ก่อนฟ้าสาง บทที่ 10 : ระวังตัวให้ดี

ก่อนฟ้าสาง บทที่ 10 : ระวังตัวให้ดี

โดย : ม.มธุการี

ก่อนฟ้าสาง นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวโดย ม.มธุการี เมื่อ ‘เจียง’ เลือกพาครอบครัวหนีความเดือดร้อนมาพักพิงยังแผ่นดินไทย แต่แผ่นดินแห่งนี้จะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยให้กับเขาได้จริงๆ หรือ เจียงยังจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกมากมาย อาจจะมีเพียง ‘ใกล้รุ่ง’ หญิงสาวผู้อ่อนโยนคนนั้นที่เป็นความหวังของเขา

แม่รีบกลับจากกรุงเทพฯ ก่อนกำหนด และใกล้รุ่งก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟังโดยละเอียด  แม่ซึมไปในทันทีที่หล่อนเล่าถึงเรื่องที่พ่อจะแบ่งขายที่

“พ่อบอกเราหรือ…”

“ประกาศขายแล้วแม่  รุ่งว่าพ่อกำลังเดือดร้อนหน้ามืดมาก  ไม่ฟังใครแล้วตอนนี้ ออกจากบ้านทุกวัน  คงอยู่บ้านไม่ติด  รุ่งยังนึกว่าพ่อบอกแม่ไปแล้วซะอีก“

“ไม่เคยเล่า  บอกแต่ว่าอย่าให้แม่เป็นกังวลอะไร“

“คงไม่อยากให้แม่ร้อนใจ  กับรุ่งก็ไม่เคยคุยอะไรให้ฟัง“

“แล้วพลจะติดคุกมั้ยเนี่ย“ แม่กังวลเป็นล้นพ้น

“ไม่ติดหรอกแม่  เพราะมีพยานฝ่ายโน้นยืนยันว่ามีใครอีกคนเข้ามาช่วย  คนที่เข้าไปช่วยพลจนลูกผู้การเกือบตายนั่นแหละ  แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร  เคยจับไปคนนึงแต่ต้องปล่อยเพราะไม่มีหลักฐาน  “

แม่นั่งซึมและไม่พูดอะไรอีก  บ้านร้อนเป็นไฟและเหมือนจะกระทบกระเทือนไปถึงทุกคน  กระทบกระเทือนไปถึงคนแปลกหน้าคนนั้นที่อาจจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย

…ก็แค่เป็นคนแปลกหน้าในท้องที่ในตอนนี้  มันก็คงจะเท่านั้นเอง…

 

บ้านผู้การพิสุทถูกสร้างในเนื้อที่กว้างใหญ่ติดเชิงเขาเขียวขจี  มีทั้งหมดสองหลังในบริเวณเดียวกันต่างจากที่เขาเคยจำได้

เดิมมันมีแค่หลังเดียวและไม่ใหญ่โตขนาดนี้ด้วย  คนเรามีความก้าวหน้าในชีวิตชนิดที่ยากจะทำความเข้าใจ  แน่นอนมันไม่ได้มาจากเงินเดือนแต่เพียงอย่างเดียว  ข่าวลือเรื่องการค้าอาวุธของฝ่ายนั้นเคยเป็นข่าวใหญ่อยู่พักหนึ่ง ถึงขนาดมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา  แต่ไม่นานมันก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

ผู้การฯ ต้อนรับเขาในห้องรับแขกโอ่อ่า  รับไหว้ขณะถามอย่างไม่สนใจว่า

“เอ้าครู  เชิญนั่งสิ  มีธุระอะไรกับผมหรือ…”

นั่งเผชิญหน้ากันห่างไกลคนละมุม  เหมือนต่างฝ่ายต่างก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุด

“ก็เรื่องนั้นแหละครับผู้การ  เรื่องคดีความของลูกผม“

ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วสูงรอฟังต่อ

“คือผมคิดว่าเด็กมันก็มีเรื่องมีราวกันมาเรื่อย  ตั้งแต่สมัยเรียน  บางทีด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง  ผมอยากจะให้เรื่องมันยุติโดยไม่ต้องถึงขนาดต้องขึ้นโรงขึ้นศาล  ผมรู้ว่าลูกท่านบาดเจ็บขนาดต้องอยู่โรงพยาบาล  ถ้ามีอะไรที่ทางผมจะชดใช้ให้ได้  ผมหมายถึงเรื่องการเงินการทอง…”

“คือครูจะเอาเงินทองมาอุดผมว่างั้นเถอะ…” เป็นคำพูดขันๆ

“ผมหมายถึงว่าเราน่าจะตกลงกันได้บ้าง“

“ถ้าผมต้องการเงินจากครูน่ะนะ ผมบอกไปนานแล้ว  ไม่ต้องรอให้ครูต้องมาเอ่ยปากหรอก  เรื่องของเรื่องคือผมไม่ต้องการ  ตอนนี้ต้องการแค่เอาไอ้คนที่มันทำร้ายลูกผมมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เท่านั้นเอง ในเมื่อลูกครูบอกว่าไม่ได้เป็นคนทำ  แล้วจะต้องมากังวลอะไร  ผมว่าศาลคงมีความเป็นธรรมอยู่หรอก  แต่ไอ้คนที่มันทำกับลูกผมนี่สิ หรือว่าครูไม่ต้องการจะเห็นมันถูกลงโทษ…ครูปกปิดเพื่ออะไรกัน“

