
เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 33 : ก็ดีเหมือนกัน
โดย : กุลวีร์
![]()
เทพารักษ์ภัสดา โดย กุลวีร์ นวนิยายสนุกๆ ที่อ่านเอานำมาให้อ่านใน www.anowl.co กับเรื่องราวของเทพารักษ์ผู้มีสัตย์ว่าจะรักเพียงหนึ่ง ต้องลงมาใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์เพราะหญิงสาวผู้เปลี่ยนหัวใจเขาตลอดกาล ภารกิจพิชิตใจจึงเริ่มต้น ท่ามกลางความวุ่นวายของเพื่อนบ้าน และบททดสอบของความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง
“ทำไมมากันเร็วจัง แพรเพิ่งโทรบอกเมื่อวานเอง”
หล่อนถามขึ้นทันทีที่ออกมาเปิดประตูหน้าบ้าน ต้อนรับบุพการี
แพรพิไลบอกกล่าวเรื่องของเขาให้พ่อแม่รับรู้ รวมทั้งพี่สาวที่อายุห่างกันเกือบสิบปี สำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิตลูกผู้หญิงที่จะอยู่กินกับผู้ชายคนหนึ่งในฐานะคนรักจนแต่งงานกัน
“รีบมาดูหน้าลูกเขยน่ะสิ”
ผู้เป็นมารดามีน้ำเสียงสดใส ส่วนคนที่ยืนข้างกายก็พยักพเยิดตามกัน
“พ่อกับแม่เคยเห็นคุณเทพแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“เห็นครั้งนั้นกับเห็นครั้งนี้มันต่างกันนะลูก” พ่อเอ่ยขึ้น “วันนั้นแค่ผู้ร่วมชายคา แต่วันนี้และต่อไปคือว่าที่ลูกเขยหรือคนร่วมชีวิตของลูก”
“ฉันบอกคุณแล้ว ต้องเป็นคู่กัน คิดไว้ไม่มีผิด” แม่หันหน้าไปคุยกับพ่อ
หล่อนพาบุพการีเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ท่านทั้งสองนั่งรอบนโซฟา จนนำน้ำดื่มมาให้พลางเอ่ยถาม
“พ่อกับแม่รับได้หรือจ๊ะ ที่คุณเทพไม่มีใครเลยอย่างที่แพรเคยบอก” แพรพิไลยังเป็นกังวลเรื่องเขาไม่มีเครือญาติและชาติกำเนิดอย่างคนทั่วไป
“แค่เขาเป็นคนดี ไม่มีคดีติดตัว ไม่ใช่ผู้ร้ายข้ามแดน และพร้อมจะดูแลลูกของพ่อได้ แค่นี้ก็พอแล้ว”
“นั่นสิ ลูกรักใคร แม่กับพ่อก็รักด้วย” มารดากล่าวเสริม “แค่เขาไม่ทำให้ชีวิตลูกย่ำแย่ หรือชวนกันหลงไปในทางที่ผิด แม่ก็ยินดีรับเข้ามาเป็นคนในครอบครัวเดียวกับพวกเรา”
จากที่อยู่ด้วยกันมา เขามักจะชวนให้หล่อนสะสมบุญไว้มากกว่าที่จะพากันไปในทางเสื่อมเสีย
แพรพิไลโล่งใจ หลังจากได้รับฟังคำของบุพการี
“แม่มองออกตั้งแต่ต้นแล้วว่าเขาเป็นคนดีโดยเนื้อแท้เลยทีเดียว” มารดาพูดเสียงค่อย เพื่อไม่ให้รู้ว่าเยินยอว่าที่ลูกเขยจนออกนอกหน้า
“แม่ดูออกด้วยเหรอจ๊ะ”
“ผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้าสดใส ดวงตาไม่มีแววโศกตรม ต่อให้ไม่ยิ้มหรือยืนนิ่งๆ ก็น่าชมน่ามอง แสดงว่าเป็นคนมีธรรมะในใจ คงไม่ใช่คนมีเหลี่ยมเล่ห์เพทุบายหรอก”
แพรพิไลไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับคำกล่าวตอนท้ายของมารดา
“คนแบบนั้นแหละ เหมือนเทวดาลงมาเกิด” พ่อเอ่ยขึ้น
ถ้าบุพการีรู้ว่าเขาเป็นเทพารักษ์จะเป็นยังไง
แต่หล่อนไม่คิดจะบอกใครทั้งนั้น ขอเก็บเรื่องดังกล่าวไว้ให้รู้กันแค่สองคนเท่านั้นพอ
แพรพิไลเห็นมารดาชะเง้อคอ แลซ้ายแลขวาก็อดถามไม่ได้
“แม่มองหาอะไรจ๊ะ”
“ก็ลูกเขยของแม่น่ะสิ มานั่งในบ้านสักพักแล้ว ไปอยู่ที่ไหนล่ะ”
“ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็ไปกันเลย”
หญิงชราลุกขึ้นยืนโดยพลัน เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าไม่คัดค้านใดๆ กับสิ่งที่ต้องการจะทำ
หลังจากรับรู้ว่าบิดามารดาของหล่อนจะมาเยี่ยมเยือนกัน เวธัสไม่รอช้ารีบมาหายายเอี่ยม
ก่อนจะพากันไปทำให้สำเร็จตามสมประสงค์ เขานึกถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน ระหว่างที่มาซ้อมรสมือทำข้าวมันไก่ในบ้านของหญิงชรา
