
เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 29 : ลองสักคำ
โดย : กุลวีร์
![]()
เทพารักษ์ภัสดา โดย กุลวีร์ นวนิยายสนุกๆ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านใน www.anowl.co กับเรื่องราวของเทพารักษ์ผู้มีสัตย์ว่าจะรักเพียงหนึ่ง ต้องลงมาใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์เพราะหญิงสาวผู้เปลี่ยนหัวใจเขาตลอดกาล ภารกิจพิชิตใจจึงเริ่มต้น ท่ามกลางความวุ่นวายของเพื่อนบ้าน และบททดสอบของความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง
“นี่ฉันพลาดอะไรไปจริงๆ ใช่ไหม”
คณิศรถามตัวเอง เมื่อเข้ามาในบ้านของหล่อน โดยปล่อยให้เจ้าของบ้านกับชายหนุ่มเดินนำหน้าไปไกล
“แกไม่ได้พลาดหรอก แกมัวแต่หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าสักวันคุณเทพจะเผลอสนใจแก”
ปรางที่ได้ยินคำถามนั้นอดเอ่ยกับเพื่อนที่เดินมาด้วยกันไม่ได้
“แกมองไม่ออกเหรอ คุณเทพสนใจแต่ใคร ฉันว่าแต่งแน่ชัวร์ๆ” ฝนสนับสนุน
“ฉันก็คิดเหมือนกัน รับรองคู่นี้แต่งกันแน่ เตรียมหาชุดเพื่อนเจ้าสาวไว้รอเลย” ปรางยังไม่หยุดปาก
“พวกนั้นหยุดซุบซิบอะไรกัน” แพรพิไลตะโกนถามผองเพื่อนที่ไม่ยอมเดินตามเข้ามาในตัวบ้าน
คณิศรไม่สนใจเสียงของหล่อน ฉีกยิ้มขึ้นมาพลางพูดกับเพื่อนที่ยืนอยู่ด้วยกัน “แต่งกันก็ดี ฉันจะได้มีคุณเทพไว้แทะโลมอีกนานๆ ไม่รู้ว่าคุณเทพชนะใจมันได้ยังไง”
“ถ้าแกอยากรู้ ก็ถามมันสิ” ปรางเสนอแนะ
“แกคิดว่ามันจะตอบฉันเหรอ ขนาดตัวมันเองยังไม่รู้ตัวเลยว่าอาจมีใจให้คุณเทพ”
ตอนอยู่ที่บริษัท คณิศรเคยได้ยินหลายเรื่องราวของเขาจากปากแพรพิไลจึงพอจะคาดเดาได้
“แต่งงานคืออันใด” เขาถามหล่อน
คณิศรที่เข้ามาในบ้านได้ยินพอดีก็เป็นคนอธิบาย
“เป็นงานวิวาห์ที่มีเจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งชุดหรูหราสวยงามบานตะไท คอยยืนไหว้แขกผู้มีเกียรติและรับซองเงินด้วยหน้าตาระรื่น…”
ฝนเอ่ยขัด “ขอแบบเนื้อๆ เน้นๆ ไม่ใช่มีแต่น้ำ คุณเทพทำหน้างงยิ่งกว่าเดิมอีก เห็นมั้ย”
“วิวาห์เหาะ” เวธัสเคยได้ยินถ้อยคำดังกล่าวผ่านหู
“ไม่ต้องเหาะค่ะคุณเทพ อยู่บนดินนี่แหละค่ะ” คณิศรพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะอธิบายต่อ “แต่งงานเป็นพิธีที่ประกาศในคนทั้งโลกรู้ว่าคนสองคนจะกลายเป็นสามีภรรยาถูกต้องโดยชอบธรรม นี่คุณเทพจำไม่ได้หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้คะ”
แพรพิไลผละไปทางห้องครัว หลีกเลี่ยงความหวั่นไหวซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ได้ยินคำถามจากหญิงชรา
“ไม่ต้องประกาศให้คนอื่นรู้ไม่ได้รึ” เขาถามต่อ
“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะคะคุณเทพ” คณิศรส่งเสียงดังเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต “เราต้องให้เกียรติผู้หญิงด้วยค่ะ”
“ถ้าคุณเทพคิดว่ายัยแพรใช่แน่ๆ พวกเราเชียร์สุดใจเลยค่ะ ให้แต่งงานกัน” ปรางพูดเสียงค่อย
“เชียร์รึ”
คณิศรที่เข้าใจในท่าทีของเขาจึงขยายความ “คือการสนับสนุนส่งเสริม เหมือนพวกเรานำยายแพรใส่พาน แล้วประเคนถึงมือคุณเทพที่รออยู่บนเตียงให้เลยนะคะ”