ประชาหน้าเปลี่ยนสีไป

“ผมแค่…ผมแค่อยากให้เรื่องมันจบกันไป  ไม่รู้กระทั่งว่าเขาเป็นใคร…”

มันเป็นคำพูดตะกุกตะกักจนอีกฝ่ายมองหน้า

“ครูแน่ใจหรือว่าไม่รู้…”

“ผมไม่รู้  อีกอย่างลูกคงไม่มาโกหกอะไรผม“ ประชาพูดเร็ว

“ในแง่นั้นถ้าผมจะหาทางลากตัวมันออกมาก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไรครูนี่  ใช่ไหม“

พูดไปก็ดูนาฬิกาข้อมือไปด้วย

“ผมมีนัดสำคัญ  ครูมีธุระแค่นี้ใช่ไหม ถ้าไม่มีอะไรอีก…”

ผู้การพิสุทมองร่างผอมสูงที่ก้าวจากไป  เดินตามไปมองจนกระทั่งฝ่ายนั้นขับรถกระบะคันเก่าๆ ลับหายไปจากบริเวณบ้านในที่สุด  แน่เสียยิ่งกว่าแน่ที่ว่าครูประชากำลังหาทางช่วยเหลือลูกชายกับไอ้ผู้ชายคนนั้นที่ตำรวจต้องปล่อยตัวไปเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ  พิรุธเพียบขนาดนั้น…

เรียกบุตรชายมาคุยด้วยและทะนงก็ให้ความเห็นว่า

“ผมก็คิดอย่างเดียวกับพ่อว่าต้องเป็นไอ้คนนั้น  และครูกับเสี่ยกิจก็กำลังหาทางปกป้องมันอยู่  มันเป็นคนเดียวที่แปลกถิ่นเข้ามาในตอนนี้  เพื่อนผมไอ้เกรียงมันก็ยังมาเล่าว่าเตี่ยมันทำบัตรปลอมให้หมดเลย  ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนหรือใบขับขี่“

“จัดการกับมันให้ทีได้ไหม“ ผู้การพิสุทพูดโกรธๆ

“พ่อจะให้ผมทำอะไร“

“อะไรก็ได้ที่จะสั่งสอนมันให้เข็ดหราบ  หาทางทำให้มันสูญหายไปจากโลกนี้ได้เลยยิ่งดี“

 

วันนั้นเจียงต้องขับรถพาเสี่ยไปศาลอีกครั้ง  แปลกใจที่ฝ่ายนั้นกำชับกำชาเขาตลอดเวลาที่นั่งมาด้วยกันในรถ…

“ให้ระวังตัวหนักเลยพักนี้  เพราะไอ้ผู้การคนนี้มันจะเล่นนายแน่  ยิ่งกฎหมายไม่เข้ากับฝ่ายมัน  มันก็จะเล่นศาลเตี้ย  มันสกปรกมากทั้งแก๊งลูกชายมันด้วย“

เจียงขับรถและรับฟังเงียบๆ  ภาคมืดสนิทคงครอบคลุมชุมชนแห่งนี้มานานแล้ว

ชนิดที่มองไม่เห็นทางออก  เขาจะทำอะไรได้บ้าง…ภัยมืดกำลังตามติดประชิดตัวเขา เช่นกัน…

ไปนั่งรอเสี่ยที่ศาล  ผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย  สถานที่แห่งเดียวที่ทำให้คนไม่ฆ่ากันตายไปเสียก่อน  แต่อะไรจะเกิดขึ้นถ้าศาลไร้ความเป็นธรรมจนผู้คนต้องจับอาวุธมาสู้กันเอง  เขาหนีมาก็เพราะเหตุนี้…เพราะเขาไม่เคยได้รับความเป็นธรรมไม่ว่าจะจากใคร…

หยิบหนังสือพิมพ์อ่านฆ่าเวลา  ไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับการตามหาตัวผู้ต้องสงสัยอีกต่อไปแล้ว  มันเป็นความเงียบที่ซ่อนความอึมครึมอันน่ากล้ว  มีเหตุผลที่เสี่ยเตือนเขา วันนี้…เกมสกปรกอาจจะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วก็ได้…

กลับจากไปศาล เสี่ยพาเขาไปกินข้าวเย็นที่ภัตตาคารเดิมที่เคยมา  รอบนี้ไม่มีเพื่อนๆ เสี่ยเช่นทุกครั้ง  จะมีก็เพียงเขากับเสี่ยและอาหารที่เต็มโต๊ะ  สิ่งที่เจียงไม่เคยคาดหวังสักนิด  เขาเป็นแค่คนขับรถของเสี่ย