‘เห็นพ่อหนุ่มทีไรก็ไม่ต่างจากเห็นลูกศิษย์เติบโตไปในทางที่ดี ยายภูมิใจจริงๆ’ ยายเอี่ยมชวนคุย
เขายิ้มให้พร้อมทั้งส่งสายตาแทนคำขอบคุณ
ยายเอี่ยมพูดขึ้นอีก ‘ตอนที่มีตาอยู่ด้วยกัน ยายคิดว่าตัวเองยังมีความสำคัญกับตาเสมอ พอตาเสียไป ยายก็ใช้ชีวิตในบ้านเหมือนคนไร้ค่ามาตลอด จนได้เจอพ่อหนุ่ม ทำให้ยายรู้สึกว่าชีวิตกลับมามีคุณค่าอีกครั้ง ขอบใจนะที่ยังไม่หลงลืมคนแก่อย่างยาย’
‘แค่คุณยายเอี่ยมมีชีวิตที่สุขสดใสเช่นเดิม ผมก็พอใจอย่างยิ่ง’
เวธัสรับรู้ถึงความโดดเดี่ยวแสนว้าเหว่ และความรู้สึกไม่มีคุณค่าในตัวเองของหญิงชรา ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน อย่างน้อยๆ การทำให้ชีวิตคนผู้หนึ่งได้ดำรงอยู่จนสิ้นเวรสิ้นกรรมด้วยความชื่นบานก็เป็นเรื่องดี ถ้าสามารถกระทำได้
‘ยายไม่มีลูกไม่มีหลาน มาเป็นหลานของยายเถอะนะพ่อหนุ่ม’ ยายเอี่ยมบอกจุดประสงค์ หลังจากเกริ่นนำมายืดยาว
‘ด้วยความยินดี’
ตั้งแต่เขารับคำในตอนนั้น ทั้งสองจึงเป็นยายหลานกันตลอดช่วงชีวิตในโลกมนุษย์
ดังนั้นเมื่อรู้ว่าบุพการีของหล่อนอยู่ไม่ไกล ญาติเพียงคนเดียวของเขาจึงต้องไปพบหน้าโดยด่วน เพื่อทำตามความต้องการที่เขาก็เห็นดีด้วย
“อย่าลืมไม้เท้า” เวธัสเข้าไปประคองหญิงชรา พลางยืนไม้เท้าให้
“ก็คนมันรีบ กลัวหลานจะไม่ได้เมียน่ะสิ”
เขาพายายเอี่ยมมาพบพวกหล่อนซึ่งนั่งบนโซฟากันพร้อมหน้า
“ฉันนึกไว้อยู่แล้วเชียวว่าคุณต้องไปบ้านยายเอี่ยม” แพรพิไลยกเก้าอี้มีพนักพิงพร้อมเบาะรองนั่งมาให้ผู้สูงวัย แล้วแนะนำบิดามารดาให้ได้รู้จักกัน “คนนี้ยายเอี่ยมจ้ะ เป็นเพื่อนบ้านของแพร”
บุพการีของหล่อนยกมือขึ้นไหว้หญิงชรา
“พอรู้ว่าพวกคุณอยู่ที่นี่ ฉันก็เลยให้หลานของฉันพามาพบพวกคุณ” ยายเอี่ยมเอ่ยขึ้น
แพรพิไลซึ่งรู้อยู่แล้วว่ายายเอี่ยมรับเขาเป็นหลานก็ไม่แปลกใจที่เขาถูกเรียกขานเช่นนั้น
“อ้าว! เป็นหลานของคุณยายเหรอคะ คนไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง” มารดาของหล่อนพูดขึ้นพลางมองไปทางเขา
“หลานห่างๆ น่ะ ฉันไม่มีลูกมีหลานก็เลยรับเป็นหลานไว้สักคน นี่ก็ทำข้าวมันไก่ต่อจากสามีฉันได้ รับรองอร่อยเด็ด อีกไม่กี่วันคงเปิดร้าน จะได้ช่วยกันทำมาหากิน” จากนั้นยายเอี่ยมก็พูดเข้าเรื่องทันที “ไหนๆ สบโอกาสเจอพวกคุณแล้ว ฉันอยากสู่ขอนังหนูให้หลานชายของฉัน”
หญิงชราเสนอตัวเป็นญาติผู้ใหญ่มาสู่ขอเมียให้เขา
มารดาของหล่อนพูดขึ้น “ได้สิคะ พวกเราพร้อมจะยกให้ ดูท่าแล้วคงจะอยู่กินกันได้ตลอดรอดฝั่ง ขอแค่ดูแลลูกของพวกเราได้และไม่ทำให้เสียใจก็พอค่ะ”
“รับรองด้วยเกียรติของเท…เอ่อ…ผม จะคอยปกป้องคุ้มครองดูแลคุณแพร โดยไม่ให้ยุงไต่ยุงตอมเลยครับ” เวธัสบอกด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ก่อนหันไปขอความช่วยเหลือจากยายเอี่ยมกับบางสำนวนที่เหมือนจะเอ่ยไม่ครบถ้วนเพราะยังจำไม่ค่อยได้
“หลานฉันคงหมายถึงยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ได้ยินฉันพูด คงเอามาพูดบ้าง” หญิงชราเอ่ยแก้ จึงเรียกเสียงขบขันของทุกคน
“ปล่อยให้ยุงตอมหรือริ้นไต่บ้างก็ได้ ลูกของแม่ก็ไม่ใช่ผู้ดิบผู้ดี ผิวสำอางอะไรหรอก แค่อย่าแอบไปมีใครให้ช้ำใจกันก็พอ” มารดาของหล่อนบอกเขา
เมื่อเรื่องราวเป็นไปในทางที่ดีตามที่คิดไว้ ยายเอี่ยมจึงชวนคุยกันต่อ
“ถ้าไม่อยากเสียเงินเช่าบ้านหลังนี้ก็พากันไปอยู่บ้านของยายได้ เผื่อบ้านโน้นเขาจะได้สบายใจที่ไม่มีใครอยู่ที่นี่”
