ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ ตอนที่ 2 : จากสายน้ำนากะสู่ทุ่งดอกไม้กลางอ่าวฮากาตะ

ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ ตอนที่ 2 : จากสายน้ำนากะสู่ทุ่งดอกไม้กลางอ่าวฮากาตะ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ นิยายอบอุ่นในรูปแบบบทความพิเศษ จาก กฤษณา อโศกสิน ที่จะพาผู้อ่านร่วมเดินทางสู่ฟุกุโอกะ ท่ามกลางความรัก ความผูกพัน และเรื่องราวของครอบครัว อ่านได้ที่ อ่านเอา

แม้อายุจะย่างเข้าแปดสิบเอ็ดแล้ว แต่แววตาของย่ายังคงเต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา พร้อมสำหรับการเดินทางที่มีปู่เคียงข้าง หลานยื่นแขนให้เกี่ยวกระหวัด พาเดินไปท่ามกลางแผ่นดินห่างไกลแปลกตา

บนฟ้ากับปรายช่วยกันจัดเสื้อผ้าในกระเป๋าของปู่ย่าเข้าตู้ ไม่นานก็เรียบร้อย หญิงสาวดูแลให้ย่าอาบน้ำ สวมเสื้อสำลีตัวยาวและถุงเท้ากันความเย็น เช่นเดียวกับที่ปรายจัดการให้ปู่ พร้อมหรี่เครื่องปรับอากาศให้อุ่นพอเหมาะ เพื่อให้ผู้สูงวัยได้นอนสบาย

รุ่งเช้า หลานชายหลานสาวพาปู่ย่าลงลิฟต์ไปห้องอาหารชั้นสองตั้งแต่ 9.00 น. นักท่องเที่ยวนั่งกันแน่น ไม่นานทั้งห้าก็ได้โต๊ะติดผนังกระจก มองเห็นถนนคั่นระหว่างโรงแรมกับหมู่ไม้ที่เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นชมพูจางของเมเปิลเรียงรายอยู่เป็นระยะ ผู้คนเดินกันขวักไขว่เป็นภาพคุ้นตาของญี่ปุ่น

สมุทรไทกับปรายไม่ให้ปู่ย่าลุกไปตักอาหาร ทั้งสองจัดการเลือกของคาวหวาน โยเกิร์ต น้ำผลไม้ ชา กาแฟมาให้จนอิ่มกำลังดี ปู่กับย่ากินไป มองรอบๆ ไป สีหน้ากระจ่างสดใสอย่างเห็นได้ชัด

“วันนี้เราจะไปล่องเรือกันใช่ไหมลูกปราย” ย่าถามเพื่อความมั่นใจ

“ใช่ครับย่า ย่าจำแม่นดีจัง”

“เมื่อก่อนจำแม่นกว่านี้ เดี๋ยวนี้หลงลืมบ้างเหมือนกัน”

“ที่ไหนได้” ปู่แทรกขึ้น “บางทีที่ว่าจำได้ ก็หาเรื่องเหมือนกัน”

“มันก็ต้องหากันมั่งละน่ะเรื่องน่ะปู่” ปรายเอาใจย่า

“เออ แกก็หาไป ระวังย่าแกจะเคยตัว”

“เคยแล้วเป็นไง” ย่าย้อนอย่างเป็นต่อ ก่อนหัวเราะแล้วจิบกาแฟ

หลังอาหารเช้า ปรายพาทุกคนไปยังห้างสรรพสินค้ารอบโรงแรม จะข้ามถนนหรือเดินทางใต้ดินก็สะดวก ผู้คนรอไฟเขียวเป็นระเบียบ แทบไม่มีใครฝ่าฝืนกฎ ความเป็นระเบียบนี้เองทำให้ญี่ปุ่นยังสะอาดน่าอยู่

“เราจะไปล่องเรือกันตอนไหนนะปราย” ปู่ถามหลังซื้อของได้คนละชิ้นสองชิ้น แล้วกลับมานั่งรอที่ล็อบบี้กว้างขวาง จนห้องพักทำความสะอาดเสร็จ

บ่ายสองโมง รถแท็กซี่ที่โรงแรมเรียกมาจอดรับพาไปยังท่าเรือ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณลานสวนสนุก วันนั้นมีงานออกร้านพอดี จึงได้ซื้อไส้กรอก ไก่ย่าง หมูย่างเสียบไม้กินรองท้อง ปู่ย่าชมว่าอร่อยดี

