อนความเจ็บปวดอันดำมืดเอาไว้
“วันนั้น…ผมกลับจากเล่นดนตรีประมาณเที่ยงคืนกว่า ผมเหนื่อยและก็ง่วงมาก แต่จู่ๆ ไอ้กล้ามันก็โทรมา…” จนถึงตอนนี้น้ำเสียงของเขาเริ่มเชื่องช้า และตะกุกตะกัก
“ภพโอเคมั้ย ถ้าไม่ไหวไม่ต้องเล่าก็ได้นะ” เบสต์เอ่ยด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทีไม่ดีของเด็กหนุ่ม
“ไม่เป็นไรพี่ ผมไหว ผมเล่าได้” เขากล่าวด้วยความมั่นใจแม้น้ำเสียงจะไม่สู้ดีนัก
“ไอ้กล้ามันโทรมา ระบายเรื่องที่บ้าน คือมันโดนพ่อกับแม่ด่าที่เกรดมันตก จาก 4 เหลือ 3.8 ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ แต่น้ำเสียงของมันวันนั้นดูกังวลมาก มันบอกว่ามันเครียด มันไม่ได้ชอบเรียน มันชอบเล่นดนตรี ที่พยายามอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอยากให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่ทำเท่าไหร่มันก็ไม่พอ จนตอนนี้มันไม่รู้ว่าจะพยายามไปเพื่ออะไร มันรู้สึกว่าชีวิตไม่ใช่ของมัน พี่รู้มั้ยผมตอบมันว่าอะไร…”
เบสต์ส่ายหน้าเบาๆ ภพกล่าวต่อด้วยความเจ็บปวด
“อย่าคิดมาก สู้ๆ นะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น” เขายิ้มขื่นยามพูดประโยคนั้นออกมา
“จริงๆ ผมน่าจะรู้ตัวนะ…ว่าวันนั้นมันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ พฤติกรรมมันที่ไม่เหมือนเดิม น้ำเสียงมันที่ไม่เหมือนเดิม ทั้งที่มันเลือกผมเป็นที่พึ่ง เลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากผม แต่ผมกลับให้กำลังใจไปแบบส่งๆ หลังจากนั้นผมพยายามชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อให้มันอารมณ์ดีขึ้น อย่างเช่น พรุ่งนี้จะไปหามันที่บ้านแล้วเราไปเล่นกีตาร์ร้องเพลงด้วยกัน ผมสัญญาว่าผมจะสอบเข้ามหาลัย คณะเดียวกับมัน เรียนเป็นเพื่อนมันเพื่อไม่ให้มันรู้สึกเหงา แต่มันกลับเงียบ เงียบจนน่าใจหาย…” ภพเว้นระยะหายไปครู่หนึ่งก่อนเล่าต่อ
“หลังจากนั้นมันบอกกับผมว่า กีตาร์มันยกให้ และถ้ามันเป็นนักดนตรีไม่ได้ ก็ฝากผมทำตามความฝันแทนมันด้วยนะ”
เมื่อพูดถึงกีตาร์ เบสต์นึกถึงกีตาร์ตัวเก่งของภพที่เขามักแบกไปไหนต่อไหน กีตาร์ที่สลักสัญลักษณ์ตัว K เป็นเครื่องเตือนใจถึงกล้าเจ้าของที่แท้จริงผู้ล่วงลับ
“ประโยคนั้นเหมือนคำสั่งเสียเลยพี่ว่าไหม” เขาหันมองหญิงสาวทั้งที่ยิ้มแต่ดวงตากลับไร้แวว เบสต์รู้ดีว่าเรื่องนี้มันหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว ในฐานะผู้ป่วยเธอรู้ดีกว่าการต่อสู้กับโรคมันทรมานแค่ไหน แต่อีกมุมที่ไม่เคยคิดมาก่อนคือคนรอบข้างเองก็ต้องทรมานมากเช่นกัน
“ผมวางสายไปทั้งๆ อย่างงั้น คิดว่าคงไม่มีอะไร พรุ่งนี้เช้าเราก็ยังคงมาเรียนมาเล่นด้วยกันเหมือนเดิม แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ครูมาแจ้งว่ากล้ามันฆ่าตัวตาย…” ถึงตอนนี้ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศจนทำให้คำพูดที่เปล่งออกมานั้นหนักอึ้ง
“มันตายแล้ว ทั้งที่เมื่อวานผมยังคุยกับมันอยู่เลย และที่น่าเจ็บใจคืออะไรรู้ไหม ผมเป็นคนสุดท้ายที่มันโทรหา ถ้าผมสังเกตมันมากกว่านี้ ถ้าผมใส่ใจมันมากกว่านี้ หรือถ้าผมไปหามันที่บ้าน ผมอาจจะทำให้มันไม่ต้องจากโลกนี้ไปก็ได้” เรื่องนี้ยังคงตามหลอกหลอนเด็กหนุ่มตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