แพรพิไลรู้ว่าหญิงชราเหน็บแหนมเพื่อนบ้านอีกหลังที่ตอนนี้นานๆ ทีจะมาพูดคุยกันสักครั้ง ทั้งที่หล่อนไม่ได้ติดใจเรื่องใดและยังญาติดีต่อกันเหมือนเดิม เพราะไม่เคยสร้างปัญหารบกวนกันอีกเลยนับจากวันนั้น
ส่วนเรื่องราวภายในครอบครัวของสามีภรรยาคู่นั้น หล่อนไม่คิดจะรับรู้หรือเข้าไปข้องเกี่ยวกันอยู่แล้ว ถ้าเจ้าตัวไม่ได้มาบอกกล่าวให้ฟัง จึงปล่อยให้เป็นไปตามสำนึกในบาปบุญคุณโทษของแต่ละบุคคล
หากข้อเสนอของยายเอี่ยมน่าสนใจจริงๆ จนบุพการีที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย
“ดีเหมือนกันนะลูก”

- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 33 : ก็ดีเหมือนกัน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 32 : ถ้าไม่เป็นเยี่ยงนั้น
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 31 : ไม่มีข้อแม้ใด
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 30 : คงไม่ต้องการกัน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 29 : ลองสักคำ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 28 : คิดไว้หรือยัง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 27 : คงจบโดยดี
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 26 : คาหนังคาเขา
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 25 : ยังไม่รู้อีกเหรอ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 24 : เดินหน้าง้อ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 23 : เตือนแล้วนะ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 22 : มีเหตุให้ต้องงอน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 21 : เกิดขึ้นอีกแล้ว
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 20 : อย่าบอกใคร
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 19 : จะเชื่อเหรอ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 18 : ช่วยกัน ช่วยด้วย!
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 17 : มีแต่เรื่องพิกล
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 16 : มองไม่เบื่อ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 15 : อยู่นานนาน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 14 : จีบจริงจัง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 13 : ดูไม่ออกเหรอ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 12 : มีเรื่องให้ร้อนรน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 11 : ของดีจริงจริง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 10 : บอกให้รู้ไว้ก่อน
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 9 : เหตุใดมันจึงร้อง
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 8 : ฝากด้วยนะ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 7 : อย่างนั้นก็แย่เลย
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 6 : เชื่อสิ!
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 5 : ขอไปทำไม
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 4 : เลิกพูดเถอะ
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 3 : ดีหรือไม่ดี
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 2 : ไม่ใช่ใช่ไหม
- READ เทพารักษ์ภัสดา บทที่ 1 : ขออยู่ที่นี่ได้ไหม
- READ เทพารักษ์ภัสดา : บทนำ