เพื่อนสาวสองคนหัวเราะคิกคักให้กับคำเปรียบเปรยที่ได้ยิน
“ยายแพรมีใจให้คุณเทพ พวกเรารับประกันค่ะ” ฝนพูดกับเขา “แต่มันปากแข็งไปอย่างนั้นเอง”
“ผมจะทำยังไงให้เลิกปากแข็ง”
“ก็ประกบปากกันสิคะ รับรองคนอย่างคุณเทพทำให้อ่อนระทวยได้แน่นอน” คณิศรตอบ จากนั้นยื่นข้อเสนอ “ถ้าคุณเทพอยากซ้อมไว้ก่อน มาลองกับแคนดี้ได้ทุกเมื่อค่ะ แคนดี้พร้อมเป็นคู่ซ้อม”
“อย่าหลงกลมันนะคะ” ปรางขัดขึ้น
คณิศรค้อนใส่เพื่อนสาว
หากเขาจมอยู่ในความคิดตัวเองที่มนุษย์บางคนก็เป็นเยี่ยงนี้ คือทำตัวกับปากให้ไม่ตรงกับที่ใจรู้สึก
แต่อย่างน้อยหล่อนเริ่มมีใจให้กันบ้างแล้ว อีกไม่นานความปรารถนาคงจะเป็นจริง
เสียงเพื่อนสาวของหล่อนช่วยดึงให้เขากลับมาสนใจในปัจจุบัน
“คุณเทพต้องทำให้มันรู้ใจตัวเองให้ได้นะคะ พวกเราเอาใจช่วยค่ะ”
“มายืนยิ้มแฉ่งแบบนี้ มีอะไรกับฉันอีกล่ะ”
หล่อนเปิดประตูหน้าบ้านก็เห็นเขาซึ่งรอต้อนรับเฉกเช่นทุกวัน แต่ที่แตกต่างคือรอยยิ้มบนใบหน้าของเขานั้นกว้างกว่าที่เคยเป็น
“คุณแพรคงทำงานมาเหนื่อยๆ” เวธัสรับถุงใส่อาหารมาถือไว้อย่างคนรู้หน้าที่ดี
“มันก็เหนื่อยทุกวันนั่นแหละ ฉันไปทำงานนะ ไม่ได้ไปนั่งเฉยๆ”
“ผมเตรียมอาหารให้เอง คุณแพรแค่ไปนั่งรอก็พอ” เขาเดินตามหลังหล่อนไป
แพรพิไลนั่งรอบนเก้าอี้ได้ไม่นาน เวธัสก็ถือกะละมังใบย่อมใส่น้ำอุ่นมาวางบนพื้นใกล้เท้าหล่อน
“แช่เท้าสักหน่อย จะได้หายเมื่อย” เขานั่งพลางใช้มือดันขอบกะละมังให้แตะขาหญิงสาว
หล่อนหวั่นไหวกับพฤติกรรมของเขา “คุณรู้ได้ไงว่าฉันจะเมื่อย ที่ผ่านมาไม่เคยทำแบบนี้ให้กันเลย”
“ยายเอี่ยมบอกว่าคนที่ใส่รองเท้าส้นสูงอย่างคุณแพร คงเมื่อยขาเมื่อยเท้าได้ง่าย ผมแค่อยากให้คุณหายเมื่อย” เขาเงยหน้าพร้อมทั้งยิ้มสดใส “ยกเท้าขึ้นสิ น้ำกำลังอุ่นได้ที่”
แพรพิไลทำตามคำของเขา นำเท้าสองข้างจุ่มลงไปในน้ำอุ่นจนมิดตาตุ่ม เพียงไม่นานความเมื่อยล้าก็เริ่มทุเลาจนรู้สึกดี
เวธัสเข้าไปจัดเตรียมอาหารในครัวสักพักก็เดินมาหยุดยืนด้านหลังคนที่ยังนั่งบนเก้าอี้ แล้ววางมือลงบนบ่าของหล่อน
“คุณจะทำอะไร”
“แค่นั่งนิ่งๆ เท่านั้นก็พอ” เขาใช้มือรั้งไว้เพื่อให้แผ่นหลังของหล่อนชิดพนักพิงตามเดิม “ถ้าอยากเปลี่ยนน้ำอุ่นที่แช่เท้าอยู่ก็บอกกันได้”
เวธัสเริ่มบีบนวดอย่างเบามือ ปากยังเอื้อนเอ่ย “ผมซ้อมมือกับคุณยายเอี่ยมมาหลายวันแล้ว เพราะรู้ว่ามีประโยชน์กับคุณแพร”
แพรพิไลนิ่งเฉย ปล่อยให้เขาคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อตรงบ่าสองข้าง พอรู้สึกผ่อนคลายก็เอ่ยชม “ฝีมือใช้ได้เหมือนกัน ฉันนึกถึงร้านนวดสปาที่เข้าไปใช้บริการเป็นประจำ”
“ถ้าชอบ ผมยินดีนวดให้ทุกวัน”
ช่างเป็นเรื่องดี หากยอมให้เขาทำเช่นนั้น แต่อาจไม่ดีกับหัวใจของหล่อนที่สั่นไหวแปลกๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเกรงใจ”
หลังจากเวธัสนวดบ่าจนพอใจแล้วก็ลงนั่งใกล้ๆ ขาของหญิงสาว จากนั้นใช้มือยกกะละมังออกไป โดยไม่ลืมหยิบผ้ามาซับน้ำที่เท้าของหล่อน
“ฉันทำเองก็ได้นะคุณ”
พอเขาซับน้ำจนแห้งดีก็ชันเข่าข้างหนึ่ง นำขาของคนที่นั่งบนเก้าอี้มาพาดไว้บนหัวเข่า ลงมือนวดคลึงน่องของหล่อนตามความตั้งใจ โดยไม่สนคำกล่าวที่ได้ยิน
แม้หล่อนอยากจะยกขาหนี แต่ต้านแรงของเขาไม่ไหว จึงปล่อยเลยตามเลย