“ตั้งแต่วันนั้นผมก็รู้สึกผิดมาตลอด ผมพยายามหาสาเหตุว่าทำไมกล้ามันถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็พบเรื่องโรคซึมเศร้า ผมแปลกใจมากทั้งที่มันมีทุกอย่างเพียบพร้อมกว่าผม มีทุกสิ่งที่คนอื่นอยากได้อยากมี แต่มันก็ยังรู้สึกขาด จนเลือกจะจากโลกนี้ไป ผมหลงทางอยู่นานจนในที่สุดก็ได้เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของมายด์เซตอย่างเดียว แต่มันมีเรื่องของสารเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวด้วย คนเรามีความสามารถในการรับมือกับเรื่องร้ายๆ ได้ไม่เหมือนกัน บางคนอาจมองเป็นเรื่องเล็ก…แต่กับอีกคน อาจจะเป็นโลกทั้งใบของเขา กว่าผมจะเข้าใจเรื่องนี้ ก็ตอนที่ต้องเสียเพื่อนไปแล้วคนหนึ่ง”
เบสต์พยายามปลอบแต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกผิดเพราะการปรากฏตัวของเธอไปกระตุ้นบาดแผลของเขา
“ตอนนั้นเรายังเด็ก เราก็ทำเท่าที่ทำได้แล้ว อีกอย่างเรารับผิดชอบชีวิตใครไม่ได้หรอก การที่กล้าตัดสินใจแบบนั้นเพราะเขาคิดมาดีแล้ว ไม่ใช่ความผิดของภพเลย” หญิงสาวกล่าวโดยเข้าใจความรู้สึกของกล้าดีอย่างสุดซึ้ง ถึงกระนั้นเธอก็ไม่อยากให้เด็กหนุ่มโทษตัวเองต่อไปอีก
“วันนั้นที่ผมเห็นพี่ที่ระเบียง มันสะท้อนภาพของกล้าขึ้นมา มันทำให้ผมกลัวจับใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ผมมีความกล้า กล้าที่จะช่วยชีวิตใครสักคน ทดแทนที่ผมไม่สามารถช่วยเพื่อนของผมได้”
หญิงสาวฟังแล้วก็รู้สงสารเด็กหนุ่มที่ต้องแบกความรู้สึกอันหนักอึ้งเอาไว้เป็นเวลาหลายปี แต่ในทางกลับกัน เธอก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจด้วยเข้าใจเหตุผลทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง ทุกความห่วงใยจากเด็กหนุ่มล้วนมีเหตุผล… เหตุผลที่เข้าใจได้ แต่ช่างขัดกับความรู้สึกของเธอที่ค่อยๆ สุกงอมตามกาลเวลาเหลือเกิน
“ขอบคุณที่คอยดูแลแล้วก็เอาใจใส่พี่นะ ถ้าไม่มีเธอในวันนั้น พี่ก็อาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ก็ได้ แต่ว่าพอแล้วละ ภพชดเชยมามากพอแล้ว จากนี้พี่อยากให้ภพเลิกรู้สึกผิด เลิกยึดติดแล้วไปมีชีวิตของตัวเอง พี่อยากเห็นภพมีความสุขนะ” หญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไม่มั่นคงที่อยู่ภายใน
“พี่พูดเหมือนกับไม่มีความสุขเวลามีผมอยู่ใกล้ๆ งั้นแหละ” เด็กหนุ่มตัดพ้อ
“มีความสุขสิ แต่พี่ไม่อยากเป็นคนที่ถ่วงภพเอาไว้ ก็เหมือนกับที่อลิซบอกนั่นแหละ ภพอยากเดินทางไปทั่วประเทศไม่ใช่เหรอ เธอไปเถอะ ไปตามเป้าหมายเดิมของเธอไม่ต้องคอยเป็นห่วงพี่หรอก”
เมื่อได้ฟังดังนั้น เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆ
“ตอนแรก มันอาจจะเริ่มต้นแบบนั้น แต่ตลอดช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้กินข้าว ได้เล่นดนตรี ได้เป็นคนแรกที่คอยปลอบตอนเศร้า ได้เป็นคนแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มยามพี่มีความสุข ผมชอบช่วงเวลาเหล่านั้นมาก จนอยากให้มันคงอยู่ตลอดไป ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ที่ผมตามติดพี่ ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงอย่างเดียว…” เขาว่าพลางเดินเข้ามาใกล้และจับมือนุ่มของหญิงสาวเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ผมอยากอยู่ใกล้ๆ พี่นะ”
เด็กหนุ่มประสานสายตากับหญิงสาว คำพูดจริงจังแบบไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้เธอรู้สึกประหม่า หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