“นี่ฉันก็ยังคิดว่าเธอควรย้ายเข้ามาอยู่ที่โรงงานเพื่อความปลอดภัย“ เสี่ยคุย ขณะกินอาหารไปด้วย

“ผมมีแม่กับน้อง…” เจียงว่า

“ก็พามาอยู่เสียด้วยกัน  จะจัดที่ให้“

เจียงมองผู้สูงวัยกว่าแวบหนึ่ง  ไม่เคยเข้าใจความเอื้ออารีของอีกฝ่ายแม้กระทั่งนาทีนี้  ในความมืดมนยังมีจุดสว่างอยู่ทั่วไปที่โน่นที่นี่  ไม่เคยลืมความเอื้ออารีของสตรีนั้นเช่นกัน  ดีใจที่เขาได้ช่วยเหลือครอบครัวของหล่อนในวันเกิดเหตุ  สิ่งเลวร้ายอาจจะ เกิดขึ้นกับน้องชายของหล่อนถ้าเขาไม่ผ่านไปเจอเข้าวันนั้น…

กินอาหารไปเงียบๆ  ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับแม่และน้อง

แม่กับลินดูจะมีความสุขดีไปตามสภาพ  ที่สำคัญเขาไม่ต้องการให้แม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับเขาเวลานี้  แม่จะตกใจและห่วงใยเขามากกว่าเดิม…

“คนเราบางทีมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านอุปสรรคไปถ้าไม่มีคนช่วยเหลือ“ เสี่ยพุ้ยข้าวเร็วๆ และพูดต่อไปเรื่อยๆ  ท่าทางไม่สนใจว่าเขาจะรับฟังหรือไม่

“ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอหลบหนีอะไรมาบ้าง  และฉันก็จะไม่ถาม  เอาเป็นว่า อะไรที่เธอต้องการความช่วยเหลือก็ขอให้บอกมาคำเดียว  เธอเป็นคนดี เท่านั้นที่ฉันรู้“

เจียงแทบหยุดเคี้ยวอาหาร  เสี่ยรู้  อาจจะรู้ทุกสิ่งทีเดียวเกี่ยวกับความเป็นมาของเขา…

“อีกอย่าง ถ้าคิดที่จะปักหลักตั้งรกรากที่นี่ในระยะยาว  ฉันคิดว่าจะหาทางช่วยเธอได้  ชุมชนนี้สงบสุขมายาวนานถ้าไม่นับไอ้แก๊งอุบาทว์นั่นที่เพิ่งจะเข้ามากร่าง“ เสี่ยคุยต่อเรื่อยไป “มีคนเขาจะแบ่งขายที่ในย่านนี้  ก็ไม่มาก  แค่สองสามไร่ เขาปลูกพืชผักเอาไว้แล้ว  ถ้าสนใจอยากตั้งรกราก“

“เถ้าแก่รู้ว่าผมไม่มีเงิน  ผมไม่มีอะไรเลย“ เจียงรีบขัดและอีกฝ่ายก็โบกมือห้าม

“นั่นไม่สำคัญอะไรหรอก  ฉันจะออกเงินซื้อให้ก่อน  เธอก็อยู่ไป  สร้างบ้านสร้างช่อง  แล้วผ่อนใช้คืนทีหลังตอนตั้งหลักได้บ้าง  เจ้าของปลดเกษียณแล้ว  คนดี  ฉันคงไม่แนะนำ ถ้าเขาไม่ใช่คนดี  มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันไป  อีกอย่างแม่กับน้องจะได้มีที่อยู่  สร้างบ้านสร้างช่อง  ฉันจะให้คนงานไปช่วยจัดการให้ทุกอย่าง  ไม่นานก็เสร็จ  ไม้เราก็มีอยู่แล้ว“

เสี่ยคุยเรื่อยไปและเจียงก็ไม่คาดฝันในสิ่งที่ได้ยิน  จริงหรือที่เสี่ยคิดจะช่วยเหลือ เขามากมายถึงขนาดนั้น…

“ก็ลองไปปรึกษาแม่ดู“ เสี่ยพูดต่อ  “ตัดสินใจยังไงก็มาบอก  อย่าช้านักละกัน  เพราะเจ้าของเขาต้องการจะขายด่วนเลย“

เจียงกลับบ้านคืนนั้นและนั่งคุยกับแม่  แม่เองมีทีท่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกไปสักนิด

“ทำไมเขาช่วยเรา  เราหนีคดีมาเขาไม่รู้หรือยังไง…”

“เถ้าแก่เป็นคนใจบุญ  เขาแค่ต้องการจะช่วยเหลือเรา  แม่กับลินจะได้มีบ้านอยู่  เราก็หารายได้ทำงานชดใช้เขาไป  เราจะได้ตั้งรกรากกันใหม่  ไม่ต้องร่อนเร่อีกต่อไปแล้ว“

และนั่นก็คือความฝันของเขา  แม่บีบมือเขาแน่น  น้ำตาคลอ  ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านี่ คือความฝันของแม่เช่นกัน  ชีวิตจะไม่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไปแล้ว…



Don`t copy text!