แม่น้ำนากะ (Naka River) ยาวราว 110–116 กิโลเมตร

แม่น้ำตรงหน้าคือแม่น้ำนากะ (Naka River) ยาวราว 110–116 กิโลเมตร เรือจะพาล่องชมสองฝั่งครึ่งชั่วโมง ผ่านอาคารโบราณ สะพานนิชินากาจิมะ ย่านท่าเรือ Canal City Hakata, Fukuoka Red Brick Cultural Museum, Hakata Port Tower รวมถึงแผงลอยยะไต ร้านอาหาร บาร์ และแหล่งช้อปปิ้ง

ผู้โดยสารราวสิบห้าคน รวมทั้งคณะจากไทยห้าคน ลงนั่งในเรือ หัวเรือมีชายวัยราวเจ็ดสิบปีดีดกีตาร์ร้องเพลงพื้นบ้านญี่ปุ่น เสียงแห้งแต่กลมกลืนกับสายน้ำ เรือแล่นไปถึงปากอ่าว เห็นเรือสำราญลำใหญ่จอดอยู่ ก่อนวนกลับมาส่งทุกคนขึ้นฝั่ง ต่างยิ้มแย้มสดชื่น

จากนั้นพากันเดินทะลุศูนย์การค้าไปหาอาหาร ลงเอยที่ร้านชื่อ “โคฮาดะ (Cohada)” สไตล์อิซากายะ มีของว่างหลากหลายเสิร์ฟโดยเด็กสาวหน้าตาน่ารักแบบญี่ปุ่น อิ่มแล้วจึงนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม

คืนนั้นปู่ย่าอาบน้ำแล้วเข้านอนก่อนสามทุ่ม ปรายแอบเปิดประตูชะโงกดู เห็นยังนั่งคุยกันเบาๆ จึงชวนสมุทรไทกับบนฟ้าลงไปฟังดนตรีที่เปียโนบาร์ นักร้องชายสูงวัยผมขาวร้องเพลงเก่าญี่ปุ่นอย่างไพเราะ ทั้งสามสั่งไวน์แดงมาจิบ ชูแก้วร้องเชียร์สอย่างเบิกบาน

เกาะโนะโคะโนะชิมะ (Nokonoshima Island Park)

เช้าวันอาทิตย์ หลังอาหารเช้า สมุทรไทกับปรายขอตัวขึ้นไปซื้อเสื้อผ้าร้านดัง ได้คนละสองชุด เก็บลงกระเป๋าเรียบร้อย แล้วช่วงเที่ยงเรียกแท็กซี่ไปท่าเรือข้ามฟากสู่เกาะโนะโคะโนะชิมะ (Nokonoshima Island Park) กลางอ่าวฮากาตะ ใช้เวลาเพียงสิบนาทีโดยเฟอร์รี่

เกาะนี้โดดเด่นด้วยทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล ทั้งซากุระ เรพซีด ทิวลิป คอสมอส เนโมฟิลา ทานตะวัน ดาวเรือง และแดฟโฟดิลนับแสนต้น มีตลาดผักผลไม้ จุดถ่ายรูป ร้านของที่ระลึก จุดปิกนิก และกิจกรรมทำเครื่องปั้นดินเผา

เรือเทียบท่า รถบัสพานักท่องเที่ยวแน่นขนัดผ่านป่าดงวกวนราวสิบห้านาทีถึงสวนดอกไม้ ปรายพยุงปู่ บนฟ้ากับสมุทรไทคล้องแขนย่าคนละข้าง เดินขึ้นลงเนินเขาเกือบชั่วโมงจึงถึงร้านอาหารกลางเกาะ

มองเผินๆ เหมือนร้าง แต่เมื่อทุกคนนั่งล้อมโต๊ะยาว พนักงานก็ยกบาร์บีคิวชุดใหญ่ซิกเนเจอร์ของร้านมาเสิร์ฟ ปรายสั่งเบียร์เพิ่ม ปู่ชนแก้วอย่างอารมณ์ดี อิ่มอร่อยสดชื่นกันถ้วนหน้า

 

 

Don`t copy text!