“อย่าทำอย่างนี้เลยคุณ” แพรพิไลเอ่ยเสียงค่อย แล้วต่อในใจ…ฉันกลัวจะคุมหัวใจไม่ไหว
เวธัสพูดลอยๆ ขณะสายตายังจับจ้องที่ขาของหล่อน
“คุมไม่ไหวก็ไม่ต้องคุมสิ”
หล่อนแปลกใจที่เหมือนเขาจะรับรู้ถึงความคิดนั้น จ้องมองคนที่ยังบีบนวดอย่างคล่องมือโดยไม่มีคำพูดคำจาต่อกันอีก จึงใคร่ครวญจนหาเหตุผลให้กับตัวเองว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญ
เขาลุกขึ้นยืน พอเดินผ่านหน้าหญิงสาวไปก็มีเสียงทักขึ้นตามหลัง
“คุณมายืนใกล้ๆ ฉันอีกทีสิ”
“อยากให้ผมนวดตรงไหนอีกรึ” เวธัสทำตามคำของหล่อน
แพรพิไลทำทีเป็นสูดดมกลิ่นที่ติดเสื้อของเขา “กลิ่นนี้แหละที่ฉันได้กลิ่นจากตัวคุณมาหลายวันแล้ว มันไม่ใช่กลิ่นหอมจากตัวคุณเหมือนที่เคยได้กลิ่น”
“คงคิดไปเอง” เขารู้ดีว่าเป็นกลิ่นอะไร
“ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้น แต่พอลองดมใกล้ๆ แบบนี้ มันใช่เลย เป็นกลิ่นที่ติดตามเสื้อผ้าแน่ๆ”
หล่อนลุกขึ้นยืนพลางใช้จมูกดอมดมเสื้อของเขาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
เวธัสพลอยชื่นอกชื่นใจที่หล่อนสนใจกันจึงอยากให้อยู่ใกล้เช่นนี้อีกหลายเพลา
แพรพิไลหยุดการกระทำที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำให้ใจเต้นรัว จากนั้นก็จ้องหน้าเขาไม่วางตา “คุณต้องไปทำอะไรสักอย่าง ถึงมีกลิ่นแปลกๆ แบบนี้”
เวธัสยังเงียบปาก จนแพรพิไลนึกคำขู่ขึ้นมาได้
“คุณจะบอกฉันเอง หรือให้ฉันไปถามยายเอี่ยม”
บัดนี้หล่อนญาติดีกับเพื่อนบ้านผู้นั้นเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นอะไร แต่ยายเอี่ยมคงจะทราบดี เพราะเขาไม่เคยมีเรื่องปิดบังหญิงชรา
เมื่อถูกจับได้ เขาจึงยอมรับความจริง “ผมเจองานที่ทำได้แล้ว”
“คุณได้งานอะไรล่ะ” แพรพิไลเริ่มให้ความสนใจ
“ผมจะขายข้าวมันไก่ ยายเอี่ยมช่วยสอนจนผมทำเองได้” เขายิ้มให้หล่อน “วันนี้ผมยังมีเก็บไว้ให้ชิม คุณแพรบอกด้วยแล้วกัน พอทำขายได้รึยัง”
เขารีบผละเข้าไปในครัว ออกมาพร้อมจานข้าวมันไก่และถ้วยใส่น้ำจิ้ม
“เป็นสูตรเด็ดของคุณตา กว่าผมจะปรุงได้ขนาดนี้ก็ฝึกอยู่หลายวัน ทำเสียไปหลายครั้ง คุณยายเอี่ยมยังออกทุนให้คนไปซื้อของมาให้ผมฝึกต่อทุกที”
“ยายเอี่ยมใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แค่ออกเงินให้ก่อน พอขายได้กำไร ค่อยนำเงินมาใช้คืน” เมื่อหล่อนยังนั่งมองอาหารในจาน เขาก็เอ่ยต่อ “ช่วยชิมสักหน่อยเถิด”
แพรพิไลไตร่ตรองถึงเสียงปริศนาจากบ้านหญิงชรากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจึงโพล่งถามเขา
“เสียงสับอะไรบนเขียงที่ฉันได้ยินเกี่ยวข้องกับข้าวมันไก่ใช่ไหม”
เวธัสบอกเล่าตามที่หญิงชราเคยเล่าให้ฟัง จนหล่อนเข้าใจแจ่มแจ้ง
“หากไม่มีข้อสงสัยอันใดอีก ลองชิมสักคำก็ยังดี” เขาเอ่ยเสียงเบา
“ถ้ากินแล้วไม่อร่อย คุณจะทำยังไง”
“ต้องฝึกฝีมือต่อ จนกว่าคุณแพรจะบอกว่าผ่านหรือยอมให้ขายได้”
“ทำไมต้องรอให้ฉันอนุมัติก่อนล่ะ”
“เพราะผมตั้งใจทำงานเพื่อช่วยหาเงินมาใช้จ่ายในบ้านหลังนี้”
แพรพิไลหวั่นไหวในใจ หลังจากตีความคำกล่าวนั้นคือเขาต้องการเป็นคนในครอบครัวเดียวกันซึ่งจะเป็นในฐานะใด ถ้าไม่ใช่คู่ชีวิต