“ผมว่าผมคงจะชอบพี่เข้าซะแล้วละ”

- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 37 : อดีตที่แบกไว้
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 36 : ฟ้าหลังฝน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 35 : ผู้ชายที่ดุเหมือนหมา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 34 : ความหมายของที่ 2
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 33 : เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 32 : ความในใจของเพื่อนสนิท
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 31 : คุณค่าของเพื่อนแท้
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 30 : แก้แค้น
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 29 : เพื่อนสนิท
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 28 : ทบทวน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 27 : รู้สึกผิด
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 26 : ความจริงที่ซ่อนอยู่
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 25 : ความรู้สึกที่พรั่งพรู
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 24 : หมั่นเขี้ยว
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 23 : นอนค้าง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 22 : เส้นฟางที่ขาดผึ่ง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 21 : บ้านไม่ใช่เซฟโซน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 20 : ข้อสงสัยทางอารมณ์
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 19 : หยุดพักได้เท่าที่ต้องการ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 18 : อยากปกป้องเธอ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 17 : ความมั่นใจที่ไม่รู้มาจากไหน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 16 : เป็นตัวของตัวเอง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 15 : เปิดหูเปิดตา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 14 : โซเชียลมีเดีย
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 13 : รอยยิ้มที่หายไปนาน
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 12 : ถ้าเป็นแผลที่ใจก็ต้องรักษา
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 11 : โพสต์อิท
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 10 : แค่อยู่ข้างๆ กันก็พอ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 9 : ความห่วงใยของคนแปลกหน้า
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 8 : คนข้างห้อง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 7 : ความฝันที่กินไม่ได้
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 6 : หลุมดำในใจ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 5 : ความเจ็บปวดที่ไม่มีเสียง
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 4 : ความล้มเหลวของความพยายาม
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 3 : บ้านที่ไม่อยากกลับ
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 2 : ออฟฟิศที่อยู่กันแบบครอบครัว
- READ ยาใจด้วยรัก บทที่ 1 : การพบกันครั้งแรกของกลางคืนและกลางวัน
- READ ยาใจด้วยรัก : บทนำ