หากกลัวความคิดจะเลยเถิดไปไกล หล่อนจึงหยิบช้อนตักน้ำจิ้มราดบนเนื้อไก่แล้วคลุกเคล้ากับข้าวให้เข้ากัน ค่อยนำใส่ปาก
รสชาติแสนอร่อยทำให้หยุดกินไม่ได้ พอรู้ตัวก็กินจนหมดจานเสียแล้ว
เวธัสยืนมองด้วยความยินดีปรีดายิ่งนัก
ก่อนหล่อนจะบอกว่าขายได้แน่นอนก็ตั้งคำถามกับเขา
“ตอนนี้คุณจำได้หรือยังล่ะ คุณเป็นใคร บ้านอยู่ไหน”
เขามองหน้าแพรพิไล คงถึงเวลาแล้วที่ต้องเผยความจริงทั้งหมดทั้งมวลให้หล่อนรับรู้เสียที
“ถ้าอยากทราบว่าผมคือผู้ใดและมาจากไหน ไว้รอให้ถึงวันหยุดนี้ คุณแพรต้องพาผมไปที่แห่งนั้น”

- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 29 : ลองสักคำ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 28 : คิดไว้หรือยัง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 27 : คงจบโดยดี
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 26 : คาหนังคาเขา
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 25 : ยังไม่รู้อีกเหรอ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 24 : เดินหน้าง้อ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 23 : เตือนแล้วนะ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 22 : มีเหตุให้ต้องงอน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 21 : เกิดขึ้นอีกแล้ว
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 20 : อย่าบอกใคร
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 19 : จะเชื่อเหรอ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 18 : ช่วยกัน ช่วยด้วย!
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 17 : มีแต่เรื่องพิกล
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 16 : มองไม่เบื่อ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 15 : อยู่นานนาน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 14 : จีบจริงจัง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 13 : ดูไม่ออกเหรอ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 12 : มีเรื่องให้ร้อนรน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 11 : ของดีจริงจริง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 10 : บอกให้รู้ไว้ก่อน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 9 : เหตุใดมันจึงร้อง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 8 : ฝากด้วยนะ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 7 : อย่างนั้นก็แย่เลย
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 6 : เชื่อสิ!
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 5 : ขอไปทำไม
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 4 : เลิกพูดเถอะ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 3 : ดีหรือไม่ดี
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 2 : ไม่ใช่ใช่ไหม
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 1 : ขออยู่ที่นี่ได้ไหม
- READ เทพารักษ์ภัสดา : บทนำ







